The Wedding: ค่ำคืนแห่งความสุขที่เพนนินซูล่า The Circle of Love
งานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทานในคืนนี้เป็นงานสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ในบทบาทของเจ้าบ่าวเจ้าสาว แม่ของฉันออกปากบ่นมาเสียตั้งแต่รู้ว่าจะต้องจัดงานกันถึง 4 วันตามพิธีต่างๆ ด้วยเกรงว่าญาติมิตรจะลำบาก พยายามเปลี่ยนฤกษ์เปลี่ยนยามแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะติดเรื่องเวลาและความเหมาะสมในการรับพระราชทานน้ำสังข์ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็ดูไม่ลำบากชาวบ้านกันมากนัก เพราะงานที่ผ่านมามีแต่ญาติ เพื่อนสนิท และครอบครัวของฉันเท่านั้น

นับว่าวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพราะจะมีแขกผู้ใหญ่มาร่วมงานด้วย แนวคิดของเรายังคงตั้งมั่นว่าจะขอเรียนเชิญเฉพาะคนสนิท และคนที่เรารัก ไม่ใช่ว่ารังเกียจเดียดฉันท์ หรือเลือกที่รักมักที่ชังหรอก เพียงแต่เข้าใจหัวอกของคนที่เขาไม่อยากมางานแต่งงานของใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าคนนี้คนนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร หรือต้องมาเพราะความจำเป็น หรือต้องมาเพราะทำธุรกิจร่วมกัน และต้องมาเพราะเหตุผลบังคับต่างๆ นานา เรามิได้คิดอยากให้งานเป็นระดับชาติ สิ่งที่ต้องการมีเพียงแต่ความรัก ความสุข ความยินดีจากทุกๆ คนที่อยู่กับเราในค่ำคืนนี้ โดยไม่ต้องพะว้าพะวงกับเวลาบนหน้าปัดเข็มนาฬิกาว่าเมื่อไรจะถึงเวลาขึ้นเวทีเสียที จะได้รีบหลีกปลีกตัวกลับบ้าน

จากการที่เราผ่านงานพิธีมาหลายครั้งทำให้เราทั้งคู่ยังคงสงบเงียบสบายใจ ไม่มีอาการร้อนล้นถึงแม้ว่าอะไรๆ ยังไม่ลงตัวเท่าไรนัก ของจำเป็นบางอย่างจะเสร็จตอนเช้านี้ วีดีโอตัดต่อก็เพิ่งเสร็จตอนตีไหนก็ไม่ทราบได้ ฉันถึงกับสงสารสามีที่นั่งหลังขดหลังแข็งตัดต่อวีดีโอมาหลายคืนแล้ว จนต้องออกปากบอกว่าช่างมันเถอะ ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเรายังคงใจเย็น ตื่นขึ้นมาแยกย้ายกันไปทำภารกิจ สามียังคงเดินทางไปทำงานซึ่งวันนี้เลิกครึ่งวัน น้องๆ ที่สถานทูตถึงกับออกปากไล่ให้รีบไปโรงแรม และยึดงานที่สามีกำลังดูแลมาช่วยกันทำ ส่วนตัวฉันนั้นกลับไปบ้านเดินไปทำสีเล็บหน้าปากซอย เลือกร้านที่คนไม่เยอะแล้วเข้าไปเลย คนทำเล็บถึงกับงงๆ ที่ฉันบอกว่าวันนี้ฉันเป็นเจ้าสาว เขาอุทานว่า "พี่ดูใจเย็นมากเลย" ซ้ำยังถามย้ำให้แน่ใจว่า "จริงๆ เหรอพี่"

หลายคนคงสงสัยอาไร้จะใจเย็นได้ขนาดนี้ คงเป็นความโชคดีที่ฉันเป็นคนมีเล็บ "ลักษณะดี" เลยไม่ต้องไปเสียเวลา เสียเงินเสียทองหลายพันบาทเพื่อต่อเล็บ ทำอะครีลิค เรียกว่าประหยัดเวลาและเงินไปแล้วรวมหมื่น การทำเล็บที่ผ่านๆ มาฉันฉลุย แต่คงเพราะความใจเย็นจน "ล้น" ของฉันหรืออย่างไรก็หาทราบได้ ไม่รู้คราวนี้มีอะไรเข้าสิงยังผลให้เกิดหายนะซึ่งคงหาโอกาสเล่าในครั้งต่อไป

