Kabird
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
เที่ยวพม่า Day3

เมื่อคืนพวกเรานอนดึกกันมาก แต่ก็ไม่วายต้องตื่นเช้ามืดในวันที่ 3 (วันสุดท้าย) ของการเที่ยวพม่า ก็เพราะชูใจแนะนำว่าควรไปชเวดากอง 2 รอบ ใน 1 วัน เพราะแสง และความสวยงามจะต่างกัน โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่จะสวยมากๆ 
ตี 4 ครึ่งพวกเราทุกคนพร้อมเพรียง แต่งตัวสวยใส่เสื้อทีม (เสื้อหลวงตา) พร้อมด้วยกระโปรงพริ้วๆแบบรักเดียวของเจนจิรา 5555 
รอบุญชูหน้าตึก....แต่เอ้....ทำไมพี่แกไม่มารับซะที ปกติไม่เคยช้านะ รอแล้วรอเล่าสักพักใหญ่ๆเลยตัดสินใจโทรหา ปรากฎว่าพี่แกหลับไม่ตื่นซะงั้น แถมวันนี้ชูใจไม่มาด้วยเพราะนางติดรับทัวร์อีกคณะหนึ่ง ขยันทำมาหากินสุดๆ 
15 นาทีผ่านไป บุญชูมาไวเหมือนโกหก พี่แกบึ่งรถ van มารับอย่างกุลีกุจอ สำนึกผิดที่มาช้าพยายามพูดภาษาปะกิด+ภาษามือนุ่นนี่นั่น เพราะพี่แกเป็นคนที่พูดภาษาปะกิดอ่อนที่สุดในบรรดาทัวร์แกอ่ะ แต่จริงๆแล้วพวกเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก จริงๆเช่าแค่รถกะคนขับ โชคดีที่เค้าพ่วงไกด์จำเป็นมาให้ด้วย 555

1. ที่แรกของวันนี้คือ ชเวดากอง ขับรถไม่ไกลจากที่พักเลยค่ะ เห็นเจดีย์เหลืองอร่ามงามตาเรืองรองมาแต่ไกล ใจมันก็พลอยสว่างไปด้วย 
ถอดรองเท้าไว้ในรถ เข้าคิวซื้อตั๋ว $5 ตั๋วสามารถเข้าชมได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง สามารถขึ้นลิฟท์หรือเดินขึ้นก็ได้นะคะซึ่งก็หอบแฮกๆเอการอยู่ค่ะ 

ชเวดากอง มาจากคำว่า ชเว แปลว่า ทอง ส่วน ดากอง หรือ ตะเกิง คือชื่อเมืองเก่าของย่างกุ้ง เจดีย์หุ้มทองเป็นน้ำหนัก 1,100 กิโลกรัม อุต๊ะ แม่เจ้า!!!!! อลังการแท้ สร้างโดยกษัตริย์มอญ 1,200 ปีมาแล้วค่ะ บ้างก็ว่า 2,500 ปี ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าทรงประธานพระเกศา 8 เส้น ให้กับ2พี่น้องพ่อค้า และได้นำมาประดิษฐานในเจดีย์แห่งนี้ 2 เส้น จากเจดีย์เล็กๆ ได้มีการซ่อมแซม ทำนุบำรุง จนปัจจุบันสูง 99 เมตร 
ยอดฉัตรประดับด้วยอัญมณีล้ำค่า ซึ่งถ้าอยากเห็น เค้ามีบริการส่องกล้องให้เห็นกันแบบ close up เลย 

เดินเข้ามาที่หน้าจุดเริ่มต้น(เราเริ่มต้นกันที่วิหารพระกัสสปะ ประตูทางเข้าทิศตะวันตก) ต้องตั้งสติกันดีๆ เพราะมีวิธีการไหว้ประจำวันเกิด และการเดินเวียนจุดต่างๆ แถมทั้งใหญ่มากและคนก็เยอะตลอดเวลา! พวกเราจึงนัดแนะกันโดยให้จับคู่กันไป และอีก 1 ชั่วโมงกลับมาเจอกัน พวกเราเริ่มไหว้ โดยเดินเวียนซ้าย แต่ละจุดมีพระประจำวันเกิด ซึ่งเรียงไปจนครบ 7 วัน 
วิธีการไหว้พระชเวดากอง คือ
- สักการะองค์พระประธานในวิหาร 4 ทิศ (พระพุทธเจ้า 4 พระองค์)
- จุดธูปเทียนถวายดอกไม้พระประจำวันเกิดที่ประดิษฐานอยู่ที่ฐานเจดีย์ทั้ง 8 ทิศ 
- สรงน้ำพระประจำวันเกิดเท่ากับจำนวนอายุ บวกหนึ่ง
- เดินตั้งจิตอธิษฐานวนรอบเจดีย์ตามเข็มนาฬิกา 1 รอบ
- รดน้ำต้นสักการะต้นพระศรีมหาโพธิ์
- ตีระฆังใบใดใบหนึ่ง

