......Romancini......
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Super Sunday : SuperBowl IV Vikings V Chiefs 1970







ช่องว่างความห่างระหว่างทั้งสองลีค ( AFL – NFL )
ได้ถูกทำลายลงเมื่อทีมจาก AFL อย่างนิวยอร์ค เจ๊ทส์
สามารถที่จะล้มบัลติมอร์ โคลท์ส ยอดทีมจากลีค NFL
กลายเป็นแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ได้สำเร็จในปี 1969



[ จากดัลลัส เท๊กซาน กลายมาเป็นทีมแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ]



สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 1969 – 1970 นั้น
ทีม แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์
ของเศรษฐีน้ำมันเจ้าบุญทุ่ม ลามาร์ ฮันท์
ที่มียอดโค๊ชจอมโวยวาย แฮ็งค์ สแตรม นำทีมมานั้น
ได้สร้างความแปลกประหลาดใจไปทั้งลีค



[ หัวหน้าโค๊ชแฮ็งค์ สแตรม และ เจ้าของทีมชีฟส์ ลามาร์ ฮันท์ ]



เมื่อในฤดูกาลปกตินั้น
ทีมชีฟส์ กระเสือกกระสน
ผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟมาได้อย่างเฉียดฉิว
มีสถิติ ชนะ 11 แพ้ 3
ตามเรดเดอร์แชมป์สายตะวันตกมาเป็นที่ 2
ในแบบที่ เลน ดอร์สัน ควอเตอร์แบ๊คตัวจริงของทีม
เกือบจะกลายเป็นคนพิการอยู่แล้วเพราะอาการบาดเจ็บ
ก่อนที่จะมาพลิกล็อคเอาชนะแชมป์ซุปเปอร์โบลว์นิวยอร์ค เจ๊ทส์
ในรอบสองด้วยสกอร์ 13 – 6



[ ชีฟส์ล้างแค้นเจ๊ทส์ในเกมเพลย์ออฟถึงเชย์สเตเดี้ยมนิวยอร์ค ]



และยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น
เมื่อในเกมชิงแชมป์ของ AFL นั้น
ชีฟส์ต้องโคจรมาพบกับทีมโอ๊คแลนด์ เรดเดอร์
ที่ทีมชีฟส์แพ้มา 2 เกมรวดในฤดูกาลปกติ ( 24 -27 , 6 – 10 )
แต่ในรอบนี้ทีมหัวลูกศรสีแดงกลับสร้างความตื่นตะลึง




[ แฮ็งค์ สแตรม หัวหน้าโค๊ชจอมโวยของชีฟส์ ]



เมื่อสามารถล้างตาพลิกล็อค
เอาชนะทีมสลัดดำตาเดียวเต็ง 1 ของลีค
ถึงสนามอลาเมด้า โคลีเซี่ยม ของโอ๊คแลนด์
ไปได้อย่างสุดเหลือเชื่อ 17 – 7
กลายเป็นทีมไวด์คาร์ดทีมแรกที่หลุดทะลุ
เข้าไปเล่นในเกมซุปเปอร์โบลว์ได้สำเร็จ.......



[ ต่อด้วยถล่มเรดเดอร์สคาอลาเมด้า โคลีเซี่ยมในเกมชิงแชมป์ AFL ครั้งสุดท้าย ]



แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ในฤดูกาล 69 – 70 นั้น
มีควอเตอร์แบ๊คจอมพเนจรที่ถูกลืมนามเลน ดอร์สัน
ที่จบมาจากมหาวิทยาลัย เพอร์ดู
ก่อนที่จะโดนทีมสตีลเลอร์ของ NFL คัดเลือกตัวเข้าสู่ทีม
เป็นคนแรกของลีค ในปี 1957
โดยเป็นควอเตอร์แบ็คสำรองของบ๊อบบี้ เลน
ก่อนที่ในปี 1960 สตีลเลอร์ก็เทรดส่งดอร์สัน
มาเล่นให้กับทีมคลีพแลนด์ บราวน์
และหลังจาก 5 ปีอันขมขื่นในลีค NFL
ที่ดอร์สันได้โอกาสขว้างไปเพียง 21 ครั้งได้ระยะไป 204 หลา
กับอีก 2 ทัชดาวน์นั้น ฟ้าก็เริ่มที่จะสดใส
เมื่อลามาร์ ฮันท์ ตั้งทีมดัลลัส เท๊กซาน ขึ้นมา
พร้อมกับลีค AFL ใหม่




[ เลน ดอร์สัน จอมทัพชีฟส์ที่ถูกทีมใน NFL ประเมินค่าตํ่ากว่าความเป็นจริง ]



เลน ดอร์สัน จึงย้ายมาเล่นให้กับทีมในลีคใหม่นี้
และกลายมาเป็นผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์ ของ AFL
ต่อมาดัลลัส เท๊กซาน ได้ย้ายมาตั้งทีมใหม่ที่แคนซัส ซิตี้
และเปลี่ยนชื่อมาเป็นทีม แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ในปี 1963
และได้เข้ามาเล่นในซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 1 ปี 1967
โดยมีดอร์สัน เป็นควอเตอร์แบ๊คจอมทัพ
แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 35 – 10
เมื่อเจอกับลูกทีมของวินซ์ ลอมบาร์ดี
กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ที่สุดแข็งแกร่ง



[ เลน ดอร์สันในเกมซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 1 ที่ทีมชีฟส์พ่ายให้แก่แพ็คเกอร์ส ]



นอกจากนี้ ทีมชีฟส์ยังมีผู้เล่นชั้นเยี่ยมอยู่อีกหลายคนเช่น
2 ตัววิ่งคู่หู ไมค์ แกเร็ทท์
อดีตผู้เล่นยอดเยี่ยมในระดับมหาวิทยาลัยในปี 1965
กับ โรเบิร์ต โฮมส์ ที่วิ่งทำระยะรวมกันได้ถึง 1,345 หลา
กับอีก 11 ทัชดาวน์



[ ดูโอรันนิ่งแบ๊คชีฟส์ ไมค์ แกเร็ทท์ และ โรเบิร์ต โฮมส์ ]



ประกอบกับยอดปีก โอติส เทย์เลอร์
ที่รับไป 41 ครั้งได้ระยะไป 695 หลากับอีก 7 ทัชดาวน์
โดยมีตัวเปิดทางชั้นยอดอย่าง เอ็ด บั๊ดด์
เป็นผู้ปิดทองหลังพระให้



[ ยอดปีกของแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ โอติส เทเลอร์ ]



ทางด้านของทีมรับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ นั้น
เสียคะแนนให้คู่แข่งขันน้อยมากเพียง 177 แต้มตลอดทั้งฤดูกาล
นำทัพมาโดย บั๊ค บูชาแนล , เคอร์รี่ คั๊บป์ และเอนด์ เจอร์รี่ เมย์
และไลน์แบ๊คเกอร์จอมแกร่งนาม วิลลี่ ลาร์เนียร์
กับสองตัวคุมปีก จอหน์นี่ โรบินสัน และ เอ็มมิตต์ โทมัส
ที่ทีมคู่แข่งขันทีมไหนๆก็จะประมาทไปไม่ได้เลย.........



[ บั๊ค บูชาแนล ดีเฟรนซีฟเอนด์จอมโหด ของชีฟส์ ]



ทางด้านของฝั่ง NFL นั้น
ในฤดูกาล 1969 -70 ไม่มีทีมไหนที่จะดีเกินไปกว่า
มินนีโซต้า ไวกิงส์ ของโค๊ช บัด แกร๊นท์
และโดดเด่นมาโดยบรรดาทีมรับที่กระหายเลือด
ถึงกับได้รับฉายาที่น่าพรั่นพรึงว่า.....
“ The Purple People Eaters Gangs “
ที่เปรียบเสมือนกับฝันร้ายในสนาม
ที่เหล่าทีมบุกฝ่ายตรงข้ามจะได้เจอ



[ บัด แกร๊นท์ หัวหน้าโค๊ชมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]



นำขบวนมาโดย เอนด์ คาร์ล เอลเลอร์ และ จิม มาร์แชลส์
แท๊กเกิ้ลคู่ แกรี่ ลาร์สัน กับ อลัน เพจ
ที่เสียคะแนนให้แก่ทีมคู่แข่งขันน้อยที่สุดใน NFL
เพียง 133 คะแนนตลอดทั้งฤดูกาล



[ เหล่ามนุษย์กินคนสีม่วง ]



นอกจากนี้ยังมีเหล่าตัวคุมปีกจอมขโมยที่ประกอบไปด้วย
บ๊อบบี้ ไบร์อันท์ ( 8 อินเตอร์เซปป์ ) ,
พอล คลาท์ส ( 5 อินเตอร์เซปป์ )
และเออร์เซลล์ แม็คบี้ อีก 6 อินเทอร์เซปป์.......



[ ทีมรับมหาภัยสีม่วง ฝันร้ายของทุกทีมในลีค ]



ทีมบุกของไวกิงส์นำทีมมาโดย โจ แคปป์
ควอเตอร์แบ๊คใจเกินร้อย ที่หลังจากจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว
ได้ระเหเร่ล่อนไปเล่นอยู่ในแคนนาเดี้ยนลีคถึงกว่า 8 ปี
ก่อนที่จะกลับมาร่วมเล่นให้กับทีมไวกิงส์ในปี 1968
แคปป์ นั้นมีสไตล์การเล่นที่กล้าแกร่งไม่กลัวความเจ็บปวด
พร้อมที่จะพุ่งเข้าชนปะทะกับทีมรับของคู่แข่งทุกๆคน
จนถึงกับได้รับสมญานามว่า “ ผู้ที่ไม่มีใครจะโค่นลงได้ “



[ โจ แคปป์ ควอเตอร์แบ๊คขาลุยจอมพเนจรของไวกิ้งส์ ]



ในตำแหน่งตัววิ่งของทีมนั้น เดฟ ออสบอร์น
สามารถที่จะทำระยะไปได้ 645 หลา กับอีก 7 สกอร์
บวกกับคู่หูดูโอปีกนอกสุดอันตรายของทีม
จีน วอร์ชิงตัน และจอห์น เฮนเดอร์สัน
ที่รับรวนกันไปได้ถึง 1,375 หลา กับอีก 14 ทัชดาวน์




[ เดฟ ออสบอร์น รันนิ่งแบ๊คของทีมไวกิ้งส์ ]



โดยมีสองสุดยอดแนวป้องกันและเปิดทาง
กราดี้ อัลเดอร์มันส์ และ มิกซ์ ทินเกอร์ฮอฟฟ์ คอยประสานงาน
มินนีโซต้า ไวกิงส์ มีผลงานในฤดูกาล 1969 -70 สุดยอดเยี่ยม
ชนะไปถึง 12 เกมและพ่ายแพ้ไปเพียง 2 หนเท่านั้นในฤดูกาลปกติ
และทำคะแนนรวมมากที่สุดใน NFL ด้วยจำนวน 379 คะแนน
และทำสถิติชนะติดต่อกันถึง 12 เกมรวด




[ จีน วอร์ชิงตันและจอห์น เฮนเดอร์สัน 2 ปีกมหากาฬของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์ ]



ก่อนที่จะมาเฉือนเอาชนะลอสแองเจิลลีส แรมส์ไปได้ 23 – 20
ในเกมที่มีอากาศหนาวเย็นสุดทารุณในสนามเมโทรโพลิแทนซ์
และเล่นงานทีมคลีฟแลนด์ บราวน์ ซะกระเจิง 27 - 7
ท่ามกลางพื้นสนามที่กลายเป็นนํ้าแข็ง
ในเกมชิงแชมป์ของ NFL ในฤดูกาล 69 -70



[ เดฟ ออสบอร์น พุ่งทำทัชดาวน์ผ่านแนวรับแอลเอ แรมส์ ในเกมชิงแชมป์ NFL ]


คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนของลีคมาเล่นในเกมสำคัญ....
ซุปเปอร์โบลว์ ครั้งที่ 4 ที่จะจัดขึ้นในเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยส์เซียน่า



[ มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ แชมป์ NFL ปี ค.ศ 1969 ]


………………………………………………………………….



[ โปสเตอร์การแข่งขันซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 4 ]


SUPER BOWL IV : Minnesota Vikings V Kansas City Chiefs
11มกราคม 1970 สนามทูเลนสเตเดี้ยม เมืองนิวออร์ลีนส์




ฝูงชนจำนวนกว่า 80,565 คนต่างพากันเข้ามาเป็นสักขีพยาน
ในการประทะกันของ
สองสุดยอดอเมริกันฟุตบอลทีมจากต่างลีค
ในสนามทูเลน สเตเดี้ยม
บ่ายวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 1970
ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ของจำนวนผู้ชมในศึกซุปเปอร์โบลว์



[ สนามทูเลน สเตเดี้ยม ในเมืองนิวออร์ลีนส์ ]



และถึงแม้ว่าแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์
แชมป์จากฝั่ง AFL จะมีทีเด็ดเพียงใดก็ตาม
แต่บ่อนการพนันในลาสเวกัส
ก็ยังให้อัตราต่อรองแบบหยามเหยียดทีมจากลีคนี้ต่อไป
โดยการให้มินนีโซต้า ไวกิ้งส์ แชมเปี้ยนจากฝั่ง NFL
เป็นต่ออยู่ถึง 12แต้มครึ่ง......



[ แฮ็งค์ สแตรมกระตุ้นลูกทีมชีฟส์ก่อนเริ่มเกม ]



เมื่อการบรรเลงเพลงชาติสหรัฐที่สุดแสนไพเราะ
ด้วยทรัมเปตของอัล เฮิร์ต ยอดนักทรัมเปตของหลุยส์เซียน่า
จบลงแล้วเกมสุดระทึกก็เริ่มขึ้น
วันนี้ทีมแคนซัสฯ ของยอดโค๊ชแฮ็งค์ สแตรม
เริ่มต้นเกมอย่างน่ากลัว



[ ทีมบุกของแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ]



เมื่อเลน ดอร์สัน ควอเตอร์แบ๊คชีฟส์
ได้รับแผนเด็ดมาจากโค๊ช
ให้ใช้การเล่นในสไตล์ ขว้างเร็วออกไปทางด้านข้างสนาม
ให้กับปีกทั้งสองด้าน
เพื่อหลบหลีกความแข็งแกร่งในแดนกลาง
ของทีมไวกิ้งส์ ที่มีแก็งค์มนุษย์กินคนสีม่วงประจำการอยู่



[ ทีมรับม่วงมหากาฬ ของไวกิ้งส์ ]



และก็ได้ผล….
ทีมรับของไวกิ้งส์ต้องหัวหมุนเปิดตำรารับแทบไม่ทัน
ดอร์สันสร้างสรรค์เกมได้อย่างไหลลื่น
เมื่อเขาขว้างไป 7 ครั้ง
ปีกรับได้สำเร็จไปถึง 6 หนทีเดียวในช่วงแรกนี้
และแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ก็ได้สกอร์แรกของเกมไปก่อน
เมื่อดอร์สันนำทีมบุก 8 หนได้ระยะไป 42 หลา
ก่อนที่จะให้แจน สเตริร์นรัตต์ตัวเตะ
ลงมาหวดฟิลด์โกล์ ระยะ 48 หลาเข้าไป
ให้ทีมหัวลูกศรสีแดงออกนำไปก่อน 3 – 0 ในควอเตอร์แรก



[ แจน สเตริร์นรัตต์ ซัดฟิลด์โกลให้แคนซัส ซิตี้ นำไปก่อน ]



เมื่อเกมการขว้างสั้นออกข้างสนามของดอร์สันได้ผล
เกมแนวรับตรงกลางของไวกิ้งส์ก็เริ่มมีช่องโหว่
ดังนั้น โค๊ช สแตรม จึงปรับเปลี่ยนแผนใหม่
โดยให้สองรันนิ่งแบ๊คของชีฟส์วิ่งทะลวงตรงกลาง



[ ควอเตอร์แบ็ค โจ แคปป์ บัญชาการเกมบุกของไวกิ้งส์ ]



และก็ได้ผลอีก ในต้นควอเตอร์ที่สอง
เมื่อชีฟส์บุกอย่างได้ผล จนมาถึงในแดนของไวกิ้งส์อีกครั้ง
และแจน สเตริร์นรัตต์ ก็ลงมาซัดฟิลด์โกล 32 หลาจ่อๆหน้าบ้านไวกิ้งส์
ให้แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ขึ้นนำไปอีกครั้งเป็น 6 – 0 คะแนน



[ สเตริร์นรัตต์ ตัวเตะชีฟส์ลงมาซัดฟิลด์โกลที่ 2 ของเกม ]



สาเหตหลักที่วันนี้ทีมบุกทรงพลังของไวกิ้งส์บุกไม่ขึ้น
ก็มาจาก เหล่าแนวรับของทีมชีฟส์พยายามกดดัน
ให้โจ แคปป์ ควอเตอร์แบ๊คของไวกิ้งส์ต้องเล่นในแบบที่ไม่ถนัด
ถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่แต่หลังแนวบุก
ไม่ให้ออกมาโลดแล่น สร้างเกมได้ด้วยตัวเอง
ที่เป็นทีเด็ดของควอเตอร์แบ๊คจอมลุยผู้นี้ได้เลย




[ โจ แคปป์ เจอการกดดันจาก อาร่อน บราวน์ดีเฟรนซีฟเอนด์ของชีฟส์ ]



และแล้วทีมบุกไวกิ้งส์ก็ต้องพลาด
เสียการครองบอลเป็นครั้งแรกของเกม
เมื่อโจ เคปป์ขว้างบอลไปให้กับ
จอห์น เฮนเดอร์สันที่บริเวณกลางสนาม
แต่กลับโดนจิม มาร์ซาริส แท็กจนบอลหลุดออกมา
จิม โรบินสัน ผู้เล่นตำแหน่งเซฟตี้ของชีฟส์
สามารถแย่งบอลมาครองได้



[ จิม โรบินสัน เซฟตี้ของชีฟส์แย่งบอลมาครองได้สำเร็จ ]



และจากเส้น 44 ในแดนของไวกิ้งส์
ทีมบุกของชีฟส์จากการนำทัพของดอร์สัน
ก็ได้แผนเด็ดจากสแตรมอีกหน
นั่นก็คือแผน “ 51 G – O Reverse “
ที่เป็นการให้ตัววิ่งกับปีกวิ่งไขว้กันหลังแนวบุก
หลอกให้แนวรับ “ Purple People Eaters Gangs “
ที่ลือนามของไวกิ้งส์ให้หลงทางถลำลึกเข้ามาหลังแนวบุก




[ ควอเตอร์แบ็ค เลน ดอร์สัน คอนโทรลเกมบุกของชีฟส์ ]



ก่อนที่จะให้อีไลจาร์ พิตต์ วิ่งตะบึง 20 หลาที่ริมสนาม
เข้าไปในแดนของทีมไวกิ้งส์ ตั้งระยะให้
แจน สเตริร์นรัตต์ ได้ลงมาหวดฟิลด์โกลที่ 3 ของวันนี้
จากระยะ 25 หลาให้ทีมชีฟส์หนีห่างออกไปอีกเป็น 9 – 0



[ ฟิลด์โกลที่ 3 ของทีมชีฟส์จากแจน สเตริร์นรัตต์เจ้าเดิม ]



แทนที่ทีมไวกิ้งส์จะได้มีโอกาสทำคะแนนตีตื้น
กลับมาทำพลาดอย่างที่ไม่น่าให้อภัยอีกครั้ง
เมื่อ ชาร์ลี เวสต์ ตัววิ่งย้อนของทีมไวกิ้งส์
ดันรับบอลไม่ดีทำลูกหลุดออกมาเป็นฟัมเบิ้ล
ให้เรมี่ พรูดอม์พ ของแคนซัสฯแย่งมาครอบครองได้
ที่บริเวณเส้น 19 หลาหน้าบ้านของไวกิ้งส์อีกหน



[ โจ แคปป์ โดนเหล่าผู้เล่นแนวรับชีฟส์ไล่อัดจนอ่วม ]



และทีมบุกชีฟส์ก็ใช้การเล่นอีก 5 ครั้งต่อมา
ก่อนที่ดอร์สันจะยื่นบอลส่งให้ไมค์ แกเร็ตต์
วิ่งทะลวงเข้าเอนด์โซน เป็นทัชดาวน์แรกของเกมในวันนี้
ให้ทีมรองจากฝั่ง AFL แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์
ออกนำทีมจาก NFL อย่างไวกิ้งส์ไปไกลลิบ 16 – 0



[ ไมค์ แกเร็ตต์ วิ่งเข้าเอนด์โซนเป็นทัชดาวน์แรกให้กับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ]



เมื่อครึ่งเวลาแรกจบลง
เช่นเดียวกับที่ทีมรองอย่างนิวยอร์ค เจ๊ทส์
ทำใส่บัลติมอร์ โคลท์ส ทีมเต็งในซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ผ่านมา....



[ ไมค์ แกเร็ตต์ได้รับการแสดงความยินดีจากโอติส เทย์เลอร์หลังทำสกอร์ได้ ]



แต่เมื่อเกมการแข่งขันในครึ่งเวลาหลังเริ่มต้นขึ้นมา
เหล่าผู้เล่นของแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ก็ต้องเจอกับของจริง
เมื่อทีมรับของไวกิ้งส์ที่เหมือนกับว่าเพิ่งตื่นมาจากหลับใหล
ลงมาเล่นในแบบเน้นเกมหนัก ถึงลูกถึงคน
ตามสไตล์มนุษย์กินคนสีม่วงอีกครั้ง
คราวนี้เหล่าทีมบุกของชีฟส์
ถึงกับไปไม่เป็นสะบักสะบอมไปตามๆกัน




[ เลน ดอร์สัน เจอแนวรับจอมโหดของทีมไวกิ้งส์ไล่ล่า ]



เลน ดอร์สัน คือเป้าหมายหลักที่โดนโจมตีอยู่ตลอดเวลา
เล่นเอาทีมบุกของชีฟส์สะดุดไปเหมือนกัน
ได้เฟิร์ตดาว์นไปเพียงแค่หนเดียวเท่านั้นในควอเตอร์ที่สามนี้
และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับทีมรับไวกิ้งส์แล้ว
ทีมบุกก็ไม่ยอมน้อยหน้า
โจ แคปป์ เริ่มบัญชาการบุกของทีมได้ไหลลื่นขึ้น
โดยใช้แผนวิ่งสลับกับการขว้าง
เจาะทะลวงแนวรับที่อ่อนล้าของทีมชีฟส์ไปเรื่อยๆ



[ โจ แคปป์ ควอเตอร์แบ๊คไวกิ้งส์พยายามสร้างโอกาสและสกอร์ให้กับทีม ]



และได้การบุกครั้งสำคัญ
เมื่อใช้การเล่นไป 10 หนทำระยะไปได้ถึง 69 หลา
ก่อนที่จะยัดบอลให้เดฟ ออสบอร์น
วิ่งทะลวงจากระยะ 4 หลา
สร้างสกอร์แรกของทีมให้ไวกิ้งส์ไล่มาเป็น 7 – 16



[ รันนิ่งแบ็ค เดฟ ออสบอร์น ทำสกอร์ตีตื้นให้กับทีมไวกิ้งส์ ]


ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของเกม
เป็นการวัดกึ๋นของสองยอดโค๊ชของทั้งสองทีม
เมื่อบัด แกร๊นต์ ของไวกิ้งส์
เริ่มปิดทางเกมการขว้างสั้นออกข้าง
ของควอเตอร์แบ๊คชีฟส์ดอร์สันได้สำเร็จ
แฮ็งค์ สแตรมหัวหน้าโค๊ชของชีฟส์
ก็เลยแก้เผ็ดโดยใช้แผนถนัด
คือการวิ่งไขว้ของอีไลจาร์ พิตต์
ที่ได้ผลตลอดทั้งเกมมาเล่นงานแนวรับของไวกิ้งส์อีก



[ เลน ดอร์สันคอนโทรลเกมบุกให้กับชีฟส์ได้อย่างยอดเยี่ยม ]



และจากความกังวลใจในการวางแผนที่แยบยลของสแตรมนี้
ก็ทำให้แนวรับของไวกิ้งส์ต้องพลาดอีกครั้ง
เมื่อก่อนที่จะหมดควอเตอร์ที่ 3
เลน ดอร์สัน ได้ทีเผลอหันกลับมาเล่นแผนขว้างสั้นอีก
คราวนี้เขาขว้างไปทางด้านขวาของสนามให้กับโอติส เทย์เลอร์
ที่โดนประกบแบบตัวต่อตัวกับเอียร์เซล แม็คบี ของไวกิ้งส์
ที่บริเวณเส้น 46 หลาในแดนของไวกิงส์



[ จังหวะที่ เทย์เลอร์ พลิกหนี แม็คบี สร้างสกอร์สำคัญของเกม ]



เมื่อเทย์เลอร์ รับบอลได้
เขาก็หมุนพลิกตัวหลบการแท๊กเกิ้ลของแม็คบี ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
คราวนี้ก็เป็นทางสะดวก
โอติส เทย์เลอร์ ซัดยาว 46 หลาจากตรงนั้น
ไปจนถึงเขตเอนด์โซนของมินนีโซต้า ไวกิ้งส์
ทำสกอร์ให้แคนซัส ซิตี้
การันตีชัยชนะออกไปเป็น 23 – 7 ทันที !!!



[ โอติส เทย์เลอร์วิ่งขนานริมเส้นซัดยาว 46 หลาเป็นทัชดาวน์อย่างสวยงาม ]




เหลือเวลาอีกเพียงควอเตอร์เดียว
ไวกิ้งส์ก็ไม่มีอะไรต้องคิดอีกแล้ว
การเล่นแบบบอมบ์แหลกจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
ซึ่งทีมรับของแคนซัสฯก็รู้อยู่แล้ว
มีหรือที่ยอดโค๊ชอย่างแฮ็งค์ สแตรมจะยอมพลาด



[ บิลลี่ บราวน์ ของไวกิ้งส์เจอลูกหนักของบั๊ค บูชาแนลจนล้มทั้งยืน ]



ดังนั้น 2 อินเตอร์เซปป์จากโจ แคปป์ ควอเตอร์แบ๊คไวกิ้งส์
ก่อนที่จะถูกอัดจนเจ็บต้องออกจากสนามไป
และความพยายามครั้งสุดท้ายของไวกิ้งส์



[ เดฟ ออสบอร์นเจอเหล่าแนวรับชีฟส์อัดแบบถอนรากถอนโคน ]



ก็ต้องสลายไปอีก เมื่อ แกรี่ ครูซโซ
ควอเตอร์แบ๊คสำรองพยายามที่จะขว้างลึก
ไปให้กับปีกเฮนเดอร์สันที่บริเวณหน้าบ้านของทีมชีฟส์
ต้องถูก เอมมิตต์ โทมัส อินเตอร์เซปป์ได้อีกหน
เป็นเทิร์นโอเวอร์มโหราฬครั้งที่ 5
ในวันนี้ของทีมไวกิ้งส์ เกมก็อวสาน



[ เอมมิตต์ โทมัส กับอินเตอร์เซปป์สุดท้ายของเกมนี้ ]



และก็เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่อีกครั้งของทีมจาก AFL
ที่ไล่มาทันทีมจาก NFL ในซุปเปอร์โบลว์เป็น 2 เท่ากันแล้ว
ก่อนที่ในฤดูกาลหน้า AFL จะต้องสลายไปเป็น AFC
เมื่อจะมีการรวมลีคกันขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ



[ เลน ดอร์สัน และ พลพรรคแคนซ้ส ซิตี้ ชีฟส์ ผู้ชนะในซุปเปอร์โบลว์ IV ]



สำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการเกม ( MVP )
ในครั้งนี้นั้น ก็ได้แก่ เลน ดอร์สัน
อดีตควอเตอร์แบ๊คจอมอาภัพของทีมชีฟส์
ที่วันนี้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกม
จากการขว้าง 17 หนปีกรับไปได้ 12 ครั้ง
ได้ระยะไป 142 กับอีก 1 ทัชดาวน์และ 1 อินเทอร์เซปป์
ทำให้เขาสามารถที่จะสลัดความอับโชค
ที่เคยเกาะกุมเขาอยู่มาตลอด 14 ปี
ในชีวิตการเล่นฟุตบอลออกไปได้สำเร็จ



[ เลน ดอร์สัน ควอเตอร์แบ็คชีฟส์ผู้เล่นยอดเยี่ยมซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 4 ]



ทางฝั่งของผู้แพ้นั้น มินนีโซต้า ไวกิ้งส์
ก็ต้องก้มหน้ายอมรับในชะตากรรมที่เป็นไป
เมื่อการเสียการครอบครองบอลถึง 5 หนตลอดทั้งเกมนั้น
ทำให้ทีมขาดโอกาสที่จะกลับมาสู่เกมได้
ดังนั้นเหตผลเดียวที่เหล่าผู้เล่นของทีมจะต้องกล่าวโทษ
ก็คือ “ พวกเขาทั้งทีม “ ที่จะต้องร่วมกันรับผิด
ในความผิดหวังครั้งสำคัญนี้.............



[ แฮ็งค์ สแตรม หัวหน้าโค๊ชชีฟส์ประกาศชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ]


สถิติของทั้งสองทีม :
[ Vikings ]

แคมปป์ ขว้าง 25 สำเร็จ 16 , 183 หลา , 2 อินเทอร์เซปป์
บราวน์ วิ่ง 6 ครั้ง ระยะ 26 หลา
เฮนเดอร์สัน รับ 7 ครั้ง ระยะ 111 หลา

[ Chiefs ]

ดอร์สัน ขว้าง 17 สำเร็จ 12 , 142 หลา ,1 ทัชดาวน์ 1 อินเทอร์เซปป์
แกเร๊ตต์ วิ่ง 11 ครั้ง ระยะ 39 หลา 1 ทัชดาวน์
เทเลอร์ รับ 6 ครั้ง ระยะ 81 หลา 1 ทัชดาวน์



[ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ แชมป์ซุปเปอร์โบลว์ครั้งที่ 4 ]



[ แหวนแชมป์ของชีฟส์ และ ตั๋วเข้าชมการแข่งขันซุปเปอร์โบลว์ IV ]


.........................................................................
~ พบกับ SuperBowl V ระหว่าง Colts V Cowboys
ได้ที่นี่ที่เดียวเร็วๆนี้ครับผม...........................^_^





เครดิต : SuperBowl.com , google , hworth , mghelmets



Create Date : 07 ธันวาคม 2551
Last Update : 14 สิงหาคม 2555 3:54:46 น. 20 comments
Counter : 652 Pageviews.

 
อัพบล็อกเสร็จก็ดึกแล้ว....

ไม่มีใครตื่นมาเจิมแน่ๆเลย

งั้นขอเจิมบล็อกตัวเองก่อนก็แล้วกัน

เอาเป็นว่า.......

ใครที่หลงเข้ามาที่บล็อกนี้

ก็ขอให้มีความสุขมากมายมหาศาล

ต้อนรับเช้าวันแรกของสัปดาห์นะขอรับ....


โดย: Romancini วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:2:52:11 น.  

 
มาแล้วค่ะ ไมเกรนกำลังรับประทาน ปวดหัวกะ NYJ แพ้สองนัดติดต่อกันแล้ว
ไวกิ้งแพ้ยังไม่เสียใจเท่า อืมมมมม


โดย: Opey วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:7:24:32 น.  

 
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ขำอ่ะ ขำจริ๊งงงงงง ก๊ากกกกกกกกกกกกกก

ขำที่คนบ้าเจิมตัวเอง

ขำวุ้ย!!! ขำมากมาย ขำๆๆๆๆ

วันนี้อารมณ์ดีนะ ขอบอก

เพราะอะไร ดูได้จากรูป



"หล่อขั้นเทพ" ตัวจริง


โดย: HastaLaVista วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:13:02:34 น.  

 
แฮ่ๆ อเมริกันฟุตบอลหรือป่าวคะ
ไม่สันทัดกรณีด้วยประการทั้งปวงค่ะ เอาเป็นว่ามาเยี่ยมเจ๋ยๆ นะคะ อิอิ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:13:58:16 น.  

 
ฮึ่ยๆๆๆ เอาโปสเตอร์หนังมากฝาก

อันนี้ดูแล้ว



อันนนี้ก็ดูแล้ว



อันนี้ก็ดูแล้ว



นี่ก็ดูแล้ว ชื่ออังกฤษเค้าคือ "อลิซ" ย่ะ



นี่เฮ่ย!!! เรื่องนี้ยังไม่เคยดู

อยากได้ เอามานะ



ไม่เคยดู อยากได้ เอามานะ



นี่ก็ไม่เคยอ่ะ เอามานะเว่ย



เอามานะเฟร้ยย!!!



มีแล้วว้อย!!! 7 ภาค เจ๋งป่ะ!!!(หรือมีมากกว่านั้นอ่ะ)



ไม่มี อยากได้ เอามานะเว้ยยย



นี่ก็ไม่มี เอามาซิว้า...



มีแล้ว เก่งป่ะ



ไม่มี อยากดู เอามา....



มีแล้ว ชอบๆๆ สวยเหมือนเราเลยอ่ะ กรี๊ดดดดดด



ดูไม่ออกเลยอ่ะว่าเป็นเฮียจอห์น ทราโวลต้า จะเอาอ่ะ



มีสิ น่ารักอ่ะ กิ๊ว กิ๊ววว



ชอบผู้กำกับคนนี้อ่ะ แต่เรื่องนี้ไม่มี จะเอาอ่ะ...



มีสิ มีจ้า ตอนแรกมีแล้วหาย ไปสอยมาใหม่

กล่องลิมิเต็ด แหล่มมั่กๆๆ



ให้ร้องซาวน์ประกอบด้วยป่ะ อิอิ มีดิ่เรื่องนี้อ่ะ



แจ๊ค ดอว์สั้นนนนนนนนน มีอ่ะ



credit : คุณตัดบุปผาต่อหยก โต๊ะเฉลิมไทย

ที่พิมมาทั้งหมดหวังว่าจะเข้าใจนะเฟร้ย!!!

เรื่องไหนไม่มีก็เอามาให้หมด เข้าใจป่ะ???

แบร่.....


โดย: HastaLaVista วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:14:19:44 น.  

 
สบายดีนะ ไม่ได้ทักทายกันนาน.....

ตอนนี้รอลุ้นอย่างเดียวอย่าให้ลิเวอร์หล่นปุ๊ลงมาจากจ่าฝูงแค่นั้นเอง.....

..ฝันดีคะ


โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:3:18:02 น.  

 
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านอะไรบางอย่างที่นี่แล้วขำหว่ะ

แหม..ไอ้ที่มาเม้นท์กลับที่บล็อกเนี่ยะ

ถือว่าเป็นการเม้นท์ยาวที่สุดที่เคยทำหรือหรือเปล่านั่น

จะดีกว่านี้นะ ถ้า "เอามา" ให้หมด เข้าใจป่ะ!!!!

แบร่!!!!!!!!!!!!!!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:5:54:58 น.  

 
ไม่ค่อยได้คุยกันเลยเนาะ...
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไปเที่ยวอุ้มผาง เลยเอารูปมาฝากค่ะ
แล้วคุณได้ไปเที่ยวไหนบ้างหรือเปล่าsrc=http://www.bloggang.com/emo/emo35.gif>


โดย: กองฟอน วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:12:22:26 น.  

 

Budha


กุศลใดที่กระทำ….สำเร็จแล้ว

ศีลผ่องแผ้วปริยัติ...ปฏิบัติมา

รีบนำส่งถึงทุกท่าน...ไม่รอช้า

ทุกเวลามีแต่สุข....ทุกข์มลาย

ขอบารมีแห่งองค์..............พระสุคต

ช่วยเปลื้องปลดทุกข์โศก...โรคาหาย

กระทำการสิ่งใด............สมใจหมาย

ทั้งกายใจปราศทุกข์........สุขนิรันดร์




โดย: พรหมญาณี วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:13:47:24 น.  

 
เจสัน & เฟรดดี้

ก๊ากกกกกกกก

หนังก็เก่าคนก็แก่

แบร่!!!!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:8:45:46 น.  

 
แวะมาทักทาย และ ส่งความสุข ยามสายอากาศกำลังเย็นสบาย..ค่ะ

มีความสุขมาก ๆ และอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย..นะคะ

White roses


โดย: พรหมญาณี วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:10:24:53 น.  

 
หวัดดีท่าน หายหน้าไปนานเลย


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:12:06:05 น.  

 
หลับจนตื่นมาหลายรอบแล้วขอรับ


ทำงานหนักหนาสาหัสยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะ ไม่ต้องมาแข่งกันไถนาก็ด้ายม๊างงงงงง

http://en-light.com/V2/s/02_Aday.html

เพลงโปรดเจ้าหญิง ส่งเข้านอนคะ..อากาศกำลังน่าแหวกว่ายในทะเลดาว


โดย: เจ้าหญิงที่เจ้าชายตายจาก (timeofmylove ) วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:3:00:56 น.  

 
เข้ามายืนอ้วก แล้วจากไปอย่างเงียบๆ


โดย: HastaLaVista วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:6:08:44 น.  

 
อีก 2 วัน จะตามมาดูหนังนะคะ


โดย: กองฟอน วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:10:39:04 น.  

 
ตะเอ๋คร่า ทานไรยางคะ อิอิ มาชะแว๊บแอบมอง ด้อมๆ มองๆ หาเจ้าของบล๊อก สงสัยจาม่ายอยู่ ไปก่อนนะคะ อิอิ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:11:16:23 น.  

 
สองคนหาม สามคนแห่

อืมม

ดูแลตัวเองด้วย


โดย: HastaLaVista วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:6:29:00 น.  

 
สวัสดีค่ะ
นอนดึกจัง...
ให้หายป่วยก่อน แล้วค่อย up หนังก็ได้ ...ไม่รีบร้อนค่ะ Get well Soon นะคะ


โดย: กองฟอน วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:8:25:32 น.  

 
อ้วกก!!!


โดย: HastaLaVista วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:19:19:12 น.  

 
แวะมาส่ง จขบ.เข้านอนมั่งค่ะ
แต่ท่าทางคงจะนอนดึกนะคะ อิอิ


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:21:46:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Romancini
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ชายธรรมดา มีความฝันที่ยังไปไม่ถึง แต่ไม่เคยคิดท้อที่จะทำความฝันนั้น ให้เป็นจริง...

" SHINE ON YOU CRAZY DIAMOND "

Remember when you were young, you shone like the sun.
Shine on you crazy diamond.
Now there's a look in your eyes, like black holes in the sky.
Shine on you crazy diamond.
You were caught on the crossfire of childhood and stardom, blown on the steel breeze.
Come on you target for faraway laughter, come on you stranger, you legend, you martyr,
and shine!

You reached for the secret too soon, you cried for the moon.
Shine on you crazy diamond.
Threatened by shadows at night, and exposed in the light.
Shine on you crazy diamond.
Well you wore out your welcome with random precision, rode on the steel breeze.
Come on you raver, you seer of visions, come on you painter, you piper, you prisoner,
and shine!

Nobody knows where you are, how near or how far.
Shine on you crazy diamond.
Pile on many more layers and I'll be joining you there.
Shine on you crazy diamond.
And we'll bask in the shadow of yesterday's triumph, and sail on the steel breeze.
Come on you boy child, you winner and loser, come on you miner for truth and delusion,
and shine!

Totó and Alfredo - ENNIO MORRICONE
Friends' blogs
[Add Romancini's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.