Kabird
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2558
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
18 มิถุนายน 2558
 
All Blogs
 
เที่ี่ยว Hong Kong + Macau 2015 สนุ๊ก~สนุก ตอน 2






  ตื่นเช้าวันที่ 2 ออกเดินทางกันประมาณ 9 โมงเช้า อาหารมื้อแรกคือ Mc Donald เพราะคิดอะไรไม่ออก เดินๆไปเจอพอดีก็เลยเลี้ยวเข้าเลย กินเบอร์เกอร์ปลา + hot chocolate 28 ดอลล์ ค่ะ ท้องอิ่มละ จุดหมายของเราในวันนี้มีดังนี้ค่ะ



1. ไหว้พระใหญ่วัดลันเตา (Lantau) หรือ พระใหญ่วัดโปลิน (Polin Monastery)
นั่ง subway จาก East Tsim Sha Tsui สีม่วง- เปลี่ยนเป็นสายส้มที่ Nam Cheong- ลงสุดสายที่ Tung Chung แล้วเดินออกมาที่ exit B (15 ดอลล์) รถไฟใต้ดินที่นี่สะอาด เพดานสูงโปร่งโล่งสบาย จัดผังวางแปลนอย่างดีค่ะ มีห้องน้ำตามสถานีด้วย ไม่ต้องอั้นฉี่ สะดวกมากๆ 
เดินโผล่ออกมาจากสถานี มีร้านรวงให้ช็อปมากมาย City gate outlets มีป้ายบอกทางไปซื้อตั๋ว Cable car เพื่อนั่งกระเช้าลอยฟ้าไปยังหมู่บ้านนองปิง (Ngong Ping Village) กระเช้าลอยฟ้ามี 2 แบบให้เลือกนะคะ แบบคริสตัลพื้นใสมองเห็นท้องทะเลจะราคาแพงกว่าแบบปกติค่ะ ซึ่งสามารถเลือก mix and match กันได้ พวกเราเลือกขาขึ้นนั่งแบบคริสตัล ไฮโซนิสนุง ส่วนขาลงนั่งแบบธรรมดา ราคารวมอยู่ที่ 230 ดอลล์ ประหยัดได้อีกนิดค่ะ 







นั่งกระเช้าระยะทางกว่า 5.7 กิโลเมตร สัมผัสธรรมชาติทั้งทะเล ภูเขาเป็นสิบๆลูก เห็นวิวทะเลจีนใต้ อ่าวต้นซุง ตึกสูงระฟ้า แบบ panorama 360 องศากันเลยทีเดียว แม่เจ้ามันสวยมากๆขอบอก!!! ชีวิตดี๊ดี อิๆ^^ มองลงไปเห็นบางช่วงมีคนเดินขึ้นเขาด้วยค่ะ เป็นการออกกำลังขาได้อย่างอึดจริงๆ
นั่งอยู่บนกระเช้าอยู่นาน นานจน เอ๊ะ เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย หูเริ่มอื้อแล้วนะ สักพักใหญ่ๆเลยค่ะกว่าจะถึงบนเขา 



หมู่บ้าน Ngong ping village ตอนแรกนึกว่าเป็นหมู่บ้านจีนโบราณ อืม...แต่จริงๆแล้วเป็นหมู่บ้านที่สร้างขึ้นมาสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวอ่ะค่ะ แบ่งโซนต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก แกลอรี และอื่นๆสำหรับครอบครัวให้ได้เที่ยวชม 



พวกเราจึงเดินไปยังจุดหมายที่มองเห็นเด่นสง่ามาแต่ไกล นั่นคือพระใหญ่ (Tian Tan Buddha Statue) ซึ่งใหญ่มากกกก สร้างจากการเชื่อมแผ่นทองสัมฤทธิ์ 200 แผ่น นั่งอยู่บนฐานกลีบบัว ยกพระหัตถ์ขวา แบพระหัตถ์ซ้ายไว้บนตัก พระเนตรจ้องมองลงมาเหมือนกำลังประทานพรแด่ผุู้ที่มาสักการะ 
การเดินขึ้นไปบนพระใหญ่ต้องขึ้นบันไดถึง 268 ขั้น เดินขึ้นอ่ะไม่เท่าไร แต่อากาศร้อนมากค่ะ จะเป็นลม ต้องเดินบ้างหยุดหายใจบ้างสลับกันไป 






ในที่สุดก็ขึ้นมาถึง ข้างบนอากาศดี เย็นสบาย สงบ (จะเยอะก็แต่นักท่องเที่ยวนี่แหละ) นั่งทำสมาธิ สวดมนต์ขอพรแป๊บนึง แล้วก็เดินดูรอบๆ มีรูปปั้นเหล่าเทวดา นางฟ้า กำลังถวายเครื่องบูชาแก่พระพุทธเจ้า ส่วนภายในฐานเป็นร้านขายเครื่องราง ของฝาก และประวัติต่างๆ มั้ง คือภาษาจีนหมดเลย อ่านไม่ออก เดาเอาค่ะ และถ้าจะขึ้นไปชั้นสูงกว่านี้จะต้องจ่ายค่าขึ้นนะคะ 



เดินกลับลงมาด้านล่างมีแท่นลานวงกลม ซึ่งจุดศูนย์กลางของแท่นนี้หันหน้าไปทางพระใหญ่ เป็นจุดอธิษฐานขอพรที่มีพลังมากที่สุด เพราะเป็นจุดศุนย์รวมค่ะ จะเห้นได้ชัดว่ามีคนยืนต่อคิวกันเพื่อจะได้อธิษฐานขอพรกันตรงจุดนี้ 



จากนั้นก็เดินเข้าสู่วัด โปลิน ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวบนนองปิง สร้างเมื่อปี 1920 เดินชมรอบวัด ไหว้พระทำบุญ ซึ่งที่นี่มีพระพุทธรูป 1000 องค์เชียวค่ะ ข้างในเย็นดีจัง เปิดแอร์บริการด้วย ทำบุญบริจาคเงินสมทบหน่อยละกัน^^






ไม่รอช้า พวกเราเดินป่าเพื่อไปที่ Wisdom path ระยะทางหลายกิโลเมตรเหมือนกันนะ ระหว่างทางเจอทั้งนักท่องเที่ยวและนักเดินป่าสลับกันไป 
ไม่เข้าใจว่าไม้ใหญ่ที่ปักๆกระจายอยู่นี่หมายความถึงอะไร แต่สร้างขึ้นโดย อาจารย์ Jao โดยได้รับอิทธิพลมาจากเซน ประมาณนั้นอ่ะค่ะ คืออ่านแล้วจำไม่ได้อ่า >< เค้าลืม เอาเป็นว่าขอดื่มดำ่บรรยากาศบนเขาสูงที่แทบจะแตะเพดานโลกได้เนี่ยมันสุดยอดจริงๆ นั่งทอดสายตาไปไกลสุดลูกหูลูกตาเพื่อซึมซับความงามแห่งธรรมชาติสีเขียวให้ได้มากที่สุดค่ะ







ดูเวลาอีกทีก็บ่ายซะละ ว้า...ต้องกลับแล้วอ่า ก่อนลงแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง (เขียนป้ายภาษาไทย+ แม่ค้าพูดไทยได้เสียด้วยสิ) แต่มีแค่เส้นกับลูกชิ้นให้แค่นั้น ไม่อร่อยและไม่คุ้มเลย เซ็งจุง ค่าก๋วยเตี๋ยว + น้ำกระเจี๊ยบ รวมแล้ว 45 ดอลล์ค่ะ 
นั่งกระเช้าแบบธรรมดาลงมา (รอบสุดท้ายคือ 6 โมงเย็นนะคะ) ตอนลงรู้สึกแป๊บๆก็ถึงละ 



2. Hong Kong Disneyland 
นั่ง subway จากป้าย Tung Chung แค่ป้ายเดียว - ต่อสายชมพูที่ Sunny bay ไปที่ป้าย Disneyland 1 ป้ายเช่นกันค่ะ (14 ดอลล์)
subway สายนี้พิเศษกว่าใครเพื่อน เพราะประดับตกแต่งไปด้วยตัวการ์ตูนจาก Walt Disney แม้กระทั่งหน้าต่างยังเป็นลาย Mickey mouse เลยค่ะ พวกเรามาเดินๆดูบรรยากาศของที่นี่เท่านั้น ไม่ได้เข้าไป เพราะน้องสุไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไร ส่วนตัวกะเบิ๊ดเองก็เคยไป Disneyland ที่ LA หลายรอบแล้ว ก็เลยเฉยๆ พาน้องมาดูบรรยากาศพอหอมปากหอมคอค่ะ ด้านหน้าไม่ค่อยอลังการงานสร้างเท่าไร ขอผ่านเลยละกันนะคะ






3. Victoria Peak (The peak)
ลุยต่อกันเลย นั่ง subway จาก Disneyland 1 ป้าย - เปลี่ยนเป็นสายส้มที่ Sunny Bay ไปสถานีสุดท้ายคือสถานี Hong Kong แล้วเดินออกมาที่ exit B1 เพื่อขึ้นรถเมล์สาย 15 (9.80 ดอลล์) ใช้บัตร octopus แสกนได้เลยจ้า สะดวกนักเชียว 
ตอนรถเมล์เลี้ยวโค้งออกมาจากสถานี เห็นกลุ่มแม่บ้านฟิลิปปินส์ที่มารับจ้างแรงงานในฮ่องกง พอวันหยุดเค้าก็มารวมตัวกันเพื่อพบปะ สังสรรค์ เอ่อ...คือตอนแรกไม่รู้ ตกใจมาก นึกว่าฝูงคนกลุ่มนี้มานั่งรอรถ สภาพเหมือนหมอชิตช่วงปีใหม่สงกรานต์เลยอ่ะ ปูเสื่อกินข้าว นอนเล่น เมาท์มอย ครั้นกดถ่ายรูป ไอโฟน 4S ของดิชั้นก็เอื่อยเหลือเกิน แชะภาพไม่ทันค่ะ 
อยากบอกว่าทางขึ้นเนี่ยทำอีชั้นหัวใจจะวาย แถมแขนระบม เพราะขึ้นเขาไม่รู้กี่โค้ง ทางคดเคี้ยวโยกเยกไปมา ที่กั้นถนนก็เตี้ยมาก นี่ถ้าคนขับขับพลาดหลุดโค้ง นั่นคือเหวเลยล่ะค่ะ ทางสูงขึ้นชันขึ้นเรื่อยๆ ตามข้างทางเป็นบ้านคน ชุมชนเมืองบนเขาไปเรื่อย ทุกอณูพื้นที่คืออาคาร สิ่งก่อสร้างค่ะ คือมันน่ากลัวมากอ่ะแถมตึกแต่ละตึกก็โคตรสูงเบียดเสียดกันเป็นดงตึกคอนกรีตสูงเสียดฟ้าจริงๆ (สูงมากๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง)



กว่าจะขึ้นมาถึง Victoria Peak กินเวลาเกือบๆชั่วโมงนะ คุ้มค่าแห่งการรอคอยค่ะ The Peak tower ตั้งตระหง่านบนยอดเขา เป็นห้างสรพพสินค้ารูปทรงเหมือนเรือเลย ถ้าใครสนใจจะข้างบนสุดเป็นดาดฟ้า sky terrace 428 ค่าขึ้นไปบนนั้น 30 ดอลล์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิว panorama สุดลูกหูลูกตาค่ะ






The Peak เป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะฮ่องกง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง สามารถชมวิวทั้งเมืองของเกาะฮ่องกง ซึ่งมองเห็นตึกสำคัญๆต่างๆ ซึ่งอาคารเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาตามหลักฮวงจุ้ยเก้ามังกร ซึ่งเป็นอาคารธุรกิจชั้นนำที่สำคัญของฮ่องกง นอกจากนี้ยังมองเห็นวิวเขต Central, Victoria Harbour, Lamma island 





มองดูวิวเพลินๆเหลือบไปเห็นรถ The Peak Tram รถรางโบราณที่รับส่งผู้โดยสารจากด้านล่างยิงตรงขึ้นมาถึง The peak เอ่อ...ถ้างั้นตอนลงขอใช้บริการรถรางละกันนะ รถเมล์ไม่ไหวละ พี่เพลียกลัวจะเวียนหัวอ๊วก 
โชคดีที่พวกเราต่อคิวไม่นานก็ได้ขึ้นรถ (ใช้ Octopus 28 ดอลล์) ต้องรอจนกว่าผู้โดยสารเต็มคันรถก่อนนะถึงจะออกจากป้ายได้ ขาลงนี่รถก็ถอยหลังลงจ้าจนสุดสายเลย ใช้เวลาแค่ 20 กว่านาทีเอง ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ขึ้นเพราะรถรางโบราณนี้มีมาตั้งแต่ปี 1888 แต่รุ่นที่ใช้ในปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 5 ค่ะ ใช้งานมาตั้งแต่ปี 1989 เก๋ป่ะล่ะ อย่าพลาดมานั่งให้ได้นะคะ^^
สามารถใช้บริการรถไฟรางได้ตั้งแต่ 7โมงเช้าถึงเที่ยงคืนค่ะ 


(ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายเองค่ะ ขอนุญาติยืมภาพจากกูเกิ้ลนะคะ เพื่อใช้ประกอบว่านี่คือหน้าตารถรางโบราณที่ให้บริการ : กะเบิ๊ดไม่ได้ถ่ายไว้อ่ะค่ะ ลืมสนิทเลย)



ขาลงต้องนั่งฝั่งขวานะคะถึงจะเห็นตึกสูง และทะเลค่ะ^^ 


ตึกแฝด Lippo รูปร่างแปลกดี เหมือนหมีโคอาล่า เกาะอยู่ข้างตึกเลยค่ะ


4. Tsim Tsa Tsui waterfront
ลงมาจาก The Peak แล้วพวกเรามึนๆทิศนิดนึง เดินมั่วๆไปทาง park ถามทางคนไปเรื่อย เค้าบอกว่าสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือ Admiralty ก็เลยนั่งกลับมาที่ Tsim Tsa Tsui (4.50 ดอลล์) แค่ป้ายเดียวค่ะ ข้ามจากฝั่งฮ่องกงมาเกาลูน 






เดินโผล่มาที่ Hong Kong museum of art และ Hong Kong space museum (โดมด้านหน้าค่ะ) เดินทะลุตรงไปที่ waterfront เห็นนักร้องร้องเพลงขับกล่อมนักท่องเที่ยว ที่มารอชม Symphony of lights การแสดงมัลติมีเดียสุดตระการตา ซึ่งได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊คว่าเป็นการแสดง แสง สี เสียงถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก การแสดงเริ่มเวลา 2 ทุ่มตรง ใช้เวลาแสดงประมาณ 15 นาที ... สงสัยเราคงคาดหวังว่ามันน่าจะอลังการกว่านี้มั้ง เพราะดูจากรูปสวยกว่านี้อ่ะ อาจเป็นเพราะไม่ใช่ช่วงเทศกาลรึเปล่าก็เลยคิดว่าธรรมดาอ่า ไม่ได้ตื่นเต้นไรมากมาย 



พอดูเสร็จก็เดินกลับขึ้นมาผ่าน โรงแรม Peninsula เหลือบเห็นร้านค้าแบรนด์เนม อาทิ LV Chanel ไรเงี้ย นอกจากนั้นบนถนน Nathan ยังขึ้นชื่อว่าเป็นถนนรวมแหล่งช็อปปิ้งทุกอย่าง ทั้งหรู ห้าง SOGO ไปจนถึงร้านทั่วไป ที่เห็นเยอะก็เช่น Giordano และ Bossini ซึ่งเป็นแบนด์ฮ่องกงเค้าก็เลยถูกและจัดโปรโมชั่นหลากหลาย อ้อ... tag ราคามีภาษาไทยด้วยนะจ้ะ เหอๆพี่ไทยเราเรื่องช็อปนี่ไม่แพ้ใครในโลกเลย  
พวกเราหิวมาก! แต่ไม่รู้จะกินอะไร กินที่ไหน ก็เลยเดินเลย Hostel ขึ้นมาอีก 2-3 blocks หน้าซอยเป็นร้าน Giordano ตัดสินใจเลี้ยวขวาเพราะเห็นป้ายร้านอาหารเยอะค่ะ เลือกๆอยู่ประมาณ 2-3 ร้าน



มาจบที่ร้านใต้ดิน ซึ่งตกแต่งน่ารัก สะอาด และลูกค้าเยอะนะเนี่ย ก็เลยเดาว่าน่าจะอร่อย เด็กเสริฟมารับออร์เดอร์ สั่งอาหารภาษาอังกฤษ นางตอบภาษาจีน ชี้โบ๊ชี้เบ๊ตามรูปภาพจนเข้าใจกัน 555+
ก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่มาก!สำหรับ 2 คน + ไก่ทอดอบงาดำ + น้ำชามะนาว รวม 80 กว่าดอลล์ อิ่มจุกท้องเลยค่ะ 



ณ เวลานี้ 3 ทุ่มกว่าๆ โทรมได้ที่ ต้องรีบกลับ Hostel พักผ่อนเตรียมตัวสำหรับเที่ยวพรุ่งนี้แล้วล่ะค่ะ 
คืนที่ 2 ก็ยังไม่ชิน เหนื่อยมากแต่นอนไม่หลับสักที ทรมานแท้ พลิกตัวไปมาอยู่นาน ได้ยินเสียงฝนตก ฟังเสียงฝนอยู่นานอ่ะกว่าจะหลับ >< 



Create Date : 18 มิถุนายน 2558
Last Update : 24 มิถุนายน 2558 23:48:22 น. 5 comments
Counter : 575 Pageviews.

 
ทิปนี้ จะลอกการบ้านตามไปเที่ยวด้วย อยากไปมาก แต่กลัวจะขึ้นบันไดไม่ไหว


โดย: ยงยุทธ IP: 202.29.229.46 วันที่: 19 มิถุนายน 2558 เวลา:10:41:20 น.  

 
เขียนไป อัพไป รอแป๊บนะคะ เมื่อคืนเหนื่อยมาก เขียนไปหลับไป น็อคเพราะง่วงจัดค่ะ


โดย: Kabird วันที่: 19 มิถุนายน 2558 เวลา:15:46:20 น.  

 
เสร็จแล้วค๊าบบบบ ลอกการบ้านได้เล๊ย^^


โดย: Kabird วันที่: 21 มิถุนายน 2558 เวลา:0:47:35 น.  

 
เราไปไหว้พระใหญ่ตอนนั้นกระเช้าปิดซ่อม ต้องนั่งรถขึ้นไป นานมากหลับแล้วหลับอีกไม่ได้เห็นวิวสวย ๆ ด้วยค่า
ไว้ต้องไปซ่อม แต่ไม่รู้จะกล้านั่งกระเช้าแบบคริสตัลรึเปล่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 21 มิถุนายน 2558 เวลา:21:33:43 น.  

 
กลับไปเที่ยวอีกครั้งแล้วลองขึ้นดูนะคะ วิิวสวยมากๆค่ะ


โดย: Kabird วันที่: 22 มิถุนายน 2558 เวลา:23:15:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kabird
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




Friends' blogs
[Add Kabird's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.