เอาคืนเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
บังเอิญไปเจอใน daily garbage เห็นกวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เขียนกลอนทวงคืนประชาธิปไตย หลงดีใจนึกว่าช่วยทวงคืนจากพวกกบถ
ที่ไหนได้ยังวนเวียนด่าเรื่องซื้อเสียงเรื่องรัฐบาลเก่าเป็นเผด็จการอยู่นั่น
แหละ แถมยังด่าประชาชนซะเสียหายด้วยสำนวนที่เพราะพริ้ง
อ่านแล้วมันจี๊ด เลยต้องขอวัดรอยเท้าจั๊กกะหน่อย ถึงสู้ไม่ได้ก็จะสู้
--------------------------------------------------------------------

ทวงคืน (เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)

๏ อำนาจของประชา คือประชาธิปไตย
ที่มาและที่ไป ต้องเป็นไทและเป็นธรรม
๏ เป็นไทในอำนาจ ไม่เป็นทาสของผู้นำ
ซื้อเสียงไปครอบงำ สำแดงเดชเผด็จการ
๏ สำนึกในอำนาจ ที่ในตนบันดลดาล
ใช่ทาสอันสาธารณ์ ทูนอำนาจให้เจ้านาย
๏ นั้นคือสำนึกทาส ให้เขาพาดสนตะพาย
มีสิทธิ์ไว้ซื้อขาย แลมีเสียงไว้ร้องขอ
๏ จงเป็นประชาชน อำนาจตนแหละต้นตอ
ใช่ไพร่คอยสอพลอ เอาอำนาจไปบำบวง
๏ ประโยชน์ของประชา ต้องเป็นใหญ่กว่าใดปวง
ตื่น ตื่น ...เถิดตื่นทวง ประชาธิปไตยคืน

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ (เดลินิวส์: ๓ มิถุนายน ๒๕๕๐)
--------------------------------------------------------

เอาคืน (วโรทาห์)

๏ พร่ำเพรียกเรียกร้องหา ทวงประชา-ธิปไตย
ที่มาและที่ไป ยังอยู่ใต้อำนาจปืน
๏ สิทธิของคนไทย ถูกปล้นไปยังไม่คืน
ตื่นเถิดขอจงตื่น ช่วยทวงคืนให้คนไทย
๏ อย่ามุ่งแต่หมิ่นกัน ว่าถูกคนสนตะพาย
เป็นทาสหรือเป็นไพร่ คือคนไทยคือพวกเรา
๏ คืนวันนั้นผันผ่าน จำเนียรกาลมานานเนาว์
ตั้งแต่ยังวัยเยาว์ จนแก่เฒ่าจวนเข้าโลง
๏ เวียนด่าแต่เรื่องโกง ทั้งบิดเบือนและเลื่อนลอย
จับเจ่าบนหอคอย ประดิษฐ์ถ้อยประดอยคำ
๏ สร้างชื่อจนลือเลื่อง ว่าปราชญ์เปรื่องกระเดื่องนาม
เผลอเรอจนเพ้อพร่ำ สำคัญตนว่าเป็นนาย

วโรทาห์ (ไร้สังกัด: ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐)



Create Date : 10 มิถุนายน 2550
Last Update : 11 มิถุนายน 2550 11:32:50 น.
Counter : 483 Pageviews.

13 comments
  
เข้ามาอ่านดูน่ะคับ
ชื่นชม จขบ. ที่สามารถแต่กลอนประชัน
อ.เนาวรัตน์ ได้ดีทีเดียวครับ
ขอแสดงความเห็นขัดกับ จขบ. เล็กน้อย
เพราะผมเห็นด้วยกับทัศนะ ของ อ.เนาวรัตน์ มากกว่า
เห็นต่างกันเพราะมองกันคนละมุุมน่ะคับ

โดย: เก่งกว่าผมตายไปหมดแล้ว วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:15:41:21 น.
  
