www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws

Group Blog
 
All blogs
 

ลองมาอ่านเรื่องสั้นกันดูบ้าง....เบื้องลับ....เบื้องลึก...



คนทุกคนมีเบื้องหลังด้วยกันทั้งนั้น เบื้องหลังที่ว่าเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุด เป็นเบื้องลึกที่ ไม่ว่าใครก็เข้าไปไม่ถึง เว้นเสียแต่ว่า เจ้าตัวเขาจะอนุญาตในเข้าไปสำรวจเบื้องลึกของเค้าได้

ซึ่งก็น้อยอีกนั่นแหละที่จะมีใครยอมถึงขนาดนั้น ส่วนมากก็ได้แค่ส่วนหนึ่งของทั้งหมด ซึ่งมันก็เป็นส่วนที่น้อยเหลือเกิน เมื่อเทียบความจริงไปแล้วได้เพียง 1 ใน 100 เสียด้วยซ้ำ

เหมือนอย่างผมนี่ไง ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าผมก็มีเบื้องลึกเหมือนกัน ถ้าจะเล่าให้คุณฟัง ก็ต้องเตรียมทำใจเอาไว้เลยนะ ว่าอาจจะไม่ได้ความจริงทั้งหมด

ก็อย่างที่บอกมาตั้งแต่แรกแล้วนั่นแหละ ใครจะไปเปิดเผยความจริงให้กับคนแปลกหน้าอย่างคุณรู้หมดเล่า ผมไม่โง่หรอกนะ นี่ถือว่าคุณมาขอให้เล่า มันก็เป็นเรื่องของคุณแล้วที่ตัดสินใจเอาเองว่าจะเชื่อหรือเปล่า ก็เท่านั้น ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรด้วยอยู่แล้วนี่

ผมก็คนธรรมดาคนหนึ่ง ฐานะทางบ้านก็พอกินพอใช้ แม้ว่าจะไม่ร่ำรวยเหมือนมหาเศรษฐีก็เหอะ เตี่ยเป็นเจ้าของร้านชำขนาดกลาง แม่ปล่อยเงินกู้ เดือนๆนึง เงินหมุนไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะ แล้วยิ่งผมเป็นลูกชายคนเดียวด้วยแล้ว ทั้งเตี่ยทั้งแม่ก็รุมกันตามใจผมทุกอย่าง อยากได้อะไรไม่เคยขัดใจ ก็อย่างว่าแหละ คนมันมีบุญมาตั้งแต่เกิดนี่ครับ

ผมเรียนบัญชีจนจบปวส. แล้วต่อปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเอกชนอีก 2 ปี จบแล้วก็ออกมาอยู่บ้านเฉยๆ ประมาณปีนึง ชักเริ่มเบื่ออยากจะหาอะไรทำเตี่ยก็บอกอยากให้มาช่วยงานที่บ้าน

โธ่ คุณครับใครจะไปอยากทำงานที่บ้านกันเล่า วันๆ เตี่ยคุมแจราวกับกลัวว่าผมจะทำร้านเจ๊งยังงั้นแหละ ไม่เคยได้ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกกับเขาเลย ทำอยู่ 2 เดือนผมก็ทนไม่ไหว

อันที่จริง 2 เดือนผมก็ว่ามันอดทนมากเกินไปด้วยซ้ำ พอบอกเตี่ยว่าจะไปหางานทำข้างนอก เท่านั้นแหละ เตี่ยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าจะไม่ช่วยแก ละเลยกิจการอันเป็นเหมือนบรรพบุรุษของตระกูล ผมก็เลยต่อรองว่าเอาไว้ให้ทำงานข้างนอกจนเบื่อแล้ว ผมจะกลับมาช่วยเตี่ยใหม่ คราวนี้จะดูแลสืบทอดกิจการให้ใหญ่โตไปเลย เตี่ยถึงได้ยอม

เมื่อได้ออกมาปร๋อข้างนอกแล้ว ผมก็ไปสมัครทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง อย่าหาว่าคุยเลยขนาดมหาวิทยาลัยเอกชนเกรดตกแหล่ไม่ตกแหล่อย่างผมนะ ยังได้มีโอกาสไปปั้นจิ้มปั้นเจ๋อนั่งแอร์เย็นๆ ในธนาคารแห่งนี้เลย

ไม่รู้ว่าระบบคัดคนเข้าทำงานของธนาคารนี้เป็นยังไง แต่ถ้ามีโอกาสเจอหัวหน้าผมคงต้องบอกให้เขายกเลิกระบบนั้นไปเลยแหละ