จุดสนใจอื่นๆโดยรอบเจดีย์นี้ คือ
- ระฆังมหาคันธะ (Maha Gandha Bell) เป็นระฆังที่จมลงทะเลตอนที่อังกฤษจะขนย้ายไปที่อื่น อังกฤษกู้เท่าไรก็ไม่สำเร็จ แต่ชาวพม่าร่วมใจกันจนทำสำเร็จ อังกฤษจึงคืนให้แก่พม่า
- ระฆังหมาทิสดา (Maha Tissada Bell) ระฆังเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์กว่า 170 ปี 
- เจดีย์นาวดอว์จี (Naungdawgyi Pagoda) เคยเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าก่อนที่จะมาประดิษฐานในชเวดากอง
- วิหารสั่นดอว์ดวิน (Sandawdwin Tazaung หรือ Hall of hair washing) จุดสระพระเกศาพระพุทธเจ้า
- ลานอธิษฐาน (Wishing Fulfilling Place) เป็นลานกว้างที่ผู้คนนั่งกราบไหว้ขอพร แลพเป็นจุดถ่ายรูปมุมงามๆด้วยค่ะ
- หอพระ 11 องค์ (11 Shrine Cluster) มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในคูหาโดยรอบและพระพุทธรูปยืนด้านบนตรงกลาง
- Hall of great prosperity ประดิษฐานพระองค์ใหญ่ที่สุดในชเวดากอง สูง 9 เมตร ห้องโถงใช้ประกอบศาสนพิธีในวันสำคัญทางศาสนา 
- วิหารยะไข่ (Rakhine Tazaung) สร้างโดยพ่อค้ายะไข่ มีหลังคาสวยแปลกตา
- หอนัตแห่งชเวดากอง (Shwedagon Bo Bo Gyi) เทพปกป้องเจดีย์ 

หลังจากสักการะชเวดากองเสร็จแล้ว พวกเรากลับที่พักเพื่อกินข้าวเช้าที่ทาง guest house จัดเตรียมให้ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าที่พักเราอินเตอร์อ่ะค่ะ เพราะมีชาวต่างชาติมาพักเยอะเลย ส่วนใหญ่เป็น backpacker 
มื้อเช้ากินอาหารที่ front desk นั่นแหละเป็นทั้ง living room และ ห้องอาหารด้วย ห้องเล็กๆ แบ่งๆกันนั่ง มันเก๋ตรงที่มีระเบียงข้างนอกกระจึ๋งนึงให้นั่งได้ 1 โต๊ะ แถมมีเด็กเสริฟคอยบริการอาหารเช้าค่ะ เราเน้นกินง่ายๆ สไตล์ฝรั่ง กินเบาๆเดี๋ยวท้องเสีย นั่งกินไป ชมวิวอันแอดอัดไป เมาท์ไปกับฝรั่งที่นั่งโต๊ะเดียวกัน เค้ามาจากฝรั่งเศส ลางาน 1 เดือนเที่ยวเอเชีย เน้นพม่าเป็นหลัก เที่ยวตัวคนเดียวชิลๆเก๋ๆ คุยกันแป๊บนึงอีชั้นและผองเพื่อนก็ขึ้นไปเก็บของ check out เพราะลิสต์เที่ยววันนี้แน่นเอี๊ยดเช่นเคย 5555

2. แก็งค์มิงกะละบาพร้อมค่ะ ขึ้นรถพี่บุญชูเพื่อไปรับอาจารย์นังแพคที่โรงแรม ระหว่างรออาจารย์มาขึ้นรถพวกเราก็เหลือบไปเห็นโรตี (รึเปล่าวะ) เกิดอยากกิน ก็จัดไปเอามาลองดูซิ^^

