www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws

Group Blog
 
All blogs
 

มนต์รักโคกสาริน..ตอนที่ ๓๕

เข้าวันใหม่........

ที่คฤหาสน์เสี่ยมาย.......

ประเวศเดินยิ้มลงมาหาเสี่ยมาย

“อ้าว เวศ นั่นจะไปไหนล่ะ มาๆ กินอาหารเช้าคืนกำไรกับพ่อมาๆ ลูก”

ประเวศยิ้มแล้วส่ายหน้า “ผมต้องขอตัวครับพ่อ พอดีวันนี้ผมนัดกับ เอ่อ พัดไว้นะครับ”

เสี่ยมายฟังแล้วยิ้ม “อ๋อ ๆ พ่อเข้าใจแล้ว วันหลังก็ชวนหนูพัดเค้ามากินอาหารเช้าคืนกำไรบ้างสิลูก”

ประเวศยิ้มเขิน “ครับ แล้วผมจะบอกพัดให้ แล้วนี่ดลไปไหนล่ะครับ”

“อ๋อ ออกไปแล้วกับหนูโอ๋ เห็นว่าจะไปดูไอ้บัตรกับสมุนที่ตำรวจจับได้เมื่อคืนน่ะ เขาว่ามีทีวีมาทำข่าวด้วยนะ เพราะยาบ้าที่จับได้น่ะ เยอะมาก ไอ้พวกนี้นี่มันวางแผนกันแยบยลจริงๆ อุตส่าห์ซ่อนไว้ในแคร่ไม้ไผ่เชียวนะลูก.....”

แคร่ไม้ไผ่หรอ....เอ คุ้นๆอยู่นะ แต่ประเวศก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก บอกเสี่ยมายต่อไปว่า

“แล้วผมก็จะไปเยี่ยม อบต. ด้วยครับ เห็นว่าเมื่อคืนพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ยังมีแผลอักเสบอยู่”

“จริงสินะ เดี๋ยวพ่อออกไปที่โรงงานก่อน แล้วจะแวะไปเยี่ยมเหมือนกัน”

“งั้น ผมไปก่อนนะครับ” เสี่ยมายพยักหน้า แล้วประเวศก็เดินออกไป

เสี่ยมายมองตามหลังลูกชายแล้วยิ้ม นี่เองคือสิ่งที่เขาต้องการ.....การเห็นลูกชายมีความสุข นั่นคือความสุขของเขา....การได้คืนกำไรให้ลูกเนี่ย มันเยี่ยมจริงๆ.....


ผู้ใหญ่พิษณุเดินฮัมเพลงเบาๆ

“รักกันไหม....หัวใจมันอยากเสนอ....รอแต่เธอ...เมื่อไหร่จึงจะสนอง...”

จนมาถึงต้นมะขาม (ต้นเดิม) หน้าบ้านประพาสก็เรียก

“พาสเว้ยยยยยยยยยยยย”

ประพาสเดินหน้ามุ่ยลงอีกเหมือนเดิม

“เอาอีกแล้วนะพี่ผู้ใหญ่ ตะโกนโหวกเหวกไปได้ ได้ยินไปสามบ้านแปดบ้านโน่น กลัวคนเค้าไม่รู้หรือไงว่าพูดได้น่ะ” อูย.......

ผู้ใหญ่พิษณุหัวเราะ

“แหม ก็แกล้งตะโกนโชว์พาว ไปงั้นเองแหละ” ผู้ใหญ่พิษณุหยุดพูดแล้วชูของที่ถือในมือขึ้นมาให้ดู

“นี่ๆ ดูซะ เห็นไหมว่านี่อะไร” ในมือของผู้ใหญ่พิษณุนั้น มันคือ...

กระเช้ากล้วยไม้ 2 กระเช้า อันหนึ่งสีฟ้าใส อีกอันหนึ่ง สีชมพูบานเย็น

“โอ้โห พี่ผู้ใหญ่ กล้วยไม้สวยจังเลย”

ประพาสลงจากบ้านมาทันที มาถึงก็มองกล้วยไม้ด้วยความชื่นชม แล้วหันไปถามผู้ใหญ่พิษณุที่ยืนยิ้มปลื้มๆ อยู่

“นี่พี่ผู้ใหญ่ จะเอากล้วยไม้ไปขายที่ตลาดนัดหรอ” แป่ว...

ผู้ใหญ่พิษณุหยุดยิ้มทันที “เฮ้ย พาสนี่ พูดงี้ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว กล้วยม้งกล้วยไม้ไม่ให้มันแล้ว”

ประพาสได้ฟังก็หัวเราะ เข้าไปกอดแขนผู้ใหญ่พิษณุแล้วว่า

“แหม พี่ผู้ใหญ่ พาสล้อเล่น ทำเป็นงอนไปได้ น่า...เดี๋ยวหัวล้านนะ”

ผู้ใหญ่พิษณุสะดุ้งรีบเอามือจับทรงผมหัวแห้วของตัวเองทันที ประพาสเห็นก็หัวเราะ

“ยังพี่ผู้ใหญ่ ยังไม่ล้านสักหน่อย อย่าเพิ่งจิตตก” แล้วก็หยุดมองกล้วยไม้สีฟ้าอีกครั้ง

“แต่กล้วยไม้สวยจริงๆนะพี่ผู้ใหญ่ สีก็แปลก”

ผู้ใหญ่พิษณุยิ้มแล้วหยิบกล้วยไม้สีฟ้าให้

“อันนี้ที่บอกว่าจะเอามาให้พาสไง สีฟ้า.....พี่ผสมเองนะ..สวยแล้วชอบไหมล่ะ”

“ชอบสิ.....ชอบมากๆเลย” แล้วประพาสก็รับกล้วยไม้สีฟ้าอย่างทนุถนอม

“เห็นไหม พี่บอกแล้ว มีพี่มันดีอย่างนี้ไง “ ผู้ใหญ่พิษณุว่ายิ้มๆ

ประพาสพยักหน้า “จริงด้วยสิพี่ผู้ใหญ่ มีพี่ผู้ใหญ่นี่ อยากได้อะไรก็ได้ อยากให้ทำอะไรก็ทำให้”

ผู้ใหญ่พิษณุค้อน “แหม พูดยังกับคนใช้เชียวนะ”

ประพาสหัวเราะ มองไปที่กล้วยไม้สีชมพูบานเย็น

“ แล้วอีกอันเนี่ย จะเอาไปเยี่ยม อบต.หรอ”

ผู้ใหญ่พิษณุพยักหน้า “ใช่ พี่ว่าเหมาะกับ อบต. เขาดี..”


ประเวศเดินยิ้มเข้าไปในโรงพยาบาล แล้วก็เข้าไปหาพัดชาที่ห้องตรวจ

“พัดครับ" ประเวศเรียก พัดชาหันมายิ้ม ยื่นถุงคุ๊กกี้ให้

“คุณเวศมาพอดี....ทานคุ๊กกี้นะคะ”

ประเวศยิ้ม เดินมานั่งข้างพัดชา คว้ามือมากุมไว้ มองไปที่คุ๊กกี้ยิ้มๆ

“ครับ…”

“อ้าว รับคำง่ายๆ เลยหรอค่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคุณเวศก็ต้องบอกว่า ไม่ละครับ....กลัวพัดทานไม่อิ่มไม่ใช่หรอ”

“ก็ตอนนี้ผมอยากกินแล้วครับ...เพราะผมอยากแกล้งพัด” อุ้ย พ่อประเวศคนดี เดี๋ยวนี้มีแกล้งด้วยแน่ะ

“คุณเวศนี่ จะมาแกล้งพัดทำไม”

“อ้าว ก็พัดแกล้งผมก่อนนี่…”

“เปล่านี่คะ พัดยังไม่ได้แกล้งคุณเวศเลย....” พัดชาทำหน้าสงสัย ประเวศยิ้ม

“แน่ะ แกล้งแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ก็พัดนั่นแหละ แกล้งผมเห็นๆเลย แกล้ง...ขโมยหัวใจผมไป” อูย........

พัดชาเขิน “คุณเวศนี่ พูดอะไร เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้”

“ก็บอกแล้วไง ความรัก ทำให้ผมเป็นแบบนี้....” อูย...

พัดชาเขินจึงหยิบคุ๊กกี้ใส่มือให้ ประเวศรับมากิน แล้วหลับตา

“อืม ของเค้าดีจริงๆเนอะ.......”

พัดชาพยักหน้า แล้วก็ว่า

“คุณเวศรู้ไหม มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่พัดทานคุ๊กกี้ไม่ลงเลย

“ช่วงไหนหรอครับ.....”

“ก็ช่วงที่คุณเวศไม่สบาย...” พัดชาพูดแล้วนิ่งไป

“ตอนนั้น พัดรู้สึกยังไงก็ไม่รู้.....”

“แต่ผมรู้.....อย่างนั้นน่ะ เขาเรียกว่า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ...แน่ะ แสดงว่าพัดคงเป็นห่วงผมมากใช่ไหม”

พัดชาเขิน ไม่ยอมตอบ ประเวศอมยิ้ม

ต่างคนต่างกินคุ๊กกี้กันไป คุยกันไป ท่าทางมีความสุขเหลือเกิน

สักพักก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เปิดออกไปก็เห็นผู้ใหญ่พิษณุกับประพาสยืนอยู่หน้าห้อง ในมือผู้ใหญ่มีกล้วยไม้สีชมพูบานเย็น

“อ้าว คุณเวศ มาแต่เช้าเลยนะ” ประพาสเห็นก็แซว ประเวศยิ้มเขิน

“ก็พอดีผม...เอ่อ มาขอคุ๊กกี้พัดทานน่ะครับ” ประเวศพูดไปเขินไป “แล้วก็จะไปเยี่ยม อบต.เขาด้วย”

“งั้น เราไปกันเลยไหมครับ.....” ผู้ใหญ่พิษณุชวน ทุกคนเห็นด้วย จึงพากันไปที่ห้องพักของบุญออบ

ในห้องพักคนไข้ของบุญออบ

เปรี้ยวนั่งอยู่ที่เก้าอี้ชิดเตียง กำลังมองบุญออบที่นอนหลับอยู่

ในใจก็นึกหวั่นๆ ว่าวันนี้จะได้เจอแม่ของบุญออบ จะเป็นอย่างไรบ้างนะ

ถ้าเป็นคุณป้าคนนั้นจริง....คุณป้าเขาก็ดูใจดีมาก

ขณะที่เปรี้ยวกำลังเหม่อ....คิดเรื่องคุณป้าอยู่นั้น บุญออบก็ลืมตาขึ้นมาทันที

เมื่อเห็นว่าเปรี้ยวนั่งอยู่ข้างๆ จึงคว้ามือเปรี้ยวมาจับไว้ เปรี้ยวตกใจ

“พี่ออบ ตื่นแล้วหรอ” ทักแล้ว เปรี้ยวก็ยิ้มให้

“ตื่นแล้วจ๊ะ แหม วันนี้พี่โชคดีจัง ตื่นขึ้นมาก็เจอคนที่รักอยู่ตรงหน้าเลย”