ผมยอมรับนะ ว่าเข้าที่นี่มาได้เพราะความฟลุค ก็แหม คนที่นั่งข้างๆ ผมนี่ไฟแรงด้วยกันทั้งนั้น ตั้งอกตั้งใจทำงานกันซะเหลือเกิน ขยันกันราวกับว่าเป็นเจ้าของธนาคารยังงั้นแหละ โธ่เอ้ย ต่อให้ขยันกันให้ตาย เงินเดือนมันก็คงไม่ขึ้นให้กี่มากน้อยหรอก

ผมมองคนเหล่านั้นอย่างไม่เข้าใจในความขยันของเขา ในขณะที่ผมคิดว่า เขาก็คงมองผมอย่างไม่มีนัยสำคัญอะไรนอกจากนึกว่า ไอ้นี่ (แม่ง) ทำไมมันขี้เกียจงี้วะ ก็อาจจะเป็นได้....

ผมไปทำงานบ้าง หยุดบ้าง อู้ทุกอย่างเท่าที่โอกาสจะเปิดช่องให้ ไอ้เรื่องจะให้มาทำงานเกินเวลาหรือนอกเวลางานละก็ อย่าหวังเลยครับ แค่นี้ก็ลำบากจะแย่อยู่แล้ว เรื่องแบบนี้มันเป็นนิสัยของผม ( แต่เตี่ยว่ามันเป็นสันดานมากกว่า) จะดัดตอนนี้ก็ยากอยู่สักหน่อย

ผมจะดีขึ้นบ้างก็ตอนที่หัวหน้าปรายตามามองหรือให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นแหละครับผมถึงจะ “ แกล้ง” ทำงานงกๆ หัวไม่วางหางไม่เว้นไปพักหนึ่ง พอหัวหน้าวางใจ ผมก็รีบปวดหัว แล้วขอแวบไปกินยา นั่งเล่นซักครึ่งชั่วโมง แล้วค่อย ทำท่า “อ้อยสร้อย” กลับเข้ามาทำงานใหม่

ผมเองก็ยอมรับ ว่าไม่ได้ดีวิเศษวิโสไปกว่าใคร แต่ผมก็กล้ายืนยันได้ว่า ผมก็ไม่ได้เลวไปกว่าใครเหมือนกัน มีบางคนที่เลวกว่าผม บางคนที่ผมรู้จักและแสนจะเกลียดขี้หน้ามัน

ไอ้หน้าอ่อน ผมนึกปรามาสตั้งแต่วันแรกที่มันเข้ามาทำงาน หน้าตาขาวสำอางกับท่าทีสุภาพเรียบร้อยนั่นทำให้พนักงานสาวๆ มองมันด้วยความชื่นชม ในขณะที่ผมกลับรู้สึกขัดตาอย่างแรง แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้ผมเกลียดมันได้เท่ากับพฤติกรรมของมัน

เพราะว่าพอมันเข้ามาแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากแต่ก่อนที่ใครๆ ก็มองผมด้วยความชื่นชม ทั้งรูปร่างหน้าตาที่ผมคิดว่าผมมีเหนือพนักงานผู้ชายทั้งแผนก ถึงแม้ผมจะเกงานบ้าง อู้งานบ้างซึ่งทุกคนก็เห็น และอาจนึกตำหนิในใจในตอนแรก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยอัธยาศัยหรือจะเรียกว่าการเอาตัวรอดของผม คนพวกนั้นก็ทำเป็นลืมๆ ไปเสียไม่ค่อยเก็บเอามาใส่ใจเท่าไหร่ ผมถึงได้อยู่อย่างสบายเรื่อยมา

แต่เมื่อมันเข้ามาหลังจาก 7 เดือนผ่านไป เป็นเวลาที่ตำแหน่งที่ผมหมายปองอยู่ว่างลง ผมหวังมากกับตำแหน่งนี้ เพราะผมจบมาทางนี้โดยตรง ถึงแม้จะจบมาอย่างกระท่อนกระแท่นก็ตาม ไม่มีใครเขาสนใจหรอก ถ้าของกำนัลดีๆ ราคาแพงๆ ที่ผมหามามันจะบังตาเอาไว้

พวกหัวหน้าและคนเกี่ยวข้องทั้งหลายนั้นผมไปปูทางมาหมดแล้ว นั่นทำให้ผมมั่นใจมาก อย่าว่าแต่ผมเลย ใครๆ เขาก็มั่นใจกันทั้งนั้นแหละว่าผมต้องได้

ผมเตรียมตัวพร้อมที่จะรับตำแหน่งใหม่ งดทำตัวเหลวไหลระยะหนึ่ง สู้อุตส่าห์เพียรพยายามทำงานอย่างถวายหัวให้หัวหน้าเห็นเต็มที่ ผมเฝ้ารอประกาศแต่งตั้งด้วยใจจดจ่อ แต่วันนั้นไม่เคยมาถึง

ไอ้หน้าอ่อนก้าวเข้ามา พร้อมกับคว้า ไม่สิ ต้องเรียกว่าแย่งตำแหน่งของผมไปถึงจะถูก มันเข้ามานั่งเก้าอี้ที่ผมควรจะนั่งหน้าตาเฉย และตอนนี้ทุกคนๆ ก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่ามีผมอยู่ในโลก

พวกเขาสนับสนุนมันจนออกนอกหน้า และชื่นชมมันมากกว่าที่เคยชื่นชมผมเสียอีก มันมีดีอะไรตรงไหน อายุอ่อนกว่าผม 2 ปี แต่จบปริญญาโททางการเงินการธนาคารจากมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับทอปเท็นของอเมริกา

ไอ้นี่นี่มันเรียนของมันยังไงวะ ทำไมมันถึงได้รวดเร็วนักก็ไม่รู้ ขนาดผมกว่าจะจบปวส.มาได้ก็ต้องดร็อปไปตั้งปี ไม่ใช่อะไรมีเรื่องมีราวนิดหน่อย

ก็เรื่องของพวกผู้ชายเขาน่ะครับ ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้แต่เท่ครับ เตี่ยก็ด่าผมอยู่ปาวๆ ว่าอุตส่าห์ส่งไปเรียนบัญชีแล้วนึกว่าจะไม่มีทางมีเรื่องกับใครได้ ยังอุตส่าห์ไปหาเรื่องกับเขามาจนได้

โธ่ คุณ ไอ้ลำพังผมน่ะก็ไม่มีเรื่องกับใครหรอกแต่เพื่อนนี่สิ มันเรียนอยู่ช่างกล มันมีเรื่องมาขอให้ช่วย แล้วเพื่อนรักอย่างผมจะนิ่งดูดายได้อย่างไร แค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง

วันนั้นที่ผมกับเพื่อนไปตะลุมบอนคู่อริ เหตุการณ์มันจวนตัว ถ้าผมไม่เอามันก่อนมันคงเอาผมแน่ ผมก็เลยจ้วงมันด้วยมีดจนมิดด้าม มันทรุดฮวบลงไปต่อหน้า หน้าตาซีดไม่มีสีเลือด แตกต่างจากเลือดที่ท้องมันที่ทะลักออกมาราวกับน้ำป่าไหลบ่า

เห็นแค่นั้นผมกับเพื่อนก็ถอยละครับ ใครมันจะไปอยู่รอให้ตำรวจมาจับ ได้ข่าวว่ามันเจ็บปางตายพักรักษาตัวเป็นปี ผมกับเพื่อนก็เลยต้องถูกพักการเรียนไปโดยระเบียบ ความจริงเขาจะไล่ออกด้วยซ้ำ ดีที่เตี่ยผมไปขอร้องพร้อมบริจาคเงินอีกก้อนโต เขาจึงยอมให้เรื่องเงียบไป

การเข้ามาของมัน ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายให้กับผมเพียงเรื่องงานเรื่องเดียว แต่เรื่องที่ผมแสนจะแค้นมันยิ่งกว่า ก็คือเรื่องที่มันมาสนิทสนมกับ “แม่หน้าใส” ของผม

แม่หน้าใสของผมนั้นเข้ามาทำงานทีหลังผม 3 เดือนแต่อ่อนกว่าผมถึง 3 ปี เป็นเด็กสาวที่จบบัญชีจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง เรียบร้อยน่ารัก และที่สำคัญ อ่อนต่อโลก หลอกง่าย เอ้ย ไม่ใช่ เหมาะกับผมที่สุด

ผมเฝ้าเพียรตามจีบเธอ ใช้วิธีการทุกอย่างที่จะชนะใจเธอให้ได้ มีของกำนัลมาให้เธอ ทำเซอไพร้ส์เธอ เอาใจใส่ทุกอย่างยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แบบที่ผู้หญิงที่ไหนโดนแบบนี้ ก็ต้องใจอ่อนทุกราย

ต่อหน้าเธอ ผมคือสุภาพบุรุษ เป็นพี่ชายที่ใจดี อ่อนโยน และอบอุ่น ครบตามสูตรที่ผู้หญิงต้องการทุกอย่าง

เมื่อเริ่มเข้าเดือนที่ 3 เธอก็เริ่มมีท่าทีกับผม เราไปกินข้าวด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ดูหนัง ฟังเพลง สารพัดอย่างถ้าเธอต้องการ ผมทำให้ไม่เคยขัด

โธ่ คุณสมัยนี้จีบสาวมันก็ต้องเป็นเจ้าบุญทุ่มอย่างนี้แหละ ขืนทำตัวงก สาวที่ไหนจะมาแลล่ะ เดี๋ยวนี้เขาชอบคนรวย ใจกว้างกันทั้งนั้น หมดสมัยกัดก้อนเกลือกินกันแล้ว ก็เกลือมันไม่ได้อร่อยเหมือนเสต้กเนื้อเซอร์ลอยด์ที่ผมพาเธอไปกินนี่หว่า

ตอนนั้นใครๆก็รู้ว่าเธอเป็นแฟนผม แต่พอไอ้หน้าอ่อนเข้ามาเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเหมือนเรื่องงานไม่มีผิดเพี้ยน แม่หน้าใสของผมสนิทสนมกับไอ้หน้าอ่อนอย่างรวดเร็ว

จะไม่เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ก็ทั้งสองคนนี้เขาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาก่อน แถมเคยรู้จักกันมาก่อนในฐานะดาวเด่นของคณะทั้งคู่อีกด้วย

เอาเข้าไป อะไรมันจะขนาดนั้น มันจะเก่งเลิศสะแมนแตนแสนดีกันไปถึงไหนวะ ยิ่งไอ้หน้าอ่อนมันแสดงความเก่งออกมามากขึ้นเท่าไหร่ ผมก็เหมือนจมหายเข้าไปในดินมากขึ้นเท่านั้น

ก็อย่างอื่นน่ะ มันสามารถเสกสรรปรุงแต่งกันได้ทั้งนั้น แต่ไอ้ความฉลาดนี่ มันปั้นขึ้นมาได้ซะเมื่อไหร่ เธอคงเริ่มเห็นความแตกต่างของผมกับมันแล้ว อย่าว่าแต่เธอเลย ใครๆ เขาก็เห็นกันทั้งนั้น ไม่งั้นจะมีเสียงลอยตามลมมาเป็นระยะในทำนองชื่นชมหรอว่า คู่นี้นี่เค้าเหมาะสมกันทุกอย่าง ทั้งรูปร่างหน้าตาที่ทั้งสวยและหล่อ เบียดผมไปเลย

พูดไปใครๆก็ต้องว่าผมอคติ จะไม่ให้อคติยังไงไหว ก็เดี๋ยวนี้แม่หน้าใสของผมเธอหันไปคุยกับไอ้หน้าอ่อนนั้นเป็นประจำ ไม่รู้คุยอะไรกันนักหนา ปัญหาเศรษฐกิจชาติ การร่วมทุนระหว่างประเทศอย่างเนี้ย ไม่รู้จะคุยแสดงความคิดเห็นให้มันได้อะไรขึ้นมา เปลืองสมองเปล่าๆ ผมก็ได้แต่ปรายตามองอย่างเบื่อๆ จะเข้าไปร่วมวงด้วยก็ไม่รู้จะคุยอะไร

ผมรู้อยู่อย่างเดียวว่า เดี๋ยวนี้มันแย่งเวลาของเธอที่จะมีให้ผมไปหมด ชวนกินข้าวกลางวันเธอก็อ้างไม่ว่าง เพราะต้องสะสางงานแล้วก็หันไปปรึกษาเรื่องงานกับมัน

ตอนเย็นผมจะพาไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เธอก็ว่างานล้นมือต้องอยู่เกินเวลาอีก ผมอยู่รอ เธอยังปฏิเสธเสียนี่ อ้างว่าจะกลับพร้อมไอ้หน้าอ่อน เพราะต้องไปพบลูกค้าด้วยกันอยู่แล้ว เธอพูดเท่านี้ก็หันไปทำงานต่อโดยไม่สนใจผมอีกต่อไป

ทุกวันนี้ผมจึงมาทำงานด้วยความแค้น และการต้องทนเห็นหน้ามันทุกวันในที่ทำงาน ทำให้ผมแทบอยากจะอาเจียน ผมเบื่อกิริยาของมันที่ทำต่อหน้าทุกคนโดยเฉพาะกับแม่หน้าใส มันทำเป็นพูดจาดีกับผม สุภาพอ่อนโยน เอื้ออารีกับผม

แต่ขอโทษมันคงนึกว่าผมจะชื่นชมมัน ไม่รู้ถึงจิตใจลึกๆ ของมันล่ะสิ ว่ามันคิดอย่างไรกับผม ภายใต้ท่าทีสุภาพของมัน ผมมองปราดเดียวก็รู้ว่า มันคิดอะไรในใจ

มันก็เกลียดผมเหมือนที่ผมเกลียดมันนั่นแหละ เฮอะ เบื้องลึกของมันที่ปกปิดไว้และไม่ยอมให้ใครเข้าไปสำรวจ ก็มีผมนี่แหละที่เข้าไปถึงปากทางแล้ว

และเบื้องลึกของผมที่กั้นกำแพงอย่างหนาไว้ ก็กำลังถูกมันหักร้างถางพงเข้าไปเหมือนกัน แต่อย่าหวังเลย ไอ้หน้าอ่อน แกมันอ่อนหัดนัก ไม่รู้หรอกว่าที่แกเดินเข้าไปน่ะมันเป็นหลุมพรางต่างหาก

เมื่อมันก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ผมจะถอยออกมาหนึ่งก้าวเสมอ ที่ถอยนี่ไม่ใช่ว่ากลัวนะครับ ก็ผมบอกแล้วว่ามันอ่อน ส่วนผมเล่นเกมอย่างมืออาชีพ รอจังหวะและโอกาสเท่านั้น

เมื่อผมถอยมันยิ่งได้ใจ มันยิ่งแสดงความอารีในขณะที่ผมปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม มันคงนึกว่าผมกลัวมันจนตัวสั่นล่ะสิท่า

ผมเห็นแววตาแห่งชัยชนะของมันเยาะเย้ยผมอยู่ ในขณะที่มันคิดว่าผมไม่กล้าต่อกรกับมัน หารู้ไม่ว่าความหายนะได้ก้าวเข้ามาหามันที่ละนิดจากด้านหลังโดยที่มันจะรู้ตัวสักนิดก็หาไม่

เย็นวันนั้น วันที่ผมรอคอยก็มาถึง ผมมาถึงที่ทำงานสายกว่าปกติราวครึ่งชั่วโมง เข้าไปหาหัวหน้าด้วยสภาพกระเซอะกระเซิงเล็กน้อย ผมบอกหัวหน้าว่า รถเสียกลางทาง จึงเรียกช่างมาลากเข้าอู่ และรอรถแท็กซี่ก็ไม่มีมาซักคัน จึงจำใจต้องโหนรถเมล์มาทำงาน ก็ทำให้มาสายไปกว่าครึ่งชั่วโมง

หัวหน้าทำสุ้มเสียงเห็นใจ และไม่ตำหนิติเตียนอะไร แต่ผมเห็นนะว่าสายตาของมันบ่งบอกความไม่เชื่อถือในคำพูดผมสักนิด

หนอย ไอ้นี่ก็อีกคน เมื่อก่อนนี้ มันดีกับผมยังกับอะไร สนับสนุนส่งเสริมตลอด เพราะผมมีของกำนัลให้มันและประจบมันบ่อยๆ จนถึงขนาดออกปากเป็นนัยๆ แล้วว่าจะโปรโมทผมให้รับตำแหน่งใหม่

แต่หลังๆ นี่ผมชะล่าใจไปหน่อย ไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไหร่ เพราะว่าผมมัวแต่ไปสนใจแม่หน้าใสของผมที่น่าสนใจกว่าเยอะ พอผมเผลอเท่านั้นแหละ ไอ้หน้าอ่อนก็เข้ามาประจบหัวหน้าผมทันที

เอาละสิ ผมเพิ่งรู้ว่าที่ผมทำงานมาตั้งนาน มันไม่เคยคิดจะส่งเสริมให้ได้ดิบได้ดีอะไรหรอก มันแกล้งให้ผมฝันค้างรอเก้อไปอย่างนั้นเองเพื่อหลอกเอาของกำนัลจากผม ความจริงมันคิดอยู่ในใจตั้งนานแล้วว่า มันจะไม่ให้ตำแหน่งนี้กับผม เพราะมันเล็งไอ้หน้าอ่อนเอาไว้แล้ว

ตอนนี้ผมเลยเหมือนหมาหัวเน่า หัวหน้าไม่สนใจผมอีกนอกจากจะคอยตำหนิติเตียนอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น แต่ทีกับไอ้หน้าอ่อนนั่น โอ๋มัน เอาใจมันยังกับว่ามันแบ่งเงินให้ใช้อย่างนั้นแหละ มันน่าโมโหไหมล่ะ ผมพยายามข่มใจเรื่อยมา ผมไม่อยากคิดมาก เพราะว่า คงอีกไม่นานหรอก

ผมเข้าไปทำงานและปรารภกับเพื่อนร่วมงานถึงสาเหตุที่มาทำงานสาย และแน่นอนที่มันจะต้องได้ยิน นั่นไงมันทำเป็นปรายตามองด้วยความเห็นใจ

เอาอีกแล้ว มันเริ่มแสดงความเอื้อเฟื้อกับผมแล้ว มันบอกให้ผมกลับรถมันก็ได้เพราะบ้านของเราอยู่ทางเดียวกัน บ้านผมถึงก่อนด้วยซ้ำ

มันเริ่มก้าวเข้ามาอีกก้าวแล้ว แน่นอนว่าผมต้องถอยหนึ่งก้าว ผมปฏิเสธมันไป อ้างว่ามีธุระอาจทำให้กลับช้า ไม่อยากจะรบกวน มันทำหน้าเสียดายแล้วคะยั้นคะยอนิดหน่อยก่อนจะยอมแพ้เมื่อผมยืนยันคำเดิม

แต่เท่านั้นมันก็ได้ใจเพื่อนพนักงานสาวๆรวมทั้งแม่หน้าใสของผมไปอีกจมหูเลยทีเดียวกับความเอื้ออารีในครั้งนี้

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ผมเห็นมันชวนแม่หน้าใสกลับด้วยกัน แต่เธอปฏิเสธเพราะว่ามีนัดกับเพื่อน มันทำท่าผิดหวังนิดหน่อย แล้วเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน

ก่อนกลับมันยังหันมาถามผมว่า จะเปลี่ยนใจกลับกับมันไหม ผมปฏิเสธไปเหมือนเดิมแล้วแกล้งรีบเก็บของรีบออกไปเหมือนมีธุระ ออกไปแล้วผมเรียกแท็กซี่มาซุ่มอยู่หน้าธนาคาร พอรถมันเลี้ยวออกไปผมก็สั่งแท๊กซี่ให้ตามมันไปทันที

มันขับรถไปผับแห่งหนึ่งแถวๆ สุขุมวิท คงจะไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงละมั้ง ผมแอบตามเข้าไปแล้วนั่งสังเกตการณ์อยู่ในมุมมืด มันเข้าไปนั่งสักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาร่วมวงด้วย ผู้หญิงคนนั้นใส่เสื้อเกาะอกหนังสีดำกับกระโปรงหนังสั้นสีเดียวกัน ท่าทางเปรี้ยวน่าดู

เออ ไอ้นี่รสนิยมไม่เลวแฮะ เป็นครั้งแรกที่ผมนึกชื่นชมมัน มีอย่างนี้สักคนก็ดีเหมือนกัน เร้าใจดี แล้วผมก็นึกถึงแม่หน้าใส รายนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าคนที่ชื่นชมยกย่องหนักหนากำลังตระกองกอดอยู่กับแม่สาวชุดดำ น่าสงสารจริงๆ ที่โดนมันหลอกเอา

แต่ก็นั่นแหละ ผู้ชาย จะมากะเกณฑ์ให้มีผู้หญิงคนเดียวในดวงใจมันก็คงจะเฉาตายแน่ๆ ยิ่งอ่อนหวาน เรียบร้อย นุ่มนวลแบบแม่หน้าใสด้วยแล้ว มันน่าทะนุถนอมก็จริง แต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อเหมือนกัน

ก็มันไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนแม่สาวชุดดำคนนี้นี่ ดูมัน ดูมันทำ ทำอย่างนี้นี่ถ้าแม่หน้าใสมาเห็นสงสัยจะช็อคแน่

ผมหยิบกล้องวีดิโอดิจิตอลจากกระเป๋าออกมาถ่ายมันทุกอิริยาบท ถึงแม้แสงสว่างในผับจะไม่มากนัก แต่ก็พอจะมองออกว่าเป็นใคร ความจริงไม่ได้ตั้งใจจะเอามาถ่ายมันที่นี่ แต่ก็ดีถือว่าเป็นผลพลอยได้ แม่หน้าใสเห็นจะได้ตาสว่างสักที

เวลาผ่านไปจนถึง 4 ทุ่ม ผมเห็นมันล่ำลาเพื่อนๆ แล้วคว้าตัวแม่สาวชุดดำไปหอมแก้มทีหนึ่ง ก่อนจะตกลงอะไรกัน แม่นั่นคงอยากตามไปด้วย แต่ไอ้หน้าอ่อนคงไม่ยอม สุดท้ายแม่สาวชุดดำเป็นฝ่ายยอมแพ้ มันจึงเดินออกไปจากผับนั้นคนเดียว

ผมรีบตามไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าผับทันที โชคดีที่กว่ามันจะไปเอารถที่ลานจอดรถ และขับออกมานั้น ก็ไม่ทันผมที่ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว ผมให้แท็กซี่วิ่งรถไปบ้านผม

พอถึงกลางทางผมก็ลง กะเวลาว่าเดี๋ยวรถของมันต้องผ่านมา ตอนนี้ผมทำเป็นรอรถอยู่ข้างทางก่อน รออยู่ 15 นาทีผมก็เห็นรถของมันชะลอเข้ามาจอด มันทำหน้าแปลกใจที่เห็นผมแล้วว่า ไม่คิดว่าจะเป็นผมเพราะตั้งใจจะรับคนไปส่งเท่านั้น

เออ เป็นพลเมืองดีเข้าไป ผมคิด แต่ปากว่า พอดีมาทำธุระแถวนี้ แล้วกำลังรอแท็กซี่อยู่ รออยู่นานแล้วก็ยังไม่มีมาซักคันเลย มันรีบออกปากให้ขึ้นรถไปกับมัน

เอาละ เข้าทางผมแล้ว แต่ปากขอโทษขอโพยที่ต้องรบกวน มันยิ้มอย่างอารีและว่ามันเต็มใจช่วยทุกอย่าง เออ ทุกอย่างเลยใช่ไหม เดี๋ยวก็รู้

ผมนั่งมาในรถกับมัน และรอคอยโอกาสเท่านั้น และเมื่อโอกาสมาถึง ผมก็จ่อปลายกระบอกปืนสีดำมะเมื่อมเข้ากับสีข้างมันทันที

“อะไรกันเนี่ยพี่” เสียงมันร้องออกมาด้วยความตกใจ ผมแกล้งยกปืนเลื่อนขึ้นไปที่หัวของมัน

“ ว่าไง ตกใจมากนักหรอ กูว่ามึงทำใจสบายๆดีกว่า ขืนตื่นเต้นตอนนี้ เกิดกูลั่นตูมตามขึ้นมา หัวสมองมึงจะไม่สวยนะ” ผมพูดออกมาอย่างเยือกเย็น ก่อนสั่งเสียงเหี้ยม “ขับรถต่อไป”

“ พี่ พี่ทำผมทำไม” มันละล่ำละลักถาม ผมรู้ว่าจิตใจมันเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว

“ มึงไม่รู้ หรือว่าแกล้งโง่กันแน่ มึงทำอะไรไว้กับกูล่ะ ทั้งเรื่องงาน เรื่องผู้หญิง คนอย่างกู ฆ่าได้ หยามไม่ได้เว้ย ” ผมคำรามใส่ นั่นทำให้ไอ้หน้าอ่อนหน้าซีดแทบไม่มีสีเลือด แต่มันยังพยายามต่อไป

“ พี่อย่าทำผมเลย ผมกลัวแล้ว ผมยอมทุกอย่าง พี่อยากให้ผมทำอะไรผมจะทำทั้งนั้นเลย นะพี่นะ อย่าทำผมเลย” มันอ้อนวอนย่างน่าสงสาร แต่ผมหน้ามืดไปเสียแล้ว

“ กูไม่เชื่อ มึงน่ะมันเลว ใต้หน้ากากที่มึงใส่อยู่น่ะ มีกูคนเดียวเท่านั้นแหละที่รู้ เพราะฉะนั้นมึงต้องชดใช้สิ่งที่มึงทำ”

“ พี่ ใจเย็นๆ นะครับ ฆ่าคนน่ะมันไม่ง่ายหรอกนะครับ พี่อาจโดนข้อหาฆ่าคนตายได้นะครับ”

“กูไม่โง่หรอกเว้ย นี่ปืนเก็บเสียง แล้วนี่กูใส่ถุงมืออยู่ เมื่อมึงตายแล้ว ปืนนี่จะกลายมาเป็นของมึง มึงจะต้องยิงตัวตายเองโดยที่ใครๆก็ไม่รู้ไม่เห็นทั้งนั้น

จะบอกให้นะกูเนี่ยเชี่ยวชาญในการจัดท่ายิง รับรองวิถีกระสุนถูกต้อง ไม่มีใครสงสัยแน่

ส่วนสาเหตุ นี่วีดีโอ กูแอบถ่ายไว้หมดแล้ว เรื่องเลวๆ ของใครก็ไม่รู้ที่กูอุปโลกน์ให้เป็นมึง จ้างช่างตัดต่อซะหน่อย มึงก็ได้เล่นวีดีโอเป็นคนค้ายาบ้าแล้ว

วิดีโอนี่อยู่ในกล่องที่ถูกส่งมาถึงมึง และพร้อมที่จะถูกแฉในวันรุ่งขึ้นทันที แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับการกลุ้มใจ คิดมากจนฆ่าตัวตายด้วยปืนกระบอกนี้ ที่นี่”

ผมเผยแผนการณ์อันแยบยลทั้งหมดให้มันซึ่งหน้าซีดตัวสั่นฟัง “เอาละ จอดรถตรงหน้านี้แหละ”

เมื่อถึงที่หมายที่เป็น ที่ร้างผมก็สั่งให้มันจอด มันจอดรถแล้วละล่ำละลักกราบกรานผม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ผมปราณีมันขึ้นมาได้เลยสักนิด ผมยกปืนที่จ่อขมับมันถนัดถนี่แล้วลั่นไก

“ เปรี้ยง” เสียงปืนทำไมมันดังอย่างนี้ ดังเหมือนอยู่ใกล้ๆหูผมนี่เอง ทำไมตัวผมเย็นๆ แล้วก็ร้อนขึ้น สลับกันอย่างนี้

มือมือหนึ่งที่ใส่ถุงมือเหมือนผมเอื้อมมาจับหน้าผมไปดู เอ นั่นมันแม่สาวชุดดำนี่นา เอ หรือว่าไม่ใช่ คุ้นๆ เหมือนแม่หน้าใส เอ หรือว่าไม่ใช่

“ เรียบร้อยแล้วพี่ชาย” เสียงหนึ่งดังขึ้น ถ้าเป็นแม่สาวชุดดำนั่น ผมต้องยอมรับว่าเสียงเหมือนแม่หน้าใสของผมมากทีเดียว

“ เกือบไปว่ะ นุช เอ้านี่ วีดีโอ เดี๋ยวจัดการซะ เออ แล้วที่สั่งล่ะ”

“ เรียบร้อยทุกอย่าง บัตรเครดิต เอทีเอ็ม เงินฝาก รวมแล้ว 2 ล้านกว่า ปลอมลายเซ็นเรียบร้อยแล้วด้วย เงินนั่นหาให้ตายก็ไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ที่ไหน”

เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้น “ แล้ววิถีกระสุนนุชก็ไม่พลาดเหมือนกัน ฆ่าตัวตายร้อยเปอร์เซ็น”

“ไอ้นี่มันโง่จริงๆว่ะ” เสียงไอ้หน้าอ่อนหัวเราะ และเป็นเสียงที่ผมได้ยินเป็นเสียงสุดท้าย

วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ก็ลงรูปผมบนรถคันหนึ่งที่เป็นของใครไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ของไอ้หน้าอ่อน โดยเนื้อข่าวเขียนว่า “ หนุ่มธนาคารค้ายาบ้า ขโมยรถ โดนจับได้ชิงฆ่าตัวตาย”

สิ่งที่ผมเล่ามาทั้งหมด คุณจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของคุณ ผมบอกแล้วว่าไม่มีใครเขาเปิดเผยเบื้องลึกให้คนอื่นรู้หมดหรอก

แล้วอย่าทะนงตนไปล่ะว่า เบื้องลึกของตัวเองน่ะลึกที่สุดแล้ว อาจจะมีคนอื่นที่เขามีเบื้องลึกที่ลึกกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่าอย่างที่เราเองก็นึกไม่ถึงก็เป็นได้ อย่าชะล่าใจเป็นอันขาด ผมเตือนคุณแล้วนะ....




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2548    
Last Update : 5 มีนาคม 2549 14:23:30 น.
Counter : 164 Pageviews.  


ชมเช้า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ชมเช้า..มาจาก ชมเช้า ชมสาย ชมบ่าย ชมเย็น ชมค่ำ ทุกกาลเวลาช่างน่าชื่นชม จะเวลาไหนก็เลือกชมเอาตามสะดวก..

...เวลาเช้า เป็นเวลาที่รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ดูสดใส จอมแก่นแสนซน ที่ไหนได้ ใครๆ เห็นชื่อแล้วบอกว่า 40 ขึ้นแน่ๆ บ้างก็ว่าป้า..เอ่อ เป็นงั้นไป...ขอบอกว่ายังห่างค่ะ ห่างมาก อิอิ...

ตอนนี้มีภารกิจเพื่อชาติให้ปฏิบัติค่ะ รู้สึกภูมิใจจังเลย (โบกมือแบบนางงาม) ดิฉันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ เอาใจช่วยด้วยนะคะ อิอิ...

คุณที่เข้ามาอย่าเพิ่งงงค่ะ ภารกิจอะไรขอเก็บไว้เป็นความลับ(ว่าแต่ ไม่ได้มีใครเขาอยากรู้สักหน่อย ^^") แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ อ้อ อีกอย่าง เป็นแฟนหงส์ค่ะ (เกี่ยวไหมเนี่ย อิอิ)

Friends' blogs
[Add ชมเช้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.