กินข้าวกลางวันเสร็จฉันแบกของต่างๆ ที่ตระเตรียมกองรอไว้ตั้งแต่เมื่อวานทั้งเหล้า ไวน์ ปากกา เสื้อผ้า เครื่องประดับทั้งหลายแหล่ขึ้นรถ เดินทางไปโรงแรมพร้อมๆ กับพี่สะใภ้ ถึงโรงแรมแล้วฉันก็ไปที่ front แจ้งว่ามาแล้วค่ะ ระหว่างที่รอห้องก็เดินไปชะโงกดูห้องจัดเลี้ยง เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมของ ฉันได้เห็นดอกไม้ที่เรายอมเสียเงินให้ได้ตามแบบที่เราต้องการเพียงแวบๆ แต่ไม่ได้นึกเอะใจเท่าไรว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเราได้เห็น "งาน" ที่ "สำเร็จ" แล้วเพราะที่ได้เห็น "แวบๆ" นั่นยังไม่ได้ประกอบเป็นรูปร่าง แต่เข้าตำราตามลักษณะที่ฉันต้องการคือเป็นรูปทรงกลม และสีสรรแรงๆ สดใสตามธีมที่วางไว้ ก็เลยวางใจแบบไม่เอะใจ

เราได้ห้องชุด 2 ห้อง ห้องแรกแน่นอนเป็นห้องสูทหรูหรา ส่วนอีกห้องเป็นห้องธรรมดาสำหรับญาติๆ ทั้งสองห้องนี้อยู่ในส่วนเดียวกัน เดินเข้าเดินออกได้แบบไม่ต้องไปกวนโถงทางเดิน เมื่อพี่แอมพี่นุช่างทำผมแต่งหน้าเดินทางมาถึงก็จัดการกับผมของฉันและญาติ ส่วนหน้าของฉันนั้นเสร็จสิ้นเอาเมื่อพี่ต้อชรภาสเดินทางมาถึงและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็แปลงโฉมให้ฉันกลายเป็นซินเดอเรลล่าในบัดดล

ระหว่างที่ฉันแต่งตัวอยู่นั้น ฉันรู้ว่าทุกๆ คน "ข้างล่าง" กำลังวุ่นวายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสามีของฉันที่ขนอุปกรณ์มาลองเล่นที่ห้องจัดเลี้ยง เพื่อนเคราผู้อาสาทำเฟรมรูปสำหรับลงชื่อก็กำลังตอกตะปูติดตั้ง เพื่อนพัตรและน้องแม็คก็ไปเตรียมซ้อมขึ้นเวทีเป็นพิธีกร และพี่ๆ เพื่อนๆ จากห้องบีทีแห่งพันทิปดอทคอม ก็กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อมาทำหน้าที่แผนกต้อนรับส่วนหน้ากันอยู่ ทุกคนล้วนแล้วแต่ทำเพื่อเราด้วยความรัก และความเอ็นดูทั้งสิ้น ทุกคนเหน็ดเหนื่อย วุ่นวายกันไปหมดเพียงเพื่อให้ฉันซึ่งวันนี้เป็นเจ้าสาวแต่งตัวให้สวยที่สุดเท่าที่จะสวยได้อย่างสบายอกสบายใจ เรื่องนี้ยังคงอยู่ในสำนึกของฉันอยู่ทุกวินาทียามที่นึกถึง

