Group Blog
 
All blogs
 

ขนมจีบหมูกุ้ง ส่งการบ้านคุณแม่ปูขาเกจ้า ^^

สวัสดีจ้าทุกคน

ป้าไม่ได้อัพบล็อกมาชาติกว่า วันนี้เกิดนึกครึ้มขึ้นมา เลยอัพซะหน่อย วันนี้มาส่งการบ้านแม่ปูจ้ะ เคยลองทำซาลาเปาสูตร ม.เกษตรไปแล้ว วันนี้เลยลองทำ "ขนมจีบ" ของโปรดซะหน่อย
เลยลองเสิร์จดู เจอสูตรของคุณแม่ปูขาเก ดูแล้วน่าจะทำได้ไม่ยาก เลยลองดูจ้า

Free Image Hosting

เริ่มจากส่วนผสมก่อน จากสูตรของแม่ปูนะจ๊ะ

เนื้อหมูสับ ๒๕๐กรัม
เนื้อกุ้งสับ ๑๘๐ กรัม
แห้วสับ ๑๐๐ กรัม
เกลือ ๑/๒ ช้อนชา
ซ้อสถั่วเหลือง ๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา ๑/๒ ช้อนชา
น้ำตาลทราย ๑ ช้อนชา
แป้งมัน ๑ ๑/๒ ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น เติมเองนะคะ
แผ่นเกี๊ยวสำหรับห่อ
เบคกิ้งโซดาด้วย ๑/๘ ช้อนชา

มาดูภาพส่วนผสมกันนะจ๊ะ

Free Image Hosting

แล้วก็มาถึงวิธีทำ

ง่ายมาก ๆ ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วห่อด้วยแผ่นเกี๊ยว

มาดูหน้าตาไส้ ป้าสับกุ้งไม่ค่อยละเอียด แถมใส่น้อยกว่าสูตร ใส่ไปแค่ประมาณ ๑๐๐ กรัมเอง จะเห็นได้จากเนื้อไส้ว่า กุ้งลอยเด่นออกมา




Free Image Hosting

เมื่อห่อด้วยแผ่นเกี๊ยว ตักไส้ประมาณ ครึ่งช้อนกลางตักแกง
ห่อขยุ้ม ๆ ได้ขนมจีบประมาณ ๓๐ กว่าลูก

Free Image Hosting

จากนั้น ทาน้ำมันไปนิด ๆ หน่อย ๆ ด้านบน แล้วลำเลียงลงซึ้งนึ่ง
(ไม่ได้รองใบตอง เพราะหาไม่ได้ เลยทาน้ำมันตรงก้นซึ้ง)

Free Image Hosting

พอนึ่งไปได้ประมาณ 12 นาที ก็ปิดไฟ (วางซึ้งนึ่ง ตอนน้ำเดือดนิด ๆ แล้วค่อยจับเวลา)

หน้าตาขนมจีบ ออกมาเช่นนี้

Free Image Hosting

เอิ่ม ขอบอกว่า แผ่นแป้งเกี้ยวนึ่งออกมา แล้วสีไม่สวยเหมือนที่เค้าขายเลย
ไม่รู้ว่า เพราะอะไร หรือมันต้องทาน้ำมันให้ทั่วทั้งลูกขนมจีบก็ไม่รู้
ไม่เป็นไร คราวหน้าลองใหม่

เอากระเทียมเจียว (สำเร็จรูป) โรย

ลองชิม

Free Image Hosting

รสชาติ

ฮิ้วววววววววว สูตรดีมาก ๆ
ออกมาอร่อยใช้ได้เลยจ้ะ แต่แอบเค็มนิดนึง เพราะว่าลดส่วนผสมเนื้อกุ้งลงเกือบ ๆ ขีดนึง ก็สมควรจะเค็มหล่ะ ถ้าทำตามสูตรเป๊ะต้องอร่อยแน่นอน
เอ้อ แห้วนี่ ทำให้ขนมจีบ หวาน ๆ มัน ๆ จริง ๆ แต่แอบปอกยากไปนิดนึง
วันหลังจะลองใช้มันแกวดู

อีกนิด คราวหน้าจะเพิ่มพริกไทยอีกแยะๆ คราวนี้ไม่ค่อยได้สัมผัสรสชาติพริกไทย เท่าไหร่เลย





คราวหน้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะได้อัพอีก

แล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะ

ป้าแต้...แช่อิ่ม




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2553    
Last Update : 17 ตุลาคม 2553 22:21:58 น.
Counter : 1300 Pageviews.  

