......Romancini......
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
11 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Super Sunday : SuperBowl VIII Vikings V Dolphins 1974







หลังจากที่ทำสถิติไร้พ่าย ( 17 – 0 )
พร้อมกับจบฤดูกาล 1972 – 73 ได้อย่างยิ่งใหญ่
ด้วยการเถลิงบังลังก์ครองแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ VII แล้วนั้น
ไมอามี่ ดอลฟินส์
ก็กลายเป็นสุดยอดทีมที่ไร้เทียมทานของ NFL



[ ดอน ชูล่า หัวหน้าโค๊ชไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



ถึงแม้ว่าตารางการแข่งขันของฤดูกาล 1973 – 74
ของทีมดอลฟินส์จะแข็งปั๋ง
เมื่อต้องลงพบกับยอดทีมในยุคนั้นอย่าง สตีลเลอร์ส ,
ดัลลัส คาวบอยส์ และ โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส
แต่ลูกทีมของยอดโค๊ชอัฉริยะดอน ชูล่า
ก็ยังคงเล่นได้อย่างเยี่ยมยอด
ทีมโลมามหากาฬของเขา
มีสถิติหลังจากจบฤดูกาลปกติที่ชนะ 12 เกม
และพ่ายแพ้ไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น
ครองแชมป์สายตะวันออกของ AFC อย่างเหนียวแน่นต่อไป



[ บ๊อบ กรีซี่ย์ ยอดควอเตอร์แบ๊คของทีมดอลฟินส์ ]



ควอเตอร์แบ๊คบ๊อบ กรีซี่ย์ ยังคงเล่นได้อย่างเหนือชั้น
เขาขว้างบอลไปทั้งสิ้น 116 ครั้งได้ระยะไป 1,422 หลา
ทำทัชดาว์นไปได้ถึง 17 หน
และเสียอินเตอร์เซปป์ไปเพียงแค่ 8 ครั้งเท่านั้น
โดยกรีซี่ย์ได้เรตติ้งเปอร์เซ็นต์การขว้าง
สูงถึง 84 .3 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว !!!




[ บ๊อบ กรีซี่ย์ ]



ปีกคู่ใจของเขาก็ยังคงเป็นคนหน้าเดิมนาม พอล วอร์ฟิลด์
ที่แสดงฝีมือรับบอลไปได้ 29 ครั้ง
ได้ระยะทางไป 514 หลากับอีก 11 สกอร์



[ พอล วอร์ฟิลด์ สุดยอดปีกของทีมดอลฟินส์ ]



แต่เครื่องหมายการค้าของทีมไมอามี่ ดอลฟินส์
ก็ยังคงเป็นเกมการวิ่งอยู่เช่นเดิม
ลาร์รี่ ซองก้า ไอ้รถถังหนวดดกจอมตะลุย
ตัววิ่งหลักของทีมยังคงยอดเยี่ยมไม่แปรเปลี่ยน
เขาสร้างสถิติวิ่งทำระยะเกิน 1000 หลาต่อฤดูกาล
ติดต่อกันเป็นปีที่ 3
โดยในฤดูกาล 1973 – 74 ซองก้าระบิดฟอร์มการวิ่ง
ทำระยะไปได้ทั้งสิ้นถึง 1003 หลา




[ ลาร์รี่ ซองก้า ฟูลแบ๊คจอมพลังของไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



“ มิสเตอร์ เอาท์ไซด์ ” ยูจีน มอร์ริส จอมวิ่งอ้อมวงนอกของทีม
ผลิตผลงานทางภาคพื้นดินไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก
เมอร์คิวรี่ มอร์ริส วิ่งทำระยะไปได้ทั้งสิ้น 956 หลา
บวกกับอีก 10 ทัชดาว์น




[ ยูจีน " เมอร์คิวรี่ " มอร์ริส ]



จิม คิ๊กส์ มีบทบาทลดน้อยลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญการวิ่งตะลุยระยะสั้น ๆ วิ่งไปได้ 257 หลา
แต่ผันตัวเองออกมาช่วยในการรับลูกมากขึ้น
โดยคิ๊กส์รับบอลไปได้ 27 หนเป็นระยะทาง 209 หลา...




[ จิม คิ๊กส์ " Mister ShortYard " ของไมอามี่ ]




ไมอามี่ ดอลฟินส์ จะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมไปไม่ได้เลย
ถ้าขาดกระดูกสันหลังของทีมไป..” แนวป้องกันและเปิดทาง ”
หน่วยงานที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก....
นำทัพมาโดย ยอดเซนเตอร์นาม จิม ลังเกอร์
บวกกับการ์ดออลโปรร่างยักษ์นามจิ๋ว ลาร์รี่ ลิตเทิ่ล
อดีตผู้เล่นของซานดิเอโก ชาร์จเจอร์ส




[ 3 รถถังไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



และบ๊อบ โครเชนเบิร์ก จากมหาวิทยาลัยน็อทเทอร์เดม
เสริมด้วยแท๊กเกิ้ลคู่ซ้าย – ขวา
เวย์น มัวร์ และ นอร์ม อีแวนส์
ร่วมกันสร้างแนวป้องกันและเปิดทาง
ให้แก่ทีมบุกของดอลฟินส์ ได้อย่างสุดสมดุลย์




[ แนวเปิดทางของดอลฟินส์ ]



ทางด้านของทีมรับนั้น “ No Name Defense ”
ยังคงแกร่งไม่มียุบ
ทีมรับไร้นามยังเล่นได้เยี่ยมในรูปแบบเกมรับ 3 – 4 ....
หัวหน้าใหญ่ของกำแพงไร้นามนี้คือ นิค โบนิคอนติ เช่นเดิม
ไลน์แบ๊คเกอร์จอมลุย ทำลายล้างทีมบุกคู่ต่อสู้กระเจิดกระเจิง
ยอดโน๊สแท๊กเกิ้ล แมนนี่ เฟอร์นันเดซ ยิ่งเล่นก็ยิ่งเก๋า
บวกด้วย บ๊อบ มาสเธอร์สัน ยอดไลน์แบ๊คเกอร์ตัวที่ 4 ของทีม




[ ทีมรับไร้นาม ของไมอามี่ ]



ในแนวหลังของทีมนั้น นายใหญ่ของหน่วยนี้
ก็ยังคงเป็น เจ๊ค สก๊อตต์
สุดยอดเซฟตี้เจ้าของตำแหน่ง
ผู้เล่นทรงคุณค่าจากศึกซุปเปอร์โบลว์ 7 ที่ผ่านมา
ดิ๊ก แอนเดอร์สัน กลายเป็นจอมขโมยของทีม
เมื่ออินเตอร์เซปป์บอลจากฝ่ายตรงข้ามมาครอบครองได้ถึง 8 หน
และยังสามารถวิ่งย้อน
กลับไปทำทัชดาว์นให้กับทีมได้อีกถึง 2 ครั้งด้วย.....