ฉันปล่อยวางและให้ความไว้วางใจกับทุกๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเพื่อนพ้องน้องพี่ วงดนตรี KLO (Krungthep Light Orchestra) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเพนนินซูล่า เพราะเราตั้งใจ "เลือก" เพื่อคนที่เรารัก แต่ถึงจะเลือกขนาดนี้ก็ยังข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจนได้ โชคดีที่เราทำใจกันได้อย่างรวดเร็ว ความน่ารักของเจ้าหน้าที่ทุกคน กอปรกับคำชมของเพื่อนๆ ในเรื่องอาหาร สถานที่ และการบริการของโรงแรม ทำให้เรา "โกรธไม่ลง"

การได้เห็นคนที่เรารักทยอยกันมาในงานของเรา เราไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของเราออกมาได้เลยว่าเรารู้สึกอย่างไร การได้เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ มาช่วยงานเรามันทำให้ซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันดีใจที่งานของเราเป็นงานที่อบอวลไปด้วยความรัก ความโกรธที่เห็นซุ้มหน้างานไม่ได้เป็นไปตามที่ตกลงไว้ค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้ที่รอยยิ้มที่เปรอะเปื้อนบนสีหน้า

เมื่อถึงเวลาพิธีกรกล่าวเปิดงาน Presentation ซึ่งเป็นวีดีโอตัดต่องานหมั้น และงานรับตัวก็เริ่มขึ้น พร้อมเพลงประกอบ "คำหอม" ฉันเดินไปแอบอยู่อีกทางหนึ่ง เมื่อวีดีโอจบลง พิธีกรกล่าวเชิญเจ้าบ่าว เสียงเพลง "I only want to be with you ของ Vonda Shepard" เป็นเพลงที่เราเลือกให้เป็นเพลงธีมก็บรรเลงขึ้น บนจอภาพมีรูปถ่ายที่เราไปถ่ายก่อนแต่งงานขึ้นสลับกัน เจ้าบ่าวเดินเข้ามาในงานพร้อมดอกไม้มาหยุดยืนรออยู่กลางห้อง และฉันที่ซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่งก็เดินตามออกมาพบกันที่กลางห้อง มารับช่อดอกไม้ของเจ้าบ่าว แล้วจึงจูงมือกันขึ้นเวที

ฉันอดตื่นเต้นแทนพิธีกรไม่ได้เลย รู้ในใจว่าพิธีกรมีหลุดบทกันอยู่ หน้าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวออกจะสบายเพราะตอบตามคำถาม เมื่อพิธีกรเชิญท่านประธานขึ้นมากล่าวอวยพร ท่านเป็นคนที่รู้จักเราทั้งคู่เป็นอย่างดี ซึ่งเราทั้งคู่รักและเคารพ ฉันจำไม่ได้จริงๆ ว่าท่านกล่าวอะไรบ้าง เพราะน้ำตามันพาลจะไหลโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ท่านจับมือเราทั้งคู่เพื่อแสดงความยินดี

และแล้วก็มาถึงคำขอบคุณฉันรับอาสาสามีพูดก่อนทั้งคำขอบคุณภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และให้สามีพูดเป็นภาษาเยอรมันขอบคุณเพื่อนๆ ชาวเยอรมันแทน ขออุบไว้ก่อนว่าฉันกล่าวอะไรบ้างบนเวที เพื่อนอาป๊าโทรมาหาฉันในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้นขณะที่ฉันกำลังเตรียมเก็บของออกจากโรงแรมว่า "อาเจ็กน้ำตาไหลเลยนะตอนที่หลีพูด อาเจ็กวิชัยก็น้ำตาคลอๆ" ฉันรู้ต่อมาว่าเพื่อนอาม้าหลายคนก็ก้มลงแอบเช็ดน้ำตาเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าฉันพูดซึ้งอะไรดอก แต่คงเป็นเพราะว่าท่านเหล่านั้นเป็นคนที่เห็นฉันตั้งแต่ยังวัยรุ่น ความรู้สึกผูกพันจึงแน่นแฟ้นเหมือนเป็นลูกเป็นหลานแท้ๆ

เมื่อจบพิธีการบนเวที ยามเมื่อเดินลงมาตัดเค้ก เพลง"อัศจรรย์" ก็บรรเลงขึ้นพร้อมด้วยรูปถ่ายในวันรับพระราชทานน้ำสังข์ก็ขึ้นบนจอภาพ หลังจากจบพิธีต่างๆ แล้ววงดนตรี KLO ก็บรรเลงเพลง "Someone Like You" ที่ฉันขอพี่อุ๊ไปว่าขอให้เล่นตอนไหนก็ได้ที่ฉันอยู่ในงาน เพราะเพลงนี้เป็นเพลงประทับใจที่ฉันอยากได้ยินนักหนา

ฉันหันไปมองนักร้องนำหญิงผู้ซึ่งกำลังหันมามองฉันอยู่เช่นกัน เราส่งยิ้มให้กัน ฉันชูนิ้วหัวแม่โป้งให้เธอพร้อมบอกเธอว่า "สุดยอด" และมองเธอด้วยสายตาขอบคุณ ฉันรู้มาว่าวง KLO ต้องทำการแกะโน้ตและซ้อมเพลงนี้เพื่อฉัน ถ้าหากสมาชิกในวงท่านใดผ่านมาทางนี้ โปรดรับรู้เถอะว่านี่เป็นหนึ่งในความประทับใจของฉันในค่ำคืนนั้นเช่นกัน

เมื่อถึงตอนโยนดอกไม้ ฉันไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าจะมีเพื่อนสาวๆ มารอรับดอกไม้กันล้นหลามขนาดนี้ ด้วยว่าเคยไปงานก่อนหน้านี้มาหลายงาน คนมารอดอกไม้กันโหรงเหรงจนใจฉันอดเกรงช่วงเวลานี้ไม่ได้ จนถึงกับออกปากในตอนแรกว่าจะไม่เอา

คืนนี้จบลงเมื่อแขกคนสุดท้ายจากลาไปเมื่อตอนเกือบ 5 ทุ่มกว่า หลายคนบอกว่าไม่เคยเห็นงานค็อกเทลงานไหนที่เลิกดึกแบบนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่โรงแรมบริการพวกเราเป็นอย่างดีจนถึงนาทีสุดท้าย ช่วยเก็บช่วยนับคืนของที่เรานำมาเองให้อย่างครบถ้วน แล้วอย่างนี้ฉันจะโกรธพวกเขาอย่างไรได้

เราขึ้นไปบนห้อง ยามนี้เพื่อนๆ กลับกันไปหมดแล้ว ฉันค่อยๆ บรรจงถอดชุดแต่งงานและเครื่องประดับออกอย่างอ้อยอิ่ง จบแล้วงานทั้งหลายทั้งปวง ถึงอย่างไรก็ตามคืนนี้ฉันจะได้ใช้ชีวิตบนห้องพักโรงแรมที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ฉันควรทำใจให้สนุก ตื่นเช้ามาเราไปทานอาหารเช้าด้วยกันที่ห้องอาหารข้างล่าง เสียดายจังเพราะฉันเห็นทางโรงแรมให้บัตรรับประทานอาหารเช้าทั้งหมด 4 ใบ ถ้ารู้อย่างงี้ฉันคงบอกเพื่อนให้มากินข้าวเช้าด้วยกัน

ฉันอดปรารภกับสามีไม่ได้ว่าเมื่อคืนนี้ลืมเก็บภาพในโรงแรม ตอนนี้คงสายเกินจะไปเก็บภาพแล้ว ฉันมองดูสภาพของตัวเองในตอนนี้ ช่างแตกต่างจากเมื่อวานเสียนี่กระไร เมื่อคืนนี้เรายังดูสวยดูหล่อกันอยู่ วันนี้ฉันกลายเป็นนางซินก้นครัวไปเสียแล้ว เมื่อตอนที่เก็บของเตรียมออกจากห้องสูทนั้น ฉันมองภาพห้องๆ นี้ด้วยอยากให้มันอยู่ในความทรงจำ ฉันเก็บรายละเอียดทุกอย่าง จดจำทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นทุกเม็ดทุกอณู ฉันลูบไล้ชุดแต่งงานสีขาว และบอกกับตัวเองว่าฉันไม่มีโอกาสได้ใส่มันอีกแล้ว

