Kabird
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2560
 
All Blogs
 
นั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย จีน มองโกเลีย รัสเซีย (วันที่3: อูลานบาตาร์ มองโกเลีย)













Day 3 : 26/1/17 Ulaanbaatar, Mongolia 


ก๊อกๆๆๆๆๆๆรัวๆๆๆๆ

เพลานี้เกือบตี2 ยังมาปลุกพวกเราอีกนะ เฮ้อออ! 

เข้าสู่ด่านตรวจประเทศมองโกเลีย พนักงานหน้านิ่งโหดกว่าพี่จีนอีก ตรวจ passport/ กระเป๋า / และเอาใบเข้าเมืองมาให้กรอก 

ตรวจกระเป๋ารอบนี้ไม่ค่อยเคร่งและละเอียดเท่าไรแต่ก็ทุกใบและตรวจนานอยู่ เมื่อตรวจเสร็จก็เอา passport ไปปั๊มตราเข้าเมืองให้ เย้ๆๆๆ!!!! เราได้เข้ามองโกเลียแว๊วว เวลาของจีนและมองโกเลียเท่ากันคือเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง


ตี 2.40 น. 

นอนจริงๆละนะ ไม่รบกวนนะ พอละนะ คร๊อกฟี้zzz

ในรถไฟอากาศอบอุ่น เพราะมีฮีตเตอร์จากถ่านหิน แต่พอสูดดมไปเรื่อยแล้วจะเริ่มแสบจมูกและไอค่ะ (ไอนี่เราเป็นคนเดียวนะ ส่วนเพื่อนๆแค่แสบจมูกค่ะ) 


11 โมงเช้า พวกเราทั้ง 4 ตื่นโดยพร้อมเพรียงกัน มองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะขาวโพลนเต็มจอสุดลูกหูลูกตา ปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ทะเลทรายโกบี (Gobi desert) ตื่นเต้น ถ่ายรูปชมความงามยามสายกันแล้วจึงไปกินอาหารมื้อเที่ยงที่โบกี้อาหาร 









12.00 น. อุตส่าห์มากินก่อนเวลาที่ระบุในตั๋วอาหารแต่ปรากฎว่าตรูปล่อยไก่ไปเต็มๆเพราะมันคือตั๋วมื้อเที่ยงเมื่อวานนี้ 555+ ดังนั้นมื้อนี้กินเท่าไรจ่ายเท่านั้น โบกี้อาหารถูกเปลี่ยนเป็นตู้ของมองโกเลียเรียบร้อยละจากเมื่อคืน ร้านอาหารตกแต่งดูดีไฮโซกว่าจีน โทนสีเหลืองอบอุ่น มีรูปปั้นหัวกวางประดับตกแต่ง เด็กเสริฟเป็นป้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ เมนูมีภาษาอังกฤษ มีอาหารให้เลือกหลากหลายแต่สั่งได้เฉพาะอย่าง เพราะของหมดเยอะเลย พวกเราสั่ง สลัดแครอท ข้าวเนื้อไก่ ก๋วยเตี๋ยวไก่ และข้าวเนื้อวัว อร่อยกินได้ทุกอย่าง สนนราคาที่ 172 หยวน จ่ายเงินจีนได้ค่ะ โต๊ะอื่นๆที่นั่งใกล้ๆพวกเราก็มีประมาณ 2-3 โต๊ะ น่าจะเป็นนักศึกษาเป็นเพื่อนกัน มีทั้งเอเชีย ฝรั่ง และพี่มืด (หนึ่งในนั้นจำได้เห็นตั้งแต่เมื่อคืนละ)







กินมื้อนี้เสร็จแล้วก็กลับเข้าตู้ ..... ระหว่างทางก็เมาท์มอยกันไปเรื่อย ประกอบกับมองวิวทิวทัศน์ที่ยังง๊ายยยย ยังไงก็คือสีขาวโพลนตลอดทาง 555+ ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไร กินขนมขบเคี้ยวไปเรื่อย จนในที่สุด หิวอีกละ คราวนี้ต้มบะหมี่ยี่ห้อไทยที่ซื้อมาจากเมืองจีน กินกันอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติคล้ายยี่ห้อมาม่าถูกปากที่สุดเท่าที่จะหาได้ในเมืองจีนละ 