[ เจ๊ค สก๊อตต์ และ ดิ๊ก แอนเดอร์สัน ]



แชมป์สายตะวันออกของ AFC
เดินหน้ากลับไปป้องกันแชมป์ได้อย่างน่ากลัวในรอบที่ 2
เมื่อเปิดออร์เรจโบลว์ไล่ยำทีมไวล์คาร์ค ซินซิเนติ เบงกอลส์
ไปแบบสบายๆ ด้วยคะแนน 36 – 14
ก่อนที่ในเกมชิงแชมป์ของสาย AFC นั้น
ลาร์รี่ ซองก้า จะมาระเบิดฟอร์มการวิ่งสุดมหัศจรรย์
สร้างระยะมหาศาลไปได้ถึง 117 หลาบวกกับอีก 3 ทัชดาว์น
ถล่มใส่ทีมรับ” สลัดดำตาเดียว ” โอ๊คแลนด์ เรดเดอร์ส จนเล่ะเท่ะ
ก่อนที่ทีมดอลฟินส์ จะเอาชนะไปได้ 27 – 10



[ 3 ประสานรันนิ่งแบ๊ค กุญแจสำคัญของความสำเร็จไมอามี่ ]



ยาตราทัพก้าวเท้าเข้าไปป้องกันแชมป์ซุปเปอร์โบลว์
อย่างเหนือชั้นและน่าเกรงขาม
ต่อคู่ต่อกรทุกทีมที่จะมาเผชิญหน้าด้วย !!!



[ ยอดโค๊ชมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ บั๊ด แกร็นต์ ]



ก่อนการมาถึงของยอดควอเตอร์แบ๊ค
นาม ฟราน ทราเค็นตัน นั้น
มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ก็ถือได้ว่าเป็น....
“ ยอดทีมของสาย NFC ” อยู่ก่อนแล้ว
แต่เมื่อทีมของยอดโค๊ชบั๊ด แกร็นต์
ได้ตัวควอเตอร์แบ๊คผู้นี้กลับมา ก็กลายเป็นเสือติดปีก




[ ฟราน ทราเค็นตัน ยอดควอเตอร์แบ๊ค ไวกิ้งส์ ]



ฟราน ทราเค็นตัน อดีตดาราฟุตบอลจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย
ก่อนที่จะโดนทีมไวกิ้งส์คัดเลือกเข้ามาสู่ทีมในปีค.ศ 1961
แต่สไตล์การเล่นในรูปแบบที่หวือหวา
ด้วยลีลาการหลบหลีกที่แคล่วคล่องว่องไวของเขานั้น
ไม่ใช่สิ่งที่ นอร์ม ฟาน บร็อคคลิ๊น
หัวหน้าโค๊ชของไวกิ้งส์ในเวลานั้นจะชื่นชม
หัวหน้าโค๊ชอนุรักษ์นิยมจึงเทรดเขาทิ้ง
ไปให้กับทีมนิวยอร์ค ไจแอ้นท์ส ในปี 1966




[ ฟราน ทราเค็นตัน ]



ก่อนที่ในปี 1972
แฟนๆของทีมไวกิ้งส์จะได้ต้อนรับเขากลับคืนถิ่นอีกครั้ง
พร้อมกับประสบการณ์ที่พอกพูนขึ้นจนล้นเปี่ยม....
ทราเค็นตัน ขว้างไป 2,112 หลา , 15 ทัชดาว์น
และเสียอินเตอร์เซปป์ไป 7 ลูก
นอกจากนี้เขายังวิ่งทำระยะเองไปได้อีกถึง 202 หลาด้วย..



[ จอห์น กิลเลี่ยม และ สตู ว๊อยท์ 2ปีกของไวกิ้งส์ ]



ปีกนอกของทีมไวกิ้งส์นั้น
ได้แก่จอมเก๋าอดีตผู้เล่นของทีมเซ็นต์สและเซนต์หลุยส์
นาม จอห์น กิลเลี่ยม ที่รับลูกไปได้ 42 หน กับอีก 8 ทัชดาว์น
สร้างระยะทางไปได้ทั้งสิ้นถึง 902 หลา
โดยมีสถิติเฉลี่ยระยะทางการรับต่อครั้งถึง 21 .6 หลาเลยทีเดียว.
โดยมีปีกในจอมแกร่งจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินนามสตู ว๊อยท์
ที่รับไปได้ 23 ครั้ง 318 หลากับอีก 2 ทัชดาว์นเป็นกำลังสำคัญ



[ ชั๊ค โฟร์แมน รันนิ่งแบ๊คดาวรุ่งของไวกิ้งส์ ]



มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ได้ตัวทีเด็ด
ในเกมการวิ่งทางภาคพื้นดินเข้าสู่ทีม
เมื่อคัดเลือกตัววิ่งจากมหาวิทยาลัยไมอามี่ มาในรอบแรก...
ชั๊ค โฟร์แมน คือชื่อของเขา
และในฤดูกาลแรก รุ๊คกี้ผู้นี้ก็สร้างผลงานได้อย่างสมราคา
เขาวิ่งทำระยะไปได้ 801 หลา ,
รับบอลไปได้อีก 37 หน ระยะ 362 หลา
โดยทำทัชดาว์นไปได้ทั้งหมด 6 ครั้ง
และได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี
ของลีคเลยทีเดียว !!!



[ เหล่าบรรดายอดตัววิ่งของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]



นอกจากนี้ ทีมมินนีโซต้า ไวกิ้งส์
ยังมีตัววิ่งชั้นดีอีกหลายคน
ทั้ง เดฟ ออสบอร์น
ผู้เล่นประสบการณ์สูงจากมหาวิทยาลัยนอร์ท ดาโกต้า
จอมลุยจากโคโลราโด้ สเตรท , บิลลี่ “ บูมบูม ” บราวน์
ออสก้าร์ รีดส์ ฟูลแบ๊คจอมเก๋าอดีตผู้เล่นของชิคาโก แบร์ส
และยังมี เอ๊ด มารินาโล่
รันนิ่งแบ๊ครูปงามอดีตดาราของไอวี่ลีค จากคอร์แนล
ทั้งหมดนี้ระเบิดฟอร์ม
สร้างผลงานการวิ่งร่วมกันให้กับทีมไวกิ้งส์
ไปได้ถึง 1,469 หลา
บวกกับทำทัชดาว์นได้อีกถึง 11 หนเลยทีเดียว !!!