หลายคนคงคิดในใจละสิว่าช่างโอเวอร์ยิ่งนัก แต่หากใครต้องทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ วางแผน คิดงานมาปีกว่าๆ ทุกวินาทีที่ผ่านมาเกือบ 1 ปีเศษนั้นมีแต่เรื่องๆ เดียวอยู่ในหัว เมื่อมาถึงจุดที่ทุกอย่างจบลง ความโล่งอกมันมาพร้อมๆ กับความใจหาย ฉันบอกสามีว่าเราคงไม่ได้มาที่นี่อีกแล้วใช่ไหม สามีปลอบใจเพียงเบาๆ ว่าเราจะได้มาอีกเมื่อครบรอบแต่งงานปีที่ 20 ฉันรู้ว่าสามีพูดปลอบใจ แต่มันก็พอจะเยียวยาความใจหายไปได้บ้าง เราขับรถออกมาจากโรงแรม ฉันหวังในใจลึกๆ ว่าฉันคงได้มาเหยียบที่นี่อีกครั้งเมื่อครบรอบ 1 ปี

คำพูดที่ฉันได้กล่าวบนเวทีเมื่อคืนนี้แวบเข้ามาในความคิดคนึง ระหว่างที่รถแล่นลื่นไปบนเส้นทางการจราจร

"วันนี้เป็นวันที่เรามีความสุขมากค่ะ มีความสุขมากที่ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเราได้อยู่ท่ามกลางคนที่เรารัก และคนที่รักเรา ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านพิธีการมาจนถึงวันนี้เป็นวันที่ 4 วันที่เราสองคนจะได้อยู่ในฐานะเจ้าบ่าว เจ้าสาวเป็นวันสุดท้าย ทุกๆ ขั้นตอนแต่ละพิธีเราสองคนพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้งานออกมาให้ดีที่สุด ซึ่งก็ได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ ญาติมิตร และเพื่อนฝูงที่มาช่วยงาน จนงานออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่เราสองคนตั้งใจให้ไว้ ทั้งนี้หลีขอขอบคุณคุณแม่ ญาติผู้ใหญ่ และทุกๆ คนที่นครนายกที่ให้การต้อนรับหลีเหมือนดังเป็นลูกหลานคนหนึ่ง

ขอบคุณน้าโจว น้าอู๊ด พี่โอ๋ พี่เอก ที่รับเป็นแม่งานฝ่ายเจ้าบ่าว ช่วยดูแลงานพิธีทุกขั้นตอนอย่างประณีต อีกทั้งคอยประสานงานให้ทุกอย่าง จนทำให้งานทุกครั้งออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สมกับที่เราฝันไว้

ขอบคุณเพื่อนๆ ชาวบีทีแห่งเว็ปไซด์พันทิปที่ทำให้หลีรู้ว่ามิตรภาพไม่เคยแบ่งเส้นอายุ และเพื่อนแท้หาได้จากอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน

ขอบคุณติ๊ก และมาร์ที่อุตส่าห์มาอดนอนด้วยกัน
ขอบคุณบริษัท แกรนด์โพลิเมอร์ส ที่กรุณาส่งพิธีกรคู่นี้มาสร้างสรรค์บ้านที่นครนายกให้เหมือนสวนดอกไม้ และวันนี้ยังมาเป็นพิธีกรให้หลี

ขอบคุณใครก็ตามที่คิดค้นประดิษฐ์เครื่องมือสื่อสารที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตทำให้หลีได้พบนนท์ ได้พบเพื่อนดีๆ หลายคนจากที่นี่ และเรายังคบกันอยู่ทุกวันนี้

และสุดท้ายคำขอบคุณพิเศษต่อครอบครัวของหลี ที่เราพี่น้อง เราดูแลซึ่งกันและกันมาโดยตลอด และก็จะดูแลกันต่อไปเรื่อยๆ กราบขอบคุณอาป๊าที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิตจนทำให้ครอบครัวของเรามีฐานะดี ทำให้ชีวิตนี้หลีไม่เคยรู้สึกน้อยหน้าใคร หลีอาจจะไม่เก่งเหมือนป๊า และขี้งอนเวลาอาป๊าบ่นใส่ แต่ก็รักอาป๊า และบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตหลี ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทุกๆ ช่วงของชีวิต ผู้ที่ทำให้หลีรู้จักคำว่า “ภรรยาที่อดทน” และ “แม่ที่ประเสริฐที่สุด” นั้นเป็นแบบไหน หากไม่มีอาม้า ชีวิตลูกคนนี้วันนี้คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ หลีรักอาม้ามากที่สุดในโลก

Dear all friends, today is very special because it’s the day that we can have all the people we love and all the people who love us together here at this time. We have all relatives friends and family while we are this much happy. Some of you fly from aboard just to join our wedding party tonight. You here is so meaningful, most valuable than any other gifts in this world and we are so appreciated that. Thank you for coming. We promise that this moment will have been keeping in our memory until the last breath of our live."


เมื่อจบคำพูดขอบคุณภาษาไทย คุณครูป้อมที่ยืนอยู่ข้างอาม้าเล่าให้ฟังว่าอาม้าก้มลงน้ำตาคลอ ฉันไม่ได้กล่าวคำพูดเหล่านั้นให้ดูหรูหรา เกินความเป็นจริง ทุกคำที่พูดนั้นมันมาจากหัวใจ สิ่งที่พูดมันกลั่นออกมาจากข้างใน จากหัวใจของผู้หญิงที่ใจแข็งปากแข็งอย่างฉันคนนี้

ขอกราบขอบคุณทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ คนที่ทำให้เรามีวันนี้
Photo Sharing and Video Hosting at PhotobucketPhoto Sharing and Video Hosting at Photobucket





Create Date : 17 มีนาคม 2550
Last Update : 22 พฤษภาคม 2553 0:52:23 น.
Counter : 1400 Pageviews.

13 comments
ผลลัพธ์คือเท่าไร? | ปัญหาชวนคิด blue_medsai
(23 ส.ค. 2563 13:35:06 น.)
ใครเป็นคนเลี้ยงปลา? | ปัญหาชวนคิด blue_medsai
(21 ส.ค. 2563 08:45:01 น.)
坟地里挖一个 Féndì lǐ wā yīgè ไปขุดมาจากสุสานเถอะ Kavanich96
(20 ส.ค. 2563 03:10:00 น.)
礼让的人 Lǐràng de rén ว่านอนสอนง่าย Kavanich96
(5 ส.ค. 2563 03:16:27 น.)
  
รักนะจุ๊บจุ๊บ
ทั้งคู่เลย
โดย: วี IP: 58.8.99.243 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:2:22:04 น.
  
สวีทหวานหยดเลยค่ะ อิจฉานะเนี่ย
โดย: wanwitcha วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:9:51:25 น.
  
อ่านแล้วซึ้งมากค่ะคุณหลี

แบมเริ่มอ่านที่บล๊อกคุณหลี ต้องแต่ เริ่มต้นเตรียมงานต่างๆๆ

แบมเห็นความละเอียดอ่อน ใส่ใจ สิ่งที่คุณหลี ทำทุกอย่าง

อ่านแล้วปลื้มค่ะ ถ้าแบมได้อยู่ตรงงาน แบมก็คงน้ำตาร่วงเหมือนกันค่ะ


มีความสุขมากๆนะคะ จุ๊บๆๆ

อ่านที่คุณหลีเขียน แบมก็หวนกลับไปงานแต่งงานของตัวเอง เมื่อสามปีที่แล้ว แอบนั่งคิด วันแต่งงานเหมือนกันค่ะ

แบมก็แต่งแบบรีบๆๆ กลับจากอังกฤษ ทุกคนเตรียมงานไว้หมดแล้ว ซึ่งแตกต่างจากคุณหลีมาก แต่ก็เป็นวันที่น่าจดจำตลอดไปค่ะ


คิดถึงนะคะ

ช่วงนี้แบมก็อัพบล๊อก เดือนละครั้งเหมือนกันค่ะ ยุ่งมากค่ะ


สุขภาพแข็งแรงนะคะ

โดย: แบมค่ะ IP: 90.240.95.26 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:16:07:25 น.
  
ขอให้มีความสุขมากๆน่ะครับ น่ารักมากเลยครับ
โดย: เมื่อตื่นขึ้นมาหัวใจก็ยังมีรัก วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:20:13:34 น.
  
กร๊ากๆๆๆ ไม่ได้แวะมาเสียนาน
กลิ่นความสุขหอมๆ ยังรุมล้อม บล๊อกเหมือนเดิม
หวาๆๆ อยากมีวันแบบนี้กะเค้าบ้างจัง

เราจะได้มาอีกเมื่อครบรอบแต่งงานปีที่ 20 ...ชอบๆๆตรงนี้ เท่ซะไม่มีพ่อคุณ
โดย: แร้ไฟ วันที่: 24 มีนาคม 2550 เวลา:21:15:06 น.
  
ตั้งแต่งานของคุณหลีเสร็จพัตรเพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านวันนี้เอง พอดีว่าน้องแม็ค เปิดหน้าจอทิ้งไว้ ก็เลยเข้ามาแจมความรู้สิก จริง ๆ งานก็เสร็จไปตั้งนานแล้วแต่บรรยากาศยังอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม ตั้งแต่งานของตัวเองเสร็จ คุณหลีก็เขียนเรื่องให้อ่านจนน้ำตาซึม เมื่อครบรอบ 1 ปี 12 มีนา.ที่ผ่านมา ขับรถผ่านที่ ๆ เคยไปกับน้องแม็คและคุณหลีเพื่อหาซื้อของ จัดงานแต่งงานของตัวเอง เจอไฟป่า ที่แพร่ ฯลฯ เหมือนว่าเหตุการณ์เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน ต้องขอบอกว่าจะไม่มีวันลืมบรรยากาศทั้ง 2 งาน (งานตัวเอง+งานคุณหลี) มันเป็นสิ่งที่งดงามมาก ไม่มีคำไหนที่จะบอกความรู้สิกได้ดีไปกว่าขอบคุณมาก ๆ ตั้งแต่แสร็จงานของตัวเอง ก็ตั้งใจไว้เลยว่าถ้าถึงงานคุณหลีจะทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้เต็มที่ให้สมกับที่เขาลงแรงกายแรงใจช่วยเรา ทั้งม๊าและคุณนนท์ด้วย นอกจากช่วยงานหมั้น ช่วยงานแต่งที่นครนายกจัดบ้านเจ้าบ่าวกับน้องแม็คแล้ว ในวันงานฉลองฯที่เพนนินฯ กับหน้าที่ร้องขอเป็นพิธีกรในงานให้ (ขอเป็นเองจากเจ้าสาว) ต้องบอกว่าในชีวิตไม่มีอะไรตื่นเต้นเท่ากับวันนั้นเลย กลัวไปหมด กลัวทำได้ไม่ดี กลัวทำให้เจ้าสาวเสียหน้า ฯลฯ ขนาดน้องแม็คเคยมาตั้งหลายงานยังเกร็งๆ ไม่รู้ว่าจะออกมาดีหรือเปล่า ก่อนขึ้นเวทีต้องไหว้คุณบิดามารดา ขอให้ตัวเองทำหน้าที่ให้ลุล่วง ด้วยดี พองานจบ ขอบอกว่าดีใจมาก ที่งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งงานหมั้น, งานแต่ง, งานฉลองฯ ซึ่งทั้งพัตรและน้องแม็คมีส่วนร่วมทั้ง 3 งาน เขียนมาเยอะละ จริงๆ มีอะไรจะเขียนอีกมาก เอาไว้กลับไปอยู่ ชร. แล้วค่อยเขียนบอกอีกทีนะจ๊ะ
โดย: pat IP: 124.120.135.236 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:15:51:06 น.
  
