Get more detail for your trip

ภูผาวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




Since Aug 2009
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ภูผาวารี's blog to your web]
Links
 

 

เที่ยวปายฝน ความสงบสวยงามของปายที่ยังสัมผัสได้ รีวิวพร้อมข้อมูลแน่นๆ ภาคจบ

10:50 เดินทางมาถึงรีสอร์ทสำหรับคืนที่สองของพวกเราปายบ้านไทย หลังจากใช้เวลาเดินทางถึงชั่วโมงกว่าด้วยระยะทางทั้งหมดเพียง 5 กิโลเมตร เพราะมัวแต่ชื่นชมความงามของนาข้าวข้างทางอยู่



เป็นรีสอร์ทที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ และใกล้กับถนนคนเดินปาย (แต่ก็ไกลเกินไปสำหรับการเดิน) ความร่มเย็นและการตกแต่งสวนสู้ภูรวิดารีสอร์ทที่พวกเราพักกันคืนแรกไม่ได้ จะมีข้อดีอยู่ตรงที่มีสระว่ายน้ำซึ่งอยู่ในที่โล่งแจ้ง ถ้าใครจะว่ายน้ำคงต้องมั่นใจในหุ่นตัวเองพอสมควร



ห้องพักเป็นหลังๆ สร้างจากไม้ พอเวลาเดินไปมาในห้องจะได้ยินเสียงเอี๊ยดๆ จากไม้ที่สีกัน ภายในกว้างขวางมีแอร์ ทีวี ตู้เย็น และเครื่องทำน้ำอุ่นครบครัน แต่ไม่มี Internet Wifi ให้เล่นฟรี ถ้าจะเล่นต้องซื้อเป็นชั่วโมง ห้องเหม็นอับเล็กน้อย อาจเป็นเพราะหน้าฝนและอากาศชื้นจึงได้กลิ่นอับแต่ก็ไม่เป็นปัญหาเท่าไรนัก อีกเรื่องที่ขอติคือห้องน้ำ ห้องที่เพื่อนผมอยู่น้ำไหลค่อนข้างเบา และพื้นห้องน้ำที่สร้างสำหรับป้องกันการลื่นไถลนั้นสร้างความเจ็บปวดแก่เท้าเมื่อเหยียบย่ำพอสมควร (ห้องผมน้ำไหลปกติและพื้นก็เหยียบไม่เจ็บ น่าจะเป็นแค่บางห้อง) และชักโครกในห้องน้ำมีขนาดเล็ก นั่งไม่ค่อยสบาย

สามารถดูรูปด้านในห้องพักได้ที่ http://www.paibaanthairesort.com/



สิ่งที่ผมประจำใจคือเจ้าหน้าที่ต้อนรับของปายบ้านไทย (ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าของด้วยหรือเปล่า) แกอัธยาศัยดีและสามารถแนะนำสถานที่น่าสนใจให้เราอย่างเป็นกันเอง ทีแรกเราตั้งใจไปปางอุ๋ง แกบอกกับเราว่าถ้าจะไปปางอุ๋งตอนนี้จะไม่สวย ไปห้วยน้ำดังจะได้บรรยากาศดีกว่า นอกจากนี้แกยังแนะนำให้เราไปชมวิวนาข้าวและไร่ถั่วสองข้างถนนเส้นที่จะไปโป่งน้ำร้อนท่าปายซึ่งจะสวยเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝน เมื่อถามถึงข้าวปลาอาหารแกแนะให้เราไปลองลิ้มรสขาหมูน้ำแดงที่ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน

ผมจองบ้านปายไทยผ่าน http://www.allresortthailand.com ด้วยราคา 1100 บาทต่อคืน ซึ่งเป็นราคา Low Season



อาหารเช้าของที่นี่เป็นแบบ บุฟเฟ่ต์ ข้าวผัดไก่ ใส้กรอก ไข่ดาว ข้าวต้ม



ขนมปังปิ้ง ชา กาแฟ และทีเด็ดคือ กาแฟสด... หอมได้ใจจริงๆ



สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของปายบ้านไทยได้ที่ http://www.paibaanthairesort.com/
พิกัด GPS ของปายบ้านไทย N19 21.228 E98 26.949 ออกจากตัวเมืองปายไปทางวัดพระธาตุแม่เย็น ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปายจะเจอสามแยกที่มีป้ายรีสอร์ทเยอะๆ ให้ตรงไปประมาณ 500 เมตร แผนที่ด้านล่างครับ



11:30 เก็บสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย เตรียมตัวออกเดินทางไปตามถนนเส้นที่มุ่งหน้าไปโป่งน้ำร้อนท่าปาย พร้อมทั้งแวะชมความงามของ นาข้าวและไร่ถั่ว ตลอดสองข้างทาง ตามเส้นทางด้านล่าง



เป็นเส้นทางที่สวยอย่างที่เขาว่าจริงๆ



11:45 ถึงโป่งน้ำร้อนท่าปาย ด้านหน้าทางเข้าอุทยานเป็นเพียงบ่อน้ำร้อนเล็กๆ ไม่รู้ด้านในเป็นอย่างไร เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่ามีที่อาบน้ำร้อนไว้บริการด้วย พิกัด GPS ของโป่งน้ำร้อนท่าปาย N19 18.410 E98 28.468



12:00 ลงจากโป่งน้ำร้อนท่าปาย ใช้เส้นทางหลักกลับเข้าตัวเมือง ก็จะผ่านจุดถ่ายรูปยอดนิยมสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย



ชมความงามของสองริมฝั่งแม่น้ำปาย ที่ตอนนี้ไม่ค่อยงามนัก



พิกัด GPS ของสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย N 19 17.849 E 98 27.903



12:30 อาหารกลางวันมื้อนี้ที่ร้านดังตรงข้ามที่ว่าการอำเภอปาย ส้มตำหน้าอำเภอ ที่หลายคนก็แนะนำว่าอร่อยราคาถูก



โดยส่วนตัวผมไม่ประทับใจคุณภาพและรสชาติอาหารของร้านนี้เลย อาหารทุกจานค่อนข้างเค็มถึงเค็มมากและก็ไม่อร่อยเท่าไร ปลาทับทิมทอดก็เหนียวเหมือนทอดไว้ตั้งแต่เช้า ตับหวานก็แข็งแทบจะปาหัวแตก (อันนี้เว่อร์ไปหน่อย) แต่ทำไมร้านนี้จึงมีชื่อเสียง บางครั้งกาลเวลาก็ทำให้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป ร้านที่ผมเคยไปทานในอดีตและติดใจในความอร่อย พอผ่านไปทานอีกทีรสชาติกลับไม่อร่อยอย่างเคย บางร้านก็ถึงกับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย เฮ้อ...ทุกอย่างล้วนแล้วแต่อนิจจัง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น



อาหารราคาไม่แพงถ้าไม่รวมปลาทับทิมทอดหนังเหนียวตัวละ 150 บาท ค่าเสียหายต่อสี่คนประมาณสี่ร้อยกว่าบาท ร้านส้มตำหน้าอำเภอผมให้คะแนนแค่ 4/10 ย้ำอีกครั้งนะครับ ผมไม่มีส่วนได้เสียกับทุกร้านที่ผมไปทาน และทุกคะแนนมาจากความเห็นส่วนตัวทั้งหมด ใครจะว่าอร่อยก็ว่ากันไป

ดูรีวิวจานอื่นรวมทั้งเมนูอาหารของร้านส้มตำหน้าอำเภอ คลิ๊กที่นี่ครับ

พิกัด GPS ของส้มตำหน้าอำเภอ N19 21.525 E98 26.379 อยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอปายเลยครับ



13:30 กลับเข้าที่พัก ปายบ้านไทย เพื่อนอนกลางวัน (ทำตัวเป็นเด็กอนุบาลเลยอ่ะ)

15:30 แวะร้านขายนมสีชมพูสดใสที่เราหมายมั่นกันไว้ตั้งแต่แรกเจอว่าจะต้องมาเยี่ยมเยือนให้ได้ B>ปายหวาน บ้านนมสด



สะดุดตาก็ตรงสีชมพูหวานสดในเนี่ยแหละ



มุมนั่งทานนมสด ชิวๆ



การตกแต่งภายในร้าน สวยงามทีเดียว



เคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่ม ขอให้สังเกตุที่พัดลมซึ่งเป็นพัดลมคิตตี้ เข้ากับการตกแต่งสีชมพูอย่างลงตัว และถูกใจแฟนผมมากมาย



บรรยากาศรวมๆ ภายในร้านซึ่งจะมีโต๊ะไว้ให้บริการด้านในและบริเวณระเบียงด้านนอก



วิวบริเวณระเบียงด้านนอก



สวนสวยกับบ้านหลังสีชมพู เหมาะแก่การถ่ายรูปนักแล



ปายหวาน บ้านนมสด มีขายทั้งนม ชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง โรตี วอฟเฟิล แต่ตอนที่ผมไปนั้น โรตีกับวอฟเฟิลหมด ผมสั่งโกโก้ปั่น ชากีวี่ ขนมปังปิ้ง และถั่วเคลือบช็อคโกแล็ต ราคาเครื่องดื่มก็แก้วละ 35-60 พอๆ กับอเมซอน

รสชาติของเครื่องดืมธรรมดา ผมว่าผมชงเองอร่อยกว่า ขนมปังปิ้งใช้ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ 1 แผ่นมาปิ้งและราดเนยนม แผ่นละ 20 บาท ซึ่งแพงไปสำหรับผม และน่าจะใช้ขนมปังแผ่นใหญ่ๆ แบบที่ร้านเบเกอรี่อื่นๆใช้ ส่วนถั่วเคลือบช็อคโกแล็ตเหม็นหืนมากเลยทั้งๆ ที่ยังไม่ใกล้วันหมดอายุ



นอกจากปายหวานบ้านนมสดแล้ว ที่นี่ยังบริการที่พัก ปายหวาน อีกด้วย



มีโอกาสได้ชมภายในห้องพักผ่านทางจอ LCD ในร้านปายหวานบ้านนมสด นอกจากภายนอกจะเป็นสีชมพูสดใสแล้ว ภายในยังตกแต่งด้วยสีชมพูและของใช้คิตตี้อีกมากมาย เช่นผ้าห่มคิตตี้ ด้วยราคาที่พัก 800 – 1000 ต่อคืน ในหน้า low season เท่านั้นเอง ถ้าใครอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่ http://www.paiwaan.com/index.php?name=room

แฟนผมซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้คิตตี้กระชิบข้างหูผมว่า คราวหน้ามาปาย พักที่นี่นะ

มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของปายหวานก่อนกลับ เธออยากให้ผมช่วยประชาสัมพันธ์ปายหวานให้หน่อย ถ้าเจ๊ผ่านมาเจอ blog ผม ผมก็อยากจะบอกเจ๊ว่า ที่พักของเจ๊สวยงามราคาถูกตรงกลุ่มเป้าหมายคิตตี้สีชมพูดีแล้ว ถ้าปรับปรุงความอร่อยและคุณภาพของปายหวาน บ้านนมสดให้ดีขึ้น จะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว



พิกัด GPS ปายหวาน N19.346867 E98.432633 ถ้าออกจากตัวเมืองปายไปตามเส้นทางที่ใช้กลับเชียงใหม่ ก่อนถึง Coffee in Love จะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณร้อยเมตรก็จะถึงปายหวาน สังเกตุได้จากสีชมพูสดใส แผนที่ด้านล่างครับ



16:30 ฝนเริ่มลงเม็ด เราตัดสินใจไปหลบฝนกันที่ ร้านอาหารจีนยูนนาน ซึ่งเป็นร้านอาหารเดียวที่อยู่ตรงลานศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน (เพิงด้านหลังหินในรูป)



มาเพื่อทานจานนี้โดยเฉพาะ ขาหมูน้ำแดง และก็ไม่ผิดหวัง อร่อยสมใจ แต่น้ำแดงมันย่องไปนิดนึง สำหรับร้านนี้นี้ผมให้คะแนน 8/10 ครับ แต่แอบเห็นโต๊ะข้างๆสั่งลาบอะไรสักอย่างเหลือเต็มจานเลย คงต้องถามก่อนสั่งว่า อะไรอร่อยและขายดี



ขาหมูขาละ 200 บาท ส่วนอาหารจานอื่นราคาอยู่ในช่วง 80 – 100 บาทต่อจาน แต่จานค่อนข้างใหญ่ ค่าเสียหายต่อสี่คนประมาณสี่ร้อยกว่าบาท

ดูรีวิวจานอื่นของร้านอาหารจีนยูนนาน คลิ๊กที่นี่ครับ

พิกัด GPS ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน N19 22.322 E98 24.229 แผนที่ด้านล่างครับ



18:30 กลับมาเก็บบรรยากาศที่ปายหวานอีกครั้งหลังฝนหยุดตก

20:00 เดินที่ถนนคนเดินในวันที่ผู้คนคึกคักเนื่องจากเริ่มเข้าช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษา แต่ความคึกคักที่ว่านั้นก็ยังห่างไกลจากถนนคนเดินช่วงหน้าหนาวอยู่มาก

ผมรีวิวแผนที่และของอร่อยบนถนนคนเดินไว้ในตอนแรก ท่านใดสนใจคลิ๊กอ่านได้ที่นี่ครับ



21:20 มื้อเย็นได้รับคำแนะนำจากแม่ค้าบนถนนคนเดินว่าร้านนี้เด็ดครัวสองตายาย ก่อนมาปายคราวนี้ ผมไม่เคยได้ยินชื่อร้านอาหารนี้ผ่านหูมาก่อนเลย



เชื่อคนท้องถิ่นไม่ผิดหวังครับ ปลาทับทิมทอดกระเทียมปลาตัวใหญ่ทอดกรอบ กระเทียมก็กรอบและออกรสหวานนิดๆ อร่อยได้ใจเลย ต่างกับปลาทับทิมหนังเหนียวร้านส้มตำหน้าอำเภอโดยสิ้นเชิง ทั้งที่ราคาเท่ากัน อีกจานที่แนะนำเลยคือไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบแกผัดได้อร่อยกว่าร้านประจำแถวบ้านผมอีก



อิ่มอร่อยไปได้ซักพัก มีแตงโมจานนี้มาเสริฟให้ที่โต๊ะโดยที่พวกเราไม่ได้สั่ง คุณตาหันมายิ้มแล้วบอกกับเราว่า จานนี้แถมให้ เป็นแตงโมที่หวานฉ่ำชื่นใจจริงๆ



อาหารอยู่ในช่วงราคา 60 – 80 บาท ถ้าเป็นเมนูปลาก็ 150 บาท ทานกัน 4 คนหมดไปสามร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง ความอร่อยคุ้มค่าสำหรับร้านนี้ผมให้คะแนน 9/10 เลยครับ นอกจากอร่อยแล้วคุณตายังมีน้ำใจและอัธยาศัยดีด้วยครับ

ดูรีวิวจานอื่นและเมนูของร้านครัวสองตายาย คลิ๊กที่นี่ครับ

พิกัด GPS ครัวสองตายาย N19 21.058 E98 26.258 ร้านอาจจะหายากสักหน่อย เพราะร้านตั้งอยู่กลางทุ่งนาในซอยเล็กๆ ซึ่งหน้าปากซอยจะมีร้านอาหารซึ่งผมจำชื่อไม่ได้อยู่สองร้าน แต่ถ้ามองจากหน้าปากซอยจะเห็นป้ายร้านสีเขียวเล็กๆ มาแต่ไกล ยิ่งถ้าไปตอนกลางคืนก็จะมองเห็นป้ายเขียวนี้ชัดมาก ถ้าขับรถจากปายมุ่งหน้าไปเชียงใหม่จะถึงซอยเล็กๆ ที่ว่านี้ก่อนสามแยกที่จะไปปายหวาน และถึงก่อน Coffee in Love โดยซอยจะอยู่ทางซ้ายมือ แผนที่ด้านล่างครับ



22:30 กลับปายบ้านไทย เข้านอน เตรียมแรงไว้ลุยห้วยน้ำดังในเช้าตรูวันรุ่งขึ้น

5:30 ตื่นนอนตามคำแนะนำของพนักงานตอนรับที่ปายบ้านไทย แกบอกว่าไปถึงห้วยน้ำดัง 6:30 น. เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมทะเลหมอก ถ้าพวกเราโชคดี พวกเราจึงจำใจต้องพรากจากที่นอนอันแสนนุ่ม ขึ้นรถและออกเดินทางไปห้วยน้ำดัง

