|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
Super Sunday : SuperBowl IX Steelers V Vikings 1975

ปีค.ศ 1933 อาร์ท รูนี่ย์ ได้เงิน 2,500 เหรียญ มาจากการเดิมพันม้าแข่ง ที่สนามซาราโตก้า และเขาได้นำเงินก้อนนี้ มาเป็นทุนใช้ในการสร้างทีมฟุตบอลประจำเมืองพิตส์เบิร์ก
 [ อาร์ท รูนี่ย์ ยืนด้านหลังขวามือ สมัยเล่นฟุตบอลในวัยหนุ่ม ]
“ พิตส์เบิร์ก ไพเรทส์ ” คือชื่อเริ่มแรกของมัน ตั้งตามชื่อทีมเบสบอลประจำเมือง ที่รูนี่ย์เป็นแฟนประจำอยู่... แต่ทีมไพเรทส์ แสนรักของเขาก็มีผลงานที่ลุ่มๆดอนๆ ถึงขนาดยุบทีมไปรวมกับฟิลาเดลเฟีย อีเกิ้ล กลายเป็นทีมคู่แฝดของรัฐเพนซิลวาเนีย...” Phil – Pitt Eagles ” และมาร่วมแจมกับชิคาโก คาดินาล์ด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
 [ ทีมพิตส์เบิร์ก ไพเรทส์ ต้นตำนานของสตีลเลอร์ส ]
จนสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง อาร์ท รูนี่ย์ จึงจับไพเรทส์มาปัดฝุ่นใส่ตะกร้าล้างน้ำใหม่ กลายมาเป็นทีม.......” พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ” ในที่สุด และทีมก็ยังคงดำเนินงานอย่างผิดพลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากตัดตัว “ อนาคตฮอลออฟเฟรม ” อย่างจอห์นนี่ ยูไนตัส ทิ้งในระหว่างเทรนนิ่ง แค๊มป์ ตามมาด้วยการเทรดทิ้งอนาคต “ ตำนาน ” อีกหนึ่งคน ดิ๊ก บัดคัตส์ ให้ไปยิ่งใหญ่อยู่กับทีมชิคาโก แบร์ส แทน อย่างน่าเสียดายเป็นที่สุด... ดังนั้นคงไม่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ที่ผลงานของสตีลเลอร์ส ทีมรักของรูนี่ย์จะ....อยู่รั้งท้ายของลีค จนกระทั่งการก้าวเข้ามาถึงของ......ชั๊ค โนลล์ ในปีค.ศ 1969
 [ ชั๊ค โนลล์ คัดเลือกตัวเทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ มาในรอบแรก ]
โนลล์ อดีตโค๊ชทีมรับมือขวาของยอดอัฉริยะ ดอน ชูล่า สมัยอยู่กับทีมบัลติมอร์ โคลท์ส เมื่อเข้ามาคุมทีมสตีลเลอร์ส แล้ว ชั๊ค โนลล์ ก็จัดการสร้างทีมด้วยการคัดเลือกตัวเด่นๆเข้าสู่ทีม เขาเลือก โจ กรีน ดีเฟรนซีฟเอนด์ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเท๊กซัส สเตรท และ แอลซี กรีนวู๊ด จากมหาวิทยาลัย อาคันซอร์
 [ ชั๊ค โนลล์ กับเหล่าลูกทีมสตีลเลอร์ส ]
ในปีต่อมาโนลล์ ก็เลือกตัวควอเตอร์แบ๊คดาวรุ่งแขนปืนใหญ่ จากมหาวิทยาลัยหลุยส์เซียน่า เทค นามเทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ เป็นคนแรกของการคัดเลือกตัวของลีค และยังตามมาด้วยอีกหลากหลายคนที่เป็นดาวรุ่ง มาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างทีมสตีลเลอร์สให้แข็งแกร่ง...
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ ควอเตอร์แบ๊คสตีลเลอร์ส ]
พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส เริ่มต้นฤดูกาล 1974 – 75 อย่างสับสน ในตำแหน่งควอเตอร์แบ๊คหัวใจสำคัญของทีมนั้น ชั๊ค โนลล์ ใช้ โจ กิลเลี่ยม ควอเตอร์แบ๊คผิวดำ จากเทนเนสซี่ สเตรท เป็นตัวจริง
 [ โจ กิลเลี่ยม ]
แต่เมื่อผ่านเป็น 4 เกม โนลล์ก็ลองให้เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ ลงมาเล่นบ้าง และจอมทัพหนุ่มที่ถูกคัดเลือกมาเป็นคนแรกของลีค ก็ไม่สร้างความผิดหวังให้กับโค๊ช เขานำทีมบุกได้อย่างลงตัว
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ ]
ถึงแม้ว่าจะมีสถิติไม่สวยงามมากนัก ขว้างไป 148 ครั้ง ปีกรับได้ 67 หน ได้ระยะไป 785 หลา ทำทัชดาว์นไปได้ 7 ครั้ง และเสียอินเตอร์เซปป์ไป 8 หน แต่แบร๊ดชอร์ ก็กลายมาเป็นจอมทัพตัวจริง ของทีมสตีลเลอร์สมาตั้งแต่วันนั้น
 [ แฟรงโก แฮร์ริส รันนิ่งแบ๊คหุ่นรถถังของสตีลเลอร์ส ]
ตำแหน่งตัววิ่งของทีมชั๊ค โนลล์ วางใจให้แฟรงโก แฮร์ริส จอมพลังจากมหาวิทยาลัยเพนท์สเตรท ที่วิ่งได้อย่างยอดเยี่ยม ทำระยะไป 1,006 หลากับอีก 5 สกอร์ เสริมด้วยตัววิ่งอย่าง ร็อคกี้ บายเออร์ , เพรสตั้น เพียร์สัน ที่ร่วมกันสร้างผลงานการบุกทางภาคพื้นดินไปได้ 935 หลา และทำทัชดาว์นไปได้อีก 8 หน
 [ 3 ประสานปีกของพิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ]
การบุกทางอากาศของสตีลเลอร์สใช้ปีก 3 ประสาน แฟร๊งค์ ลิวอิส จากมหาวิทยาลัยแกรมบลิ่ง สเตรท ร่วมกับ แลนนี่ แชงค์กลิ้น จรวดทางเรียบจากนอร์ท ท๊กซัส เสริมด้วยผู้เล่นสารพัดประโยชน์ ลาร์รี่ บราวน์ จอมลุยจากมหาวิทยาลัยแคนซัส ที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งแท๊กเกิ้ลและปีกใน
 [ ทีมรับม่านเหล็ก ของสตีลเลอร์ส ]
แต่จุดแข็งของสตีลเลอร์สนั้นอยู่ที่ทีมรับ เจ้าของสมญานามที่น่าหวาดหวั่น........” Steel Curtain ” หรือทีมรับม่านเหล็กที่ทุกทีมในลีคต้องผวา.... นำทัพมาโดยจอมโหดเจ้าของตำแหน่ง ผู้เล่นทีมรับยอดเยี่ยมของลีคนาม โจ กรีน ร่วมกับผู้เล่นดิเฟรนซีฟเอนด์ออลโปร แอลซี กรีนวู๊ด ในตำแหน่งไลน์แบ๊คเกอร์ก็สุดแข็งแกร่ง เมื่อมี แจ๊ค แฮม จอมโหดจากมหาวิทยาลัยเพนท์ สเตรท
 [ แจ๊ค แฮม , แจ๊ค แลมเบิร์ท และ แอนดี้ รัสเซลส์ ]
แจ๊ค แลมเบิร์ท จากเคนท์ สเตรท ซึ่งเล่นได้อย่างหนักหน่วงในสไตล์เดียวกันกับ ดิ๊ก บักคัตส์ จอมโหดของทีมชิคาโก แบร์ส เสริมด้วยแอนดี้ รัสเซลส์ ไลน์แบ๊คเกอร์ขาลุยจากมิสซูรี่ ในแนวหลังของทีมนั้น นำทัพมาโดยหัวโจกนาม เมล บรั๊นท์ , เกลน เอ็ดเวิร์ท และไมค์ แว๊กเนอร์ เซฟตี้จากเวสต์เทิรน์อิลินอย์ส
 [ ” Steel Curtain ” ]
ทั้งหมดนี้ระเบิดผลงานให้สตีลเลอร์สได้อย่างยอดเยี่ยม จนมีสถิติชนะ 10 แพ้ 3 และเสมออีก 1 หนกับทีมบรองโกส์ คว้าแชมป์ AFC Central ได้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ทีม ลอยลำเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ เปิดบ้านที่สนามทรี ริเวอร์ ทุบบัฟฟาโล่ บิลส์ไปสบายๆ 32 – 14 โดยแฟรงโก แฮร์รีส ระเบิดฟอร์มวิ่งไปได้คนเดียวถึง 3 ทัชดาว์น
 [ สตีลเลอร์สดับเรดเดอร์ส ในเกมชิงแชมป์ AFC 1974 ]
และในเกมชิงแชมป์สายกับโอ๊คแลนด์ เรดเดอร์สนั้น หลังจากที่ตามอยู่ 10 – 3 คะแนนเมื่อจบควอเตอร์ที่ 3 สตีลเลอร์สก็มาทำ 3 ทัชดาว์นรวด พลิกล๊อคไล่แซงโค่นทีมแกร่งสลัดดำตาเดียวเรดเดอร์ส ได้ถึงถิ่นอลาเมด้า โคลิเซี่ยม ไปได้ 24 – 13 เข้าไปเล่นในเกมชิงแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 42 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งทีมได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อ..
 [ พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส แชมป์ AFC 1974 ]
ทางด้านของสาย NFC นั้น.... มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ยังคงความแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากสลัดความผิดหวังจากความพ่ายแพ้ในเกมซุปเปอร์โบลว์ 8 ทีมไวกิ้งส์ ก็เดินหน้าเต็มสูบในฤดูกาล 1974 – 75 อย่างน่ากลัว
 [ ฟราน ทราเค็นตัน สุดยอดจอมทัพไวกิ้งส์ ]
ฟราน ทราเค็นตัน ยังคงเป็นจอมทัพของทีม เขาสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ขว้างไป 2,598 หลา บวกกับอีก 17 ทัชดาว์น
 [ ชั๊ค โฟร์แมน รันนิ่งแบ๊คดาวรุ่งของไวกิ้งส์ ]
ร่วมกับตัววิ่งวัยฉกาจ ชั๊ค โฟร์แมน ที่วิ่งไปได้ 777 หลา บวกกับรับบอลไปได้อีก 586 หลา และสามารถทำทัชดาว์นจากทั้งการวิ่งและรับบอล รวมกันไปได้ถึง 15 ทัชดาว์นเลยทีเดียว ฟูลแบ๊ค เดฟ ออสบอร์น ก็วิ่งทำระยะไปได้อีก 514 หลา
 [ เดฟ ออสบอร์น ฟูลแบ๊คจอมเก๋าของมินนีโซต้า ]
ทีมรับมนุษย์กินคนสีม่วง ยังร้อนแรงไม่แปรเปลี่ยน สมาชิกยังอยู่กันครบถ้วน..... อลัน เพจ , คาร์ล เอลเลอร์ , จิม มาร์แชลส์ และ แกรี่ ลาร์เซ่น สร้างความระบมและหวาดผวาให้แก่ทีมบุกของคู่แข่งในลีค
 [ ทีมรับมนุษย์กินคนสีม่วง ]
ทำให้ทีมมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ทำสถิติ ชนะ 10 และพ่ายแพ้ไป 4 ครั้ง ครองแชมป์ NFC Central เป็นสมัยที่ 6 ในรอบ 7 ปีหลัง ก่อนที่จะมาเปิดสนามเมโทรโพลิแท๊นซ์ ในรอบเพลย์ออฟ ไล่ทุบสอนเชิงดับซ่าส์ ทีมดาวรุ่งเซนต์หลุยส์ คาร์ดินาลด์ส ไปแบบไม่ยากเย็นนัก 30 – 14
 [ สุดยอดทีมรับของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]
และในเกมชิงแชมป์ของ NFC นั้น มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ใช้ทั้งฝีมือและอากาศที่เย็นเฉียบ จนพื้นสนามแข็งเป็นหิน เนื่องมาจากหิมะที่ตกตลอดคืน เฉือนเอาชนะ “ แกะเขาเหล็ก ” ลอสแองเจิลลีส แรมส์ ไปได้อย่างสุดมัน 14 – 10
 [ ฟราน ทราเค็นตัน เล่นได้เหนือชั้นในเกมดับแอล เอ แรมส์ ]
เป็นแชมป์ของสาย NFC สองปีซ้อน ตีตั๋วไปยังเมืองนิวออร์ลีนส์ หลุยส์เซียน่า เข้าไปแก้ตัวในศึกแห่งศักดิ์ศรี......ซุปเปอร์โบลว์ ครั้งที่ 9 !!!
 [ มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ แชมเปี้ยน NFC สองสมัยซ้อน ]
..................................................................
 [ โปสเตอร์ซุปเปอร์โบลว์ ครั้งที่ 9 ]
SUPER BOWL IX : Pittsburgh Steelers V Minnesota Vikings 12 มกราคม 1975 สนาม ทูเลนสเตเดี้ยม เมืองนิวออร์ลีนส์

ความเป็นจริงแล้วนั้น เมืองนิวออร์ลีนส์ จะใช้สนามหลุยส์เซียน่าซุปเปอร์โดม ที่มีโครงการจะสร้างเสร็จใหม่เอี่ยมอ่อง เป็นสังเวียนรองรับ ศึกซุปเปอร์โบลว์ IX ในครั้งนี้ แต่เมื่อถึงกำหนดการชิงชัยนั้น การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ฝ่ายจัดการแข่งขัน จึงต้องย้ายเกมมาจัดกันที่ทูเลน สเตเดี้ยม สังเวียนเก่าที่เคยจัดเกมซุปเปอร์โบลว์มาแล้ว 2 สมัยแทน....
 [ สนามทูเลน ในเมืองนิวออร์ลีนส์ หลุยส์เซียน่า ]
อากาศก่อนที่เกมจะเริ่มหนาวเย็นและมีลมแรงมาก เนื่องมาจากมีฝนตกหนักในคืนก่อนหน้า และในช่วงเช้าของวันแข่ง ก็ยังคงมีฝนตกปรอยๆอยู่ แต่ก็ไม่อาจที่จะหยุดยั้งความสนใจ ของผู้ชมแฟนฟุตบอลจำนวนกว่า 80,998 คน ที่เข้ามากันจนเต็มความจุของสนาม เพื่อรอชมศึกสุดมันในนัดนี้.....
 [ อาร์ท รูนี่ย์ นำลูกทีมสตีลเลอร์สทำสมาธิก่อนเกมเริ่ม ]
ทีมดาวรุ่ง พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ได้รับการวางตัวให้เป็นต่อ แชมป์จากสาย NFC มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ อยู่ 3 แต้ม ซึ่งถือว่าลาสเวกัส มองว่าเกมนี้จะออกมาอย่างคู่คี่และสุดสูสี
 [ ร็อคกี้ บายเออร์ , แบร๊ดชอร์ และ แฟรงโก แฮร์ริส ]
จากสภาพอากาศที่มีลมแรง และพื้นสนามหญ้าเทียมของสนามทูเลนที่เปียกชื้น ทำให้คาดการณ์กันว่า หัวใจและจุดเปลี่ยนของเกมในวันนี้ จะขึ้นอยู่ที่...” ทีมรับ ” และเมื่อเกมเริ่มต้นขึ้น ก็ดูเหมือนกับว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ จะเป็นจริง !!!
 [ แฟรงโก แฮร์ริส กุญแจสำคัญของทีมสตีลเลอร์ส ]
ทีมรับของทั้งคู่สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม “ Purple People Eaters ” มนุษย์กินคนสีม่วง ของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ เล่นงานเกมบุกของสตีลเลอร์ส ที่นำทัพโดยควอเตอร์แบ๊คดาวรุ่ง เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ และ ตัววิ่งจอมลุย แฟรงโก แฮร์ริส ซะสนิท
 [ ทราเค็นตันดวลกับทีมรับสตีลเลอร์ส ]
และก็เช่นเดียวกัน “ The Steel Curtain ” ม่านเหล็กที่ลือนาม ก็ลั่นดาล ปิดประตูลงกลอน ไม่ให้ทีมบุกของไวกิ้งส์ ที่นำมาโดยฟราน ทราเค็นตัน พาทีมผ่านเกินครึ่งสนามมาได้เลย.... ตัวเตะทิ้งของทั้งสองทีม เลยลงมาแลกเพลงเตะเปลี่ยนการกินแดน กันอย่างสนุก ท่ามกลางความเซ็ง ของกองเชียร์ทั้งสองทีม !!!
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ ควอเตอร์แบ๊คสตีลเลอร์ส ]
แต่ก็เป็นพิตส์เบิร์ก ที่ตั้งตัวติด ลูกทีมของชั๊ค โนลล์ เริ่มที่จะวิ่งได้อย่างลื่นไหล รันนิ่งแบ๊คเคราเฟิ้ม แฟรงโก แฮร์ริส เริ่มที่จะวิ่งได้ พาทีมบุกของสตีลเลอร์ส ผ่านกลางสนาม มาจนถึงเส้น 20 ในแดนของไวกิ้งส์ ตั้งระยะให้ตัวเตะเลือดแคนนาเดี้ยน รอย กีเรล่าลงมาเปิดสกอร์ แต่จากความลื่นของพื้นสนามทำให้เท้าหลักลื่น ลูกเตะของกีเรล่า เลยหลุดออกข้างเสาซ้ายไป พิตส์เบิร์ก ชวดการขึ้นนำไปอย่างสุดเหลือเชื่อ !!!
 [ ชั๊ค โฟร์แมน รันนิ่งแบ๊คไวกิ้งส์ ]
เมื่อทีมพิเศษของสตีลเลอร์สพลาด แต่ทีมรับม่านเหล็ก ก็ไม่มียอมที่จะพลาดตาม ป้องกันเกมการบุกของไวกิ้งส์ ได้อย่างเหนียวแน่น บังคับให้ต้องเตะพันท์ทิ้ง โอกาสถูกส่งกลับลงมาสู่มือของทีมบุกสตีลเลอร์สอย่างรวดเร็ว..
 [ แบร๊ดชอร์ & แฮร์ริส ดวลกับเกมรับไวกิ้งส์ ]
แฟรงโก แฮร์ริส ยังคงวิ่งได้สนุก จากเส้น 48 ที่บริเวณกลางสนาม แฮร์ริส วิ่งพาทีมบุกมาจนถึงที่เส้น 16 หน้าบ้านไวกิ้งส์อีกหน ในดาว์นที่ 3 ต้องการ 8 หลา แบร๊ดชอร์ ก็ลักไก่ไม่ส่งบอลให้กับแฮร์ริสเช่นเคย แต่กลับขว้างบอลไปให้กับแฟร๊งค์ ลิวอิส ปีกนอกในเอนด์โซน ก่อนที่ลูกจะเข้าสู่มือของลิวอิส นั้น โชคของมินนีโซต้ายังดีที่ แจ๊คกี้ วัลเลซ ตัวคุมปีกไม่ได้ยืนหลับ เขาพุ่งสุดตัว ยื่นมือสุดเหยียดปัดบอลลงพื้น ก่อนที่จะเป็นทัชดาว์นได้เฉียดฉิว สตีลเลอร์สจำใจต้องส่ง รอย กีเรล่า มาเอา 3 แต้มชัวร์ๆ
 [ ฟราน ทราเค็นตัน จอมทัพไวกิ้งส์ ]
แต่ของชัวร์ไม่มีในโลกของศึกซุปเปอร์โบลว์ ลูกแสน๊ปมาจากเซนเตอร์เกิดต่ำไป ตัวตั้งจึงตั้งไม่ได้ 3 แต้มของสตีลเลอร์ส ลอยหายไปกับสายลมอีกหน โอกาสทำคะแนนไป – กลับ 6 แต้มเต็ม สูญหายไปแล้ว !!!
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ เจอกับลูกหนักของทีมรับไวกิ้งส์ ]
แต่ทีมรับม่านเหล็กยังคงคอนโทรลโชคชะตาอยู่ในมือ เหล่าทีมรับจอมแกร่ง หยุดยั้งทุกการบุก ทุกผู้เล่น และทุกเพลย์ของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ อย่างได้ผล การขว้างบอลของทราเค็นตัน , การวิ่งของ โฟร์แมน และออสบอร์น ทุกสิ่งทุกอย่างโดนปิดตายตลอดควอเตอร์แรกนี้ ทีมบุกของไวกิ้งส์ทำระยะรวมกันไปได้เพียง 28 หลา และเปลี่ยนดาว์นที่ 3 มาเป็นดาว์นที่ 1 ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นเอง !!!
 [ แจ๊ค แลมเบิร์ท จ้องเขม็งไปที่ทราเค็นตัน ]
เกมการแข่งขันเดินทางเข้าสู่ควอเตอร์ที่ 2 เมื่อทีมรับกระหายเลือดสีม่วงของไวกิ้งส์ล หันมาจดจ่อที่เกมการวิ่งของแฟรงโก แฮร์ริส ยอดควอเตอร์แบ๊คนักสู้ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ ก็เปลี่ยนมาลองขว้างบ้าง ปีกนอกแฟร๊งค์ ลิวอิส และ จอห์น สตอร์เวิร์ท วิ่งลึกขึ้น แต่เหล่าตัวคุมปีกในแนวหลังของไวกิ้งส์ ต่างเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี สกัดโอกาสสร้างระยะทางจากเกมขว้างลึก ของสตีลเลอร์สไปได้โดยตลอด โชคชะตาของเกมนี้อยู่ในมือของทีมรับอย่างแท้จริง !!!
 [ แบร๊ดชอร์ คอนโทรลเกมบุกให้สตีลเลอร์ส ]
เมื่อบุกไม่ขึ้นพิตส์เบิร์ก ต้องเตะกินแดนทิ้ง และทีมพิเศษของสตีลเลอร์สก็ทำได้สวย กดดันให้ทีมบุกของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ต้องลงมาเริ่มบุกที่เส้น 7 หน้าบ้านของตัวเอง. คะแนนแรกของเกมนี้ก็มาถึงอย่างเหลือเชื่อ......
 [ แจ๊ค แฮม สุดยอดไลน์แบ๊คเกอร์ของพิตส์เบิร์ก ]
ฟราน ทราเค็นตัน รับบอลมาจากเซนเตอร์ได้อย่างเพอร์เฟค แต่ในจังหวะที่จะส่งบอลพิ๊ทเอาท์ ไปให้กับเดฟ ออสบอร์นนั้น ลูกดันเกิดหลุดซองของยอดฟูลแบ๊คผู้นี้ เป็นฟัมเบิ้ล ด้วยความไว ยอดควอเตอร์แบ๊คพุ่งตัวลงคว้าบอลที่พื้น ที่กำลังกลิ้งกระดอนเข้าไปในเอนด์โซนของตัวเอง....
 [ ทราเค็นตัน พุ่งตัวคว้าลูกบอลที่หลุดออกมา ]
เขาทำได้สำเร็จในการครอบครองบอล ได้ก่อนทีมรับของสตีลเลอร์ส แต่การที่ถูกดไวท์ ไวท์ของพิตส์เบิร์ก จับได้ในเขตเอนด์โซนของตัวเองนั้น ตามกติกาของฟุตบอล มันจึงกลายเป็น ...” การเสียเซฟตี้ ” และมันยังเป็นการเสียเซฟตี้ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซุปเปอร์โบลว์อีกด้วย ทีมรับของพิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส สร้างสกอร์แรกของเกมในวันนี้แล้ว 2 – 0 คะแนนสำหรับทีมรับม่านเหล็ก !!!
 [ และโดนดไวท์ ไวท์ และ แลมเบิร์ท จับได้ในเอนด์โซน ]
เมื่อโดนขึ้นนำไปก่อนทีมบุกของไวกิ้งส์ก็ต้องเร่งเครื่อง ฟราน ทราเค็นตัน ลงมาพาทีมบุก เพื่อตามทวงคะแนนคืนมา รันนิ่งแบ๊ค ชั๊ค โฟร์แมน ผันตัวออกมาช่วยรับบอลสั้นๆมากขึ้น เดฟ ออสบอร์น ฟูลแบ๊คจึงรับหน้าที่วิ่งกระทุ้งทางพื้นดินแทน
 [ กลายเป็นเซฟตี้แรกของศึกซุปเปอร์โบลว์ ]
จากจุดเริ่มเล่นที่เส้น 20 ในแดนตัวเอง ทราเค็นตัน คอนโทรลเกมบุกขึ้นมาได้เรื่อยๆ ผ่านกลางสนาม , ผ่านเส้น 30 มาจนถึงเส้น 25 หน้าบ้านของสตีลเลอร์ส ในดาว์นที่ 1 เหลือเวลาครึ่งแรกอยู่อีก 1 นาที 3 คะแนนจากฟิลด์โกลอยู่ในมือของไวกิ้งส์แน่ๆแล้ว แต่ฟราน ทราเค็นตัน มองไกลไปกว่านั้น เมื่อยอดควอเตอร์แบ๊คมองเห็นจอห์น กิลเลี่ยม ปีกนอกคู่ใจมีช่องว่างที่บริเวณเส้น 5 ของพิตส์เบิร์ก ยอดควอเตอร์แบ๊คใจเพชรจึงขว้างบอลไปให้อย่างเหมาะเหม็ง
 [ การบุกของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]
แต่ก่อนที่บอลจะเข้าสู่มือของกิลเลี่ยมนั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่เกลน เอ็ดเวิร์ต เซฟตี้สตีลเลอร์สพุ่งเข้าชน ทำให้ลูกบอลลอยโด่งขึ้นไปบนอากาศ และก็เป็นเมล บรั๊นท์ สุดยอดตัวคุมปีกของพิตส์เบิร์ก เป็นคนรับบอลมาครอบครองได้ ดับโอกาสได้คะแนนทวงคืนมาของทีมไวกิ้งส์ซะสนิท !!! พร้อมกับรักษาสกอร์สุดจุ๋มจิ๋ม 2 – 0 จากเซฟตี้ กลับเข้าไปแก้เกมในห้องล๊อกเกอร์รูมของทีม ในช่วงพักครึ่งเวลาแรกได้สำเร็จ …….
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ พาบอลลุยใส่ทีมรับไวกิ้งส์เอง ]
พิตส์เบิร์กยังคงพกโชคอยู่ในกระเป๋า อย่างเหลือเฟือ เมื่อเพลย์แรกของครึ่งหลังเริ่มขึ้น.... พื้นสนามหญ้าเทียมที่ลื่น ของทูเลนสเตเดี้ยม ก็สร้างปัญหาให้กับตัวเตะคิ๊กออฟของสตีลเลอร์ เมื่อในจังหวะที่จะเตะบอลดันเกิดลื่น ทำให้ลูกกลิ้งกระดอนไปกับพื้น แต่แทนที่มันจะส่งผลดีให้กับทีมไวกิ้งส์ การกระดอนแบบสะเป่ะสะปะ ไร้ทิศทางของลูกบอล ทำให้บิล บราวน์ ผู้เล่นของไวกิ้งส์รับบอลไม่อยู่ หลุดออกมาเป็นฟัมเบิ้ล มาร์จ เคลลั่ม ผู้เล่นของทีมสตีลเลอร์สจึงแย่งลูกบอลมาครองได้ ที่เส้น 30 หน้าบ้านในแดนของทีมไวกิ้งส์ โชคชะตากำลังเล่นตลกกับยอดทีมจากสาย NFC อีกแล้ว.....
 [ ทีมรับของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]
เมื่อได้ตำแหน่งการเริ่มบุกที่สุดแจ่มแจ๋ว และได้การบล็อกเปิดทางที่ยอดเยี่ยมจากแนวบุกสตีลเลอร์ส แฟรงโก แฮร์ริส วิ่งทะลุ 24 หลาไปทางด้านซ้ายของสนาม จนมาถึงที่เส้น 6 หลา และก็เล่นแผนเดิมอีกครั้ง ไอ้รถถังแฟรงโก วิ่งสวีปไปทางซ้ายตามช่องที่บล็อกเปิด เยาะย่างเข้าไปเหยียบเขตเอนด์โซนของไวกิ้งส์ พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ออกนำหนีห่างไปอีกเป็น 9 – 0
 [ เพลย์สุดสำคัญของสตีลเลอร์ส ]
วันนี้ทีมรับมนุษย์กินคนสีม่วงของไวกิ้งส์ เจอดาวรุ่งดวงใหม่ “ ม่านเหล็ก ” ของสตีลเลอร์สกลบแสงซะสนิท โจ กรีน , แอลซี กรีนวู๊ด , แจ๊ค แลมเบิร์ท และ ดไวท์ ไวท์ ต่างเล่นงานฟราน ทราเค็นตัน , ชั๊ค โฟร์แมน และยอดปีก จอห์น กิลเลี่ยม เสียหมดราคา ทีมบุกของมินนีโซต้า ที่สุดยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาล กลายเป็นแมวเชื่องๆ กับเหล่าทีมรับสตีลเลอร์ส
 [ ทีมรับม่านเหล็กของสตีลเลอร์ส ]
แต่กลางควอเตอร์ที่ 3 ทีมบุกไวกิ้งส์ก็มีลูกฮึด.. เมื่อได้เริ่มเล่นที่เส้น 20 ในแดนตัวเอง ฟราน ทราเค็นตันเจอเหล่าทีมรับม่านเหล็กไล่กดดัน ยอดควอเตอร์แบ๊คใจเกินร้อย ไม่ยอมจำนน ขว้างสวนการเข้าบล็อกของ แอลซี กรีนวู๊ด ลูกบอลไปกระทบกับมือของกรีนวู๊ด ที่ยกขึ้นป้องกัน กลับเข้ามาสู่มือของทราเค็นตัน อีกครั้ง ยอดควอเตอร์แบ๊คจึงจัดการขว้างบอม์บ 41 หลา ไปให้ยอดปีกคู่ใจ จอห์น กิลเลี่ยม ได้อย่างสวยงาม ได้สุดยอดการเล่นนี้ ก็กลายเป็นหมัน ฝันค้างกลางอากาศ เมื่อกรรมการไม่ให้ เพราะถือว่าทราเค็นตันเล่นบอลสองจังหวะไปแล้ว ทั้งโชค และ กรรมการ ไม่ได้อยู่ข้างทีมไวกิ้งส์เอาเสียเลย
 [ ฟราน ทราเค็นตัน ]
แต่ในไดรฟ์เดียวกันนั้นเอง หลังจากที่ส่งบอลให้ชั๊ค โฟร์แมนวิ่งกระทุ้งสั้นๆ ทราเค็นตันก็ได้จังหวะบอม์บไกลอีกหน คราวนี้เขาวิ่งโลว์เอาท์ไปทางขวาด้านถนัด ก่อนที่จะขว้างบอล 28 หลา ไปให้กับสตู วอย์จ ปีกในมาจนถึงที่กลางสนาม... แต่เพลย์ต่อมาทราเค็นตัน หวังที่จะย้อนเกล็ดแนวรับของสตีลเลอร์ส เขาเปลี่ยนทางวิ่งเป็นครั้งแรกของเกมนี้ ทราเค็นตันวิ่งโลว์เอาท์ ออกมาทางด้านซ้ายพร้อมกับขว้างบอล แต่ลูกบอลกับไปติดมือของดไวท์ ไวท์ ลอยขึ้นไปบนอากาศ และก็เป็นโจ กรีน ที่วิ่งเข้ามารับบอลได้ เป็นอินเตอร์เซปป์หนที่ 2 ที่ทราเค็นตัน เสียให้กับทีมรับม่านเหล็กในวันนี้แล้ว....
 [ ม่านเหล็กเล่นงานเดฟ ออสบอร์น อ่วม... ]
เกมเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ควอเตอร์ที่ 4... ดูเหมือนกับว่าลมแห่งโชค กำลังจะพัดกลับมาเข้าทางของไวกิ้งส์ เมื่อต้นควอเตอร์ จอมลุย แฟรงโก แฮร์ริส ดันทำลูกหลุด เลยโดนพอล ครูสต์ เซฟตี้ของไวกิ้งส์ แย่งบอลมาครองได้ที่กลางสนาม
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ วิ่งลุยเข้าใส่ไวกิ้งส์ ]
เพลย์ต่อมาที่เส้น 47 ฟราน ทราเค็นตันบอม์มไกลสุดแรงเกิด หวังจะไปให้จอห์น กิลเลี่ยม ที่วันนี้โดนจับตาย.... กิลเลี่ยมรับบอลไม่ได้ แต่กรรมการกลับทำโทษรบกวนปีก เมื่อไมค์ แว๊กเนอร์ ดันไปโดนตัวของกิลเลี่ยมในขณะที่วิ่งไล่กันมา โมเมนตั้มของศึกซุปเปอร์โบลว์กำลังจะเปลี่ยนอีกครั้ง....
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ และปีกคู่ใจลินซ์ สวอนน์ ]
มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ได้บุกที่เส้น 5 หน้าบ้านของสตีลเลอร์สแล้ว แต่โชคร้ายก็ยังคงเกาะกุมหลังของทีมไวกิ้งส์อย่างต่อเนื่อง ในเพลย์ต่อมา ยอดรันนิ่งแบ๊คชั๊ค โฟร์แมน ดันจับบอลไม่ดี ทำลูกหลุดออกมาเป็นฟัมเบิ้ล โจ กรีน ที่วันนี้เล่นได้อย่างโดดเด่น แย่งบอลกลับมาครอบครองได้.. ทีมรับของสตีลเลอร์ส แสดงความสุดยอดออกมาได้อีกครั้งหนึ่ง...
 [ ทีมรับม่านเหล็ก หยุดยั้งทีมบุกของไวกิ้งส์ ]
ที่เส้น 7 หน้าบ้านของตัวเอง ทีมบุกของสตีลเลอร์ส ดันบุกไม่ขึ้นต้องเตะกินแดนทิ้งไป แต่ก่อนที่บ๊อบบี้ วัลเด้น ตัวเตะของสตีลเลอร์ส จะเตะทิ้งออกไปได้ ก็โดนแม๊ทซ์ แบร์ ผู้เล่นทีมพิเศษของทีมไวกิ้งส์ กระโดดบล็อกบอลเอาไว้ได้ ลูกกระดอนกลับเข้าไปในเขตเอนด์โซน เทอร์รี่ บราวน์ ของทีมไวกิ้งส์สามารถครอบครองบอลเอาไว้ได้ มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ได้ทัชดาว์นทำคะแนนตีไข่แตกได้แล้ว แต่ลูกเตะเอ็กตร้าพอยท์ ของเฟร็ด ค็อกซ์ ดันพุ่งไปชนเสาประตู ทำให้ไวกิ้งส์ได้คะแนนมาเพียงเพียงหกแต้มเท่านั้น......
 [ สุดยอดควอเตอร์แบ๊คสตีลเลอร์ส แบร๊ดชอร์ ]
9 – 6 พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส นำอยู่เพียงแค่ 3 คะแนน บอลกลับมาอยู่ในมือของเทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ จอมทัพสตีลเลอร์ส ที่เส้น 34 ในแดนของตัวเอง....... หลังจากที่ให้แฟรงโก แฮร์ริส วิ่งสองเพลย์ แบร๊ดชอร์ก็ได้จังหวะ.... เขาเห็นลาร์รี่ บราวน์ ปีกในว่างที่กลางสนาม จึงขว้างบอลไปให้ บอลเข้าสู่มือของบราวน์ อย่างแม่นยำ แต่ในขณะที่ล้มลงลูกบอลดันกลิ้งหลุดออกมา.. ผู้เล่นทีมรับของไวกิ้งส์สามารถแย่งบอลมาครองได้ กรรมการสองคนที่อยู่แถวนั้นให้เป็นบอลของไวกิ้งส์ โอกาสกลับมาสู่มือของมินนีโซต้า แล้ว... แต่ชะตาก็เล่นตลก กับทีมไวกิ้งส์อีกต่อไป เมื่อกรรมการอีกด้านหนึ่งที่เห็นเกมชัดกว่า บอกว่าลูกนี้ไม่ได้เป็นฟัมเบิ้ล เพราะก่อนที่ลูกจะหลุดออกมา ตัวของปีกในลาร์รี่ บราวน์ ได้กระทบกับพื้นเป็นลูกตายแล้ว ดังนั้นพิตส์เบิร์ก จะได้บอลบุกต่อไปจากที่ตรงนั้นเลย.....
 [ แจ๊ค แลมเบิร์ท จัดการเดฟ ออสบอร์น ]
เหล่าทีมรับกินคนสีม่วงต่างจ้องไปที่การวิ่งของแฟรงโก แฮร์ริส ชั๊ค โนลล์ จึงส่งแผนเด็ดลงมา ให้สลับตัววิ่ง บอลถูกหลอกส่งไปให้กับ ร๊อคกี้ บายเออร์ ฟูลแบ๊ค วิ่งทะลวงแนวรับของไวกิ้งส์กระจุย 17 หลา มาที่เส้น 16 ในแดนไวกิ้งส์
 [ แบร๊ดชอร์ ส่งบอลให้กับร็อคกี้ บายเออร์ ]
และในดาว์นที่ 3 ต้องการ 5 หลา ทีมรับของมินนีโซต้า ประกบตัวปีกนอกของพิตส์เบิร์กได้หมด แต่ดันมี ร๊อคกี้ บายเออร์ ที่ว่างอยู่ รับบอลช่วยให้ทีม กลับมาได้ดาว์นที่ 1 ที่สุดสำคัญได้อีกหน... หลังจากที่หลอกให้แฟรงโก แฮร์ริส วิ่งเจาะตรงกลางอยู่ 2 เพลย์ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ ก็วิ่งโลว์เอาท์ออกมาทางด้านขวา ก่อนที่จะขว้างบอลอย่างเฉียบคม เข้าสู่อ้อมอกของลาร์รี่ บราวน์ในเอนด์โซน ทำทัชดาว์นสุดสำคัญ การันตีชัยชนะให้กับทีมสตีลเลอร์ส ออกไปเป็น 16 – 6 คะแนน เมื่อเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น !!!
 [ ทีมรับม่านเหล็ก กุญแจสู่ชัยชนะของสตีลเลอร์ส ]
และทีมรับม่านเหล็ก ก็ขยี้โอกาสกลับมาของไวกิ้งส์ทิ้งไป เมื่อไมค์ แว๊กเนอร์ สามารถอินเตอร์เซปป์บอล มาจากการขว้างของฟราน ทราเค็นตัน ได้อีกหน เป็นการเสียอินเตอร์เซปป์หนที่ 3 ในเกมนี้ของยอดควอเตอร์แบ๊คไวกิ้งส์
 [ ชั๊ค โนลล์ ฉลองชัยอย่างยิ่งใหญ่ ]
ทำให้เมื่อเวลาของเกมจบลงไป บรรดาผู้เล่นของทีม พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส สามารถทำความฝันของ “ The Chief ” อาร์ท รูนี่ย์ให้เป็นความจริง นำถ้วยแชมป์ลอมบาร์ดี โทรฟี่ มามอบให้กับเจ้าของทีมที่รักของพวกเขา การรอคอยที่ยาวนานตลอด 42 ปีเต็ม.... กลายมาเป็นความจริงแล้วในวันนี้.... ต่อจากวันนี้ไปฉายา...” The Lovable Losers ” จะไม่เป็นของทีมพิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส อีกต่อไป....
 [ " The Chief " อาร์ท รูนี่ย์ กับลอมบาร์ดี โทรฟี่ ที่รอคอย ]
สำหรับทีมมินนีโซต้า ไวกิ้งส์นั้น ไม่มีสิ่งใดที่จะบรรยาย ความเสียใจของเหล่าสมาชิกในทีมนี้ได้ 3 ครั้ง 3 หน ที่ฝ่าฟันเข้ามาจนกระทั่งถึงในเกมซุปเปอร์โบลว์ แต่ต้องกลับออกไป พร้อมกับความพ่ายแพ้มาโดยตลอด มันเป็นเรื่องที่สร้างความเศร้า ให้กับนักกีฬา และแฟนๆของทีมไวกิ้งส์ทุกๆคน...
 [ เทอร์รี่ แบร๊ดชอร์ และ ชั๊ค โนลล์ กับลอมบาร์ดี โทรฟี่ ]
ในด้านของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน ( MVP ) ของซุปเปอร์โบลว์ครั้งนี้นั้น ก็ตกเป็นของแฟรงโก แฮร์ริส รันนิ่งแบ๊คจอมตะลุย กุญแจสำคัญของชัยชนะของทีมพิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส
 [ แฟรงโก แฮร์ริส ผู้เล่นยอดเยี่ยมซุปเปอร์โบลว์ IX ]
ที่ระเบิดฟอร์มการวิ่งอย่างสุดยอด ทำลายสถิติของยอดตัววิ่งลาร์รี่ ซองก้า แห่งทีมดอลฟินส์ โดยแฮร์ริสวิ่งได้ระยะทางไปทั้งหมดถึง 158 หลา จากการถือบอล 34 ครั้ง และยังทำทัชดาว์นไปได้อีก 1 หนด้วย ดังนั้น เขาจึงเหมาะสมกับตำแหน่งอันทรงเกียรติ์นี้ อย่างเต็มภาคภูมิ !!!
 [ หนังสือพิมพ์ลงข่าวชัยชนะของสตีลเลอร์ส ]
สถิติของทั้งสองทีม :
[ Steelers ]
แบร๊ดชอร์ ขว้าง 14 สำเร็จ 9 , 96 หลา , 1 ทัชดาว์น แฮร์ริส วิ่ง 34 ครั้ง ระยะ 158 หลา , 1 ทัชดาว์น บราวน์ รับ 3 ครั้ง ระยะ 49 หลา , 1 ทัชดาว์น
[ Vikings ]
ทราเค็นตัน ขว้าง 26 สำเร็จ 11 , 102 หลา , 3 อินเตอร์เซปป์ โฟร์แมน วิ่ง 12 ครั้ง ระยะ 18 หลา โฟร์แมน รับ 5 ครั้ง ระยะ 50 หลา
 [ พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส แชมเปี้ยนซุปเปอร์โบลว์ IX ]
 [ แหวนแชมป์ของสตีลเลอร์ส และตั๋วการแข่งขัน ]
…………………………………………………………………………. ~ พบกับ SuperBowl X ระหว่าง Cowboys v Steelers ได้ที่นี่ อีกไม่นานครับผม................................^_^

เครดิต : SuperBowl.com , google , hworth , mghelmets
| Create Date : 19 มกราคม 2552 |
| Last Update : 6 ตุลาคม 2552 1:29:23 น. |
| |
41 comments
|
|
|
|
| | |
โดย: Opey 19 มกราคม 2552 3:47:05 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Anitapa 19 มกราคม 2552 11:40:24 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 19 มกราคม 2552 12:45:59 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กองฟอน 20 มกราคม 2552 9:22:10 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 20 มกราคม 2552 12:47:58 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Kra_tai (stardift ) 21 มกราคม 2552 14:06:31 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 22 มกราคม 2552 16:08:13 น. |
|
|
|
| | |
โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) 24 มกราคม 2552 13:08:04 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 26 มกราคม 2552 12:49:14 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 31 มกราคม 2552 11:33:40 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Opey 1 กุมภาพันธ์ 2552 13:04:06 น. |
|
|
|
| | |
โดย: Opey 1 กุมภาพันธ์ 2552 21:12:59 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 2 กุมภาพันธ์ 2552 11:08:34 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พ่อระนาด 12 กุมภาพันธ์ 2552 7:27:09 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พ่อระนาด 14 กุมภาพันธ์ 2552 10:26:06 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 10 พฤศจิกายน 2552 13:08:18 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 10 พฤศจิกายน 2552 13:09:41 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 13 พฤศจิกายน 2552 13:16:32 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 14 พฤศจิกายน 2552 0:49:28 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 16 พฤศจิกายน 2552 14:15:25 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 17 พฤศจิกายน 2552 13:02:20 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 20 พฤศจิกายน 2552 12:49:57 น. |
|
|
|
| | |
โดย: พรหมญาณี 21 พฤศจิกายน 2552 22:06:52 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]
|
ผู้ชายธรรมดา มีความฝันที่ยังไปไม่ถึง แต่ไม่เคยคิดท้อที่จะทำความฝันนั้น ให้เป็นจริง...
" SHINE ON YOU CRAZY DIAMOND "
Remember when you were young, you shone like the sun. Shine on you crazy diamond. Now there's a look in your eyes, like black holes in the sky. Shine on you crazy diamond. You were caught on the crossfire of childhood and stardom, blown on the steel breeze. Come on you target for faraway laughter, come on you stranger, you legend, you martyr, and shine!
You reached for the secret too soon, you cried for the moon. Shine on you crazy diamond. Threatened by shadows at night, and exposed in the light. Shine on you crazy diamond. Well you wore out your welcome with random precision, rode on the steel breeze. Come on you raver, you seer of visions, come on you painter, you piper, you prisoner, and shine!
Nobody knows where you are, how near or how far. Shine on you crazy diamond. Pile on many more layers and I'll be joining you there. Shine on you crazy diamond. And we'll bask in the shadow of yesterday's triumph, and sail on the steel breeze. Come on you boy child, you winner and loser, come on you miner for truth and delusion, and shine! Totó and Alfredo - ENNIO MORRICONE
|
|
| |
|
|
|
|
|
เหตเพราะตั้งใจจะรอดูฟุตบอลแชมเปี้ยนเกม
กลัวจะหลับไปซะก่อนก็เลยนั่งอัพบล็อก...
หากท่านผู้ใดหลงทางเข้ามาที่บล็อกนี้...
ผมขอให้โชคดี......
มีเงินใช้สุรุ่ยสุร่าย....
ยังไงก็ไม่มีวันหมด........
และดันมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ.....
ตลอดทั้งวันนี้......
และ
ตลอดไป......
นะครับผม.........
สาธุ....................