Congratulation na sorry for late na krub.
โดย: Aung@UK IP: 152.78.34.241 วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:23:02:22 น.
  
ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาทิ้งความในใจซึ้งๆ รวมถึงเพื่อนๆ แวะมาอ่านเฉยๆ แค่ฝากรอยคลิ๊กไว้

ทั้งคุณวี คุณวรรวิษา คุณเมื่อตื่นขึ้นมาฯ คุณแร้ไฟ เอิง

คุณแบม อยากให้คุณแบมเขียนความทรงจำเหล่านั้นนะ หลีอยากอ่านความในใจของเจ้าสาว หลีเชื่อว่าทุกคนมีความประทับใจ อาจจะเวอร์ไปสำคัญคนอื่น แต่หลีเชื่อว่าใครได้ผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว จะเข้าใจซึ่งกันและกัน อยากอ่านนะ คิดถึงเหมือนกันค่ะ

โดย: nuyo (CooKiiE ) วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:0:48:17 น.
  
คุณพัตร
เราสองคนถือว่ามีวาสนาต่อกันมากเหลือเกินจึงได้ผันความสัมพันธ์ฉันท์ธุรกิจจนกลายมาเป็นเพื่อนรักกันไปได้ ครบรอบ 1 ปีวันงานคุณพัตร

เมื่อย้อนเวลากลับไป หลีก็ขอยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำนั้นหลีสนุกกับงานคุณพัตรมาก ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่กลับรู้สึกว่าเพื่อนให้เกียรติ และให้ความไว้วางใจเรามากๆ ดีใจที่ได้เป็นส่วนใหญ่ๆ ในความทรงจำที่ดีๆ สำหรับคนที่เรารู้สึกดีๆ ด้วย

หลีรู้ว่าเราสองคนนิสัยคล้ายกันในบางเรื่อง ไอ้เรื่องจะพูดกันให้ซึ้งๆ ต่อหน้ากันนั้นไม่ใช่วิสัย แต่ก็อยากจะบอกว่าเมื่อเพื่อนต้องไปใช้ชีวิตห่างไกลถึงเชียงรายแล้ว คงทำให้เราคิดถึงกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าการที่อยู่กรุงเทพฯด้วยกันทุกวันนี้เราจะไม่ได้เจอกันบ่อยนัก แต่เพราะว่าอยู่ใกล้ ทำให้เหมือนไม่ยากเย็นที่จะเจอกัน ยามนี้เพื่อนจะไปอยู่ไกลหูไกลตาแล้ว พึ่งสำเหนียกว่าเออ ยามไกลกันเราเพิ่งจะรู้สึกตัว เหมือนใกล้เกลือกินด่าง ก็หวังแต่เพียงว่าเราจะได้เจอะเจอกันบ่อยๆ อย่างเคย

แล้วกลับมาเขียนความในใจให้อ่านอีกนะ

ด้วยความรักจากใจจริง
โดย: nuyo (CooKiiE ) วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:0:54:10 น.
  
หายไปนานพอสมควรเอาหนมมาฝาก

และขอบคุณที่แวะเวียนไปเยี่ยมกันเสมอ





ฟันธงไม่ได้ว่าใครไหว้สวยกว่าใคร
โดย: somnumberone วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:1:06:07 น.
  
สุดยอดมากค่ะคุณหลี
โดย: smittie IP: 58.9.73.204 วันที่: 7 เมษายน 2550 เวลา:17:54:27 น.
  
เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอีกครั้ง (รอนานมากนะจ๊ะนู๋หลี) เพื่อนทั้งคู่
โดย: nui IP: 124.120.146.135 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:00:35 น.
  
ชีวิตคู่คือ 1 คน + 1 คน = 1 ครอบครัว
ยินดีด้วยครับ
:D
โดย: noiris IP: 58.8.21.237 วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:14:20:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Wedding.BlogGang.com

CooKiiE
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]

บทความทั้งหมด