==== Toffee Cake ====

สวัสดีจ้ะ ทุกคน

วันนี้ ป้าแต้ลองหัดทำ Toffee Cake ตามสูตรแม่สลิ่ม ที่ลงไว้ในบล็อกนะจ๊ะ ^^

Image Hosted by ImageShack.us


ที่มาสูตร ^^

Toffee Cake - แม่สลิ่ม

เห็นว่า สูตรนี้ เป็นสูตรของคุณ Triny (คนสวย) อีกที อยากดูต้นตำหรับ ตามลิงค์นี้จ้ะ

@ @ ครัวแม่มิ้น @ @ ชวนหม่ำ "ท้อฟฟี่เค้ก" สูตรอร่อยจ้า

มาเริ่มกันเลยดีกว่า เริ่มจากส่วนผสมตัวเนื้อเค้ก เป็นเนื้อสปันจ์นะจ๊ะ

ส่วนผสมเนื้อเค้ก

Image Hosted by ImageShack.us


แป้งเค้ก 125 กรัม
กาแฟผง 2 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 200 กรัม
ผงฟู 2 ช้อนชา
เนยจืด 150 กรัม
ไข่ไก่เบอร์ใหญ่ 4 ฟอง (ป้าใช้ เบอร์ 0)
เกลือ 1/8 ช้อนชา


วิธีทำ

1. วอร์มเตา 180 องศา ไฟ บนล่าง เตรียมพิมพ์ เอากระดาษไข รอง ตามสูตรให้รองด้านข้างด้วย แต่ป้าไม่ได้รองด้านข้างจ้ะ เพราะกะราดหน้า Toffee เลย เกี่ยวมั๊ยอ่ะ ^^)??



2. ร่อน แป้ง กาแฟผง ผงโกโก้ ผงฟู ร่อนรวมกันสัก 2-3 รอบ พักไว้ (กาแฟผงสำเร็จรูป จะไม่ละเอียด แนะนำให้เอาไม้นวดแป้ง บด ๆ ให้ละเอียดอีกทีจ้ะ ^^)



3. ตอกไข่ใส่โถผสม ใส่เกลือ ตีไข่ด้วยความเร็วสูงจนขึ้นฟู (ป้าตีไปประมาณเกือบ 5 นาที ถึงเริ่มใส่น้ำตาล ช้อนแรก ^^)



4. ทะยอยใส่น้ำตาลทรายทีละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วตีต่อด้วยความเร็วสูงเหมือนเดิม ใส่น้ำตาลทรายจนหมด จับเวลาตั้งแต่ใส่น้ำตาลทรายหมด ตีต่อด้วยความเร็วสูง 15 นาทีจ้ะ (พวกเครื่องตีไข่เล็ก ๆ อย่าง OTTO ของป้า อย่าลืมพักเครื่องทุก 5 นาทีนะจ๊ะ กันมอเตอร์ไหม้)
** ป้าเริ่มเอาเนยไปในละลายในไมโครเวฟ ตอน 5 นาทีสุดท้ายของการตีไข่จ้ะ***



5. พอครบ 15 นาที จะได้ไข่ฟูขาวขนาดนี้ แล้วร่อนแป้ง+ส่วนผสม ที่ร่อนไว้ตามข้อ 2. ลงไปจ้ะ (ร่อนแป้งใส่โถผสมคราวนี้ ควรใช้ที่ร่อนแป้ง หรือกระชอนอันเล็กนะจ๊ะ เพราะป้าร่อนหกออกมาพอสมควรเลย T^T)
แป้งควรจะไม่ยุบตัวลงไปในส่วนผสม ถ้าตีส่วนผสมได้ที่ (ของป้าไม่ยุบ เย้ ๆ ๆ)





6. ตีส่วนผสมด้วยความเร็วต่ำสุดให้เข้ากัน ไม่เป็นเม็ด ใช้ตะกร้อมือหรือพายยางช่วยด้วยได้จ้ะ ปาดอ่างให้ส่วนผสมลงไปอยู่ในอ่างให้หมดนะจ๊ะ
ป้าจับเวลาไว้ประมาณ 1 นาที จากนั้นเทเนยที่ละลายไว้ ค่อย ๆ เทเป็นสายลงในส่วนผสม (ป้าตักทีละช้อนนะ)อย่าเท พรวดเดียวมันจะเข้ากันยาก
และทำให้เค้กเป็นไตได้ พอเทเนยละลายหมด ป้าตีต่ออีกประมาณ 2 นาที ด้วยความเร็วปานกลาง



7. นำส่วนผสม เทลงพิมพ์ เคาะก้นพิมพ์เบา ๆ เพื่อไล่ฟองอากาศและ นำเข้าเตาอบ (เวลาที่ใช้อบ เตาใครเตามันนะ ป้าใช้ 180 องศาซี ไฟล่างอย่างเดียว เกือบ 40 นาทีแน่ะ) ปกติเค้กสปันจ์ เค้าให้เช็คสุก จากการแตะที่หน้าเค้ก ว่าสปริงตัวกับนิ้วดี กดแล้วไม่เป็นรอยบุ๋ม หรือดูขอบขนมร่อนออกจากพิมพ์ ถือว่า สุก แต่สำหรับป้า เอาไม้จิ้มฟันจิ้มเลย (กลัวไม่สุกจัด ^^" ไง ๆ ก็ต้องราดหน้าอยู่แล้วนิ ไม่เห็นแน่นอน)



8. สุกแล้วจ้ะ หน้าตาปุปะไปด้วยฟองอากาศ เอาออกมาแล้วกระแทกพิมพ์ 1 ทีให้โครงสร้างเค้กอยู่ตัวแล้วผึ่งบนตะแกรง ทิ้งไว้ให้เย็น ตามสูตร เค้าให้ใช้พายยางปาดไปตามหน้าเนื้อเค้กเบา ๆ เพื่อให้เวลาราดหน้าเค้ก แล้วไม่หลุดร่อน อันนี้ป้าทำตามแล้วนะ แต่พอราดหน้าแล้ว ก็แอบหลุดร่อนนิด ๆ เหมือนกัน ^^" สงสัยไม่รู้ปาดเบาไปหรือ หนักไป



ตัวเค้กเสร็จแล้วจ้ะ


มาดูส่วนผสมหน้า Toffee กัน



เนยจืด 150 กรัม
นมข้นจืด 60 กรัม
น้ำตาลทราย 140 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 170 กรัม
กาแฟผง 1 ช้อนชา
แป้งเค้ก 3 + 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. นำเม็ดมะม่วง ฯ ไปอบ ที่อุณหภูมิ 150 องศาซี จนเหลือง น่ากิน (ป้าใช้เวลาประมาณ 12 นาที แบบวอร์มเตาไว้ก่อนแล้วนะจ๊ะ)

Image Hosted by ImageShack.us


2. นำเนย นมข้นจืด น้ำตาลทราย เกลือ ใส่ภาชนะรวมกัน นำเข้าไมโครเวฟไฟแรงสุด ประมาณ 1 นาที ครึ่ง เอาออกมาใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันได้หน้าตาประมาณนี้ค่ะ ใส่กาแฟผง คนด้วยตะกร้อมือให้ละลายเข้ากัน ถ้าไม่ละลาย เอาเข้าไมโครเวฟต่อ ประมาณ 1/2 นาที คนจนเข้ากัน



3. ใส่แป้งเค้ก คนด้วยตะกร้อมือ จนเข้ากันดี หลังจากนั้นเข้าเวฟต่อ ไฟแรงสุด 3 ครั้ง ๆ ละ 1/2 นาที (เอาออกมาคนทุก 1/2 นาที)จนเหนียว จากนั้นใส่เม็ดมะม่วง คนให้เข้ากัน




4. รอให้อุ่นนิดนึง นำไปราดบนหน้าเค้ก



5. นำเข้าเตาอบ 200 องศาซี เฉพาะไฟบน ประมาณ 10-15 นาที จนสีน้ำตาลสวยงาม (หน้าแอบเดือดปุด ๆ)



6. เอาออกจากเตาอบ พักให้เย็น คว่ำหน้าตัด เป็นชิ้นขนาดตามต้องการ จ้ะ (ป้าใช้มีดเค้กตัด แอบตัดยาก ใช้มีดทำครัวจะดีกว่านะ เพราะเม็ดมะม่วงแข็งอ่ะ)



7. แต่น แตน แต๊นนนน โชว์เนื้อ และ หน้าหน่อย Toffee Cake ป้าตัดขนาด 2.25 x 2.25 นิ้ว ลืมไป ป้าใช้พิมพ์ 9 x 9x 1 1/2 นิ้ว



8. แพ็คใส่กล่องแจกมิตรสหายจ้ะ




สรุป รสชาติดีตามสูตรจ้ะ แต่หน้า Toffee ยังร่อน ออกมาจากเนื้อเค้กนิดหน่อย และหน้ายังไม่ค่อยแห้งสนิทดี อันนี้คงต้องหาหนทางแก้ไขต่อไป

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมจ้ะ

ป้าแต้...แช่อิ่ม















 

Create Date : 03 กันยายน 2552    
Last Update : 4 กันยายน 2552 9:54:12 น.
Counter : 617 Pageviews.  

Midnight ซาลาเปา ตอน ซาลาเปาไส้หมูสับแคเหลาะ (แครอท)

สวัสดีทุกคนจ้ะ

วันนี้ป้าแต้ ขอโชว์ห่วย การทำซาลาเปาครั้งแรกในชีวิต ในตอน

Midnight ซาลาเปา ตอน ซาลาเปา ไส้หมูสับแคเหลาะ (แครอท) ^^

(ที่ Midnight เพราะ กว่าจะเสร็จ ก็ Midnight จ้ะ )


Free Image Hosting

เนื่องจากวันก่อน ป้าแต้ได้ไปอ่าน วิธีทำซาลาเปา สูตร ม. เกษตร ที่คุณหมาดำปราณบุรี ได้รีวิวไว้อย่างละเอียด (น่ารักมากเลยจ้ะ) ตามลิงค์นี้นะจ๊ะ

หมาเข้าครัว .................. ทำครั้งแรกกับ ....... ซาลาเปาอร่อยๆ


ด้วยความที่ตัวเองชอบกินซาลาเปา และประกอบกับ พี่หมา บอกว่า
สามารถนวดแป้งด้วยมือได้ ง่ายนิดเดียว ป้าแต้ก็เลย เอาวะ ลองดูซักตั้ง (จริง ๆ อยากทำมานานแล้ว แต่ด้วยความกระจอกงอกง่อยของ เครื่องตีแป้ง เลยมิกล้าใช้ทำอย่างอื่นนอกจากตีส่วนผสมเค้ก ^^")
คราวนี้ นวดมือเล๊ยยยยย

เมื่อวานเลยได้ฤกษ์ไปซื้อ เครื่องปรุงมา แล้วก็เริ่มเลย

ตามสูตร (ลอกของพี่หมา มาเลยนะจ๊ะ)

แป้งส่วนที่ 1 ( ตัวสปันจ์ )
- แป้งเค้กบัวแดง 190 กรัม ( ประมาณ 2 ถ้วยและตักออก 2 ชต. )
- ยีสต์ 5 กรัม ( 1/2 ชต. )
- น้ำตาลทราย 5 กรัม ( 1/2 ชต. )
- น้ำ 1/2 ถ้วยตวง


แป้งส่วนที่ 2
- แป้งเค้กบัวแดง 75 กรัม ( ประมาณเกือบๆ 3/4 ถ้วย ) อันนี้ป้าใช้แป้งพัด
- ผงฟู 2.5 กรัม ( 1 ชช. )
- น้ำ 20 กรัม ( 1/8 ถ้วยตวง )
- น้ำตาลทราย 50 กรัม ( ประมาณ 1/3 ถ้วย+ 1 ชต. )
- เกลือ 2 กรัม ( 1/2 ชช. )
- น้ำมันพืช 25 กรัม ( 2 ชต. )


ส่วนของไส้หมูสับ
** แปลงสูตรเล็กน้อย แต่รับรองอร่อยครับ
- เนื้อหมูสับติดมัน 150 กรัม
- แครอทหั่นเต๋าเล็กๆ 115 กรัม ( ต้นฉบับใช้มันแกวขูดเส้น แต่เราว่าแครอทอร่อยดี )
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ ( ต้นฉบับเมื่อลดสูตรแล้วเหลือ 1/2 ชต. แต่เราว่าใส่เยอะๆ หอมอร่อยกว่า )
- พริกไท 1 ช้อนชา
- แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 2 ต้น ( ต้นฉบับเมื่อลดสูตรใช้แค่ 1 ต้น ) (ไม่ได้ใส่จ้ะ)
- เห็ดหอมหั่นชิ้นเล็ก 1 ดอก

** เพิ่มเองนอกสูตรคือ .....
1.ไข่ขาว ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ (อันนี้ป้าไม่ได้ใส่)
ไข่ขาวจะช่วยให้ไส้หมูนุ่มนวลไม่แข็งกระด้าง
หากใครชอบไส้แบบแข็งๆ ก็ไม่ต้องใส่น่ะครับ
2. ไข่ต้มสุก

วิธีทำ ตามลิงค์ พี่หมานะจ๊ะ (ป้าไม่ได้ถ่ายรูป เพราะมือเปื้อน )

สุดท้ายได้ซาลาเปา (ชั่งลูกละ 30 กรัม) มา 20 ลูก

Free Image Hosting

พอจับจีบ (หรือเปล่า) ก็พักไว้ประมาณ 20 นาที แล้วก็นึ่งในลังถึง (น้ำเดือดๆ) ประมาณ 12 นาที (ไอ้ที่ดูเหลือง ๆ เปื้อนทั่วไป คือ ไข่แดงจ้ะ)

Free Image Hosting

ก็ได้ซาลาเปา สุดแสนอร่อย ^^ มาเชยชม

มาดูไส้กันหน่อย

Free Image Hosting

พอชิมแล้ว ป้าว่า อร่อยดี แต่ กลิ่นน้ำมันงาจะแยะไปหน่อย คราวหลังต้องลด
ลง แล้วก็ต้องไปหาซื้อมันแกว (ตามสูตรจริง ๆ) มาลองใส่ดู

ใครไม่เคยลอง ลองทำดูได้เลย ไม่ยาก ... แต่เมื่อยมากกกกก 55555555


ป้าแต้ ...เองจ้ะ ^^




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2552    
Last Update : 22 สิงหาคม 2552 18:39:47 น.
Counter : 2429 Pageviews.  

เค้กกล้วยหอม สุดนุ่ม สูตรคุณ Beebie จ้ะ

สวัสดีจ้ะ

วันนี้ป้าแต้ทำเค้กมาตรฐาน การเรียนรู้ของห้องก้นครัว อีกอย่างนึง

นั่นคือ "เค้กกล้วยหอม สูตรคุณ Beebie" สูตรนี้ นี่เองงงงง ^^

Banana Cake 1

ส่วนผสม
แป้งเค้ก 200 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง
ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 180 กรัม
กล้วยหอมสุกบด 200 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

Banana Cake2

วิธีทำ อันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปนะจ๊ะ ^^
1. อุ่นเตาอบ 200 องศาเซลเซียส ร่อนแป้ง ผงฟู และ Baking Soda เข้าด้วยกัน ( ป้าร่อน 2 ครั้งจ้ะ) บดกล้วยหอม แล้วใส่วนิลา และ น้ำมะนาว พักไว้
2. ตีไข่ไก่ น้ำตาลทราย เกลือป่น ให้ขึ้นฟู ด้วยความเร็วสูง ประมาณ 7-8 นาที
3. ปรับความเร็วต่ำ เติมแป้งลงไป ตีให้เข้ากัน ประมาณ 1 นาที เติมน้ำมันพืชตีต่อด้วยความเร็วปานกลาง ประมาณ 2 นาที
4. เติมกล้วยตีต่อด้วยความเร็วต่ำ ประมาณ 1 นาที
5. หยอดใส่พิมพ์ อบด้วยไฟ 200 องศา เซลเซียส ประมาณ 20 - 25 นาที

เตาอบป้า ประมาณ 20 นาที ก็สุกใช้ได้แล้วจ้ะ (เกรียมไปหน่อยด้วยซ้ำ) รอบหลังเลย อบไฟบนล่างไป 15 นาที แล้วใช้ไฟล่างอย่างเดียวอีก 5 นาที
หน้าจะได้ไม่เกรียมเกินไป

สูตรนี้ คุณหญิงแม่ของป้า ชอบมาก บอกว่า นุ่มดี ไม่หวานไปด้วย
เรียกว่า ถูกใจคนชรา

มาดูเนื้อในละเอียดนุ่ม มาก ๆ สูตรนี้เค้าดีจริง ๆ จ้า

Banana Cake 3




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 20:00:08 น.
Counter : 730 Pageviews.  

เค้กกาแฟเจนัว ...ฉบับรวมมิตรสูตร จ้า ^^

เค้กกาแฟเจนัว ฉบับรวมมิตรสูตร


�����า��

วันนี้ป้าแต้ ลองทำเค้กกาแฟดูจ้ะ จากสูตรที่ลอง searh หาใน BlogGang ดูออกมาหลายสูตรทีเดียว

สรุปว่า ที่เลือกมาคือ

เนื้อเค้ก

สูตรสปันจ์ในตำนานของคุณแหม่ม Tiara

แต่ลดสัดส่วนเหลือแค่ 2 ปอนด์

ส่วนผสม
1. แป้งเค้ก ตรา "พัดโบก" 70 กรัม
2. ผงฟู 1/2 ช้อนชา
3. น้ำตาลทราย 80 กรัม
4. เกลือ 1/4 ช้อนชา
5. น้ำ 30 กรัม
6. นมข้นจืด 20 กรัม
7. ไข่ไก่เบอร์ 0 2 ฟอง
8. เนยสดละลาย รสเค็ม 50 กรัม (อันนี้ใช้รสจืดค่ะ เพราะไม่มีรสเค็ม)
9. สารเสริม SP 8 กรัม
10. กลิ่นกาแฟ 1 ช้อนชา
11. ผงกาแฟ 1 ช้อนโต๊ะ (ละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ)

ส่วนวิธีทำตาม ลิงค์เลยนะคะ ตอนทำไม่ได้ถ่ายรูปไว้
แต่ในส่วนของ ผงกาแฟไม่ได้ร่อนลงไปตอนสุดท้ายเหมือนคุณแหม่ม
แต่ผสมน้ำใส่ในส่วนของนมข้นจืดและกลิ่นกาแฟไปเลยค่ะ

ครีมกาแฟ สูตรของคุณ Triny


บัตเตอร์ครีมกาแฟนมข้น (สูตร UFM)
1. เนยขาว 50 กรัม
2. เนยสดจืด 100 กรัม
3. นมข้นหวาน 200 กรัม
4. น้ำผึ้ง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ อันนี้ไม่ได้ใส่ค่ะ
5. เกลือ 1/2 ช้อนชา
6. กาแฟผง 1 ช้อนโต๊ะละลายน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ตีเนยขาวกับเนยจนขึ้นฟู เบา ประมาณสักสิบห้านาที
แล้วก็ใส่นมข้น และกาแฟและเกลือละลายน้ำลงไปตีอีกสักห้านาที

มาถึงโรยหน้า

ใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์แทนอัลมอนด์ค่ะ เพราะไม่มี 555

ทำตามสูตรนี้ค่ะ

สูตรอัลม่อนสำหรับเค้ก 2 ปอนด์ของคุณ Blog_angle

ส่วนผสมและวิธีทำจ้ะ

- อัลม่อน 100 กรัม เนย 13 กรัม น้ำตาลทราย 33 กรัม น้ำผึ้ง1 ชช
ใส่ทุกอย่างในกระทะยกเว้นอัลม่อน ผัดไฟอ่อนจนน้ำตาลละลาย ใส่อัลม่อนผัดจนแห้ง

เห็นมะว่า หลายสูตรมาก ๆๆๆๆๆๆๆ

ออกมาได้แบบนี้ล่ะ จะ รู้สึกว่า ครีมจะเหลวไปซักนิด เม็ดมะม่วงจะแก่ไฟไปซักหน่อย แต่สรุปว่า อร่อยถูกใจ (คนทำ) จ้า

มาดูเนื้อเค้ก ตัดยากมากเพราะติดเม็ดมะม่วง มันกดเนื้อเค้กซะ ^^"

เลยเอาดอกไม้ปกปิดไว้ 5555

Photobucket

สงสัยคราวหน้าต้องตัดก่อนโรยเม็ดมะม่วง แต่ถ้าเป็นอัลม่อน จะตัดยากอย่างงี้มะเนี่ย อิ อิ

สู้ต่อไปเหอะ ...

ป้าแต้...แช่อิ่ม




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 11 กรกฎาคม 2552 20:36:45 น.
Counter : 1752 Pageviews.  

1  2  

ป้าแต้...แช่อิ่ม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ มาร่วมแชร์ประสบการณ์กัน
Friends' blogs
[Add ป้าแต้...แช่อิ่ม's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.