ขอบคุณ คุณเก่งกว่าผมตายไปหมดแล้ว ที่มาร่วมออกความเห็นครับ
ประชาธิปไตยเป็นระบบที่ให้คนที่เห็นแตกต่างสามารถอยู่ร่วมกันได้ครับ
ผมจึงไม่อยากเห็นการด่าทอผู้อื่นที่เห็นต่างจากตนเอง
แต่สามารถออกความเห็นชี้แนะกันได้ครับ
แล้วเรื่องซื้อเสียงนี่แหละที่ถือโอกาสเอามาฟาดฟันคู่แข่งจนบ้านเมืองวุ่นวาย
ทั้งๆที่เป็นเรื่องเลื่อนลอย แค่เชื่อว่าคนนั้นทำคนนี้ทำ
แต่พวกที่เหวี่ยงแหด่าเขาก็ไม่เห็นช่วยกันแก้ปัญหาแต่อย่างใด
โดย: วโรทาห์ (warotah ) วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:17:44:39 น.
  
ขอชื่นชมในความสามารถที่แต่งได้ดีไม่แพ้คนดัง
ขอร่วมแนวทางเดียวกันด้วยการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับร่างทรงรัฐประหาร
และถ้าแพ้ก็จะไปเลือกตั้งด้วยการโนโวตครับ
โดย: แวะมาเยี่ยมให้กำลังใจ IP: 202.57.173.197 วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:22:39:21 น.
  

เอาคืนเนาวรัตน์ที่อัดทักษิณ
แถลิ้นดิ้นข้อหาด่าประชาชน
ประชาชนของผมชมกันขรม
ประชาคมสวนคมตามสมควร
โดย: กวีหนุ่มฯ IP: 58.8.119.194 วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:05:06 น.
  

ยุบพรรคยังพออึดอย่ายึดทรัพย์
เหมือนถูกจับจำจองกล่องดวงใจ
เปิดโอกาสจวนมาตรการสุดท้าย
เข้าสลายแกนนำม๊อบสกายไฮน์

นางแย้มคืนแรมรัตนโกสินทร์
เสวยทิพย์ถวิลถิ่นตำหนักสาย
นวดราชสำนักรวยรินกลิ่นไวน์
ถึงสุดท้ายมวลชนรับผลกรรม
โดย: ผีขนุน ๑ IP: 58.8.122.140 วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:16:04:15 น.
  

๐ ค่อยค่อยนวด-แก้บวดหาย
จานโต้งคล้ายทัมใจได้ไม่ได้
"สหบาทา"เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
เจ๊ดาอึสายสวาทตัดขาดเรียม

๐ โอ้ผ่องเพ็ญแขแม่จะแลลับ
วีระร่ำระลักหลับลงจับเหลี่ยม
อ้วนดำอ้วนดำ ทำอายเหนียม
ฮาร์ดคอร์เกรียมเตรียมเข้า ก.
โดย: ตรอกมะยม IP: 58.8.119.37 วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:22:23:30 น.
  
หลงผิดคิดว่าการเป็นคนของประชาชน ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่หนึ่งใฝ่ใด แต่ที่ไหนได้คนของประชนกลับทำตัวเลือกฝ่าย รับใช้เผด็จการ พวกกวีปลิ้นปล่อนหลอกลวง สักวันผลงานก็จะถูกลืม แม้แต่ชื่อตระกูลก็จางหายเพราะไม่มีใจเป็นกลาง ไม่มีความเป็นธรรมในสายโลหิต เป็นปราดเปลียวเลี้ยวกระล่อนหรือนักปราชญ์ น่าจะเป็นผู้เชื้อเชิญปีศาจอำนาจเผด็จการมากกว่า เชื่อว่าคนชื่อเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เมื่อก่อนคนนับถือทั้งแผ่นดิน แต่เมื่อเป็นคนที่ไม่รู้จักวางตัวและเดินสายกลาง คนก็จะลืมชื่อและลืมไปเลยว่าเคยมีคนชื่อนี้ในแผ่นดิน
โดย: หลงผิด IP: 58.136.198.164 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:8:38:28 น.
  