[ มนุษย์กินคนสีม่วง สุดยอดแนวรับของไวกิ้งส์ ]



ทีมรับของมินนีโซต้านั้นคือฝันร้ายของทีมบุกทุกทีมในลีค
ฉายามนุษย์กินคนสีม่วง “ Purple People Eaters Gang ”
ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย...
แนวที่เขย่าขวัญทีมบุกมาหลายหลาก
นำทีมมาโดยจอมโหด อลัน เพจ
ดีกรีแท๊กเกิ้ลจอมทำลายล้างจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเทอร์เดม




[ “ Purple People Eaters Gang ” ]



เสริมด้วยแกรี่ ลาร์เซ่น
อดีตผู้เล่นของทีมแรมส์ จากคอนโคเดีย คอลเลจ
” จอมชำแหล่ะ” จิม มาร์แชลล์จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตรท
และท้ายสุดคือ คาร์ล เอลเลอร์ จอมแซ๊ค
เด็กท้องถิ่นจากมหาวิทยาลัยมินนีโซต้า
เป็นแก็งค์ขบวนการมหาภัย...




[ พอล ครอสท์ และ บ๊อบบี้ ไบรอันท์ ]



ในแนวหลังตัวคุมปีกของทีมไวกิ้งส์นั้น
มีบ๊อบบี้ ไบรอันท์ จอมขโมยใจใหญ่
สวนทางกับขนาดของร่างกายที่กะทัดรัด
โดยอินเตอร์เซปป์บอลไปได้ถึง 7 หนเลยทีเดียว
ร่วมด้วยพอล ครอสท์ เซฟตี้จอมแกร่ง ( 4 อินเตอร์เซปป์ )
ผู้มีทักษะทางกีฬาสูง เก่งทั้งเบสบอล ,
บาสเก็ตบอล และ กีฬาลู่ลาน
อดีตซุปเปอร์สตาร์จากมหาวิทยาลัยไอโอว่า
ยืนประจำการอยู่อย่างลงตัว ..



[ ชั๊ค โฟร์แมน ทำลายแนวรับคาวบอยส์ เกมชิงแชมป์ NFC ]



ลูกทีมของโค๊ชบั๊ด แกร็นต์
ทำผลงานในฤดูกาล 73 – 74 ได้แบบสุดยอด
ทีมมีสถิติชนะ 12 และแพ้ไปเพียง 2 เกมเท่านั้นในฤดูกาลปกติ
เป็นแชมป์ของสาย NFC กลาง
และในรอบเพลย์ออฟก็ได้ยอดจอมทัพ ฟราน ทราเค็นตัน
ขว้างสองทัชดาว์น ให้ทีมไวกิ้งส์ไล่กลับมาพลิกแซงหน้า
เฉือนเอาชนะรองแชมป์ซุปเปอร์โบลว์หนที่แล้ว
วอชิงตัน เรดสกินส์ ไปอย่างสุดมันส์ 27 – 20
ที่สนามเมโทรโพลิแท๊นซ์ , บลูมิงตั้น...



[ คาร์ล เอลเลอร์ ไล่ล่าโรเจอร์ สตอร์บาคของดัลลัส ]



และในเกมชิงแชมป์สาย NFC นั้น
มินนีโซต้าก็ฉวยโอกาสที่ทีมคาวบอยส์
ขาดผู้เล่นตัวจริงไปหลายคน
และใช้ความแข็งแกร่งของทีมรับ
บีบให้ทีมบุกของดัลลัส
ทำผิดพลาดอย่างมโหราฬ ( 4 อินเตอร์เซปป์ , 2 ฟัมเบิ้ล )
ก่อนที่ไวกิ้งส์ จะพลิกล็อคเอาชนะทีมจอมแกร่งจากเออร์วิ่ง
ไปได้ถล่มทลายคาเท๊กซัส สเตเดี้ยม ถึง 27 – 10
คว้าแชมป์เป็นตัวแทนของสาย NFC
เข้าไปเล่นในเกมสุดยิ่งใหญ่.....ซุปเปอร์โบลว์ ครั้งที่ 8 !!!



[ มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ แชมปเปี้ยน NFC 1973 ]


.....................................................................



[ โปสเตอร์ซุปเปอร์โบลว์ VIII ]


SUPER BOWL VIII : Minnesota Vikings V Miami Dolphins
13 มกราคม 1974 สนามไรส์ สเตเดี้ยม เมืองฮิวส์ตั้น



ก่อนแข่งนั้น...
ถึงแม้ว่ามินนีโซต้า ไวกิ้งส์จะมีฟอร์มที่น่ากลัวเพียงใดก็ตาม
แต่ลาสเวกัสก็กำหนดอัตราต่อรองออกมา
ให้ดอลฟินส์เป็นต่อทีมจากสาย NFC อยู่ 7 คะแนน
เพราะความมั่นใจในฝีมือของยอดโค๊ชอัฉริยะอย่าง ดอน ชูล่า
ที่มีแผนการเล่นเด็ดๆ อยู่มากมาย อุบไว้เป็นกระบุงนั่นเอง...



[ ไรส์ สเตเดี้ยม เมืองฮิวส์ตั้น ]



ฝูงชนกว่า 71,885 คน
เข้ามาเป็นพยานในสนามไรส์ สเตเดี้ยม
ในเมืองฮิวส์ตั้น รัฐเท๊กซัส
ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับเลือกให้จัดการแข่งขัน
ก่อนเกมจะเริ่มนั้น “ บรอดเวย์ โจ ” โจ เนเม็ท
ควอเตอร์แบ๊คของนิวยอร์ค เจ๊ทส์ให้ความเห็นเอาไว้ว่า...
“ ถ้าเริ่มเกม แล้วไมอามี่เป็นผ่ายได้บอลบุกก่อน
และสามารถที่จะทำคะแนน ขึ้นนำไปก่อนได้ ...เกมเป็นอันจบ ”



[ ผู้เล่นทั้งสองทีมเตรียมพร้อมลงสู่สนาม ]