จุดหมายต่อมาของเราคือ Botahtaung Pagoda เจดีย์โบตะตาว ชื่อเจดีย์หมายถึง ทหาร 1,000 นาย ที่นี่มีเทพทันใจซึ่งเชื่อว่า 


มื้อเที่ยง แวะกินที่ร้าน .................. ตามคำแนะนำของหนังสืออาจารย์ (ภาษาญี่ปุ่น) และถามจากบุญชู ก็บอก โอเคๆ อ่ะตามนั้นละกัน 
ร้านสีเขียว 2 ชั้นดูจากด้านนอกร้านค่อนข้างใหญ่พอสมควร ด้านในร้านลูกค้าแน่นขนัด มีหลายโต๊ะก็จริง แต่เต็มหมดค่ะต้องขึ้นไปนั่งชั้น 2 
ระหว่างหัวมุมขึ้นบันได มีอาเจ๊คนนึงนั่งเปิดเก๊นับตังค์เย๊อะมาก นางก็นับตังค์แบบไม่กลัวใครจะขโมยเงินเลยวุ๊ย! การันตีได้เลยว่าร้านนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 


บุญชู และชูใจ มาส่งพวกเราที่สนามบินย่างกุ้ง ทริปพม่า 2 วัน 2 คืนใกล้หมดแล้วรึเนี่ย ว๊าาไวจัง ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สนุกมากเช่นกัน ทำไมช่วงเวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปไวจังน้าา 
ขอบคุณ ล่ำลาไกด์ทั้งสอง พร้อมจ่ายค่าเช่ารถให้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย 
ด้วยความที่มาถึงสนามบินไวมาก ก็ต้องนั่งรอ check in กันอย่างหมดสภาพ (กรูแทบหลับ555) พอเค้าเรียกไป check in ก็ต้องฉงนสนเทห์กับระบบจัดการของเค้า เพราะใช้วิธี mannual จ้าคุณๆ คอมพิวเตอร์มีนะ แต่ไม่เห็นจะใช้เลย ใช้เป็นสมุดจดๆรายชื่อและมีกระดาษที่ปริ้นท์มาแล้ว (ตั๋วค่ะ ซึ่งนางถือไว้ในมือทั้งกำเลย) พอเรียกชื่อใครก็ยื่นกระดาษนั้นให้ พร้อมกับติ๊กชื่อคนนั้นว่า check in แล้ว เป๋นไงล่ะ รีบเร่ง หรือมาช้าไม่ได้เลยนะคะ มีหวังตกเครื่องแหง๋ๆ 

สนามบินที่นี่มีขนาดเล็ก 2 ชั้น พอๆกับสนามบินต่างจังหวัดบ้านเราอ่ะค่ะ รับรองไม่หลงกันแน่นอน เวลาเหลือเยอะ + หิว จึงแวะกินข้าวเย็นกันที่ร้านอาหาร ใน gate นั่นแหละ ร้านใหญ่ตกแต่งดี แต่บริการช้าค่ะ รสชาติ และราคาโอเค ถึงแม้จะแพงไปนิดตามราคา airport อ่ะค่ะ 
กินเสร็จก็เดินเฉื่อยๆไปขึ้นเครื่อง แต่ละนางอิดโรยสุดๆ 
กลับไทยโดยสายการบิน Air asia รอบดึก แป๊บๆถึงดอนเมืองละ พวกเรายังไม่ได้ร่ำลาอะไรกันเลย พอผ่าน ตม. ก็ต่างแยกย้ายกันไป ใช้วิธีไลน์คุยกันแทน เพราะต่างคนก็หากันไม่เจอ

เอาเป็นว่านี่เป็นทริปแรกที่พวกเราทั้ง 4 ได้เที่ยวกันครบทีมตามภาษาเพื่อนเลิฟ ถึงแม้จะทะเลาะ งอน หรือไม่เข้าใจกันบ้างระหว่างทริป แต่มันก็ทำให้เรารักกันมากขึ้นและยังไง๊ยังไงความเป็นเพื่อนเลิฟก็ไม่เคยจางหายไปไหนค่ะ ^^ สรุปแล้วทริปนี้มีทั้ง มันส์ ม้วน มึน และก็ "มิงกะละบา" จ้า.....




Create Date : 30 กรกฎาคม 2557
Last Update : 24 พฤษภาคม 2558 0:08:46 น. 0 comments
Counter : 564 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kabird
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Friends' blogs
[Add Kabird's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.