6:30 ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีกับระยะทางขึ้นเขาประมาณ 30 กิโลเมตร พวกเราก็มายืนอยู่ที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม อากาศที่นี่ค่อนข้างหนาวถึงแม้จะเป็นหน้าฝนก็ตาม



เป็นวันที่โชคไม่เข้าข้างพวกเรา ห้วยน้ำดังถูกปกคลุมไปด้วยหมอกฝนซึ่งบดบังทะเลหมอกไปเสียหมด แต่ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ อย่างที่เขาเรียกกันว่าเมืองในหมอก เป็นครั้งแรกของผมที่เห็นหมอกตัวเป็นๆ เคลื่อนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา



ผมได้ยินเสียงคล้ายฝนตกอยู่ตลอดเวลาทั้งๆ ที่ไม่มีฝน นี่อาจเป็นที่มาของชื่อห้วยน้ำดังก็เป็นได้



พิกัด GPS จุดชมวิวดอยกิ่วลม N19 18.851 E98 36.244 สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายด้วยรถยนต์ โดยขับรถเข้าไปที่ทำการอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง แล้วจึงขับรถเลยไปอีกนิดก็จะถึงจุดชมวิวดอยกิ่วลม ตามแผนที่ด้านล่างครับ



7:20 ลงจากจุดชมวิวดอยกิ่วลม แวะจุดชมวิวระหว่างทาง เพื่อชมทะเลหมอกเล็กๆข้างทาง



มีหลายจุดที่พวกเราแวะชมวิวสวยๆ ระหว่างเดินทางกลับปาย



และยังมีโอกาศเดินเล่นในทุ่งนายามเช้า



8:30 กลับมาถึงที่พักปายบ้านไทย ทานอาหารเช้า
(ดูรีวิวอาหารเช้าปายบ้านไทยด้านบน) และเข้านอนชดเชยเวลานอนที่หายไป

11:30 แวะจิบชากาแฟยามเที่ยงที่ all about coffee ร้านกาแฟเก่าแก่บนเรือนไม้ใจกลางเมืองปาย



บรรยากาศร้านนี้ไม่เปลี่ยนไปจากครั้งที่แล้วที่ผมได้มาเยี่ยมเยือนที่นี่เลย



ชา กาแฟ และขนมเค้ก ก็พร้อมสำหรับพวกเรา... รสชาติเครื่องดื่มและขนมที่นี่อร่อยครับ บางอย่างอร่อยมาก แต่ราคาก็ตามคุณภาพ (เค้กถ้วยละ 60-80 บาท) ผมติดใจรสชาติของเค้กบานอฟฟี่มากที่สุด



นอกจากร้านนี้จะขายกาแฟแล้วยังขายงานศิลปะอีกด้วย ร้านนี้เปิดเฉพาะตอนกลางวันนะครับ ตกเย็นก็ปิดแล้ว



พิกัด GPS All About Coffee N 19 21.653 E 98 26.428 อยู่บนถนนคนเดินตรงข้ามร้านโปสการ์ดตามแผนที่ด้านล่างครับ



12:30 จุดสุดท้ายที่พวกเราตั้งใจแวะก่อนจากปายคือ Hillside Coffee House



ร้านกาแฟคู่แข่ง Coffee in Love ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก



ป้าย Feel Switzerland Touch in Pai ด้านหน้า ทำให้พวกเราอยากเห็นจริงๆ ว่าบรรยากาศจะสวยแค่ไหน



วิวที่ถูกโฆษณาว่า Feel Switzerland Touch in Pai ครับ



บ้านหลังสีขาว กับวิวสวยๆ น่าพักผ่อนจริงๆ แต่ไม่ได้มีให้เช่าครับ เพราะเป็นบ้านของเจ้าของ Hillside Coffee House



ขาเขียวแก้วนี้อร่อยมากครับ ผมชอบแก้วนี้มากกว่าชาเขียวที่ All About Coffee เสียอีก เครื่องดื่มที่นี่แก้วละ 40-60 บาท แต่แอบได้ยินโต๊ะข้างเคียงบ่นถึงความไม่อร่อยของน้ำหวานใส่โซดา



มีสวนเล็กๆ อยู่ข้างร้าน ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นสวนนั้นเป็นถ้วยกาแฟยิ้ม



พิกัด GPS Hillside Coffee House N19 20.287 E98 25.880 อยู่เยื้องกับ Coffee in Love แผนที่ด้านล่างครับ



14:00 ออกเดินทางจากปายแบบชิลๆ แวะชมวิวข้างทางบนเส้นทางไปเชียงใหม่



จุดชมวิวรักจัง (พิกัด GPS N19 15.168 E98 38.307)



17:00 ถึงเชียงใหม่ นอนเอาแรงซักคืนก่อนขับรถกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น โดยพวกเราเลือกพักที่เชียงใหม่ฟลอร่าซึ่งอยู่ในนิมมานเหมินทร์ซอย 17 ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห้องกว้างขวางพอสมควร มีทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่นครบครัน ห้องน้ำเล็กไปหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากับราคาเพียง 500 บาทต่อคืน (ไม่รวมอาหารเช้า) ดูรายละเอียดเชียงใหม่ฟลอร่าได้ที่ http://www.chiangmaiflora.com/

17:40 ทานอาหารเมืองที่ร้านต๋องซึ่งอยู่ในนิมมานเหมินทร์ซอย 13 ตามคำแนะนำของพนักงานต้อนรับของเชียงใหม่ฟลอร่า อาหารโดยรวมอร่อยผ่านเกณฑ์ ผมชอบลาบหมูกับแกงโฮ๊ะ ราคาอาหารจานละ 50-80 บาทซึ่งถือว่าไม่แพง

19:00 ช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินเชียงใหม่ซึ่งอยู่ติดกับวัดพระสิงห์ ภายในวัดมีที่จอดรถอยู่บ้านแต่หาที่จอดรถแทบไม่ได้เลย วนไปมาหลายรอบอยู่กว่าจะจอดได้

พิกัด เชียงใหม่ฟลอร่า N 18 47.716 E 98 58.084
พิกัด ร้านอาหารต๋อง N 18 47.802 E 98 58.064
พิกัด ถนนคนเดิน N 18 47.306 E 98 58.964

แผนที่ด้านล่างครับ


ตามธรรมเนียมคนไทย วันกลับก็ต้องแวะซื้อของฝาก ผมเลือกซื้อที่ร้านวนัสนันท์ ร้านนี้กระเทียมโทนขึ้นชื่อ แต่ผมซื้อแคบหมูและน้ำพริกหนุ่มมาทาน กรอบอร่อยดีได้ใจเลยครับ พิกัด วนัสนันท์ N 18 48.454 E 99 0.894 แผนที่ด้านล่างครับ




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2554 10:26:59 น.
Counter : 7544 Pageviews.  

เที่ยวปายฝน ความสงบสวยงามของปายที่ยังสัมผัสได้ รีวิวพร้อมข้อมูลแน่นๆ ภาคแรก

เป็นครั้งที่สองที่มาเยือนปาย แต่เป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ครั้งแรกนั้นต้องย้อนไปนานพอควรในสมัยที่ปายอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา รีสอร์ทยังมีไม่มาก แต่คนก็เริ่มมาเที่ยวกันมากมายในช่วงหน้าหนาวที่โรแมนติก ความรู้สึกของผมในตอนนั้น ปายก็แค่เมืองที่สับสนวุ่นวายเมืองหนึ่ง

ครั้งนี้ รีสอร์ทผุดขึ้นราวกับว่าสามารถรองรับคนได้ทั้งกรุงเทพ เพียงแต่นักท่องเที่ยวในหน้าฝนหลังวิกฤตการเมืองนั้นลดน้อยลงมากจนทำให้รู้สึกได้ว่า ปายที่เงียบสงบและสวยงาม เป็นอย่างนี้เอง


23:00 เดินทางออกจากกรุงเทพ ด้วยรถ vios ติดแก๊สคู่ใจ ทีแรกคาดว่าจะออกจากกรุงเทพตั้งแต่สองทุ่มแต่ดันเจอพิษฝนตกรถติดในกรุงเทพเสียเวลาไปถึง 3 ชั่วโมง ผมและเพื่อนผลัดกันขับรถโดยไม่มีการพัก จะแวะปั๊มก็เพียงเพื่อเข้าห้องน้ำและดื่มกาแฟเล็กน้อย เป้าหมายแรกของเราคือปั๊มแก๊สที่จังหวัดตาก ซึ่งราคาแก๊สก็ไม่แพงมาก 12.50 บาทต่อลิตร ดูแผนที่ปั๊มแก๊สทั่วประเทศสไตล์ Google Map คลิ๊กที่นี่ครับ (แผนที่นี้ผมไม่ได้ทำเองครับ ให้เครดิตคุณ Wirote)



6:30 แวะเติมแก๊สอีกครั้งที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ด้วยราคาเดิม 12.50 บาทต่อลิตร เพราะระหว่างทางจากเชียงใหม่ถึงปายจะไม่มีปั๊มแก๊สให้เติมอีกแล้ว หลังจากนั้นก็แวะปั๊มเพื่อหาอะไรรองท้องและทานยาแก้เมารถ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับพวกเรา



9:45 หลังจากขับรถขึ้นเขาอยู่ 762 โค้งเป็นระยะทางเกือบร้อยกิโลเมตร... ถึงซักที ปาย ทีแรกกะแวะห้วยน้ำดังก่อนเข้าที่พัก แต่ทุกคนอ่อนเปลี้ยเหลือจะทน จึงขอไปเติมพลังด้วยการนอนสักพัก รีสอร์ทคืนแรกสำหรับพวกเราเลือกคือ ภูรวิดา รีสอร์ท



จองผ่าน http://www.allresortthailand.com ด้วยราคา 1130 บาทต่อคืน ซึ่งเป็นราคา Low Season



จัดสวนได้สดชื่นสวยงามทีเดียว



วางห้องพักได้อย่างลงตัว ไม่แออัด มีพื้นทีสีเขียวให้หายใจ



ด้านในห้องพัก มีเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่นที่ร้อนได้ทันใจ มุมนั่งเล่นเล็กๆ เคเบิ้ลทีวีที่ไม่มีเวลาดู และ Internet Wifi ฟรี ตำหนิของที่นี่เห็นจะเป็นเรื่องกลิ่นอับเล็กๆ ที่ผ้าห่มและปูที่นอน คืนที่สองที่เปลียนรีสอร์ทก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน เข้าใจว่าหน้าฝนอย่างนี้ผ้าคงแห้งยากและมีกลิ่นอับ ข้อด้อยเล็กอีกเรื่องคือประตูไม้ที่เปิดและปิดลำบากเนื่องจากเป็นประตูไม้ที่พองตัวในหน้าฝนทำให้ประตูสีกับขอบวงกบ



อาหารเช้าเป็น ไข่กวนที่จืดไปนิด ไส้กรอก ขนมปัง และชาหรือกาแฟ ระหว่างทานอาหารเช้า ได้พูดคุยกับเจ้าของภูรวิดาอัธยาศัยดี แนะนำสถานที่เที่ยว และบอกว่าช่วงหน้าฝนหลังวิกฤตการเมืองแบบนี้ นักท่องเที่ยวน้อยลงมากเมื่อเที่ยบกับหน้าฝนที่แล้ว เราน่าจะเป็นพวกเดียวที่มาพักที่ภูรวิดาวันนี้



ปิดท้ายด้วยผลไม้ซึ่งมี แอ็ปเปิ้ลและกล้วย



สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของภูรวิดาได้ที่ http://www.yellowthailand.com/puravidapai/
พิกัด GPS ของภูรวิดา N 19 23.590 E 98 26.913 ออกจากตัวเมืองปายไปทางวัดพระธาตุแม่เย็น ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปายแล้วจะเจอสามแยกที่มีป้ายรีสอร์ทเยอะๆ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร ถ้าขับรถเข้าไปตอนกลางคืนคงคิดว่าหลงแล้วหล่ะ เพราะค่อนข้างลึกและเปลี่ยวอยู่พอสมควร แผนที่ด้านล่างครับ



15:00 ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น พร้อมลุย แต่กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง เราจึงเติมท้องของเราที่ น้องเบียร์ ร้านชื่อดังกลางเมืองปาย ที่เคยได้ข่าวมาว่าถูกและอร่อย แต่ไม่ค่อยบริการคนไทย



ผมสั่งอาหารมา 4 อย่างคือ ข้าวซอย แกงฮังเล มัสมั่น และ ยำเห็ด รสชาติผ่านทุกจานครับ เแต่ที่ถูกใจผมที่สุดเห็นจะเป็น มัสมั่น ที่รสชาติแตกต่างไปจากที่ผมเคยทาน รสจะออกเปรี้ยวเล็กน้อย เข้มข้นและอร่อยมากครับ ส่วนเรื่องการบริการนั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับผม เพราะตอนผมไปทานคนน้อยเหลือเกิน ผมให้คะแนน 9/10 สำหรับร้านนี้เลยครับ



อาหารราคาอยู่ในช่วง 60 – 80 บาทต่อจาน ค่าเสียหายต่อสี่คนประมาณสามร้อยกว่าบาทซึ่งถือว่าไม่แพง

ดูรีวิวจานอื่นรวมทั้งเมนูอาหารของร้านน้องเบียร์ คลิ๊กที่นี่ครับ

พิกัด GPS ของร้านน้องเบียร์ N19 21.655 E98 26.369 อยู่ใกล้ๆ กับร้านโปสการ์ดชื่อดังตรงถนนคนเดิน แผนที่ด้านล่างครับ



15:40 ระหว่างทางไปศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน เห็นร้านกาแฟสวยๆ เลยแวะซักหน่อย Montis Cafe



ร้านกาแฟ ตกแต่งได้แนวทีเดียว



นอกจากเป็นร้านกาแฟแล้ว ยังเป็นรีสอร์ทอีกด้วย เสียดายที่ไม่ได้ขอเข้าไปถ่ายด้านใน เลยถ่ายรูปมาแต่ด้านหน้ารีสอร์ท



วิวทุ่งนาฝั่งตรงข้ามกับ Montis



พิกัด GPS Montis N19 21.945 E98 25.569 ถ้าออกจากเมืองปายไปศูนย์วัฒนธรรมยูนนานจะเจอสี่แยกที่ตัดกับถนนใหญ่ เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวก็จะเจอ Montis แผนที่ด้านล่างครับ



16:20 ถึงศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนานซักที หลังจากโต๋เต๋ที่ Montis อยู่นาน ที่นี่เปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับครั้งแรกที่ผมมา มีรีสอร์ทที่สร้างจากดิน ไว้รองรับนักท่องเที่ยว เนื้อที่กว้างใหญ่กว่าแต่เดิมมาก แต่คนที่นี่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิม



มาที่นี่ทีไร ก็ไม่วายต้องซื้อชาจีนติดไม้ติดมือกลับบ้านทุกทีไป แต่คราวนี้ได้ความประทับใจในมิตรไมตรีของคนจีนยูนนานกลับไปด้วย ขอขยายความซักหน่อยนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า ผมต้องการซื้อชาจีนกลับบ้านและเลือกเดินเข้าร้านที่สองซึ่งมีหน้าต่างเป็นรูปหัวใจ (ร้านถัดจากร้านในรูปด้านล่าง) เพื่อนผมถือถ้วยชาที่เขาเลือกเพื่อไปจ่ายเงินแม่ค้า แต่ดันทำฝาถ้วยหล่นแตก แม่ค้าแกยิ้มให้แล้วบอกกับเพื่อนผมว่า “ไม่เป็นไรค่าเดี๋ยวเปลี่ยนใบใหม่ให้” เป็นแม่ค้าแถวบ้านผมคงไม่ทำหน้ายิ้มแบบนี้แน่ แถมคิดเงินใบที่แตกด้วย วันรุ่งขึ้นผมมาที่นี่เพื่อทานขาหมูน้ำแดง แล้วก็ไปนั่งเล่นตรงโต๊ะกลมหน้าร้านแม่ค้าคนเดิม แก่เอาชามาเสริฟให้เรา 1 กาใหญ่ๆ พร้อมกับผลไม้แช่อิ่มจานโต แล้วบอกพวกเราว่า “เอามาให้ชิมค่า” เยอะขนาดนี้แถวบ้านผมเรียกว่า “เอามาให้กินจนอิ่ม”ไม่ใช่เอามาให้ชิม เพราะกินจนอิ่มแล้วยังเหลือเลย วันนั้นผมจึงอุดหนุนผลไม้แช่อิ่มแกเพิ่ม ไม่ใช่เพราะเกรงใจนะครับ แต่ของเขาดีจริง



ด้านหน้าจะเป็นร้านอาหาร และร้านขายชาจีน เดินมาด้านในจะเจอชิงช้าที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ การมาปายครั้งที่แล้วของผมในหน้าหนาว คนต่อคิวเพื่อที่จะโล้ชิงช้า กันมากมาย แต่วันนี้ชิงช้านั้นนิ่งรอใครซักคนไปโล้มัน



เดินเข้าไปด้านในอีก เป็นส่วนรีสอร์ทที่สร้างจากดินที่วันนี้ยังเงียบสงัดด้วยความว่างเปล่า เรียงรายอยู่หลายหลัง ผมไม่แน่ใจว่าเปิดให้นักท่องเที่ยวอยู่ค้างคืนหรือเป็นแค่บ้านของคนจีนยูนนาน แต่ที่แน่ๆ คืนบ้านเหล่านี้พึ่งสร้างเสร็จไม่นาน บางหลังก็กำลังก่อสร้างอยู่เพื่อต้อนรับเทศกาลท่องเที่ยวที่ใกล้เข้ามา



ศาลากลางน้ำในรีสอร์ท



โบสถ์คริสต์ที่โอบล้อมด้วยขุนเขา



ความสงบสวยงามและน้ำใจไมตรีของหมู่บ้านแห่งนี้สามารถทำให้ผมมีแรงที่จะต่อสู้กับโลกที่วุ่นวายในเมืองกรุงได้อย่างดี



พิกัด GPS ศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน N19 22.322 E98 24.229 แผนที่ด้านล่างครับ



17:30 ออกเดินทางไปCoffee in Loveร้านกาแฟยอดนิยมของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะห้อง Blue planet



ถึงแม้ว่าร้านจะปิดแล้ว แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเรา เพราะเราแค่จะมาเก็บบรรยากาศสวยๆ สงบๆ



มุมนั่งทานกาแฟกลางสวน ในวันที่ไร้ผู้คน



ถ่ายรูปแบบสบายๆ ไม่ต้องแย่งใคร



มุมนั่งเล่นทามกลางวิวขุนเขาอีกมุม



วิวสวยข้างๆ จุดขายกาแฟ



บ้านสไตล์ยุโรป ข้างๆ Coffee in Love



ไม่แน่ใจว่าบ้านหลังนี้เป็นของเจ้าของ Coffee in Love หรือเปล่า



ตู้รับจดหมายแบบอาร์ทๆ



และหมาอัธยาศัยดีตัวนี้ กระดิกหางเดินตามพวกเราตลอด เหมือนจะคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเรา เจ้าของเรียกกลับบ้านก็ไม่กลับ จนกระทั่งเราขับรถออกไป มันถึงเดินกลับบ้าน เจ้าของปัจจุบันของมันเล่าให้ฟังว่ามีคนมาทิ้งมันที่ร้าน Coffee in Love ตั้งแต่มันยังเล็ก เขาเลยเลี้ยงมันไว้ ไป Coffee in Love อย่าลืมไปเล่นกับมันบ้างนะครับ



พิกัด GPS Coffee in Love N19 20.416 E98 26.045 แผนที่ด้านล่างครับ



19:00 แสงสว่างจากตะวันเริ่มหมดลง คงเหลือแต่ความสว่างจากไฟฟ้าบนถนนคนเดิน ซึ่งวันนี้ดูจะเงียบเหงาไร้ซึ่งผู้คน บางครั้งมองไปตามทางก็จะเจอแต่พ่อค้าแม่ค้า ผมจอดรถไว้หน้าธนาคารที่เขาว่ากันว่าสวยที่สุดในย่านนี้



เป็นธนาคารที่จัดมุมเก๋ๆ ไว้ให้เก็บภาพประทับใจด้วย



มุ่งหน้ามาทางถนนคนเดินตามซอยนี้ก็จะผ่านหน้าร้านโรตีชีสชื่อดังที่ต้องต่อคิวกันยาวเหยียดเพื่อลิ้มลอง แต่วันนี้ไม่ต้องรอแต่อย่างใด สั่งปุ๊บได้ทานปั๊บ ใส่ชีสราคาแผ่นละ 25 – 30 บาท พวกเราก็ไม่เกรงใจพี่ชายขายโรตีเลย นั่งกินกันบนโต๊ะตัวเดียวหลังร้านพี่แกนั่นแหละ แถมกินอิ่มแล้วยังขอน้ำคนขายมาดื่มอีก แต่แกก็ยิ้มแย้มแจ่มใสนะครับ แกก็บอกเหมือนกันว่าปีนี้คนน้อยลงมาก



เลี้ยวซ้ายเข้าถนนคนเดินมาได้ซักนิด เจอป้าแกขายอโวคาโด้ แต่แกขายเป็นกิโล กิโลละ 40 บาท ผมซื้อ 1 กิโลกรัมให้แกปลอกเปลือกและราดน้ำผึ้งให้ แกคิด 60 บาท วันต่อมาแกเลยขายเป็นจานราดน้ำผึ้งเสร็จ ไม่ขายเป็นกิโลอีกเลย อโวกาโด้ราดน้ำผึ้งอร่อยดีครับ เจ้าของภูรวิดาเล่าให้ฟังว่าคนแถวนี้ทานอโวกาโด้กันเป็นประจำ เป็นผลไม้หาทานง่าย แต่ป้าขายอโวกาโด้คงไม่ใช่คนแถวนี้ เพราะแกขายของเหมือนคนกรุงเทพครับ ผมขอชิมเสาวรสที่แกบอกว่าหวานนักหวานหนาและคิดว่าจะซื้อสักกิโล แกบอกว่า “มากไปแล้ว ซื้อชิมสักกิโลไหมล่ะ” ผมอึ้งไปเลย เพราะเจอแต่คนมีน้ำใจมาทั้งวัน



หลายคนแนะนำว่าถนนคนเดินมีขายสตอเบอรี่คลุกอร่อยมาก แต่วันนี้หาซื้อไม่ได้เลยเนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลของสตอเบอรี่

เดินมาอีกนิดจะเจอร้านขายของน่ารักๆ ทางซ้ายมือ หน้าร้านจะมีหมีสามตัวนั่งเรียกลูกค้า ผมหลงซื้อหมีน่ารักตัวเล็กซึ่งแกบอกว่าแกทำเองแต่วันต่อมาเจอหมีแบบเดียวกันที่ถนนคนเดินเชียงใหม่... ก็ยังดีที่ราคาที่ร้านแกถูกกว่าถนนคนเดินที่เชียงใหม่



เดินมาอีกนิดก็จะเจอร้านขายโปสการ์ดและของที่ระลึกชื่อดัง ปายสบายดี



แวะร้านนี้ทีไรได้ของติดไม้ติดมือกลับมาทุกที



20:10 มื้อเย็นของเราที่ แอนแหนมเนือง



สั่งมา 4 เมนูคือ แหนมเนือง ก๋วยจั๊บญวณ หมูยอทอด และปีกไก่ทอดสมุนไพร รสชาติอร่อยผ่านเกณฑ์ทุกจานยกเว้น ก๋วยจั๊บญวณซึ่งรสจะจืดไปนิดนึง แต่ที่ถูกใจและต้องสั่งเบิ้ล 2 จานคือ หมูยอทอด เพราะติดใจน้ำจิ้มหมูยอที่รสชาติคล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ดแบบไม่เผ็ดใส่ด้วยหอมเจียว เรื่องราคาอาหารนั้นก็ไม่แพง ราคาพอๆ กับร้านน้องเบียร์ ผมให้คะแนน 8/10 ครับ



อาหารราคาอยู่ในช่วง 60 – 80 บาทต่อจาน ค่าเสียหายต่อสี่คนประมาณสามร้อยกว่าบาทซึ่งถือว่าไม่แพง

พิกัด GPS ของแอนแหนมเนือง N 19 21.692, E 98 26.392 อยู่ใกล้ๆ กับร้านโปสการ์ดชื่อดังตรงถนนคนเดินและร้านน้องเบียร์ แผนที่ด้านล่างครับ



21:00 ได้เวลากลับที่พัก เข้านอนหลังจากท่องเที่ยวมาทั้งวัน

7:45 ตื่นขึ้นมาด้วยอากาศที่สดชื่นในเช้าที่สดใส ทานอาหารเช้า ที่ภูรวิดา (รีวิวอาหารเช้าดูได้ด้านบน) โปรแกรมวันนี้จริงๆ แล้วอยากไปปางอุ๋ง เอาโคลนพอกตัวที่ภูโคลน แต่พอได้พูดคุยกับเจ้าของภูรวิดาและเจ้าของปายบ้านไทย ได้ข้อสรุปว่าทางช่วงนี้มีดินถล่มข้างทางมากมายและปางอุ๋งก็ยังไม่ใช่ช่วงที่สวย เกรงว่าไปแล้วจะผิดหวังและเสียเวลาขับรถข้ามเขาถึง 200 กิโลเมตร เราจึงตัดสินใจไม่ไปปางอุ๋ง โปรแกรมวันนี้ของพวกเราเลยเที่ยวปายแบบชิวๆ สบายๆ



9:45 เตรียมตัวเช็คเอาท์ออกจากภูรวิดา พร้อมกับเก็บเกี่ยวบรรยากาศปายนาระหว่างทาง



การทำนาของชาวบ้านแถวนี้ยังคงใช้เจ้านี่ไถนาอยู่



รีสอร์ทข้างๆ ภูรวิดาครับ ซึ่งตกแต่งด้านหน้ารีสอร์ทได้สวยงาม แต่ด้านในดูไม่ค่อยร่มรื่นเท่าไรเมื่อเทียบกับภูรวิดารีสอร์ท



อีกรีสอร์ทหนึ่งในถนนเส้นนี้ ที่ใช้นาข้าวภายในรีสอร์ทเป็นจุดขาย



ห้องพักสไตล์ Modern ตั้งสง่าอยู่กลางนา แปลกไปอีกแบบ



รีวิว ปายบ้านไทย ปายหวาน สะพานประวัติศาสตร์ ห้วยน้ำดัง All about Coffee, Hillside Coffee House, สัมตำหน้าอำเภอ, ครัวสองตายาย, ขาหมูน้ำแดงยูนนาน คลิ๊กที่นี่ครับ




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2554 10:28:51 น.
Counter : 7638 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.