บ่าย 2 ครึ่ง ถึงจุดหมายปลายทาง รถไฟเทียบชานชาลา Ulaanbaatar 

ประเทศมองโกเลีย มีประชากรเพียง 2 ล้านกว่าคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงถึง 38% แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า จึงนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุดในโลก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายวัชรยานแบบทิเบต 

"อูลานบาตาร์" เป็นเมืองหลวงของมองโกเลีย ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ DAMDIN SUKHBAATAR (แดมดิน ชุคบาตาร์) ที่ปลดปล่อยมองโกเลียออกจากการยึดครองของจีน ประกาศอิสรภาพในปี 1921 ซึ่งรูปปั้นของเขาตั้งอยู่ในจตุรัสกลางกรุงอูลานบาตาร์ 

เมืองนี้นับว่าเป็นเมืองหลวงที่หนาวที่สุดในโลก โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี -4 องศา  แม่เจ้า!!! สวัสดีค่ะ 

แต่อากาศ ณ. ตอนนี้คือ -17 องศา เอาสิคะ ยิ่งเดินทางยิ่งหนาว หนาวยิ่งกว่าจีนอีก มีไกด์ท้องถิ่นที่เรานัดหมายเวลามารอรับ หน้าตาจิ้มลิ้มเชียว ชื่อ Ankhbayar (อัคคบาย่า: ออกเสียง ค ในลำคอหน่อยเพื่อให้ลมพุ่งออกมา ซึ่งบางครั้งก็น้ำลายพุ่งค่ะ สำเนียงมองโกเลียเนี่ยจะออกเสียง ค-ข่ะ-ค่ะ-เค่อะๆๆ อะไรประมาณนี้อยู่ตลอดอ่ะค่ะ ) พร้อมคนขับรถชื่อ Chinzorig ได้ไกด์นี้มาจากการแนะนำของเพื่อนของน้องๆนักเรียนทุนไทยในจีนนี่แหละค่ะ 

ไกด์และคนขับพาพวกเราเข้าพักที่ Khongor เป็น guesthouse ป้ายใหญ่มากไม่ต้องกลัวหาไม่เจอ อยู่ใจกลางเมืองบนถนน  Peace avenue และคิดว่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมาพักเพราะมีสัญลักษณ์ Trip advisor แปะอยู่ แต่! แต่ไม่ใช่ฤดูนี้ค่ะ เพราะมันหนาวจัดมากๆ เอาง่ายๆทั้งชั้นมีแค่พวกเรากลุ่มเดียว พนักงานถึงกระทั่งบอกว่า พื้นที่ส่วนกลางที่เป็น living room พวกเราใช้เต็มที่!ยกให้ทั้งคืนเลย จัดไปเจ๊ :)











Guesthouse เป็นสถานที่เล็กๆ อยู่ชั้น 2 ของตึก ป้ายใหญ่มองเห็นชัดเจน สะอาด แบ่งเป็นโซน reception, ห้องพัก ห้องน้ำรวม และ living room+ห้องครัว เป็นห้องส่วนกลางมี computer ให้ใช้  ฟรี wifi คลื่นเร็วและแรงมาก 

-ห้องพักมีทั้งเตียงคู่ ห้องรวม มีเครื่องซักผ้าให้ คนละ $8 

-ห้องเดี่ยว เป็นเตียงเดี่ยวมีตู้เย็น โต๊ะ กระจก คืนละ $15 แต่ถ้านอน 2 คนจะคืนละ $20 (เรื่องราคานี่เถียงกันอยู่นานเพราะพนักงานบอกผิด ท้ายที่สุดเค้าก็รับผิดชอบโดยการให้พวกเราจ่ายคืนละ $15 ต่อห้อง) 




เมื่อเก็บสัมภาระเสร็จ ไกด์พาไปซื้อน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์และแลกเงิน ทูกรุก (MNT) ที่ห้าง State department store 

ใกล้กับที่พักมากแค่ข้ามถนนไปเองค่ะ 

ยังพอมีเวลาได้เที่ยวก่อนตะวันตกดิน จึงรบกวนให้ไกด์ตกลงกับคนขับให้พาไปเที่ยวในบริเวณใกล้ๆ 2 ที่ เพราะความจริงตารางเที่ยวกับไกด์เริ่มพรุ่งนี้ แต่วันนี้ไกด์ทำหน้าที่มารับเราเข้าที่พักเท่านั้น สรุปเบ็ดเสร็จ คุณลุงคนขับรถคิดราคา $10 

ไปกันที่ Zaisan Memorial Hill อนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ไซซาน ตั้งอยู่เนินเขาทางตอนใต้ของเมือง  ซึ่งสหภาพโซเวียตสร้างให้มองโกเลีย ภาพวาดบนอนุสรณ์แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ที่กองทัพแดง (Red Army) ช่วยมองโกเลียรบจากการรุกรานของญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  อีกทั้งยังรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ, ฉลองชัยชนะเหนือกองทัพนาซี และนักบินอวกาศคนแรกของมองโกเลีย (และยังเป็นคนเดียวอยู่) ที่ได้ร่วมโครงการบินไปบนอวกาศของสหภาพโซเวียตปี 1981 ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองแบบพานอรามา 360 องศา มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว 





พวกเรามาถึง โชคดีที่ฟ้ายังไม่มืด ด้านหน้าของอนุสรณ์เป็นลานทรงกลมกว้างๆ มีป้ายบอกชื่อสถานที่ ส่วนด้านซ้ายมือเป็นรถถังสหภาพโซเวียตตั้งตระหง่าน ฐานด้านข้างของรถถังแสดงถึงแผนที่เส้นทางกองพลน้อยจากกรุงมอสโก ในปี 1943 และมีส่วนร่วมในการล่มสลายของกรุงเบอร์ลินในปี 1945 

ทางเดินขึ้นเป็นบันไดโค้งๆ สูงพอสมควร แต่ไม่รู้มีกี่ขั้น (บ้างก็บอก 300 กว่า บ้างก็บอก 600 กว่าขั้น)  รู้แต่ว่าพวกเราเดินกึ่งวิ่งจ้ำๆๆๆๆๆๆๆ อยู่นั่นแหละ ก้มหน้าก้มตาเดินฝ่าท้าลมท้าหิมะ เวลานี้ไม่สามารถจะดื่มด่ำกับสถานที่ได้ กูหนาว คือมันหนาวยิ่งกว่าชิคาโกเดือนธันวาคมอีกนะเธอ ลมแรงมากๆๆๆๆ โอยยย นี่ต้องอดทนใช่มั้ย เอาวะ! ฮึบเฮือกใหญ่ๆรีบๆขึ้นไปจุดสูงสุดให้เร็วที่สุด! กี่ขั้นบันไดก็ช่างมันเถอะ ทุกอย่างชาไปหมด แผ่นแปะความร้อนก็เอาไม่อยู่ มันทรมานมากๆ มือแข็งไปหมด iPhone (ที่ต้องเอาแผ่นแปะความร้อนปะคบเพื่อให้ความอบอุ่น) น็อคเลยจ้า ปิดเครื่องเองออโต้ ส่วนมือถือเสี่ยวมี่ที่เพื่อนผึ้งโฆษณาว่าดีนักดีหนาผลิตภัณฑ์จากประเทศจีนปรากฎว่าเป็นเครื่องเดียวที่ยังสามารถถ่ายรูปในภาวะหนาวสุดขั้วเช่นนี้ได้  โอวว์ มันยอดจริงๆ! 

อากาศข้างบนหนาวลมแรงสุดขั้วแบบไม่รู้จะพูดยังไง รีบเก็บรายละเอียดพื้นที่โดยรอบแบบแสกนๆอ่ะ  

ด้านหน้าเป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ผู้ชายยืนถือธง มีขั้นบันไดเดินขึ้นไปเป็นลานทรงกลม ตามผนังมีรูปวาดเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของสหภาพโซเวียตและมองโกเลีย ตรงกลางลานเป็นสัญลักษณ์ปริซึมแก้วใสสามเหลี่ยม 









ใช้เวลาอยู่บนนี้ไม่กี่นาทีก็รีบกลับลงมาข้างล่าง......วิ่งขึ้นรถคุณลุงด่วนๆเลย บรื๋อ...

ไปต่อกันที่ Sukhbaatar Square จตุรัสใจกลางเมืองหลวง เป็นอนุสรณ์สถานแห่งการต่อสู้ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง (Damdin Sukhbaatar) ชุค บาตาร์ หรือ ซัค บาทาร์ (เอาเข้าไป ไม่รู้อันไหนออกเสียงถูก เอาที่สบายใจนะคะ) ซึ่งเป็นผู้ประกาศอิสรภาพแก่มองโกเลียในปี 1921 รูปปั้น ซัค บาทาร์ ขี่ม้าตั้งเด่นเป็นสง่ากลางลานกว้าง





อีกด้านนึงของลานกว้างคือ Chinggis Khaan Square เป็นอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดยาว (Government house) ตรงกลางด้านหน้า มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของเจงกีส ข่าน นั่งมองตรงไปยัง Sukhbaatar Statue    

ถ่ายรูปแป๊บๆแบบทัวร์ชะโงกเพราะหนาว ไม่อยากถอดถุงมือเพื่อถ่ายรูป ไม่อยากเอามือที่ซุกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และตะวันตกดินแล้วด้วย   

คุณลุงกลับมาส่งเราที่ที่พัก พวกเราข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามห้าง กินมื้อเย็นที่ร้านหัวมุมสีเขียว ชื่อร้าน Xaah Byy3 ตามที่ไกด์แนะนำ เป็นอาหาร fast food ท้องถิ่นที่โคตรอร่อยเลยอ่ะโดยเฉพาะเนื้อแกะ อร่อยทุกอย่างที่สั่งมากิน เอ๊ะ!รึว่าตรูหิวและหนาวฟะ (แต่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย ถูกปากคนไทยแน่นอนฮ่ะ) ราคาไม่แพงเลย  ให้เยอะ เนื้อเน้นๆ จานใหญ่ อิ่มท้อง คุ้มค่า เมนูหลากหลาย ซุปนมเกี๊ยว สลัดไข่ สลัดเฉยๆ ผัดเนื้อแกะราดข้าว ผัดไก่ราดข้าว ผัดเนื้อวัวราดข้าว น้ำเปล่า 4 ขวด มื้อนี้อิ่มที่ 40,800 ทูกรุก เลิศค่ะ :)








ข้ามถนนกลับมาแวะห้างเข้าแผนก supermarket ซื้อขนมขบเคี้ยว เบียร์ ไวน์แดง ทุกอย่างครบจัดไปอย่าให้พร่อง กินกันให้เปรม 45,690 ทูกรุก (อยากรู้ว่าเป็นเงินไทยเท่าไหร่ เอา 70 หารค่ะ)





คืนนี้ห้องส่วนกลางเป็นของพวกเรา มันช่างชิลล์ดีแท้ จะรำคาญหน่อยก็คงเป็นผู้ชาย (น่าจะเป็นหนึ่งในแก๊งของพนักงาน) นั่งจ้องและมองพวกเราตลอด ทำอะไรก็มองอ่ะอึดอัด ต้องบอกไว้ก่อนว่า guesthouse นี้คือ hostel นี่แหละ ห้องน้ำรวม มีผ้าเช็ดตัวให้แต่ไม่ได้เอาให้ตรู พนักงานเท่าที่เห็นมีหลักๆแค่2 คน ที่เหลือก็น่าจะเวียนๆกัน งงๆว่ะ คือน่าจะทำธุรกิจแบบเล็กๆกันเองอ่ะค่ะ ไม่สามารถระบุได้ 

ทุกคนพอมี wifi ก็ก้มหน้าก้มตายุ่งอยู่หน้าจอมือถือใหญ่เลย แต่หลักๆ น้องหมอกจัดแจงจองที่พักสำหรับคืนวันที่ 30 มค. ที่รัสเซีย Belka hostel (จากเวบ hostel world) 4เตียงคืนละ 2,400 รูเบิล 

ณ เวลานี้ 4 ทุ่ม อุณหภูมิข้างนอก -27 องศา บรื๋อไม่อยากคิดเลยว่าจะหนาวขนาดไหน  

เที่ยงคืน แยกย้ายเข้านอน นอนไม่หลับเลยอ่าทั้งๆที่เพลียมากอาจเป็นเพราะนอนติดฮีตเตอร์ :( 







Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2560 15:39:46 น. 0 comments
Counter : 583 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kabird
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




Friends' blogs
[Add Kabird's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.