KANCHANABURI :: สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก)
ตอนที่แล้วหลังจากเช็คเอ้าท์จาก >River Kwai Hotel เริ่มชักหิวของหวานมากาญจนบุรีทั้งที่ต้องแวะเจ๊อ๋า เพราะมากับความอร่อยแบบไม่อยากหยุด ไหนๆ พาแม่มาแอ๋วแล้วก็ซะหน่อย




แวะที่ไรไม่ต้องบอกว่าคนเยอะขนาดไหน เอาเป็นว่าช้าอดหมดนะจ๊ะ แหม.. แต่ฟักทองเชื่อมของแกเนี่ย อร่อยขาดบาดจิตจริงๆ เหอะ โดยเฉพาะน้ำกะทิ แม่เจ้าโว้ย .. อยากกดไลท์ให้พันครั้ง แม่ยังบอกเลยว่าอร่อยสมคำเล่าลือ เอาล่ะพอเติมพลังเรียบร้อยแล้วก็ไปลุยเมืองกาญจนบุรีกันดีกว่า


จุดแรกที่แวะคือ สุสานทหารสัมพันธมิตร (ดอนรัก) สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเมืองกาญจนบุรี อยู่ในตัวเมืองเลยล่ะ เป็นสุสานเชลยศึกสันพันธมิตรที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะไปพม่าในสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีเนื้อที่กว้างขวางตกแต่งไว้อย่างสวยงามพร้อมจารึกคำไว้อาลัยไว้ด้วย โดยที่นี่บรรจุศพเชลยศึกจำนวน ๖,๙๘๒ ศพ

The cemetery contains the remains of 6,982 Allied prisoner of war who perished during the construction of the "Death Raiway"



สุสานแห่งนี้เป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนสามแห่งที่ตั้งอยู่ตลอดเส้นทางรถไฟพม่า-ไทย ตั้งอยู่ใกล้สถานที่ตั้งค่ายกักกันเชลยศึก "กาญจนบุรี" ในอดีตซึ่งเป็นสถานที่ที่เชลยศึกส่วนใหญ่เดินทางผ่านไปที่ค่ายอื่น โดย Colin St Clair Oakes เป็นผู้ออกแบบสุสานซึ่งหน่วยสุสานทหารบก (The Army Craves Service) สร้างขึ้นหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง


สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากประเทศในเครือจักรภพมากกว่า ๕,๐๐๐ คน และจากฮอลันดา ๑,๘๐๐ คน และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตจากโรคภัยต่างๆ ที่ Nieke และ Changaraya ประมาณ ๓๐๐ คน หลังจากดำเนินการเผาศพแล้วได้นำอังคารไปฝังที่หลุมฝังศพสองแห่งภายในสุสาน


สำหรับรายนามของผู้เสียชีวิตจารึกไว้ที่ศาลาของสุสาน นอกจากนั้นหลุมฝังศพทหารของกองทัพอินเดีย สิบเอ็ดคนที่ฝังอยู่ตามสถานที่อื่นในประเทศไทยซึ่งไม่สามารถดูแลรักษาได้ รายนามเหล่านั้นถูกจารึกไว้ที่ผนังตึกทางเข้าสุสาน





หากได้เข้าไปอ่านประวัติของสงครามตามถูกอ้างอิงที่พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดแล้วจะรู้ว่าทหารเหล่านี้น่าสงสารมาก การใช้ชีวิตอยู่ในค่ายที่สุดแสนจะทรมาน แรงงานที่ถูกทารุณดูแล้วหดหู่จริงๆ สำหรับคำว่า "สงคราม" เรากับแม่เดินถ่ายรูปกันสักพักก็ถอยทัพแล้วล่ะ เพราะแดดเปรี้ยงมากวันนี้อีกอย่าง คณะทัวร์กำลังจะลงแล้ว ไปกันดีกว่า จุดหมายต่อไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว จากสุสานขับรถไปอีกนิดเดียวก็เห็นป้ายทางเข้าสะพานข้าแม่น้ำแควแล้ว




เอารถไปจอดที่ตลาดพลอยแล้วก็เดินไปเที่ยวกัน ก่อนอื่นไปแวะซื้อกาแฟที่ร้านกาแฟตรงร้านอาหารหัวมุม ไปกินกาแฟที่ไหนก็ไม่ติดใจเท่าที่นี่ เพราะสามารถสั่ง "ม็อคค่า ลาเต้" ได้ในแก้วเดียวกัน แก้วละ ๗๐ บาทแต่รสชาตินี่ยอมเลยอ่ะ อร่อยมากๆ จากนั้นก็พาแม่ขึ้นรถไฟเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว พวกเราขึ้นมาพร้อมกับนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีเรื่องฮากันได้ตลอดทาง ชนิดที่แม่นั่งฟังแล้วอดขำไม่ได้เลยอ่ะ




พอลงจากรถไฟก็บ่ายสี่แล้วล่ะ เลยแวะเดินตลาดพลอยซื้อเครื่องประดับกันก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน ตอนแรกว่าจะไปต่อเห็นเย็นล่ะ กลัวอาคุงแม่เดินไม่ไหว .. จะว่าไปเมืองกาญจนบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเยอะเลยอ่ะ ไว้จะตามเก็บมาเล่าให้ฟังเรื่อยๆ นะคะ


Photo and Story By
Patthanid C.
www.patthanid.bloggang.com
Facebook : Patthanidfc



Create Date : 21 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2556 0:37:43 น.
Counter : 3104 Pageviews.

4 comments
The Long Way Around - Dixie Chicks ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(18 ก.พ. 2563 08:25:24 น.)
แต่งไทย นั่งรถไฟ ไปเที่ยวงานวัง 14-23 กพ.63 งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี อุ้มสี
(17 ก.พ. 2563 12:06:42 น.)
ผ้าป่าครั้งแรกในรอบ 20 ปี #วัดราษฏร์วิริยาราม ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ นราธิวาส สมาชิกหมายเลข 4313444
(17 ก.พ. 2563 08:01:02 น.)
มหัศจรรย์แห่งกัมพูชา เที่ยวนครวัด เมืองมรดกโลก (จบ) Rinsa Yoyolive
(15 ก.พ. 2563 16:17:41 น.)
  
คุณแม่หน้าตาสดชื่นมาก ๆ ค่ะร้อน ๆ แบบนี้นางแบบก็ยังยิ้มสยามเลยค่ะ
โดย: Madame Kp วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:2:28:05 น.
  
ชอบจ.กาญจนบุรีค่ะ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
โดย: fahtsuki วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:7:03:40 น.
  
คุณแม่คงชอบนะครับเห็นรอยยิ้มแล้วคงมีความสูขมากกกกกกกกกกกกกกกกก
โดย: พ่อระมิงค์ วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:34:09 น.
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2554 เวลา:7:43:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Patthanid.BlogGang.com

patthanid
Location :
ราชบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]

บทความทั้งหมด