ขอร่วมด้วยคับ ติชม ได้ ตามอัธยาศัย คับ แต่งไม่ค่อยเก่ง แต่อยากมีส่วนร่วม อิอิ
ชักจูงใช่ชักใย
เรามีใจและสมอง
ชี้แจงตามครรลอง
ใช่ตะบองลากจูงไป
สังคมจะน่าอยู่
ถ้าเราสู้ด้วยเหตุผล
อำนวจด้วยชวนคน
แล้วมวลชนจะตามคุณ
ใช่ว่าใช้อำนาจ
ด้วยอาฆาตและข่มเหง
สังคมให้หวั่นเกรง
ใช่จะก่อให้พัฒนา
อันปากกระบอกปืน
ใช่หยิบยื่นให้ประชา
ควรเป็นเยี่ยงผู้กล้า
หันปกป้องราษฏร
โดย: สมัครเล่น IP: 203.146.88.178 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:15:00:45 น.
  
การต่อสู้ของประชาชนเมื่อครั้งอดีต ความคิดเห็นที่แตกแยกเป็นฝักฝ่าย จุดจบควรจะจบด้วยวิถีของประชาชนเอง เช่นเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีการกระทำใดก็แล้วแต่ที่มาจากประชาชน วิธีการสรรหาก็ควรที่จะมาจากประชาชน ไม่ใช่ใช้กำลังอาวุธที่ได้มาจากอากรภาษีที่ประชนเป็นผู้อุปถัมภ์ อุปการะ
ให้ความไว้วางใจว่าจะปกป้องผู้คนจากบุคคลภายนอกเพียงแต่ผกผันเวียนเปลี่ยนกลับกลายหันปากกระบอกเข้าหาประชาชน
ห้ามพูดห้ามแสดงความคิดเห็นแก้ไขทุกอย่างเพื่อให้ตนถุกต้องเสมอ ซึ่งถึงตอนนี้ผมอยากรู้ว่าอะไรคือประชาธิปไตย
ใครคือคนร่างรัฐธรรมนูญ มันครบถ้วนตามที่ประชาชนต้องการหรือไม่หรือเผื่อถึงขั้นตอนจะได้นำอำนาจมิชอบเข้ามายึดอำนาจได้อีก กรณีที่คณะบุคคลใดต่อจากการร่างนี้ทำไม่ถูกใจตนหรือคนบางกลุ่ม แล้วก็นิรโทษกรรมตัวเองเหมือนกับว่าตนเองเป็นวีรบุรุษไม่ได้ผิดอะไร ประชาธิปไตยคือการแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งไม่ใช่บังคับให้ใช้อะไรก็ได้ ส่วนเรื่องที่มันมีล็อคอะไรอยู่ก้อต้องช่วยกันเสนอวิธีไป การประท้วงเป็นสิ่งที่ดี การรัฐประหารเป็นการแสดงถึง การฉกฉวยโอกาสเพื่อหาผลประโยชน์จากประชาชน คุณผู้มีความรู้ทุกท่านควรคิดได้ถึงจุดนี้ว่า การที่เป็นกบเลือกนายมันไม่ดีเท่าการเป็นนายของตัวเองแล้วสร้างกฎเกณท์ ให้ผู้รับใช้เราปฏิบัติตามกรอบหรอกครับ อันไหนไม่ดีก้อช่วยกันเข้าชื่อเพื่อแก้ไข ไม่ใช่เปิดทางให้ผู้ฉกฉวยโอกาสเข้ามายัดเยียดประชาธิปไตยให้กับคุณ
โดย: สมัครเล่น IP: 203.146.88.178 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:15:19:08 น.
  
แต่งได้ดีครับ
เบื่อพวกเอาขี้ปากเก่าๆมาด่าใหม่
แค่คาดว่า ก็หาว่าเขาเป็น
ให้คนอื่นใช้เหตุผล แต่ตนเองไม่มีเหตุผลเสียเอง
จะรออ่านอีกนะครับ
โดย: soponkub วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:2:44:51 น.
  
