JEFFREY DAHMER...ฝันร้ายของอเมริกันชน...(8) ....ระยะเวลาที่เรียนในระดับไฮสคูลเจฟฟรี่เริ่มติดเหล้า บางครั้งถึงขนาดแอบเอาไปกินที่โรงเรียนด้วย สิ่งที่ยังเหมือนเดิมคือการไม่ยอมคบค้าสมาคมกับใคร...เมื่อพ่อกับแม่แยกทางกัน เป็นการเลิกลาที่เต็มไปด้วยความบาดหมางเำพราะต่างก็ต้องการสิทธิในการเลี้ยงดูลูกคนเล็กคือเดวิด ...ในที่สุดก็ลงเอยด้วยการที่เจฟฟรี่ต้องอยู่กับพ่อ ส่วนแม่นั้นไปจากชีวิตของเจฟฟรี่พร้อมกับน้องชาย...หลังจากเรียนจบชั้นไฮสคูล เจฟฟรี่ไม่เคยแสดงความกระตือรือล้นที่จะทำงานหรือเรียนต่อ ยังใช้เวลาเมามายและเก็บตัวเพียงลำพังเช่นเดิม...ลีโอเนลซึ่งแต่งงานใหม่จึงยื่นคำขาดให้เจฟฟรี่เลือกว่าจะออกไปหางานทำหรือ ไปสมัครเป็นทหาร...เจฟฟรี่ไม่เถียงหรือโต้แย้งกับพ่อ แต่ยังคงเมาเหล้าอยู่ทุกวัน...ลีโอเนลจึงขับรถพาลูกชายไปสมัครเป็นทหารด้วยตนเอง.... ...ตลอดเวลาที่เจฟฟรี่ก่อคดีต่างๆ ไม่ว่าจะเมาแล้วแก้ผ้าทำอนาจารในที่สาธารณะ หรือลวนลามทางเพศกับเด็ก....ลีโอเนลผู้เป็นพ่อยืนอยู่ข้างลูกและพยายามช่วยเหลือทุกวิถีทาง ทั้งสรรหาทนายมือดีมาช่วย..เกลี้ยกล่อมให้ลูกไปรักษาตัว...และภาวนาทุกครั้งให้เจฟฟรี่กลับตัวได้...ทุกอย่างเหมือนจะดีขึ้นในตอนแรก แต่สุดท้ายเจฟฟรี่ก็ยังคงสร้างปัญหาอีกจนได้....แต่ละครั้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ...เมื่อถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาลวนลามทางเพศกับเด็ก..พ่อของเจฟฟรี่เริ่มตระหนักว่า ลูกของตนมีปัญหาที่เกินความสามารถของพ่อจะช่วยได้...เจฟฟรี่เป็นได้เพียงคนขี้เหล้า, โกหกปลิ้นปล้อนเพื่อเอาตัวรอด, หัวขโมย..และ พวกชอบโชว์ ชอบล่วงเกินทางเพศกับเด็ก...เป็นความจริงที่เจ็บปวดสำหรับคนเป็นพ่อแม่...สิ่งที่ตายไปจากจิตสำนึก...หรืออาจไม่เคยมีเลยในตัวของเจฟฟรี่ก็คือ ความรู้สึกผิดและเสียใจต่อการกระทำของตนเอง.. ...ด็อกเตอร์ เจมส์ ฟอกซ์ คณบดี ของภาควิชาอาชญากรรมศึกษา แห่งมหาวิทยาลัย นอร์ทอีสเทอร์น ในบอสตัน เป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่อง ให้ความเห็นว่า " ไม่มีอะไรสามารถบ่งบอกได้ล่วงหน้าว่าเรื่องน่าเศร้าเช่นนี้จะเกิดขึ้น แม้ว่าเราจะเห็นว่าคนๆนั้นมีพฤติกรรมที่แปลกก็ตาม...เจฟฟรี่อาจเสียใจที่แม่ทิ้งเขาไปเมื่อหย่ากับพ่อ แต่ที่เจฟฟรี่กลายเป็นแบบนี้มันขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง...ตั้งแต่มีทฤษฏีของ ซิกมัน ฟรอยด์ เราโยนความผิดให้กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่อย่างเดียว ...ผู้ที่กระทำผิดที่แท้จริง คือเจฟฟรี่ ดามเมอร์...ไม่ใช่พ่อหรือครอบครัวของเขา"... ...ฟอกซ์ กล่าวว่า เจฟฟรี่เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่มีลักษณะเฉพาะ.." เขาขาดการควบคุมตัวเองเพราะถูกครอบงำไว้ด้วยจินตนาการที่อยู่เหนือการบังคับ...