หลังจากการเสี่ยงเหรียญ
ทีมไมอามี่เป็นฝ่ายที่จะได้บุกก่อนจริงๆ
โลมามหากาฬ ได้บอลเริ่มบุกที่เส้น 38 ในแดนของตัวเอง
และก็เป็นไปตามคาด
ทีมบุกไมอามี่ใช้เกมการเล่นทางภาคพื้นดิน
วิ่งเจาะบดใส่ทีมรับของทีมไวกิ้งส์อย่างได้ผล
ฟูลแบ๊คหนวดหิน ลาร์รี่ ซองก้า วิ่งเจาะทะลวงตรงกลาง
ยูจีน “ เมอร์คิวรี่ ” มอร์ริส วิ่งกวาดออกทางด้านนอกอย่างได้ผล
เหมือนกับว่าทีมรับมนุษย์กินคนสีม่วงที่สุดแสนจะน่าสะพรึงกลัว
ของทีมมินีโซต้า ไวกิ้งส์ นั้น เป็นทีมดาดๆในระดับมัถยมเลยทีเดียว




[ ลาร์รี่ ซองก้า วิ่งทำลายแนวรับไวกิ้งส์อย่างได้ผล ]



แต่เบื้องหลังเหตผลของการบุกที่ไหลลื่นของดอลฟินส์นั้น
ก็อยู่ที่แผนเด็ดที่โค๊ชดอน ชูล่า ส่งมาให้เหล่าแนวเปิดทางเล่น
แผนสลับตัวบล็อก “ Cross - Blocking ”
ที่แนวเปิดทางจะไม่พุ่งเข้าหาเหล่าแนวรับของไวกิ้งส์ตรงๆ
แต่จะให้ผู้เล่นด้านข้างสลับตำแหน่งเข้าขวางทางแทน
ซึ่งแผนนี้เล่นงานเหล่าแนวรับสุดโหดของไวกิ้งส์ จนไปไม่เป็น
จะพุ่งเข้ากดดันบ๊อบ กรีซี่ย์ ควอเตอร์แบ๊คของดอลฟินส์ก็ไม่ได้
หรือจะปิดทางวิ่งของซองก้า ก็ไม่ได้ผล...




[ บ๊อบ กรีซี่ย์ ควอเตอร์แบ๊คจอมทัพของดอลฟินส์ ]



อีกทั้งยอดโค๊ชชูล่า
ยังสอดไส้แผนเด็ดมาเล่นงานทีมรับไวกิ้งส์อีกหนึ่งแผน
ยามเมื่อลาร์รี่ ซองก้าจะตะลุยเจาะตรงกลาง
“ Miss Direction ” หรือการวิ่งสลับการยืนตำแหน่ง
ของ 2 ตัววิ่ง ซองก้า กับ มอร์ริส
ที่ต่างวิ่งตัดสลับตำแหน่ง รับบอลกันวิ่ง
จนทำให้เหล่ามนุษย์กินคนสีม่วง ลมแทบใส่...



[ ลาร์รี่ ซองก้า ]



ทีมบุกของดอลฟินส์จึงเปิดเกมการบุก รุกคืบหน้ามาได้เรื่อยๆ
ใช้การเล่นไปถึง 9 ครั้ง กินระยะทางมาได้ 57 หลา
จนมาตั้งแนวที่เส้น 5 หน้าบ้านของไวกิ้งส์
และในเพลย์ต่อมา...ก็มีสกอร์
เมื่อ บ๊อบ กรีซี่ย์ จัดการยัดบอลเข้าสู่มือของลาร์รี่ ซองก้า
วิ่งทะลวงแนวรับของไวกิ้งส์ พุ่งเข้าสู่เอนด์โซนเป็นทัชดาว์น..
7 – 0 แชมป์เก่าออกนำไปแล้วอย่างรวดเร็ว
ตามคำทำนายของบรอด์เวย์ โจ ที่ให้ไว้ก่อนที่เกมจะเริ่มต้นจริงๆ




[ ลาร์รี่ ซองก้า ทำทัชดาว์นแรกของเกมให้ไมอามี่ ]



และเมื่อทีมบุกของมินนีโซต้าได้มีโอกาสลงมาเล่นบ้าง
ก็ต้องเจอกับการป้องกันอย่างยอดเยี่ยมของเหล่าแนวรับไร้นาม
ที่พากันกรูเข้ามาเกือบทั้งทีม เพื่อร่วมกันทำในสิ่งเดียว..
คือกดดันยอดควอเตอร์แบ๊ค ฟราน ทราเค็นตัน
ให้ไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรนานนัก ทั้งมองหาปีกหรือส่งบอลให้ตัววิ่ง




[ ฟราน ทราเค็นตัน จอมทัพมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]



เมื่อเป้าหมายแรกโดนเก็บอย่างได้ผล
เป้าที่สองก็ตามมา...
ทั้งสุดยอดรันนิ่งแบ๊ครุ๊คกี้ของลีค ชั๊ค โฟร์แมน
หรือว่าจะเป็นเหล่าตัววิ่งรายอื่นๆ
ทั้ง ออสก้าร์ รีดส์ และ เอ๊ด มารินาโล่
ก็พากันโดนแนวรับของไมอามี่รุม จนน่วมไปตามๆกัน
ไม่สามารถที่จะบุกข้ามเส้นครึ่งสนามไปได้เลยในควอเตอร์แรกนี้
และตลอดครึ่งแรกนั้น
ทีมบุกของไวกิ้งส์ ก็โดนปิดประตูลงกลอนสนิท
เปลี่ยนการบุกจากดาว์นที่ 3 เป็นดาว์นที่ 1
ได้เพียง “ 1 ครั้ง ” เท่านั้นเอง !!!



[ บิล " บูม บูม " บราวน์ รันนิ่งแบ๊คไวกิ้งส์ ]



ทีมบุกของดอลฟินส์ บุกได้อย่างไหลลื่นไม่น่าเชื่อ
ทั้งๆที่ ปีกพระกาฬ พอล วอร์ฟิลด์ มีสภาพไม่สมบรูณ์
ลงมาเล่นแบบแทบจะเป็นตัวประกอบดีเด่น วิ่งไปๆมาๆ
บ๊อบ กรีซี่ย์ต้องเบนเข็มไปขว้างให้กับปีกใน จิม แมนดริสต์
และมาร์ลิน บริสโคล ปีกมือสองแทน...