ผมก็ว่าอาจารย์เนาว์รัตน์เขียนเป็นกลางมากเลยนะครับ
วิจาร์ณสภาพสังคมไทยและประชาธิปไตยแบบไทยๆได้อย่างตรงไปตรงมา
อยู่ที่ว่าใครจะแปลอย่างไรมากกว่า

ใครจะรู้ "ประชาธิปไตย" อาจจะไม่ใช่ทางออกของสังคมไทยก็ได้ครับ
"ธรรมิกสังคมนิยม" นั่นแหละคือคำตอบ ที่ยังไม่มีใครมาตอบ(ในความคิดผมนะ)
โดย: บ๊อบ IP: 192.122.134.249 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:20:13 น.
  
ใครจะว่าอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ผมได้เห็นได่ดูมากแต่ละครั้ง เมื่อตอนผมอยู่ภาคใต้ (นครศรี ฯ) ผมไม่เคยเห็นใครเค้าซื้อเสียง มีแต่ล้มวัว ล้มควายให้ในหมู่บ้านมาแกงกินกันกัน ก็พรรคคนใต้นั้นแหละ เพราะคนบ้านผมเค้าเลือกพรรคของคนใต้ โดยไม่มองพรรคอื่นเลย เค้าว่าเป็นพรรคประจำภาร (พ่อบังคับให้เลือก) จริ๊ง ๆ น๊ะเค้าไม่ซื้อเสียง แต่ถ้าคนพรรคอื่นเกิดเสียงดี สามารถสู้คนของพรรคคนใต้ได้ ก็จะมีหัวคะแนนมาเสนอเงินให้ บอกว่าเป็นเงินของพรรคคู่ต่อสู่ ในที่สุดคนก็เกลียดคนซื้อ ก็ได้คนของพรรคคนใต้ ( ที่ทุ่งสง สมัยนายวัน ) แต่พอมาอยู่ในเมือง ภาคตะวันตก ได้เห็นเลยเค้าซื้อเสียงกันเหมือนซื้อขนม เสียงละสองร้อย ผมก็รับตอนนั้น แต่ไม่เลือก จำไดด้ประมาณ สองหรือ สามสมัย แต่สองสมัยหลัง ตอน ทรท.ลงเลือกตั้งผมไม่เห็นคนของ ทรท.ซื้อเสียง มีแต่คนของพรรคหนึ่ง ที่พ่อ ลูก ลงสมัครที่เดียวกัน 3 คน พรรคเดียวกันนั้นแหละซื้อเสียง ผมสุดท้ายตกหมด ก็ของพรรค ที่ชอบบอกกล่าวว่าพรรคอื่นซื้อเสียงนั้นแหละ ยอมรับน๊ะว่าทุเรศจริง ๆ และเสียใจจริง ๆ ที่เราเกินมาจากคนใต้ แต่ไม่มีน้ำใจนักเลงเลย คิดแต่ด่าเข้าอย่างเดียว เอาดีใส่ตัว แต่เอาชั่วให้กับคนอื่น เราขอให้คนที่ให้ร้ายผู้อื่นจงได้รับผลกรรมนั้นด้วยเทอญ
โดย: ทหารของแผ่นดิน IP: 203.146.63.182 วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:21:43:42 น.
  
กฏพื้นฐานของกวี คือควรอยู่กับผู้ยากไร้ไว้ก่อน อย่าเผลอนินทาคนที่ถูก "มือที่มองไม่เห็น" เอาเปรียบ เป็นดีที่สุด.. ไม่เช่นนั้นจะต้องตกอยู่ในภาวะ "โลกาวัชชะ" ถูกกล่าวหาว่ารับใช้คนชั้นนำไป..
โดย: เนื่อง มาจากเหตุ วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:2:12:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Warotah.BlogGang.com

warotah
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด