ทำไมผู้มีปัญญา จึงได้บรรลุธรรมทีหลัง
ถ้าถามว่า ผู้มีปัญญามากกับผู้มีปัญญาน้อย หากมาฟังธรรมหรือบำเพ็ญเพียร ใครจะได้บรรลุธรรมก่อนกัน
ถ้าถามผมๆก็คิดว่าคนมีปัญญามากจะได้บรรลุธรรมก่อน

แต่เมื่อได้อ่านพุทธประวัติของพระอริยสมัยพุทธการ และวิเคราะห์ดู ก็สงสัยว่าเราอาจจะเข้าใจผิด...?



พระอัสสชิ
เป็นหนึ่งในห้าของพระปัญจวัคคีย์ ท่านนี้ได้บรรลุโสดาบันเป็นรูปสุดท้าย รายละเอียดดังนี้

ครั้นเมื่อท่านพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุโสดาปัตติมรรคเป็นท่านแรกแล้ว จึงได้ทูลขอบรรพชาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ในวันต่อมาพระผู้มีพระภาคทรงประทานโอวาทสั่งสอนด้วยธรรมีกถาเป็นปกิณกะเทศนา พระภัททิยเถระได้บรรลุโสดาปัตติผล วันต่อมาคือพระวัปปะ วันต่อมาคือพระมหานามะ และวันที่ห้าจึงเป็นพระอัสสชิได้บรรลุโสดาบัน



พระอัสสชิผู้ได้บรรลุโสดาบันเป็นรูปสุดท้าย เดาว่าพระอัสสชิมีปัญญาน้อยที่สุดในบรรดาปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 หรือไม่...?

แต่หลังจากนั้นปรากฏว่า พระอัสสชิท่านเป็นผู้ที่มีปัญญาเฉลียวฉลาด รู้จักประมาณตน ไม่ชอบโอ้อวด ตลอดถึงกิริยามารยาทเรียบร้อยน่าเลื่อมใส อุปติสสปริพาชก(อนาคตเป็นพระสารีบุตร) ได้เห็นท่านพระอัสสชิกำลังเที่ยวบิณฑบาตในพระนครราชคฤห์ ด้วยมารยาทอันงามน่าเลื่อมใส จึงคิดว่าภิกษุรูปนี้คงเป็นพระอรหันต์ หรือท่านผู้ได้บรรลุพระอรหัตมรรคในโลกผู้หนึ่งแน่ ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปหาภิกษุรูปนี้ แล้วถามว่าใครเป็นศาสดาของท่าน? แต่ขณะนี้ยังเป็นเวลาไม่สมควรเพราะท่านกำลังบิณฑบาตอยู่ ฉะนั้น เราพึงติดตามภิกษุรูปนี้ไป เมื่อท่านพระอัสสชิบิณฑบาตกลับ สารีบุตรปริพาชกจึงเข้าไปหาท่านพระอัสสชิ ปูผ้าให้นั่งฉันอาหาร เสร็จแล้วจึงได้ถามท่านพระอัสสชิเถระว่า ใครเป็นศาสดาของท่านขอรับ?



พระอัสสิเถระตอบว่า เรา บวชกับพระมหาสมณะศากยบุตร ผู้เสด็จออกทรงผนวชจากศากยตระกูล พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นเป็นศาสดาของเรา และเรา ชอบใจธรรมของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น.

สารีบุตรปริพาชก พระศาสดาของท่านสอนอย่างไร แนะนำอย่างไร?

ด้วยความรู้จักประมาณตน ไม่ชอบโอ้อวด พระอัสสิเถระตอบว่า เราเป็นคนใหม่ บวชยังไม่นาน เพิ่งมาสู่พระธรรมวินัยนี้ ไม่อาจแสดงธรรมแก่ท่าน ได้กว้างขวาง แต่จักกล่าวใจความแก่ท่านโดยย่อ.

สารีบุตรปริพาชกตอบว่า น้อยหรือมาก นิมนต์กล่าวเถิด ท่านจงกล่าวแต่ใจความแก่ข้าพเจ้า

ลำดับนั้น ท่านพระอัสสชิ ได้กล่าวธรรมปริยายนี้แก่สารีบุตรปริพาชก ว่าดังนี้:

ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น
พระมหาสมณะมีปกติทรงสั่งสอนอย่างนี้.