[ บ๊อบ กรีซี่ย์ ]


แต่จากการร่วมแรงใจของแนวเปิดทางที่สุดเพอร์เฟ็ค
ทั้งป้องกันสร้างเวลาให้กับยอดควอเตอร์แบ๊ค บ๊อบ กรีซี่ย์
จนแทบจะไม่มีแนวรับของไวกิ้งส์คนใด จะเข้ามาถึงตัวของเขาได้
ทำให้กรีซี่ย์ มีเวลาขว้างบอลสุดเหลือเฝือ
ขว้าง 4 ครั้ง ปีกรับได้ทั้ง 4 หน
เป็นการการันตีคุณภาพของเขาในครึ่งแรกนี้



[ รอน ยาร์รี่ ยอดการ์ดของทีมไวกิ้งส์ ]



และแนวเปิดทางนี้ ยังสร้างสรรค์ช่องทางวิ่ง
ขนาดที่ว่าให้รถบัสเกรย์ฮาวด์ วิ่งผ่านไปได้เป็นคันๆ
ไฉนเลย ที่เหล่าตัววิ่งของทีมโลมามหากาฬจะต้องทำงานกันลำบาก
ทั้งลาร์รี่ ซองก้า , เมอร์คิวรี่ มอร์ริส และ จิม คิ๊กส์
ต่างวิ่งกันฉลุย เหมือนกับเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังกายยามเช้า
พาเหรดเรียงหน้ากัน ฉีกทีมรับของไวกิ้งส์ออกเป็นริ้วๆ
ราวกับว่าเป็นกระดาษที่เปียกน้ำจนยุ่ย !!!



[ เมอร์คิวรี่ มอร์ริส ระเบิดฟอร์มใส่ทีมรับไวกิ้งส์ ]



เมื่อได้ตำแหน่งเริ่มบุกที่สวยสด บริเวณกลางสนาม
ทีมบุกของดอลฟินส์ แทบจะใช้เกมการวิ่งล้วนๆ
ทำลายแนวรับของไวกิ้งส์ จนกระเจิดกระเจิง
บุกมาจนถึงที่เส้น 14 ปากประตูบ้านของมินนีโซต้าอีกหน
หลังจากวิ่งมาตลอด บ๊อบ กรีซี่ย์ จึงลักไก่ขว้าง
ลูกพุ่งอย่างงามงด เข้าสู่มือของปีกนอกมาร์ลิน บริสโคล
ที่โดนหยุดยั้งอยู่ที่เส้น 1 หน้าบ้านของไวกิ้งส์



[ ยอดการ์ด ลาร์รี่ ลิตเทิ่ล ป้องกันให้บ๊อบ กรีซี่ย์ ]



ดาว์นต่อมา ยอดโค๊ชดอน ชูล่าจึงส่งผู้เชี่ยวชาญลงมา..
จิม คิ๊กส์ รับบอลจากมือของกรีซี่ย์
แล้ววิ่งทะยานตามตัวบล็อก เข้าสู่เขตเอนด์โซน
เป็นทัชดาว์นที่สองของเกมในวันนี้
ให้โลมามหากาฬ ออกนำหนีห่างมินนีโซต้า ไปอีกเป็น 14 – 0
เมื่อเวลาของควอเตอร์แรกจบลงไป........




[ จอมโหดจิม มาร์แชลล์ หยุด ลาร์รี่ ซองก้า ]



เมื่อควอเตอร์ที่ 2 เริ่มขึ้น...
ดอน ชูล่า ก็ปรับให้แนวรับของดอลฟินส์ลงมาเล่นแผนใหม่
“ 53 Defense ” ที่เน้นความเร็วของเหล่าไลน์แบ๊คเกอร์
ในระบบ 3 – 4 ลงมาช่วยกันเล่นแบบคุมโซนลึก
ประกบสองปิดตายเส้นทางการวิ่งเพื่อหาช่องว่างรับลูก
ของเหล่าบรรดาปีกทีมมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ เสียสนิท
และปิดประตูตีแมวกดดันไล่ล่าฟราน ทราเค็นตัน
ให้วิ่งหลบหลีกหนีหัวซุกหัวซุน ไปมาหลังแนววางลูก
จนไม่สามารถที่สร้างเกมบุกเข้าใส่ เพื่อทำสกอร์ไล่ตามมาได้เลย



[ ทราเค็นตัน ขว้างบอลสวนใส่แมนนี่ เฟอร์นันเดซ ]



เมื่อไวกิ้งส์บุกไม่ได้ ดอลฟินส์จึงลงมาบุกบ้าง
และทีมรับไวกิ้งส์ก็โดนลงโทษไปอีกหน..
ทีมบุกไมอามี่ อาศัยความสดและแข็งแกร่งของซองก้า
วิ่งบดบุกทะลุทะลวง เข้าใส่ทีมรับของไวกิ้งส์
จนมาตั้งระยะให้กับยอดตัวเตะไซปรัส กาโล เยพลีเมี่ยน
อดีตโจ๊กเกอร์ของซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่แล้ว
ลงมาซัดฟิลด์โกล 28 หลาผ่านเสาประตูเข้าไปอย่างสุดสวย
ให้แชมป์เก่าออกนำไปไกลลิบด้วยคะแนน 17 – 0




[ กาโล เยพลีเมี่ยน ซัดฟิลด์โกลให้ดอลฟินส์ ]



โดนทิ้งห่างไปขนาดนี้ ทีมบุกของไวกิ้งส์ก็เริ่มมีลูกฮึด...
จากตำแหน่งเริ่มบุกที่เส้น 20 แดนตัวเอง
ยอดควอเตอร์แบ๊คฟราน ทราเค็นตันเหมือนกับเพิ่งจะตื่นจากภวังค์
เขาลงมาบัญชาการเกมบุกได้อย่างน่าดู
ทั้งส่งบอลให้กับรันนิ่งแบ๊คดาวรุ่ง ชั๊ค โฟร์แมน วิ่งทำระยะ
ทั้งวิ่งหลบหลีกแนวรับสร้างระยะด้วยตัวเอง



[ ฟราน ทราเค็นตัน ยอดจอมทัพของไวกิ้งส์ ]



และเมื่อได้จังหวะ...
ก็บอม์บไกลสวยสดระยะ 30 หลา
ไปเข้าสู่มือของปีกนอกคู่ใจ จอห์น กิลเลี่ยม
พาทีมบุกของไวกิ้งส์ ข้ามผ่านเส้นครึ่งสนาม
เข้ามาสู่เส้น 15 หน้าบ้านของไมอามี่ได้เป็นครั้งแรกของเกมนี้



[ ลาร์รี่ ซองก้า หัวใจสำคัญของทีมบุกไมอามี่ ]



เหลือเวลาในครึ่งแรกอยู่อีกเพียง 1 นาที
ไวกิ้งส์ต้องเจอกับสถาณะการณ์ที่จะต้องเสี่ยง
บอลอยู่ที่เส้น 6 หลาหน้าบ้านของดอลฟินส์
โค๊ช บั๊ด แกร๊นต์ ตัดสินใจที่จะเล่นในดาว์นที่ 4
ฟราน ทราเค็นตันยัดบอลใส่มือของตัววิ่งออสก้าร์ รีดส์
ยอดรันนิ่งแบ๊ค วิ่งตามบล็อกผ่านแนวข้ามไปได้แล้ว
การเล่นในดาว์นที่ 1 อยู่ในมือแล้ว.....