เปรี้ยวเขิน “พี่ออบ เอาอีกแล้วนะ “

บุญออบหัวเราะ ตามองไปที่แผลที่พันไว้อย่างดี เปรี้ยวมองตาม

“เป็นไงบ้าง พี่ออบ เจ็บแผลหรือเปล่า”

“อืม...ค่อยยังชั่วขึ้นมากแล้วจ๊ะ ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ วันนี้พี่ก็ออกจากโรงพยาบาลได้ แค่แผลที่แขนนิดเดียวเอง”

“ไม่อยู่ต่ออีกสักวันหรอจ๊ะ ไข้เพิ่งลดนะ”

บุญออบส่ายหน้า “ไม่ล่ะ พี่ไม่ชอบอยู่โรงพยาบาล อีกอย่าง วันนี้ต้องไปเป็นพยานเรื่องเจ้าบัตรที่โรงพักด้วย เปรี้ยวก็ต้องไปเหมือนกันนี่”

“จริงสิ เปรี้ยวเกือบลืม...แล้วพี่ออบจะไปไหวหรอ”

“ไหวสิ...พี่แข็งแรงจะตายไป” เปรี้ยวฟังแล้วค้อนให้

“แหม แต่ใครก็ไม่รู้นะ เมื่อคืนนี้ ที่ร้องว่าหนาว แล้วก็เพ้อจนไม่ได้สติน่ะ เปรี้ยวนึกว่าพี่ออบซะอีก”

บุญออบหัวเราะ ดึงเปรี้ยวเข้ามาใกล้ “ตอนนั้นพี่นึกว่าอยู่ในความฝันแน่ะ ว่าแต่ พี่เพ้อถึงเปรี้ยวหรือเปล่า”

เปรี้ยวพยักหน้า

“ว่าแล้วเชียว พี่เพ้อถึงเปรี้ยว ก็เพราะว่าพี่ฝันถึงเปรี้ยว..อยากรู้ไหมว่าฝันว่าอะไร”

บุญออบยิ้ม ทำตาหวาน เปรี้ยวส่ายหน้า


“ก็ตอนที่เปรี้ยวกอดพี่แน่นๆ น่ะ พี่ฝันว่า...” บุญออบกำลังจะพูด ก็พอดีมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เปรี้ยวรีบผละไปทันที เปิดประตูออกมาจึงเห็นว่าเป็น ผู้ใหญ่พิษณุ ประพาส พัดชาและประเวศ

เปรี้ยวยิ้มเขิน ๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ ดีที่ไม่มีใครมาเห็น

ผู้ใหญ่พิษณุเอากล้วยไม้สีชมพูบานเย็นมาให้บุญออบ

“ผมเอากล้วยไม้มาฝากครับ ดอกไม้ทำให้คนป่วยสดชื่น และหายเร็ว”

บุญออบรับมาแล้วกล่าวขอบคุณ

“ แหม พี่ผู้ใหญ่ ไม่ต้องมีกล้วยไม้ของพี่ผู้ใหญ่ อบต.เค้าก็หายเร็วอยู่แล้วล่ะ เค้าก็มี “ดอกไม้บาน” ของเค้าอยู่แล้ว” ประพาสแซวแล้วหันไปหาเปรี้ยว

เปรี้ยวเขิน หันไปค้อนให้ประพาส ทุกคนเห็นก็หัวเราะ

พัดชาหันไปหา อบต. แล้วว่า "

เดี๋ยวได้เวลาทานยาแล้วค่ะ อบต ตกลงว่าจะกลับวันนี้ใช่ไหมคะ”

บุญออบพยักหน้า

“ครับ ผมต้องไปเป็นพยานที่โรงพัก”

ระหว่างที่อบต.กำลังกินยา ก็มีเสียงเคาะประตูอีกครั้ง คราวนี้ประพาสเป็นคนไปเปิด

คนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูก็คือ....ลุงบุญปลั่ง...สุวัจนี....และแม่ของบุญออบ...

แล้วทั้งสามก็เข้ามาในห้อง ทั้งหมดจึงทำความเคารพลุงบุญปลั่งและแม่ของบุญออบ

สุวัจนีรีบเข้ามายืนชิดเตียงบุญออบทันที

“พี่ออบของสุวัจ เป็นอะไรมั่งหรือเปล่าคะ สุวัจเป็นห่วงแทบแย่ เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย”

บุญออบกับเปรี้ยวมองตากัน แล้วบุญออบก็ยิ้มให้สุวัจนี

“พี่ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ ขอบใจสุวัจนะ ที่เป็นห่วงพี่”

แม่ของบุญออบก็เข้ามายืนชิดเตียง แล้วลูบหัวบุญออบ

“ออบ ลูก ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม แม่สวดมนต์ทุกคืนขอให้ลูกปลอดภัย” แล้วคุณแม่ก็มองไปที่เปรี้ยว

“ป้าสวดมนต์ให้หนูด้วยนะ ขอให้หนูปลอดภัย เพราะหนูเป็นคนดีจริงๆ” เปรี้ยวยกมือไหว้ขอบคุณ บุญออบมองยิ้มๆ แล้วว่า

“คุณแม่ครับ นี่เปรี้ยวครับ เปรี้ยวของผมที่เล่าให้คุณแม่ฟังไง”

คุณแม่เบิกตานิดๆ มองเปรี้ยวอย่างประหลาดใจ แล้วอุทานออกมาว่า

“หนูเองหรอจ๊ะ คือเปรี้ยวของออบเค้า......”

เปรี้ยวพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ.........”

แล้วก็หวั่นในใจ กลัวคุณแม่จะไม่ยอมรับ แต่คุณแม่ยิ้ม

“น่ารักจริงๆ อย่างที่ออบบอกแม่ น่ารักกว่าที่แม่คิดไว้ซะอีกนะ แถมยังเป็นคนดีมีน้ำใจอีกต่างหาก”

บุญออบยิ้มปลื้ม

“คนนี้แหละครับ คุณแม่ ที่คอยช่วยดูแลออบตอนที่ไม่สบาย ที่คุณแม่เคยบอกว่า ถ้าใครดูแลออบตอนที่ไม่สบายเหมือนคุณแม่ ให้พามาหาคุณแม่ ก็นี่แหละครับ คนที่ผมจะพามาหาคุณแม่ เค้าเป็นคนที่ผมรัก”

คุณแม่ยิ้ม คว้าเปรี้ยวไปกอดไว้ เปรี้ยวถึงกับร้องให้ คุณแม่ตกใจ

“ร้องให้ทำไม หนู”

เปรี้ยวสะอื้น “เปรี้ยวไม่มีแม่ เปรี้ยวเคยฝันอยากให้แม่มากอดเปรี้ยวอย่างนี้ เปรี้ยวรู้สึกอบอุ่น รู้สึก.....”

เปรี้ยวพูดไม่ออก คุณแม่จึงลูบหลังเปรี้ยว ยิ้มด้วยความปราณี

“งั้นมาเป็นลูกแม่อีกคนนะ ลูก” พูดแล้วหันไปทางบุญออบ

“มาเป็นลูกแม่แล้วมีข้อแม้อย่างหนึ่ง...ต้องดูแลพี่ออบเขาแทนแม่ด้วยล่ะ”

เปรี้ยวยิ้มทั้งน้ำตา พยักหน้ารับคำ

แต่แล้วกลับมีเสียงสุวัจนีแทรกเข้ามาทันที

“นี่อะไรกันค๊า อะไรกัน ทุกคนลืมสุวัจไปแล้วหรอ”

ทุกคนหันไปมองสุวัจนี ลุงบุญปลั่งพึมพำเบาๆ

“ใคร๊มันจะไปลืมได้ เสียงแปดหลอดซะขนาดนี้ ฟังแล้วลืมไม่ลงจริงๆ”

คุณแม่ยิ้มให้สุวัจนี

“ใครว่าป้าลืม ไม่มีใครลืมสุวัจหรอกจ๊ะ สุวัจก็ยังเป็นหลานของลุงกับป้า เป็นน้องของออบเขาอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ”

“แต่ว่า...” สุวัจนี เสียงอ่อย “สุวัจไม่ได้อยากเป็นน้องพี่ออบนี่คะ”

“สุวัจจ๊ะ ป้าอยากจะบอกอะไรสุวัจอย่างหนึ่งนะ เรื่องความรักเนี่ยนะ มันบังคับฝืนใจกันไม่ได้ มันเป็นเรื่องของจิตใจ .....สุวัจลองคิดดูนะ ถ้าเกิดเราแต่งงานกันไปแล้ว ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้รักเราเลย จะหาความสุขมาได้จากที่ไหนกัน......

ตอนแรก สุวัจอาจจะมีความสุข แต่ต่อไปละ ถ้าเรารักเขามากๆโดยที่เขาไม่ตอบแทนความรักกลับมาเลยน่ะ ป้าว่าสุดท้าย ก็เป็นเราน่ะแหละที่ช้ำใจ ถามเรายังทำให้คนที่เรารักช้ำใจอีกด้วย...สุวัจลองคิดดู”

สุวัจนีฟังคุณป้าพูดแล้วอึ้งไป

“สุวัจก็ยังสาว...ยังสวย” พูดถึงตรงนี้ลุงบุญปลั่งแอบเบ้หน้า

“ยังมีโอกาสเจอคนดีๆ อีกเยอะ ป้าว่าตอนนี้ เราค่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ เถอะนะ ป้าว่าสุวัจควรแสดงความยินดีกับพี่เขามากกว่า สุวัจไม่ดีใจหรอ ที่พี่เขาจะมีความสุขน่ะ"

สุวัจนีฟังแล้วอึ้งไปอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้า

“ก็ดีใจค่ะ ที่พี่ออบจะมีความสุข.....เฮ้อ” สุวัจนีพูดแล้วถอนใจ คิดไปคิดมาหลายตลบ

ตั้งแต่เรามาอยู่ที่นี่...ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เราจะทำให้พี่ออบยิ้ม....มีแต่ทำให้โกรธ ไม่สบายใจอยู่เรื่อย...แล้วเราเห็นพี่ออบไม่สบายใจแล้วเรามีความสุขหรอ..ไม่เลย

คนที่ทำให้พี่ออบมีความสุข.....พี่ออบเขาก็เจอแล้ว...แล้วเราจะไปแทรกเขาได้ยังไง....เฮ้อ

วิญญาณนางเอกคงเข้าสิงเราแล้ว....สุวัจนีคิดได้ดังนั้นจึงพูดกับบุญออบ

“สุวัจรู้แล้วค่ะ ว่าต้องแสดงความยินดีกับพี่ออบ แล้วก็เธอ” หันไปหาเปรี้ยว

“พอดีชั้นเป็นนางเอก ก็คงต้องเล่นบทนางเอกผู้เสียสละแล้วล่ะ”

แล้วสุวัจนีก็ยิ้มให้บุญออบกับเปรี้ยว เสียงแม่ของบุญออบว่า

“ใช่ สุวัจเป็นนางเอกในชีวิตของสุวัจเองไง ไม่ว่าใครก็เป็นพระเอกนางเอกในชีวิตของตัวเองทั้งนั้น จะสุขจะทุกข์ ก็อยู่ที่ตัวเอง อยากจะให้จบแฮบปี้ หรือจบเศร้าก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราจะเลือกเองเช่นกัน.....”

สุวัจนียิ้มให้ทุกคน แล้วพูดออกมาด้วยความมั่นใจ

“ถ้าสุวัจเป็นนางเอกในชีวิตจริงของสุวัจ ก็หวังว่าจะหาพระเอกได้ในเร็วๆนี้นะคะ”

ทุกคนฟังแล้วก็ยิ้ม............




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2548    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 13:56:58 น.
Counter : 137 Pageviews.  

มนต์รักโคกสาริน..ตอนที่ ๓๖

ปฎลเดินจูงมือมากับโอริโอ๋...มุ่งหน้าไปโรงพัก

แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะมีอะไรอยู่ในใจ ต่างพากันเดินครุ่นคิดเรื่องของตัวเอง สักพักหนึ่งก็หันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

“โอ๋ / ดล.....” ทั้งสองเรียกชื่อออกมาพร้อมกัน

“เอ่อ....” แล้วก็พูดออกมาพร้อมกันอีก

“โอ๋ มีอะไร พูดก่อนแล้วกัน” ปฎลตัดสิน โอริโอ๋จึงพูดก่อน

“คือ…ดล.....โอ๋มีข่าวดีกับข่าวร้ายจะบอกอ่ะ”

“ข่าวอะไรหรอ.....”

“ดลอยากฟังข่าวไหนก่อน.....”

ปฎลคิดแล้วตัดสินใจ

“อืม.....เอาข่าวร้ายก่อนดีกว่า....”

“ข่าวร้ายก็คือ โอ๋ต้องไปจากที่นี่แล้ว.....” ปฎลชะงักหันมามองโอริโอ๋ทันที

“อะไรนะโอ๋ โอ๋จะไปไหน จะทิ้งดลไปหรอ” แล้วคว้ามือโอริโอ๋ขึ้นมาจับไว้

โอริโอ๋พยักหน้า แต่ปฎลส่ายหน้า

“ไม่ล่ะ ดลไม่ยอมให้โอ๋ไป...........”

โอริโอ๋ยิ้ม “เดี๋ยวก่อน ดล ฟังข่าวดีก่อน....คือว่า โอ๋ได้ทุนที่ขอไปนานแล้วน่ะ....โอ๋ได้ทุนไปเรียนดนตรีที่ผรั่งเศส..”

“จริงหรอ...โอ๋” ปฎลตื่นเต้น “ดลดีใจด้วยจริงๆนะ....แต่ว่า...” ปฎลแอบยิ้ม

“เราก็ต้องจากกันน่ะสิ....” โอริโอ๋ฟังแล้วรอยยิ้มเมื่อครู่ค่อยคลายลงไป

“ใช่ๆ....ตอนที่โอ๋ขอทุน โอ๋เคยคิดว่า ถ้าได้ทุนแล้วโอ๋จะมีความสุขที่สุด ที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองฝัน แต่ตอนนี้ ทำไมโอ๋ไม่รู้สึกดีใจเลยก็ไม่รู้...”

โอริโอ๋ว่าแล้วก้มหน้า สักพักก็เงยหน้าขึ้นมา

“แล้วเมื่อกี้ ดลว่าจะมีอะไรบอกโอ๋หรอ”

“ดลเองก็มีข่าวดีกับข่าวร้ายมาบอกโอ๋เหมือนกัน....โอ๋อยากฟังข่าวไหนก่อน”

“เอาข่าวร้ายก่อนแล้วกัน...เหมือนดล”

“ข่าวร้ายก็คือ....ดลก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้วเหมือนกัน...”

โอริโอ๋ตกใจ “อ้าว ทำไมล่ะ แล้วดลจะไปอยู่ที่ไหน แล้วโอ๋จะกลับมาหาใคร....”

“เดี๋ยวสิโอ๋ ฟังข่าวดีก่อน..คือว่า...ดลก็ได้ทุนไปเรียนธรณีวิทยาที่ออสเตรียเหมือนกัน...”

ปฎลพูดแล้วยิ้ม โอริโอ๋ก็ยิ้ม ทั้งสองจับมือกันด้วยความดีใจ

“วันนี้เรามีทั้งข่าวดี..ข่าวร้าย...แล้วข่าวรักล่ะ...” อุ้ย

“บ้า...เรายังต้องเรียนกันต่ออีกนะ..ดลนี่คิดอะไรไปไกล” โอริโอ๋เขิน

“อ้าวก็คิดเผื่อไว้ก่อนสิ...โอ๋อย่าลืมที่เราสัญญากันนะ...เราไปเรียนแล้ว วันหยุดต้องนั่งรถไฟมาหากันนะ แล้วดลจะพาโอ๋ไปเวียนนา เราไปเล่นดนตรีที่ริมแม่น้ำดานูบ...ดลเป่าแคน โอ๋เล่นกีต้าร์ คงมีความสุขน่าดูเลย เนอะ”

โอริโอ๋พยักหน้า แล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กัน...


ที่สถานีตำรวจ....

ผู้คนมากันคับคั่ง เพราะจะมีการแถลงข่าวการจับยาบ้าครั้งใหญ่ เป็นครั้งประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านโคกสารินเลยทีเดียว แถมยังมีสถานีโทรทัศน์มาทำข่าวกันหลายช่อง

ปฎลกับโอริโอ๋มาถึงโรงพักแล้ว รวมทั้งพัดชากับประเวศที่หนีบลูกตาลเพื่อนรักมาด้วย เสี่ยมายกับเจ๊เป็ดก็มาใครๆก็มา (เอาเป็นว่า มากันหมดแล้วกันนะ) ขนาดเจ้าฟู่มันยังแอบหนีอาโกชามาเลย

เหล่าคณะของบุญออบจากโรงพยาบาลก็มาถึงโรงพักแล้วเช่นกัน เมื่อมาถึงแล้วบุญออบกับเปรี้ยวก็ต้องไปให้ปากคำ

เมื่อเสร็จเรียบร้อย จึงมีการแถลงข่าวจากท่านสารวัตรใหญ่ ทีวีทุกช่องถ่ายรูปกันพรึ่บพรั่บ

“การจับกุมคนร้ายได้ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย จึงขอปูนบำเหน็จให้กับทุกคน จ่าอาร์ทและจ่าปุ้ม จะได้เลื่อนยศขึ้นเป็น ร้อยตำรวจตรี...” ทุกคนฮือฮา

ทีวีเลื่อนกล้องไปถ่ายจ่าอาร์ทกับจ่าปุ้มที่ยืดกันใหญ่ แต่อนิจจา...จ่าปุ้มถูกจ่าอาร์ทบังจนมิดจอ(ก็จ่าอาร์ทน่ะ ขนาดตัวเป็น 2 เท่าของจ่าปุ้มเลยนี่)

“และ อบต.บุญออบซึ่งเป็นผู้ที่ขัดขวางการทำงานของคนร้าย จนทำให้คนร้ายปฏิบัติงานล่าช้า จะได้รับรางวัล อบต.ดีเด่นพร้อมโล่จาก พณ ฯ ท่าน....”

ทีวีเลื่อนกล้องไปที่บุญออบ เห็นว่าเพิ่งฟื้นไข้ แต่ก็ยิ้มสู้กล้องเป็นอย่างดี

“ส่วนนางสาวอนุสรา....”ทุกคนฮือฮากับชื่อจริงเปรี้ยว เพราะไม่เคยมีใครรู้

“จะได้รับโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจาก พณ ฯ ท่าน.. ในฐานะที่มีความกล้าหาญ และเป็นพลเมืองดี”

ทีวีเลื่อนกล้องไปที่เปรี้ยว เปรี้ยวยิ้มเขินๆ

“และนางสาวประพาสก็เช่นกัน จะได้รับโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจาก พณฯ ท่าน..ในฐานะที่เป็นกำลังเสริมในการช่วยจับคนร้าย”

กล้องทีวีเลื่อนไปที่ประพาส ประพาสเอามือลูบผม ยิ้มอย่างเขินๆ แอบเลียริมฝีปากเล็กน้อย

“และผู้ใหญ่พิษณุ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการจับคนร้ายครั้งนี้ ด้วยความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว สามารถจับคนร้ายและนำตัวคนเจ็บมาส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

จะได้รับรางวัล ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น และได้รับโล่จาก พณ ฯ ท่าน....และจะเป็นตัวแทนผู้ใหญ่บ้านของจังหวัด ให้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านดีเด่นแห่งประเทศไทย”

ทีวีเลื่อนกล้องไปที่ผู้ใหญ่พิษณุ และแช่กล้องไว้นานกว่าปกติ เพราะตะลึงในความหล่อ ผู้ใหญ่ก็เหมือนจะชินกล้อง ยิ้มเท่ห์ให้กล้องอย่างมีมาด เล่นเอาสาวน้อยสาวใหญ่พากันกรี๊ด.......

“และสุดท้าย ผมต้องขอขอบคุณ หน่วยสายลับของเราที่ส่งมาจากส่วนกลาง นั่นคือ หน่วยซีล....ขอเชิญสายลับทั้ง 5 ออกมาเปิดเผยตัวได้แล้วครับ....”

สิ้นเสียงสารวัตรใหญ่ หน่วยซีล สายลับทั้ง 5 ก็เดินออกมา ทุกคนตะลึง

ทุกคนอยู่ในชุดตำรวจตึงเปรี๊ยะ ออกมายืนเรียงแถวกัน คนแรกเดินออกมารายงานตัวชัดถ้อยชัดคำ

“ผมร้อยตำรวจเอก ฉิว แบกกา รหัส 077 รายงานตัวครับผ๊ม.....” …………

ทุกคนร้อง เฮ้ย....นั่นมัน ตาฉิวที่นั่งโขกหมากรุกที่ร้านอาโกชาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี่หว่า...แล้วคู่หูก็คงไม่พ้น ทุกคนหันไปมองคนที่สองที่เดินออกมารายงานตัว

“ผมร้อยตำรวจเอก คิน กินดะ รหัส 008 รายงานตัวครับผ๊ม....”.......

ทุกคนร้อง เฮ้ย อีกครั้ง....นั่นมัน ตาขิ่นที่นั่งเล่นหมากรุกกับตาฉิวนี่.....มันมากันเป็นคู่เลย

แล้วคนที่สามก็เดินเข้ามารายงานตัว

“ผมร้อยตำรวจเอก ลักทรัพย์ รับสัก รหัส 012 รายงานตัวครับผ๊ม.....”.........

ทุกคนร้อง เฮ้ย อีก (จะร้องกันทำไม)....นั่นมัน ตาหลักคนขายล็อตตารี่นี่นา....เห็นทำเป็นแก่ งกๆ เงิ่นๆ ที่แท้ก็ปลอมตัวมาหรือนี่

แล้วคนที่สี่ก็ออกมารายงานตัว

“ผมร้อยตำรวจเอก หลายอัน พี่ลิบเป้ หรือชื่อฝรั่งว่า ไรอัน ฟิลิบเป้ รหัส 007 รายงานตัวครับผ๊ม…”

ทุกคนอึ้ง คราวนี้ไม่ร้องเฮ้ย เพราะร้องไม่ออก โดยเฉพาะเปรี้ยว มองลูกน้องด้วยความอัศจรรย์ใจ

นี่เจ้าอั้น มันไปเป็นหน่วยซีลตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมมาหลอกเราอีกนะว่าจะไปประกวดร้องเพลงพันทิพเอเอฟอะไรนั่น ที่แท้มันไปรับคำสั่งจากหน่วยเหนือมาต่างหาก

และคนสุดท้ายก็ก้าวออกมา เขาเอ่ยเสียงดัง

“และผมหัวหน้าหน่วยซีล ร้อยตำรวจเอก เขียวอิสระ กินฟรี รหัส 002 รายงานตัวครับผ๊ม.....”.....

ทุกคนอึ้งเมื่อเห็น....อาโกชา เป็นหัวหน้าหน่วยซีล...

ความจริงแล้ว หน่วยซีลได้แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านมานานโดยไม่มีใครรู้มาก่อน บางคนมาจากหลายที่ อย่างเจ้าอั้นนั้น ฝึกมาจากอเมริกา แล้วมาสมัครเป็นลูกน้องเปรี้ยวคนคุมตลาด เพื่อสอดส่องความเคลื่อนไหวในตลาดทั้งหมด

ส่วนตาหลัก เป็นสายลับจากทางใต้ ปลอมตัวมาเป็นคนขายล็อตตารี่ แล้วเดินทางไปขายทั่วหมู่บ้าน เพราะที่ไหนๆ คนก็ต้องซื้อล็อตตารีทั้งนั้น

ส่วนตาฉิวกับตาขิ่นนั้นเป็นสายลับจากทางเหนือ และที่มานั่งที่ร้านอาโกชาทุกวันตอนเช้า เพื่อมาปรึกษาวางแผนการจับกุมคนร้ายยาบ้านั่นเอง

และคนสุดท้าย อาโกชา สายลับจากอีสาน ผู้แฝงตัวเข้ามาเปิดร้านกาแฟในหมู่บ้านมานานแล้ว จนไม่มีใครผิดสังเกต เขาใช้ร้านกาแฟเป็นฐานบัญชาการลับ และมักเรียกสมาชิกมาประชุมกันที่ร้านเสมอ และเขาก็เป็นผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในหมู่บ้าน

ตาฉิวกับตาขิ่นมาเล่นหมากรุกกันทุกเช้า ถ้าวันไหนตาฉิวเล่นชนะ เป็นรหัสลับที่ให้ตาฉิวเป็นคนไปดำเนินการ แต่ถ้าวันไหนตาขิ่นเล่นชนะ หมายถึง ตาขิ่นต้องเป็นคนดำเนินการ

ตาหลักมักจะมาขายล็อตตารีที่ร้านอาโกชาเสมอ และถ้าอาโกซื้อเลขอะไร นั่นเป็นรหัสลับที่หัวหน้าสั่งให้ไปดำเนินการเช่นกัน

เจ้าอั้นมักจะตามเปรี้ยวมากินโอยั๊วะที่ร้านอาโกชาเสมอ ถ้าวันไหนอาโกชาให้โอยั๊วะเต็มแก้ว...นั่นหมายถึงคำสั่งดำเนินการทันที แต่ถ้าวันไหนอาโกชาให้โอยั๊วะครึ่งแก้ว นั่นคือให้รอดูเหตุการณ์ไปก่อน

และตัวอาโกชา คือหัวหน้าหน่วยผู้มีอำนาจเต็ม และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจับกุมคนร้ายครั้งนี้นี่เองงงงงง.......

ทุกคนอึ้ง(ไม่รู้จะอึ้งกันยังไงแล้ว) ทีวีเลื่อนกล้องเข้ามาจับภาพสายลับทั้ง 5

ทั้ง 5 ยืนเรียงแถวกัน เพื่อกล่าวอำลา อาโกชาหัวหน้าหน่วยได้กล่าวกับชาวบ้านว่า

“ต้องขอขอบคุณชาวบ้านโคกสารินทุกคน ที่ได้ให้เบาะแสที่ดีกับทางเราตลอดมา ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าพวกเราเป็นใครก็ตาม

ชาวบ้านโคกสารินเป็นคนดี มีน้ำใจกันทุกคน พวกเราเองจะต้องไปปฏิบัติการกวาดล้างยาบ้าที่อื่นต่อไปอีก แต่ถึงแม้จะจากไปแล้ว พวกเราก็จะไม่ลืมชาวบ้านโคกสารินเลย...”

แล้วอาโกชาก็เดินไปหาเจ้าฟู่...เจ้าฟู่กำลังตกตะลึง..มันเบิกตามองอาโก

“ข้าต้องไปแล้วนะ ฟู่ ข้าจะไปปฏิบัติงานที่อื่น..ข้าขอมอบร้านกาแฟให้แกสืบทอดแล้วกัน”

เจ้าฟู่อึ้ง อาโกชายิ้มให้ “แล้วอย่าทำโอเลี้ยงขมอีกล่ะ เสียชื่อข้าแย่เลย....”

แล้วอาโกชาก็เดินไปรวมกับพวก เพื่อให้นักข่าวสัมภาษณ์ต่อไป

เจ้าฟู่พูดไม่ออก ได้แต่นึกในใจว่า..โกเท่ห์จังเลย...คอยดูนะ โตขึ้นฟู่จะไปสมัครสายลับหญิงมั่ง...แต่ตอนนี้ ฟู่ต้องสืบทอดร้านกาแฟของโกก่อน...ไม่ให้เสียชื่อโกแน่ๆ...




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2548    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 13:58:22 น.
Counter : 124 Pageviews.  

มนต์รักโคกสาริน..ตอนที่ ๓๗

เช้าวันนี้สดใสเป็นพิเศษ........

วันนี้จะมีผู้จากลาโคกสารินไปถึง..3 คน

ลูกตาล.....จะไปเรียน กฎหมายชั้นสูงต่อที่อังกฤษ

ปฎล......จะไปเรียนต่อธรณีวิทยา ที่ออสเตรีย

โอริโอ๋........จะไปเรียนดนตรีต่อที่ฝรั่งเศส

แม้ทุกคนจะจากไป.....แม้จะร้องให้.....แม้จะเสียดาย......แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนฝันไว้

และถึงจะจากไปแล้ว.....พวกเขาก็สัญญาว่า จะคิดถึงกันเสมอ

ชาวบ้านโคกฯ มาร่วมส่งทั้ง 3 คนแทบหมดหมู่บ้าน

เจ๊เป็ดร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับลูกตาล

“ลูกตาลของหม่ามี้ ไปคราวนี้ไปนานเลย หนูต้องโทรศัพท์มาหาหม่ามี้บ่อยๆนะ แล้วหนูต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย..”

ลูกตาลกอดเจ๊เป็ดไว้

“ค่ะ หม่ามี้ ลูกตาลจะดูแลตัวเองให้ดี.....”

แล้วลูกตาลก็ไหว้เจ๊เป็ด 2 ครั้ง

“ลูกตาลขอโทษที่คอยขัดคำสั่งหม่ามี้อยู่บ่อยๆ คอยแอบกินของกินตอนดึกทุกที ลูกตาลขอโทษนะคะ”

เจ๊เป็ดน้ำตาร่วง “หม่ามี้ไม่เคยโกรธหนูเลย หม่ามี้รู้แล้ว ว่าบังคับหนูมากเกินไป หม่ามี้ไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่รักและหวังดีกับหนู ถ้าหนูไม่อยู่ หม่ามี้คงเหงามาก และคงคิดถึงหนูมากๆ เลยนะ”

ลูกตาลก็อดจะร้องไห้ไม่ได้หันไปหาหมวยนก

“น้าหมวย ช่วยดูแลหม่ามี้ให้ลูกตาลด้วยนะคะ”

แล้วไหว้หมวยนกอีก 2 รอบ หมวยนกพยักหน้ารับคำ พลางเช็ดน้ำตาป้อยๆ

ประเวศก้าวเข้ามาหาพร้อมกับพัดชา แล้วประเวศก็ตบบ่าลูกตาล

“แกไปแล้ว ชั้นคงคิดถึงแกมากๆ เลยนะ ลูกตาล” ลูกตาลตบบ่าประเวศคืน แล้วยิ้มให้ทั้งน้ำตา

“ชั้นก็เหมือนกัน แต่แกไม่ต้องห่วง ชั้นมันเป็นเด็กกลางบ้าน เข้ากับใครได้อยู่แล้ว.....”

“เออ ยังไงชั้นก็คงไม่ลืมแกแน่ๆ....”

ลูกตาลมองไปที่พัดชาแล้วยิ้ม “ก็ไม่แน่หรอกเวศ ก็แกมีคุณพัดเขาอยู่ข้างๆแล้ว คงไม่คิดถึงชั้นนานหรอกมั้ง”

ประเวศหันไปมองพัดชาแล้วยิ้ม

“ไม่มีทางหรอก ลูกตาล ระหว่างเรา มันคือคำว่ามิตรภาพ คือคำว่าเพื่อน ไม่ว่าเราจะมีใครข้างกายอยู่ แต่เราจะไม่ลืมเพื่อน ไม่ลืมกันและกัน เพราะมันจะเป็นมิตรภาพที่มั่นคงติดตัวเราไปจนตาย”

ลูกตาลฟังแล้วก็ดึงประเวศเข้ามากอด

“ขอบใจมากเพื่อนรัก ขอบใจมากสำหรับมิตรภาพที่ดีของแก ชั้นเองก็จะรักษามิตรภาพของเราเอาไว้ ไม่มีวันลืมเช่นกัน”

แล้วลูกตาลก็หันไปหาพัดชา กอดพัดชาแล้วว่า

“ลูกตาลฝากคุณพัดดูแลเพื่อนลูกตาลด้วยนะคะ เวศเป็นคนดีมาก เหมาะกับคุณพัดจริงๆ คุณพัดเลือกคนไม่ผิดหรอกค่ะ”

พัดชายิ้ม “พัดรู้ค่ะ พัดรู้ดี....พัดขอให้คุณลูกตาลโชคดีนะคะ”

“ค่ะ ถ้าลูกตาลเคยทำอะไรไม่ดีกับคุณพัดไว้ ลูกตาลก็ขอโทษนะคะ ตอนนี้ลูกตาลรู้แล้ว ว่าถ้าคนเรามีความรักมั่นคงต่อกันซะอย่าง อุปสรรคอะไรก็มาขวางไม่ได้”

ลูกตาลพูดแล้วก็มองไปที่ปลัดกฤตย์กับเจ้ากุ๊ก ทั้งสองยิ้มให้ลูกตาล

“เหมือนกับคุณปลัดกับกุ๊ก เอ้ย คุณลิส ลูกตาลคิดไม่ถึงเลย ว่าทั้งสองคนผ่านอุปสรรคใหญ่หลวงมาได้ยังไง”

ปลัดกฤตย์หันไปยิ้มกับเจ้ากุ๊กแล้วหันมายิ้มกับลูกตาล

“ก็อย่างที่คุณลูกตาลบอกแหละครับ ความรักที่มั่นคงต่อกันเท่านั้น ไม่ว่ามีอะไรร้ายแรงแค่ไหน เราก็ผ่านไปได้ครับ”

ลูกตาลยิ้ม “คุณปลัดก็เลยไม่ถูกย้าย.......”

“คุณพ่อไปพูดกับนายอำเภอให้ค่ะ ให้ถือคำสั่งเป็นโมฆะ คุณปลัดเลยไม่ต้องย้าย” เจ้ากุ๊กพูดแล้วหันไปสบตากับปลัดกฤตย์แล้วว่าต่อ

“เราทั้งสองคนขอให้คุณลูกตาลโชคดีนะคะ.....”

ลูกตาลยิ้มรับ แล้วหันมาหาประพาส ตรงเข้ากอดประพาสไว้

“พี่พาส....ลูกตาลไปแล้วนะคะ”ประพาสลูบหลังลูกตาล

“จ๊ะ โชคดีนะ น้องของพี่ ขอให้ลูกตาลพบเจอแต่สิ่งดีๆนะ”

ลูกตาลเริ่มร้องไห้อีกรอบ “ลูกตาลต้องคิดถึงพี่พาสแน่ๆเลย”

“พี่ก็เหมือนกัน พี่ต้องคิดถึงลูกตาลมาก ไปอยู่โน่นแล้ว ต้องส่งข่าวมาบ้างนะ......”

ลูกตาลพยักหน้า แล้วก็ต้องสะอื้นหนัก เมื่อหันไปหาผู้ใหญ่พิษณุ

ผู้ใหญ่ดึงลูกตาลไปกอดแน่น

“อย่าร้องไห้สิจ๊ะ น้องพี่ ร้องไห้ตอนเดินทางน่ะ ไม่ดีนะ โบราณเขาถือ” แล้วผู้ใหญ่พิษณุก็เช็ดน้ำตาให้ลูกตาล

“มีพบแล้วต้องมีพราก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะพรากจากกันไปตลอดกาลนี่นา....อย่างน้อยเราก็ยังคิดถึงกันเสมอ เรายังเจอกันในความคิดคำนึง....และเรายังส่งใจไปพูดคุยกันได้......

เราจะไม่มีวันลืมกันและกันแน่นอน....พี่สัญญาว่า จะไม่มีวันลืมลูกตาลเลย.....

อีกไม่นาน...ลูกตาลก็กลับมาแล้ว..อีกไม่นานหรอก..”

ผู้ใหญ่พิษณุยิ้มแล้วหยิบกล้วยไม้สีส้มหนึ่งดอกมาให้ลูกตาล

“พี่ให้เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงพี่ .....ขอให้ลูกตาลรู้ว่า...พี่รักและเป็นห่วงลูกตาลเสมอ.....

และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน....ความรู้สึกนั้นก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...”

ลูกตาลมองกล้วยไม่สีส้ม หยิบอย่างทนุถนอม แล้วยิ้มให้ผู้ใหญ่พิษณุ

“ค่ะ ลูกตาลจะเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เป็นตัวแทนของพี่ผู้ใหญ่.....พี่ชายที่แสนดีของลูกตาล”


ฝ่ายปฎลและโอริโอ๋ที่ยืนยิ้มอยู่ใกล้ๆ ก็มีผู้คนมารุมล้อมมากมาย

เสี่ยมายตรงเข้าไปกอดลูกชายคนเล็ก แล้วแอบร้องไห้

“ดลของป๊า ตั้งแต่เล็กจนโต ดลเป็นลูกที่ดีของป๊ามาตลอด อ่อนโยน ใจดี บางครั้งก็ช่างพูด ทำให้ป๊าหัวเราะ หัวเราะได้เสมอ.....

ป๊ามีลูกชายสองคน ก็ดีทั้งสองคน ทำให้ป๊าภูมิใจทั้งสองคน เวศเขาก็เป็นคนเข้มแข็ง เป็นผู้นำ ช่วยเหลือคนอื่นได้...ส่วนดล ก็เป็นคนที่อ่อนโยน และมีน้ำใจ...และที่สำคัญ ทั้งสองคนเป็นคนดี....

คงไม่มีอะไรที่ป๊าจะมีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว....”

ปฎลกอดเสี่ยมาย “ดลโชคดีครับ ที่ได้เกิดมาเป็นลูกป๊า ถ้าไม่ได้ป๊าสอน ดลคงไม่ได้มาถึงขนาดนี้...ดลขอบคุณป๊ามากครับ”

ปฎลกราบบนอกเสี่ยมาย เสี่ยมายลูบผมลูกชายคนเล็ก

“ป๊าคงเหงามาก ถ้าไม่มีดลอยู่ที่บ้าน ป๊าจะไม่ได้ฟังเสียงแคนของดลอีก...แต่ป๊าก็ดีใจ ที่ดลจะได้เดินทางตามความฝันของตัวเอง...โชคดีนะ ลูกรัก....”

แล้วเสี่ยมายก็หันไปหาโอริโอ๋ โอริโอ๋กอดเสี่ยมายไว้

“โอ๋ขอบคุณคุณลุงมาก ที่ดีใจมีเมตตากับโอ๋ ....โอ๋เป็นคนต่างบ้านต่างเมือง....เป็นใครก็ไม่รู้ แต่คุณลุงก็ไม่เคยรังเกียจโอ๋...เมตตาโอ๋ตลอดมา....”

เสี่ยมายยิ้ม “โอ๋เป็นเด็กดี เด็กน่ารัก....ทำไมลุงต้องรังเกียจโอ๋ด้วย...โอ๋เป็นเด็กที่มุ่งมั่น มุ่งมั่นที่จะตามหาความฝันของตัวเอง...ลุงขอให้หนูโชคดีนะ…..อ้อ แล้วโอ๋ก็ช่วยดูแลลูกชายลุงด้วยนะ”

โอริโอ๋ยิ้มรับและพยักหน้าทั้งน้ำตา

ประเวศก้าวเข้ามา กอดปฎลไว้

“ดล จะได้ทำตามฝันของตัวเองแล้ว พี่ขอให้ดลโชคดีนะ..”

“ขอบคุณครับพี่เวศ ดลรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังเลย มีป๊าแล้วก็มีพี่เวศ พี่เวศเป็นแบบอย่างที่ดีให้ดล ดลถึงมีวันนี้”

ปฎลกอดประเวศแน่น ประเวศตบบ่าน้องชายแล้วหันไปหาโอริโอ๋

“โอ๋ พี่ฝากดูแลดลด้วยนะ...”

โอริโอ๋พยักหน้ารับ แล้วหันไปหาเปรี้ยวที่ยืนอยู่กับบุญออบ กอดเปรี้ยวไว้

“เปรี้ยว โอ๋จะไม่ลืมเปรี้ยวเลย ตลอดเวลาที่โอ๋อยู่บ้านเปรี้ยว โอ๋มีความสุขมาก ถึงบ้านจะเล็ก แต่มันทำให้โอ๋นอนหลับสบายทุกคืน ทำให้โอ๋สบายใจทุกวัน เพราะน้ำใจที่เปรี้ยวมีให้กับโอ๋”

“เราเคยเป็นคนแปลกหน้ากัน...เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ....แต่มิตรภาพที่เรามีให้กัน มันกลับยิ่งใหญ่เกินกว่าเวลาที่เรารู้จักกันเสียอีก....โอ๋ขอบใจเปรี้ยวมาก”

เปรี้ยวก็กอดโอริโอ๋ไว้ “เปรี้ยวเองก็เคยรำคาญเสียงกีต้าร์โอ๋ เคยเบื่อเสียงร้องเพลงชวนหนวกหูของโอ๋ แต่รู้ไหม ว่าเปรี้ยวไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆเลย....มันกลับเป็นความคุ้นเคยของเปรี้ยว.....

เป็นความคุ้นเคยที่ทำให้เปรี้ยวมีความสุข...โอ๋รู้ไหม...เปรี้ยวก็ไม่เคยคิดว่าเราจะมาผูกพันกันได้....ตอนที่โอ๋มาที่นี่ครั้งแรก....เปรี้ยวไม่คิดว่าโอ๋จะเลือกมาอยู่บ้านเปรี้ยว..

ก็บ้านเปรี้ยวทั้งเล็ก ทั้งแคบ ไม่ได้ใหญ่เหมือนบ้านคนอื่นเขา....แต่โอ๋ก็เลือกมาอยู่บ้านเปรี้ยว....แล้วก็ไม่เคยบ่นเลย....โอ๋ทำให้เปรี้ยวรู้สึกเหมือนว่าโอ๋เป็นคนในครอบครัวเปรี้ยวคนหนึ่ง...

โอ๋ไปแล้ว เปรี้ยวคงคิดถึงโอ๋มาก....โชคดีนะเพื่อนรัก” เปรี้ยวยิ้มให้โอริโอ๋

แล้วเปรี้ยวก็หันไปหาปฎล “สองคนช่วยดูแลกันและกันด้วยนะ...” ปฎลยิ้มรับ พยักหน้าแล้วหันไปทางบุญออบ

“อบต. ก็ดูแลเปรี้ยวด้วยนะครับ...”

บุญออบยิ้ม “ครับ ผมจะดูแลเปรี้ยวอย่างดี แล้วจะรอคุณดลกลับมาเป่าแคนเพราะๆให้ผมฟังอีกนะครับ”

ปฎลรับคำ แล้วหันไปลาผู้ใหญ่พิษณุ ส่วนโอริโอ๋เข้าไปกอดประพาสไว้

เสียงประกาศให้ขึ้นเครื่องได้แล้ว ทุกคนชะงัก ช่วงเวลาแห่งการลาจากได้มาถึงจริงๆ แล้ว..

ทั้งสามสบตาผู้ที่มาส่ง ยิ้มให้.....แล้วพากันเดินแยกไป

ทิ้งความรัก ความทรงจำไว้เบื้องหลัง....ก้าวไปสู่ความฝันของตัวเอง

แล้วจะกลับมาอีกครั้ง..เพราะพวกเขารู้ว่ามีคนที่รักรออยู่..

ฝ่ายพวกที่มาส่ง ยืนมองผู้จากไปจนลับตา...แล้วกลับมานะ....พวกเราจะรอ.....




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2548    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:18:14 น.
Counter : 105 Pageviews.  

มนต์รักโคกสาริน..ตอนที่ ๓๘

ค่ำคืนนี้มีดาวอยู่ล้านดวง.......

ปลัดกฤตย์นั่งอยู่กับอลิสที่ระเบียงบ้านปลัด.......ปลัดมอง อลิสแล้วยิ้มกริ่ม.....

“อืม ใส่กระโปรงแล้วค่อยเป็นผู้หญิงหน่อย......” พูดแล้วก็ยิ้มกวนๆ

“แต่ผมกลับคิดถึง.....หมวกแก๊บใบนั้นน่ะ”

อลิสค้อนให้ “ปลัดจะเอายังไงคะ เดี๋ยวแต่งเป็นผู้ชาย ก็ค่อนขอดเอาอีก”

ปลัดหัวเราะ “ แล้วคำพูด....คะ....นี่อีก ผมไม่คุ้นเลย”

อลิสค้อนอีกรอบ “แน่ะๆ เอาอีกแล้วคุณปลัด ก็บอกลิสเองไม่ใช่หรอคะ ว่าอยากฟังน่ะ ทียังงี้ละก็บอกไม่อยากฟัง ปลัดนี่เอาใจยากจังเลย”

ปลัดหันมามองยิ้มๆ แล้วดึงมืออลิสขึ้นไปจูบ อลิสเขินหน้าแดง

“เอาใจยาก...แล้วอยากจะเอาใจไหม” อลิสเมินไปไม่ตอบ

“ผมล้อเล่นน่ะ ลิสอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ผมก็ว่าน่ารักทั้งนั้น” ปลัดกฤตย์มองกรุ้มกริ่ม

“ปล่อยค่ะ ปลัด ไม่เห็นหรอ ลูกน้องคุณพ่อ ยืนอยู่เต็มไปหมด เดี๋ยวลิสก็ต้องกลับแล้วด้วย ขอคุณพ่อมาแปบเดียว”

อลิสว่าพลางพยักหน้าไปทางลูกน้องของส.ส. ที่ตามมาอารักขาคุณหนูอลิส

“ผมไม่เห็นจะกลัวเลย ลูกปืนของพ่อลิส ผมก็เจอมาแล้วนะ แค่ลูกน้อง ทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

อลิสค้อนอีกรอบ “แหม หมั่นหน้าจริงๆ คุณปลัดนี่ หลงตัวเอง”

ปลัดกฤตย์หัวเราะ แต่ก็ยังไม่ปล่อยมือ “ตอนนี้ ความรู้สึกมันเหมือนที่เราเคยอยู่ด้วยกันเลย”

อลิสพยักหน้า “คุณปลัดกวนยังไงยังงั้น ไม่เคยเปลี่ยน”

“แต่คนตรงหน้าผมนี่สิ เปลี่ยนไปเยอะ จากเด็กผู้ชายกะโปโล กลายเป็นสาวสวยไปได้ยังไงนะ........”

“คุณปลัดคงลืมเด็กผู้ชายกะโปโลคนนั้นไปแล้ว......”

ปลัดยิ้ม ส่ายหน้า “ผมไม่เคยลืมเจ้ากุ๊ก ไม่เคยลืมเด็กผู้ชายที่สวมหมวกแก๊บคนนั้น มันเป็นคนที่ทำให้ผมรู้ว่า ความสวย ความน่ารัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปกายภายนอก....และที่สำคัญ.....ผมเผลอรักมันไปแล้ว”

อลิสเขิน “งั้นเดี๋ยวลิสจะไปบอกเจ้ากุ๊กให้ก็แล้วกันนะคะ....”

“ไม่ต้องไปบอกเจ้ากุ๊กให้เสียเวลา ผมจะบอกคนตรงหน้าแทนแล้วกัน........”

แล้วปลัดกฤตย์ก็โน้มตัวมากระซิบที่ข้างหูอลิสเบาๆ

“ผมรักคุณ....ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้ากุ๊กเด็กกะโปโล หรือเป็นคุณหนูอลิสผู้สูงส่ง ผมไม่สนใจหรอก ผมสนใจแค่ว่าผมรักคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมนี่แหละ......”

“คุณปลัดบ้า..............” อลิสบอกเบาๆ

“ บ้าตรงไหน....ผมบ้ารักลิส....ผมผิดตรงไหน” ปลัดกฤตย์ทำหน้ากวน แต่ตาหวาน

“ถ้าวันนั้น ลิสไม่ปลอมตัวมาอยู่บ้านผม ชีวิตผมคงไม่มีความสุขอย่างนี้หรอก.........”

“ก็ไม่แน่นะคะ ชีวิตคุณปลัดก็อาจไม่วุ่นวายเท่านี้ก็ได้.......”

“ผมยอมที่จะวุ่นวายกว่านี้อีก ถ้าเพียงแต่จะได้พบลิส ถึงจะวุ่นวายแต่ก็มีความสุข.........”

ปลัดกฤตย์พูดยิ้มๆ แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้

“ตกลง ลิสจะบอกผมเรื่องคุณเวศได้หรือยัง......”

อลิสพยักหน้า “พี่เวศเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลับของลิสเองค่ะ ที่ลิสต้องมีลับลมคมในกับพี่เวศ ก็เพราะลิศขอร้องพี่เวศไว้ ไม่ให้บอกใครว่าลิสเป็นใคร....”

“จริงหรอ.......”

“จริงสิคะ.........ลิสกับพี่เวศไม่ได้มีอะไรกัน”

ปลัดกฤตย์ยิ้ม “ผมหึงเสียแทบแย่แน่ะ.....เพราะผมเห็นว่าคุณเวศสนิทกับลิสมาก.......รู้ไหมว่าผมอิจฉา”

“คุณปลัดนี่ บ้าจังเลย....หึงไม่ดูตาม้าตาเรือ”

“ก็หึงจนหน้ามืดตามัวนั่นแหละ....ก็ผมรักของผมนี่...”

“คุณปลัดเอาอีกแล้ว น้ำเน่าอีกแล้ว......”

ปลัดกฤตย์หัวเราะ “ยิ่งฟังก็ยิ่งเห็นเจ้ากุ๊กมาลอยอยู่ตรงหน้าเลย.....

.....เกเรก็เท่านั้น ซุ่มซ่ามก็เท่านั้น แถมยังกวน ดื้ออีก....แต่ผมก็ยังคิดถึงมันได้ทุกคืนสิน่า”

“ถ้าคิดถึงทุกคืน งั้นลิสกลับล่ะ.......”

อลิสงอนจะลุกขึ้น แต่ปลัดกฤตย์คว้ามือไว้ แล้วดึงมานั่งตักทันที

แล้วบอกเบาๆ ว่า “คนอะไร หึงแม้กระทั่งตัวเอง....ก็คนที่ผมคิดถึงกับลิสน่ะ มันก็คนๆ เดียวกันนี่นา แถมตอนนี้ยังมานั่งอยู่ใกล้ๆ ผมอีกด้วย......”

“ก็ไม่รู้หรอ.....นึกว่าปลัดคิดถึงเจ้ากุ๊กมาก.....”

“เจ้ากุ๊ก ต่อไปมันจะเป็นความทรงจำ ความฝันที่ดีที่ช่วงเวลาหนึ่งผมได้สัมผัส...แต่กับลิสน่ะ ลิสคือความจริงของผม...ไม่ใช่ความฝันอีกแล้ว....ลิสเป็นคนที่จับต้องได้......และเป็นคนที่ผมจะรักตลอดไป......”

แล้วปลัดก็กระชับอลิสไว้ในอ้อมแขน ร้องเพลงเบาๆ ด้วยเสียงทุ้มนุ่ม

....เพียงได้โอบห้วงแขนคุณ....อบอุ่นในหัวใจ......เพียงได้เดินเคียงข้างคุณดังมีพรมละมุน....
ทอดพา ดวงใจเราไปยังนภาฟ้าที่แสนไกล.....ที่ไม่มีใครเคยก้าวล้ำข้ามผ่านพ้นไป....
เก็บดวงดาวที่ลอยเกลื่อนฟ้า...จับมาเรียงร้อยเป็นมาลัย.....คล้องใจ....คู่กัน....


ที่โรงพยาบาลในคืนที่ฟ้ามีพระจันทร์เป็นเพื่อน..

ประเวศนั่งมองพระจันทร์อยู่กับพัดชาที่ริมหน้าต่าง.....

“วันนี้คนไข้เยอะ แถมยังต้องอยู่เวรทั้งคืนอีก เหนื่อยไหมครับ พัด........” ประเวศถาม พัดชายิ้มให้

“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ นี่มันเป็นงานของพัดนี่คะ ยังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเราอีกมาก......”

ประเวศมองพัดชาอย่างปลื้มๆ

“พัดเป็นคนดีจัง...ผมหลงหัวปักหัวปำแล้วนะ.....รู้ไหม” ประเวศเอ่ยยิ้ม

พัดชาเขิน “บ้า คุณเวศนี่ พัดดีไม่เท่าคุณเวศหรอกค่ะ”

“รู้ได้ไงว่าไม่เท่า เอาอะไรมาวัด....อ๊ะอ๊ะ...อย่าตอบว่าปิ่นโตเด็ดขาด” ประเวศดักคอ

พัดชายิ้ม “ ไม่ได้จะตอบว่าปิ่นโตค่ะ แต่พัดวัดจากสายตาและความรู้สึกของพัดเอง ในสายตาพัด ไม่มีใครที่ดีไปกว่าคุณเวศอีกแล้ว”

“แต่มีคนเค้าเคยบอกว่า คนดีไม่ได้มีใว้ให้รัก คนดีมีไว้ให้นับถือนะ พัดคิดอย่างนั้นไหม”

พัดชายิ้ม “พัดก็นับถือคุณเวศค่ะ นับถือในความดี แต่พัดไม่ได้แค่นับถือ พัด.....รักด้วย”

ประเวศยิ้มคว้ามือพัดมากุมไว้

“รู้ไหมว่าผมเฝ้ามองพัดมาตลอด ผมเห็นใครหลายคนเข้ามาจีบพัด แต่ผมไม่เคยกล้าเลย....ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิด......เพราะผมรู้ว่า ผมคงสู้เขาไม่ได้.....ผมจึงต้องมองดูพัดอยู่ห่างๆ”

“พัดก็เหมือนกันค่ะ พัดก็แอบมองคุณเวศอยู่ห่างๆ แล้วก็คิดว่า คนอย่างพัด คงไม่คู่ควรกับคุณเวศ คุณเวศถึงไม่เคยสนใจพัดเลย.........”

“ใครว่าล่ะครับ........” ประเวศบีบมือพัดชา

“ความจริงแล้ว ผมสนใจพัดมาตลอด ผมพยายามหาโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับพัดเสมอ จำงานวัดวันนั้นได้ไหม รู้ไหมว่าผมดีใจมากแค่ไหน ที่กลับมาที่ศาลาแล้วเจอพัดอยู่ที่นั่น ระหว่างทางที่ไปส่งพัดที่โรงพยาบาล หัวใจผมเต้นแรงมาก ไม่อยากให้เวลาแห่งความสุขนั้นหายไปเลยนะ.......”

แล้วก็จับมือพัดชามาทาบที่อก

“รู้สึกไหมครับ ตอนนั้นหัวใจผมเต้นแรงเหมือนตอนนี้เลย......” พัดชาเงียบ รู้สึกได้ถึงหัวใจประเวศภายใต้ฝ่ามือของตนเอง

น่าประหลาด เพียงสัมผัสเท่านั้น ทำไมรู้สึกเหมือนความอบอุ่นจากหัวใจประเวศไหลรินเข้ามาสู่มือของพัดชาได้นะ มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก...แต่ก็มีความสุขเหลือเกิน

เงียบกันไปครู่หนึ่ง ประเวศก็เอ่ยขึ้นมาเบาๆ “พัดครับ....”

พัดชาหันมามองหน้า “อะไรค่ะ คุณเวศ.........”

“ขอกอดหน่อยได้ไหม.....” อ้าว ทำไมขอกันง่ายๆอย่างนี้ละ พ่อประเวศ

พัดชาตาโต อึกอัก

“ถ้าพัดไม่ตอบ ผมถือว่าพัดตกลงนะครับ.......”

ประเวศยิ้ม แล้วดึงพัดชาเข้ามากอดอย่างนิ่มนวล เงียบไปสักครู่หนึ่ง ประเวศก็พูดขึ้นมาเบาๆ

“เราสองคนผ่านอุปสรรคต่างๆ มามากมาย ต้องเจ็บช้ำ ต้องเสียใจ ร้องให้ก็หลายหน บางครั้งก็เจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ได้ แต่สุดท้าย เราก็ผ่านมาได้ และเราก็ได้มาอยู่คู่กันอีก...แค่นี้ผมก็ว่าคุ้มแล้วล่ะ....”

แล้วประเวศก็ดึงพัดชามาซบที่บ่า พลางชี้ชวนชมจันทร์นอกหน้าต่าง

“เห็นไหมครับ พัด พระจันทร์........”

“ค่ะ สวยจัง........”

“เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า ผมกับพัด เปรียบเสมือนพระอาทิตย์กับพระจันทร์ อยู่บนฟ้าเดียวกัน แต่ไม่มีเวลาไหนเลย ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน..............

แต่ผมไม่นึกว่า สุดท้ายแล้ว.....เราจะได้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ ได้มาอยู่บนฟ้าเดียวกันจริงๆ….”

“ใช่ค่ะ พัดก็ไม่เคยแม้แต่จะกล้าคิด...” พัดชานิ่งไปนิดหนึ่ง

“ว่าแต่ว่า......พัดเป็นพระจันทร์ คุณเวศเป็นพระอาทิตย์ใช่ไหมคะ...”

ประเวศยิ้มส่ายหน้า

“ใครว่า ผมเป็นพระจันทร์ ส่วนพัดเป็นพระอาทิตย์ต่างหาก.....”

พัดชาหันมามองหน้า ทำตาโต

“ทำไมคุณเวศคิดอย่างนั้นคะ........”

“ก็พัดน่ะ เป็นคนสวย คนเก่งที่ใครๆก็ชื่มชม ไม่ว่าที่ไหนๆ พัดมักจะอยู่แถวหน้าเสมอ ก็เปรียบเหมือนพระอาทิตย์นั่นแหละ โดดเด่น ทรงพลัง ส่วนผม เป็นแค่ คนธรรมดาๆ ไม่ได้อยู่แถวหน้า ไม่ได้โดดเด่นอะไร ผมจึงเป็นพระจันทร์ในเวลาค่ำคืนเท่านั้น

“แต่คุณเวศรู้ไหม ความโดดเด่นเวลานั้นของพัด ไม่ได้ทำให้พัดมีความสุขได้เท่าเวลานี้ เวลาที่ได้นั่งอยู่เงียบๆ กับคุณเวศสองคน พูดคุยกันแบบธรรมดาๆ อย่างที่เราทำอยู่นี่ แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว......”

ประเวศยิ้ม “พัดอยากจะมีความสุขแบบนี้ทุกวันไหมครับ.........”

พัดชาพยักหน้า “ค่ะ.....”

“งั้นพัดต้องแต่งงานกับผมแล้วล่ะ......” ประเวศพูดเบาๆ

พัดชาตกใจ เงยหน้ามามองประเวศ ก็สบตากับประเวศที่มองมาอยู่แล้ว

“ผมพูดจริงนะ.......”

แล้วก็หยิบเชือกมัดถุงคุ๊กกี้มาผูกเป็นวง นำมาสวมใส่นิ้วนางของพัดชา

พัดชาอึ้ง ยอมให้ประเวศใส่แหวน(เชือก) แต่โดยดี

“แต่งงานกับผมนะพัด.......แหวนเชือกนี้ ผมตีตราจองไว้ก่อน ห้ามถอดออกนะ แล้วผมจะเอาวงจริงมาเปลี่ยนให้พัด”

พัดชาก้มมองนิ้วนางของตัวเองที่ใส่แหวนเชือก แล้วมองประเวศอีกครั้ง

“ผมรักพัดนะ รักมากด้วย ถึงผมจะไม่ได้เลิศเลอ ไม่ได้โดดเด่น สมบูรณ์แบบ ผมก็เป็นเพียงคนธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่เรื่องจิตใจ ผมก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน เพราะผมมั่นใจว่า... ผมเป็นคนที่รักพัดมากที่สุด......

สัญญานะครับ ว่าพัดจะแต่งงานกับผม และอยู่กับผมตลอดไป.......”

“ค่ะ พัดสัญญา........”

พัดชายิ้มรับคำเบาๆ แต่ก้องไปถึงหัวใจของประเวศ

...มหัศจรรย์แห่งรัก....สร้างสรรค์พลังอันยิ่งใหญ่....ต่างคนอยู่ไกลแสนไกล...กลับมาอยู่เคียงชิดใกล้....กอดฝันในใจด้วยรักและความผูกพัน.......




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2548    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:19:24 น.
Counter : 96 Pageviews.  

มนต์รักโคกสาริน..ตอนที่ ๓๙

คืนนี้........เป็นคืนแห่งความสุข

เปรี้ยวกับบุญออบพากันเดินออกมาจากตลาด เพื่อจะกลับบ้าน

“เป็นไงจ๊ะ เปรี้ยว ได้ตรวจตลาดแล้วโล่งใจขึ้นไหม....” บุญออบถามขณะที่เดินจูงมือกันกลับบ้าน

เปรี้ยวพยักหน้า

“จ๊ะ ค่อยโล่งอกหน่อย ถึงเดี๋ยวนี้ไอ้บัตรจะถูกจับตัวไปแล้ว เปรี้ยวก็ยังไม่อยากไว้ใจมากนัก.......พูดไปแล้วก็คิดถึงเจ้าอั้น อาโกชา ตาหลัก ตาฉิว ตาขิ่นนะ พวกเขาไม่อยู่กันแล้ว............”

“นั่นสินะ ไม่น่าเชื่อเลย ว่าจะเป็นสายลับปลอมตัวมาได้......แต่ก็อย่างว่าแหละ โลกนี้มันก็มักมีอะไรที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ......เหมือนกับเราสองคนไง”

เปรี้ยวหันมามองหน้า

“เราสองคนมาเจอกันได้ไงก็ไม่รู้นะ แถมยังมารักกันได้อีก ทั้งๆที่ตอนแรก เปรี้ยวเกลียดพี่แทบแย่..........”

เปรี้ยวหัวเราะ “เปรี้ยวไม่แน่ใจว่าตอนนั้น เปรี้ยวเกลียดพี่ออบหรือเปล่านะ แต่พี่ออบทำให้เปรี้ยวเจ็บใจ.....”

“ที่พี่ไปกอดเอวเปรี้ยวน่ะหรอ.....ตอนนั้นพี่นึกยังไงก็ไม่รู้.......แต่คิดว่าคนบ้านโคกนี่ดุจังเลย แค่เจอคนแรกก็จะต่อยพี่ซะแล้ว......”

“ก็พี่ออบนั่นแหละ มาหาว่าเปรี้ยวเป็นเด็กผู้ชาย.....”

บุญออบหัวเราะ

“ก็อยากแต่งเป็นผู้ชายทำไมล่ะ แต่พี่ก็เข้าใจผิดไม่นานหรอก พี่มองหน้าเปรี้ยวชัดๆ ก็รู้แล้ว ก็น่ารักซะขนาดนี้เนี่ย”

เปรี้ยวเขิน

“พี่ออบนี่ เคยพูดตรงยังไง ก็ตรงยังงั้น เชยยังไงก็เชยอย่างงั้นเลย”

“ก็พี่เป็นคนมั่นคงนี่ เปรี้ยวต้องเติมอีกอย่างหนึ่งด้วย คือ เคยรักเปรี้ยวยังไง ก็รักอย่างนั้น ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย.......”

เปรี้ยวหันมามอง ทั้งสองสบตากัน แล้วเปรี้ยวก็น้ำตาไหลออกมา บุญออบเห็นเข้าก็ตกใจ

“เปรี้ยว ร้องให้ทำไม เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนขี้แยไปแล้วนะเรา......”

“เปรี้ยวตื้นตันใจ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เปรี้ยวมีแต่พี่พาส กับพี่ผู้ใหญ่ มีแค่ 2 คนนี้เท่านั้น เปรี้ยวไม่เคยได้รับความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่........