สารีบุตรปริพาชกได้ดวงตาเห็นธรรม เห็นว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดาและมี การดับไปเป็นธรรม” ซึ่งเรียกว่า ท่านได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุ พระโสดาปัตติผล



พระสารีบุตร
หลังจากได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาบัน ได้นำธรรมนั้นกลับมาบอกแก่โกลิตะ(อนาคตเป็นพระโมคคัลลานะ) ทำให้โกลิตะได้บรรลุโสดาบันเช่นกัน ทั้งคู่จึงมาบวชในพระธรรมวินัยของพระพุทธองค์พร้อมๆกัน ในชื่อใหม่คือพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ

เมื่อบวชแล้วได้ 7 วัน พระโมคคัลลานะก็ได้บรรลุอรหันต์ ส่วนพระสารีบุตรบวชได้ 15 วัน จึงได้บรรลุอรหันต์
เดาว่าพระสารีบุตรปัญญาน้อยกว่าพระโมคคัลลานะหรือไม่...?

แต่ปรากฏว่า พระสารีบุตรเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด สามารถแสดงพระธรรมจักรกัปวัตนสูตร และอริยสัจ ๔ ได้เหมือนพระพุทธองค์ และเป็นกำลังสำคัญของพระบรมศาสดา ในการประกาศเผยแผ่พระศาสนา
พระพุทธองค์ ได้ทรงประกาศยกย่อง พระสารีบุตร ให้ดำรงตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในทาง ผู้มีปัญญา และทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งพระอัครสาวงเบื้องขวา



อึมม น่าแปลกใจไหมครับ ที่ผู้มีปัญญาทั้งสองท่านนี้ได้บรรลุธรรมทีหลัง

ผมเกิดความคิดส่วนตัวว่า ปัญญาก็คงเป็นเหมือนเกาะป้องกันตนเองอย่างหนึ่ง ข้อดีคือทำให้ไม่หลงไปในลัทธิผิดๆได้ง่าย ยากต่อการถูกชักจูง ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จึงเป็นธรรมดาที่จะเข้าถึงธรรมซึ่งแม้จะประเสริฐก็ไม่ได้ง่ายๆเช่นกัน


ถ้าจริงหละก็ แล้วคุณหละ จะเลือกมีปัญญามากหรือมีปัญญาไม่มาก...?



ความสวยงามของผู้มีปัญญาทั้งสองที่น่าเอาเยี่ยงอย่างคือ พระสารีบุตรได้ยกย่องพระอัสสชิเป็นอาจารย์ของตน แม้ว่าพระสารีบุตรจะปรากฏว่ามีปัญญามากกว่าพระอัสสชิไปซะแล้ว แต่ยังนับถือพระอัสสชิอยู่เสมอ แม้นอนก็ยังหันศีรษะไปยังทิศที่พระอัสสชิประทับอยู่
ดังนั้น แม้เราจะเก่งกว่าอาจารย์ของเราแล้ว เราก็ยังต้องเคารพยกย่องในอาจารย์ของเราอยู่เสมอน่ะครับ



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2551 19:26:23 น.
Counter : 5719 Pageviews.

5 comments
ไม่ขายขันธ์ให้สิ่งใดๆ ปัญญา Dh
(30 ม.ค. 2566 00:12:19 น.)
เชื้อแห่งภพชาติ **mp5**
(29 ม.ค. 2566 06:05:24 น.)
อยู่ร่วมกัน นาฬิกาสีชมพู
(27 ม.ค. 2566 11:08:35 น.)
: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - เพราะโลกกลม สักวันหนึ่งความรักนั้น จะวนกลับมาหาเรา : กะว่าก๋า
(26 ม.ค. 2566 04:52:48 น.)
  
Sawadee ka.
โดย: CrackyDong วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:14:25 น.
  
ถูกต้อง

ปัญญาเท่ากัน โยนิโสมนสิการคงต่างกัน

พระอานนท์ ล่ะท้ายสุดเลย

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น จ๊ะ
โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:01:04 น.
  
ปัตจัตตังเว
-เป็นเรื่องเฉพาะตน
คนอื่นไม่อาจจะเข้าใจได้
โดย: อัสติสะ วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:14:23:38 น.
  
ถูกต้อง
โดย: หวัดดี IP: 58.11.99.164 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:43:26 น.
  
ขอบคุณสำหรับภาพและข้อมูลต่างๆ
โดย: นิกกี้ IP: 118.173.111.139 วันที่: 4 กันยายน 2553 เวลา:13:55:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sompop.BlogGang.com

สมภพ เจ้าเก่า
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]

บทความทั้งหมด