[ จิม คิ๊กส์ จอมตะลุยระยะสั้นของไมอามี่ ดอลฟินส์ ]



แต่ไวกิ้งส์ก็ดันดวงแตก....
เมื่อรีดส์เจอการพุ่งเข้ามาชน
จากยอดไลน์แบ๊คเกอร์นิค โบนิคอนติ
ความแรงทำให้ลูกบอลหลุดออกมาจากมือของเขา...
และก็เป็นเจ๊ค สก๊อตต์ เซฟตี้ดอลฟินส์
ที่แย่งบอลกลับมาครอบครองได้
ไวกิ้งส์พลาดดาว์นที่ 1 ไม่พอ....
พวกเขายังโยนโอกาสกลับเข้ามาสู่เกมนี้ทิ้งไปสิ้นเสียแล้ว...




[ เจ๊ค สก๊อตต์ แย่งลูกฟัมเบิ้ลมาครองได้ ]



เมื่อครึ่งเวลาหลังเริ่มขึ้น
จอห์น กิลเลี่ยม วิ่งย้อนคิ๊กส์ออฟได้อย่างน่ากลัว
เขาวิ่งตะบึง 65 หลา หลบผู้เล่นทีมพิเศษของดอลฟินส์ มาได้แล้ว
แต่การทำโทษโฮลดิ้งโง่ๆ
ของเพื่อนร่วมทีมดันทำลายการเล่นสุดงามครั้งนี้ไปเสีย
ไวกิ้งส์ทำตัวเองอีกครั้ง โยนโอกาสทำสกอร์แรกทิ้งไปในอากาศ



[ บ๊อบ กรีซีย์ ยอดควอเตอร์แบ๊คดอลฟินส์ ]



แต่ทีมบุกของดอลฟินส์ ไม่มีผิดพลาด...
เมื่อบอลกลับมาสู่มือของเขา
บ๊อบ กรีซี่ย์ ก็ฉวยมันมาสร้างเป็นบิ๊กเพลย์
หลังจากที่วิ่งเป็นตัวประกอบยอดเยี่ยม
ตลอดครึ่งเวลาแรกเพราะบาดเจ็บ
สุดยอดปีกอันตราย พอล วอร์ฟิลด์
ก็ไม่ได้รับความสนใจจากทีมไวกิ้งส์
จากที่ต้องโดนประกบสอง ก็กลายมาเป็นคุมหลวมๆ 1 – 1 แทน
และแนวตัวคุมปีกของไวกิ้งส์ก็ต้องได้รับบทเรียน...



[ พอล วอร์ฟิลด์ ]



เมื่อกรีซี่ย์เห็นว่าพอล วอร์ฟิลด์ว่าง จึงรีบขว้างบอลไปให้
ถึงแม้จะไม่สมบรูณ์แต่วอร์ฟิลด์ ก็ยังคงยอดเยี่ยม
เขาสปีดหนีตัวคุมปีกที่ตามประกบ
แล้วทะยานกายกระโดดพุ่งตัวไปรับบอลได้อย่างสวยงาม
27 หลาคือระยะทางจากกลางสนามมายังเส้น 11 ที่เขารับบอลได้



[ ลาร์รี่ ซองก้า ]



2 เพลย์ต่อมาลาร์รี่ ซองก้า
ที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในวันนี้
ก็สร้างสกอร์ที่สองของเขาในเกมนี้
และเป็นคะแนนที่ 24 ของทีม
ให้ไมอามี่ ดอลฟินส์ แทบจะการันตีชัยชนะในเกมนี้
เมื่อนำไวกิ้งส์ห่างออกไปเป็น 24 – 0 เมื่อจบควอเตอร์ที่ 3 !!!



[ ลาร์รี่ ซองก้า พุ่งเข้าทำทัชดาว์นที่สองของเขาในวันนี้ ]



เมื่อเหลือเวลาของเกมอีกเพียง 15 นาทีเท่านั้น
มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ไม่เหลือโอกาสอะไรให้เลือกมากนัก
เกมการบุกเน้นไปที่การเดินทางที่รวดเร็วของลูกบอลไปยังปีก
แผนการวิ่งโดนโยนทิ้งไปแล้ว
ยอดควอเตอร์แบ๊คของทีม ฟราน ทราเค็นตัน
ลงมาคอนโทรลเกมบุกด้วยการขว้างสั้นสลับยาวตลอด...




[ ฟราน ทราเค็นตัน ]



และรางวัลปลอบใจของทีมไวกิ้งส์ ก็มาถึง..
เมื่อทราเค็นตัน มาทีมบุกของไวกิ้งส์จากกลางสนาม
คืบคลานมาจนกระทั่งถึงที่บริเวณเส้น 4 หน้าบ้านของดอลฟินส์
เพลย์ต่อมา ควอเตอร์แบ๊คจอมพลิ้วผู้นี้
ก็พุ่งทะยานกายเข้าสู่เอนด์โซนด้วยตัวเอง
ทำคะแนนตีไข่แตกให้มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ไล่มาห่างๆ 7 – 24



[ ทัชดาว์นเดียวของไวกิ้งส์จากทราเค็นตัน ]



และมันก็เป็นการทำคะแนนครั้งสุดท้ายของเกมในวันนี้..
เมื่อทีมรับของไวกิ้งส์ไม่สามารถที่จะหยุดยั้ง
การบุกที่คืบหน้าไปอย่างช้าๆ พร้อมกับการฆ่าเวลาให้หมดไป
ที่ทีมบุกของไมอามี่ ดอลฟินส์ แสนจะถนัด
ลาร์รี่ ซองก้า วิ่งฆ่าทั้งเวลา
และโอกาสกลับมาของทีมไวกิ้งส์ไปเรื่อยๆ




[ บ๊อบ กรีซี่ย์ ส่งบอลให้กับ ลาร์รี่ ซองก้า ]



เมื่อเวลาของเกมการแข่งขันจบลง
ไมอามี่ ดอลฟินส์ ก็สร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่
เป็นแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ 2 สมัยซ้อน
ก้าวขึ้นไปเป็นสุดยอดทีมเทียบเท่ากับกรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส
ที่เคยทำได้เมื่อซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 1 และ 2 ....
และยอดโค๊ชอัฉริยะ ดอน ชูล่า ก็ทำสถิตินำทีมเป็นแชมป์ 2 สมัย
ได้เท่ากับวินซ์ ลอมบาร์ดี
สุดยอดตำนานโค๊ชของแพ็คเกอร์สด้วยเช่นกัน




[ ลาร์รี่ ซองก้า กุญแจสู่ชัยชนะของดอลฟินส์ ]



สำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม ( MVP ) นั้น
จะตกเป็นของใครไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ ลาร์รี่ ซองก้า
รันนิ่งแบ๊คหนวดดกจอมพลัง ของทีมไมอามี่ ดอลฟินส์
ที่สร้างสรรค์ผลงานในวันนี้ได้อย่างสุดยอด
เขาวิ่งไปทั้งหมด 33 ครั้ง เป็นระยะทางถึง 145 หลา
และสามารถทำทัชดาว์นได้อีก 2 สกอร์
ดังนั้น เขาจึงเหมาะสมทุกประการสำหรับตำแหน่งอันยิ่งใหญ่นี้



[ ลาร์รี่ ซองก้า MVP ซุปเปอร์โบลว์ 8 ]


ฝั่งของผู้พ่ายแพ้ มินนีโซต้า ไวกิ้งส์นั้น
ทำสถิติที่ไม่น่าจดจำ เมื่อเข้ามาเล่นในศึกซุปเปอร์โบลว์ 2 หน
แต่กลับออกไปพร้อมกับความปราชัยทั้งสองครั้งสองครา
และในวันนี้ ก็เป็นการพ่ายแพ้ที่ยับเยิน
เมื่อทีมรับอันเป็นจุดแกร่งของทีมไวกิ้งส์ นั้น
ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งเกมการบุกของทีมดอลฟินส์ได้เลย
โดยโดนทีมบุกไมอามี่วิ่งใส่ได้ระยะไปถึง 196 หลา
ทั้งๆที่ตลอดทั้งเกมนั้น บ๊อบ กรีซี่ย์
ควอเตอร์แบ๊คของดอลฟินส์
ขว้างบอลไปเพียงแค่ 7 ครั้งเท่านั้นเอง !!!



[ ไมอามี่ ดอลฟินส์ Back to Back champion ]



สถิติของทั้งสองทีม :

[ Dolphins ]

กรีซี่ย์ ขว้าง 7 สำเร็จ 6 , 73 หลา
ซองก้า วิ่ง 33 ครั้ง ระยะ 145 หลา 2 ทัชดาว์น
วอร์ฟิลด์ รับ 2 ครั้ง ระยะ 33 หลา

[ Vikings ]

ทราเค็นตัน ขว้าง 28 สำเร็จ 18 , 182 หลา , 1 อินเตอร์เซปป์
รีดส์ วิ่ง 11 ครั้ง ระยะ 32 หลา
โฟร์แมน รับ 5 ครั้ง ระยะ 27 หลา



[ ไมอามี่ ดอลฟินส์ แชมเปี้ยนซุปเปอร์โบลว์ VIII ]



[ แหวนแชมป์สมัยที่ 2 ของดอลฟินส์และตั๋วการแข่งขัน ]


………………………………………………………..............
~ พบกับ SuperBowl IX ระหว่าง Steelers v Vikings
ได้ที่นี่ อีกไม่นานครับผม................................^_^





เครดิต : SuperBowl.com , google , hworth , mghelmets


Create Date : 11 มกราคม 2552
Last Update : 6 ตุลาคม 2552 1:30:59 น. 22 comments
Counter : 612 Pageviews.

 
สวัสดียามดึกครับ.....

ทุกๆคนที่หลงเข้ามาบล็อกของผม

ในยามวิกาล นี้นะขอรับ.........


โดย: Romancini วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:1:13:35 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ร้อกกี้
ตื่นเช้าจังค่ะ ขนาดนอนดึกนะเนี่ย
ป่านนี้คงไปทำงานแล้วมั้ง มีความสุขกับการทำงานนะคะ


โดย: พ่อระนาด วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:7:02:36 น.  

 
ซุปเปอร์บง ซุปเปอร์โบว์ อะไร๊!!!!

รู้จักแต่ "ซุปหน่อไม้" เข้าใจป่ะ

ทัชดาวน์ เย้!!!!!

มีความสุขอ่ะ 3 - 0 ก๊ากกกกกกกกกกกก

อารมณ์ดีเว้ยยยยยยยยยยยยยยย!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:9:40:36 น.  

 
ตามมาติดเลยคร๊าบบบบบ


อยากอัพบล็อกเหมือนกัน


แต่ขาดคนอาสาไปดูข้างๆกาย


อิ อิ อิ


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:14:42:10 น.  

 


สวัสดีค่ะ
ไม่ได้มาหลายเพลาอยู่ อิอิ
เอามาฝากนะคะ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:17:25:34 น.  

 
รู้ดีจริงๆ

รู้มันไปซะทุกเรื่อง

รู้ไปซะหมด

รู้ไหมว่า อยากต่อยหน้ามาก!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:9:36:19 น.  

 
คุณร๊อก แวะมาทักทายค่ะ
ตอนนี้แม่ของตุ้ยอาการดีขึ้นแล้ว
เลยหายเหนื่อยไปได้บ้าง
พอเริ่มว่าง ก็อยากจะไปเที่ยวอีกแล้ว ha ha ว่างมะค่อย
ได้
คุณร๊อกสบายดีนะคะ ลมหนาวที่กรุงเทพฯ นี่หนาวสู้ต่างจังหวัดไม่ได้ แต่ทำเอาไม่สบายไปหลายคนแล้ว Take Care


โดย: ฟอน (กองฟอน ) วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:10:39:08 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณร๊อก...

ปอ ป้า มาชวนไปอ่านเรื่อง " น้องหนาว " ที่บ้านป้า
แล้วรบกวนช่วยบอกต่อด้วย..นะคะ

ตามมาเร็ว ๆ...นะคะ


โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 มกราคม 2552 เวลา:14:55:34 น.  

 
ขอให้คุณร๊อก ได้เจอผู้หญิงแบบ Sara ในเรื่อง Sweet November นะคะ ไม่น่าจะหายากนา...:)
ถ้าเจอคนที่มีรักแท้ หัวใจของคนมีความรักแท้ก็น่าจะไม่ต่างจากหัวใจของ Sara เช่นกัน
เอาใจช่วยแล้วกันค่ะ สู้ สุ้


โดย: ฟอน (กองฟอน ) วันที่: 14 มกราคม 2552 เวลา:8:31:27 น.  

 
คุณร๊อก...คะ

มีรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องน้องหนาว
เป็นเรื่องของบัญชีธนาคารของมูลนิธิฯ
ที่หลาย ๆ คนให้ป้า ประสานกับมูลนิธิฯ ให้
ถ้าคุณร๊อก สนใจ เชิญที่บ้านป้าอีกครั้ง...นะคะ

อากาศเย็น ๆ อย่างนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเอง
และคนใกล้ตัวด้วย...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 14 มกราคม 2552 เวลา:11:26:52 น.  

 
ลุงนี่กวนอ่ะ

เดี๋ยวให้เพื่อนไปเหนี่ยวหัวทิ่มเลย


โดย: Kra_tai (stardift ) วันที่: 14 มกราคม 2552 เวลา:13:22:04 น.  

 
ขอโทษนะคะ...

เจ้าของบล็อกนี้ ยังเหลือเส้นผมไว้ให้เหนี่ยวเหรอคะ

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ปล. หัวตารางหนาวมาก!!!!

หนาวแค่ไหน ดูได้จากหัวราฟา ก๊ากกกกกกกกกกก


โดย: HastaLaVista วันที่: 14 มกราคม 2552 เวลา:15:14:59 น.  

 
เซ้ง เจ้าหญิงรมณ์ม่ายดี แค่นาทีที่ 52 ก็ได้ประตูซะแระ..


เฮ้อออออออออออออออ


ขอถอนหายใจบ้านนี้ 99 ครั้ง....

..
ฝันดีคะ ขอให้ตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาใสแป๋วแหววนะคะ


โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) วันที่: 15 มกราคม 2552 เวลา:3:12:03 น.  

 


โดย: HastaLaVista วันที่: 15 มกราคม 2552 เวลา:16:38:29 น.  

 
ดีดอย่างอื่นได้ป่ะคะ ร๊อกซี่..ฮาร์ท

แอร๊ยยยยยยยยยส์

เกาะหัวตารางให้แน่นนะคะ เป็ดขา!!

เป็ดมีปัญหา หา หา ถ้วยแชมป์ไม่เจอเลยเธอ!!!

ก๊ากกกกกกกกกกกก

โรเตชั่นบ่อยๆ พักตัวจริงเยอะๆ

แผนการทำทีมอันสุดยอด ของโลกหน้า

บอกราฟาว่าเก็บทีมเป็ดเน่าไว้ไปแข่งที่ดาวเคราะห์แคระโน่น

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ยิ่งหนาว ยิ่งซ่าส์ มีอะไรป่ะ!!!

เดี๋ยวปล่อย อุนจิ อีกซะดีมั้ง!!!

แบร่!!!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 16 มกราคม 2552 เวลา:9:34:21 น.  

 
หวัดดีครับท่าน... สบายดีไหม


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 16 มกราคม 2552 เวลา:16:15:32 น.  

 
ถ้าดวงตาไม่ใสแป๋วแหววก็แปลว่าปลาทูไม่สดอะสิ....5555

เพราะฉะนั้นเราจะต้องตาใสแป๋วแหววทุกวัน ชีวิตจะได้สดทุก ๆวัน....


โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) วันที่: 16 มกราคม 2552 เวลา:18:19:19 น.  

 
ป้าแวะมาส่งความระลึกถึง คุณร๊อก...ค่ะ

ขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ และ ทุก ๆ วัน..นะคะ

Happy


โดย: พรหมญาณี วันที่: 17 มกราคม 2552 เวลา:11:29:27 น.  

 
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ลิเวอร์พูล หนาวมากกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

แอร๊ยยยยยยยยส์

แมนยูสุดยอดดดด!!!

เบิร์บสุดยอด!!!

บูชา บูชา

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: HastaLaVista วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:0:08:39 น.  

 
ทีมผีน้อย เห่อะๆๆ กล้าเรียกเน๊อะ!! ทีมเป็ดเน่า

วู่ วู่ วู่

แบร่!!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:0:13:21 น.  

 
มาดู Vikings โห้ ประวัติฯอันยาวนาน ถึงว่าถามเพื่อน มินิโซต้าเคย
ไปซุปเปอร์โบว์ เค้าบอกว่าไม่เคย เพื่อนยังไม่เกิด อะสิ หุหุ

สวัสดียามบ่ายค่ะ


โดย: ขออภัยท่านผู้ชม (Opey ) วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:13:55:51 น.  

 
สวัสดีครับ

ผมเชียร์กรีนเวย์

และดอลฟินส์ด้วย

แต่เสียดายที่ไม่ได้ชิงซูเปอร์โบว์ปีนี้นะครับ


โดย: เพกร วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:5:41:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Romancini
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายธรรมดา มีความฝันที่ยังไปไม่ถึง แต่ไม่เคยคิดท้อที่จะทำความฝันนั้น ให้เป็นจริง...

" SHINE ON YOU CRAZY DIAMOND "

Remember when you were young, you shone like the sun.
Shine on you crazy diamond.
Now there's a look in your eyes, like black holes in the sky.
Shine on you crazy diamond.
You were caught on the crossfire of childhood and stardom, blown on the steel breeze.
Come on you target for faraway laughter, come on you stranger, you legend, you martyr,
and shine!

You reached for the secret too soon, you cried for the moon.
Shine on you crazy diamond.
Threatened by shadows at night, and exposed in the light.
Shine on you crazy diamond.
Well you wore out your welcome with random precision, rode on the steel breeze.
Come on you raver, you seer of visions, come on you painter, you piper, you prisoner,
and shine!

Nobody knows where you are, how near or how far.
Shine on you crazy diamond.
Pile on many more layers and I'll be joining you there.
Shine on you crazy diamond.
And we'll bask in the shadow of yesterday's triumph, and sail on the steel breeze.
Come on you boy child, you winner and loser, come on you miner for truth and delusion,
and shine!

Totó and Alfredo - ENNIO MORRICONE
Friends' blogs
[Add Romancini's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.