แต่พอพี่ออบเข้ามาในชีวิตเปรี้ยว พี่ออบก็เข้ามามอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เปรี้ยวขาดไป.....พี่ออบให้ความรักที่ยิ่งใหญ่กับเปรี้ยว มันยิ่งใหญ่จนเราสามารถตายแทนกันได้.....

และพี่ออบก็ยังทำให้เปรี้ยวได้รับความอบอุ่น ความเมตตาจากคุณพ่อคุณแม่ของพี่ มาเติมส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตให้เต็ม..............

พี่ออบเป็นคนเชยๆ แต่ในสายตาเปรี้ยว พี่ออบเป็นคนที่เท่ห์ที่สุด สง่างามที่สุด และเป็นคนที่ทำให้เปรี้ยวภูมิใจที่ได้เกิดมามีความรักกับเขาสักครั้งหนึ่ง......แล้วเปรี้ยวก็เลือกคนไม่ผิด...”

บุญออบยิ้มแล้วเช็ดน้ำตาให้เปรี้ยว

“พี่ขอบใจเปรี้ยวมากที่รู้สึกดีๆ กับพี่.......เปรี้ยวไม่รู้หรอกว่า เปรี้ยวเองก็ทำอะไรหลายอย่าง...........ทำอะไรให้หัวใจของพี่เหมือนกัน......

อยากจะบอกเปรี้ยวว่า ครั้งแรกที่เจอ พี่ก็ประทับใจในตัวเปรี้ยวทันที........เปรี้ยวอาจไม่คิดถึงพี่......แต่พี่คิดถึงเปรี้ยวไปแล้ว......แล้วก็คิดถึงทุกคืนตั้งแต่นั้นมา.....

แล้วพี่ก็รักเปรี้ยวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล.....แล้วก็รักมากขึ้นเรื่อยๆ.....และคงจะรักตลอดไป”

ทั้งสองหยุดเดินหันมามองตากัน แล้วบุญออบก็ดึงเปรี้ยวไปกอดไว้

“พี่อยากจะทนุถนอม ดูแล..อยากจะมีเปรี้ยวอยู่ข้างๆ......อยากจะเห็นเปรี้ยวทุกวัน.....ทุกคืน......

ขอให้พี่ได้ดูแลเปรี้ยวไปตลอดชีวิตนะ......."

เปรี้ยวเงยหน้ามามองบุญออบ แม้ไม่พูด แต่สายตาแห่งความรัก ความเชื่อใจของเปรี้ยวก็เข้าใจได้ถึงความรู้สึกอันลึกซึ้ง.........

แล้วบุญออบก็บอกเบาๆ

“ เปรี้ยวรู้อะไรไหม....ตั้งแต่ที่พี่ได้เจอเปรี้ยว...จนถึงวันนี้....ใจพี่ก็ไม่เคยคิดถึงใครอีกเลย....นอกจากเปรี้ยว......และมันคงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป.....”

....ใจชั้นมีแต่เธอ...มีแต่เธอคนเดียว.....นอกจากเธอไม่แลเหลียวใคร....ส่วนใจชั้นก็มีแต่เธอ มีแต่เธอทุกห้องดวงใจ.....จะอย่างไรไม่คลายฤทัยเปลี่ยนผัน.....


ค่ำคืนนี้.....ลมพัดเฉื่อยฉิว......

ที่ต้นมะขาม (ต้นเดิม) หน้าบ้านประพาส

ผู้ใหญ่พิษณุนั่งพิงต้นมะขามเอนๆ ตาปรือๆ มีประพาสนั่งอยู่ข้างๆ

“อืม ลมเย็นหน้านอนจัง............” ผู้ใหญ่พิษณุพูดยิ้มๆ

“แหม พี่ผู้ใหญ่ ลมจะเย็นหรือไม่เย็น พาสก็เห็นพี่ผู้ใหญ่นอนได้ทั้งนั้นแหละ”

“อ้าว พาสไม่รู้อะไร การพักผ่อนที่ดีที่สุดของคนเรา คือการนอนหลับนะ”

“จ้า พาสรู้ ก็พี่ผู้ใหญ่ทำให้เป็นตัวอย่างอยู่นี่ไงล่ะ” ประพาสค่อน

ผู้ใหญ่พิษณุหัวเราะ ก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงนอน

“พาส ๆ”

ประพาสหันมาถาม “อะไรพี่ผู้ใหญ่”

“พี่จะนอนแล้ว..........”

“อ้าว จะนอนก็นอนไปสิ มาบอกทำไมอ่ะ"

“ก็จะนอนแล้ว ก็เอาตักมาสิ” ผู้ใหญ่ยิ้ม “ไม่รู้หน้าที่เลย..”

แล้วผู้ใหญ่พิษณุก็เอาหัวมาหนุนตักประพาสทันที ประพาสงง แต่ก็ยอมแต่โดยดี

“อะไรอ่ะ พี่ผู้ใหญ่ นี่ตกลงมันเป็นหน้าที่ของพาสไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

ผู้ใหญ่พิษณุหัวเราะ “อ้าว พาสไม่รู้อะไร มันเป็นหน้าที่พาสไปแล้ว ตั้งแต่ที่พาสให้พี่หนุนตักคราวนั้นไง ไม่รู้ซะแล้ว หนุนแล้วหนุนเลยเว้ย ฮ่าๆ”

ประพาสส่ายหน้า เฮ้อ....พี่ผู้ใหญ่นี่จริงๆ เล้ย....แต่ก็แอบยิ้ม

เงียบกันไปครู่หนึ่ง ผู้ใหญ่พิษณุก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“รู้ไหมพาส ว่าตอนนี้พี่มีความสุขจังเลย....เปรี้ยว น้องที่พี่รัก ก็กำลังจะมีความสุข........

พัด..น้องที่พี่รัก ก็กำลังจะมีความสุข......อลิส..น้องที่พี่รักก็กำลังจะมีความสุข

ลูกตาล....โอริโอ๋....น้องที่พี่รัก ก็ได้ทำตามความฝันของตัวเอง.........”

ประพาสพยักหน้า

“พาสเองก็มีความสุข ที่น้องๆ กำลังจะประสบความสำเร็จกันทุกคน....”

ผู้ใหญ่พิษณุเงยหน้าขึ้นมามองประพาส

“แล้วพาสล่ะ มีความสุขหรือเปล่า.......”

ประพาสพยักหน้า ยิ้มให้อย่างสดใส “พาสว่า พาสคงมีความสุขไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ...."

“อืม งั้นพี่ก็ยิ่งมีความสุขใหญ่ ที่รู้ว่า พาส น้องที่พี่รักที่สุด มีความสุข.......”

“พาสมีความสุขได้ ก็เพราะพี่ผู้ใหญ่...มีพี่ผู้ใหญ่อยู่เคียงข้าง....เป็นพี่ชาย...คอยแหย่.....คอยกวน....บางครั้งก็ทำงอน....บางครั้งก็ฮา....แต่บางครั้งก็แป๊ก....

แต่บางครั้งก็ลึกซึ้ง...และให้ข้อคิดคำแนะนำดีๆ กับพาสได้...พาสว่าคงไม่มีใครรู้จักพาสดีได้เท่าพี่ผู้ใหญ่อีกแล้ว..

พาสเองก็รู้ตัว...ว่าพาสเป็นคนแข็ง....คนดื้อ..........ดันทุรัง....ใครๆอาจจะไม่เข้าใจพาส....แต่พาสรู้....ว่าพี่ผู้ใหญ่เข้าใจพาสเสมอ.......

ไม่ว่าพาสจะไปทำอะไร ดีหรือไม่ดียังไงก็ตาม....พาสก็จะได้เห็นสายตาแห่งความเข้าใจของพี่ผู้ใหญ่....สายตาแห่งความเชื่อใจ.....เสมอ

พาสถึงอยากจะบอกพี่ผู้ใหญ่ว่า...พาสภูมิใจมากๆและมีความสุขมากๆ...ที่ได้เป็นน้องรักของพี่ผู้ใหญ่....”

ผู้ใหญ่พิษณุยิ้ม “แน่อยู่แล้ว น้องรัก..พี่รู้จักพาสมาทั้งชีวิต...พี่รู้ดีว่าพาสเป็นคนยังไง...พี่รู้ดีกว่าใครๆ ..เพราะฉะนั้น...ไม่มีเหตุผลอะไรที่พี่จะไม่เข้าใจ ไม่เชื่อใจพาส..

เรามีกันอยู่เท่านี้...ร่วมทุกข์ ร่วมสุขมาด้วยกัน...ยังไง เราก็จะไม่ทิ้งกันและกัน...ขอให้พาสรู้ไว้เลยว่า....

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะอยู่เคียงข้างพาสเสมอ....และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน...

เมื่อไหร่ที่พาสท้อแท้...ร้องไห้...ผิดหวัง....หรือเสียกำลังใจจากเรื่องอะไรก็ตาม...พี่ก็จะไม่ทิ้งพาสไปไหน พี่จะอยู่ตรงนี้...คอยให้กำลังใจพาสตลอดไป.......”

ประพาสยิ้ม ก้มลงมองคนที่นอนหนุนตัก ทั้งสองสบตากัน และยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ......

....ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนจะเวียนเปลี่ยนไปแค่ไหน...จะเป็นกำลังใจให้เธอได้รู้สึกดี...เป็นที่พักที่ให้ความเข้าใจ......นานเท่าไหร่ก็จะมี...ให้กับเธอ.....คนนี้....




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2548    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:20:04 น.
Counter : 118 Pageviews.  

1  2  

ชมเช้า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ชมเช้า..มาจาก ชมเช้า ชมสาย ชมบ่าย ชมเย็น ชมค่ำ ทุกกาลเวลาช่างน่าชื่นชม จะเวลาไหนก็เลือกชมเอาตามสะดวก..

...เวลาเช้า เป็นเวลาที่รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ดูสดใส จอมแก่นแสนซน ที่ไหนได้ ใครๆ เห็นชื่อแล้วบอกว่า 40 ขึ้นแน่ๆ บ้างก็ว่าป้า..เอ่อ เป็นงั้นไป...ขอบอกว่ายังห่างค่ะ ห่างมาก อิอิ...

ตอนนี้มีภารกิจเพื่อชาติให้ปฏิบัติค่ะ รู้สึกภูมิใจจังเลย (โบกมือแบบนางงาม) ดิฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ เอาใจช่วยด้วยนะคะ อิอิ...

คุณที่เข้ามาอย่าเพิ่งงงค่ะ ภารกิจอะไรขอเก็บไว้เป็นความลับ(ว่าแต่ ไม่ได้มีใครเขาอยากรู้สักหน่อย ^^") แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อ้อ อีกอย่าง เป็นแฟนหงส์ค่ะ (เกี่ยวไหมเนี่ย อิอิ)

Friends' blogs
[Add ชมเช้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.