ฆาตกรต่อเนื่องส่วนใหญ่จะหยุดเมื่อเหยี่อสิ้นใจไปแล้ว..สิ่งที่เร้าใจคนพวกนี้อยู่ที่การได้มัดกักขังคนไว้...การได้ยินเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว..เป็นความรู้สึกที่ว่าตัวของพวกเขามีอำนาจ เหนือกว่าคนอื่น ...แต่ในกรณีของเจฟฟรี่ ความสนุกสนานเริ่มเมื่อเหยื่อเสียชีวิต...จินตนาการของเขาถูกสนองตอบจากร่างที่ไร้ชีวิตไม่มีการเคลื่อนไหว..ถูกควบคุมโดยสิ้นเชิง... เป็นจินตนาการที่ปะปนด้วยความเกลียดชัง ซึ่งอาจจะเป็นความเกลียดชังตัวเองที่ถ่ายทอดไปสู่คนที่เป็นเหยื่อ...แทนที่จะลงโทษตัวเอง ความรู้สึกที่รุนแรงนั้นจึงตกไปอยู่ที่ร่างของผู้ถูกกระทำ". ......ฆาตกรต่อเนื่อง, คนที่กินคนด้วยกัน, พวกที่ชอบร่วมเพศกับศพ,โรคจิตชนิดต่างๆ...สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่..มันได้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานตั้งแต่อดีต..คำตอบของปรากฏการณ์นี้ แตกต่างกันไปตามยุคสมัย...ในปัจจุบันเชื่อว่าพฤติกรรมของคนเรานั้นถูกควบคุมโดยลักษณะทางพันธุกรรม และนั่นคือคำตอบว่าทำไมคนบางคนจึงกลายเป็นอาชญากรร้าย ทั้งที่เกิดมาในสิ่งแวดล้อมที่ดี... ...เมื่อวันที่ศาลนัดพิจารณาคดี ของเจฟฟรี่ ดามเมอร์ มาถึง...ระบบรักษาความปลอดภัยที่นำมาใช้ เรียกได้ว่าเป็นประวัติการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมือง มิลวอร์คกี้..สุนัขตำรวจถูกนำมาดมกลิ่นตรวจหาระเบิดทั่วอาคารที่ตั้งศาล....ทุกคนที่จะเข้าไปในห้องพิจารณาคดี ถูกตรวจตราอย่างละเอียด และต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะเข้าไป...ภายในห้อง กระจกกันกระสุนสูงแปดฟุต ถูกสร้างไว้ล้อมที่นั่งของเจฟฟรี่ ให้แยกจากคนที่เข้ามานั่งฟัง ...ในจำนวนร้อยที่นั่งนั้น 23 ที่สำหรับนักข่าว, 34 ที่ไว้สำหรับครอบครัวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสังหาร และ 43 ที่นั่งสำหรับผู้สังเกตการณ์ทั่วไป...ในจำนวนคนเหล่านั้นผู้ที่ไปนั่งฟังไม่เคยขาดหายเลยแม้แต่วันเดียวก็คือ ลีโอเนล ผู้เป็นพ่อกับแม่เลี้ยงของเจฟฟรี่ เกือบจบแล้วเน้อ พี่น้อง ผู้อุปถัมภ์รายการทุกท่าน...ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ไว้ค่ะ
โดย: แม่ของจิตร วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:23:31:52 น.
แน่นอนมาอ่านอีกจนกว่าจะจบไปข้างนึง ตกลง ซิกมัน ฟรอยด์ ต้องตั้งทฤษฏีใหม่ใช่มั้ยเนี่ย สงสารพ่อเค้ามากเลยค่ะ ต้องมานั่งดูลูกตัวเองทุกวันรอวันประหาร
ปล.คุณแม่น้องจิตรสู้ๆนะคะ โดย: โจเซฟิน วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:8:48:53 น.
นานๆ มาที วันนี้ตามไล่อ่านเสียจุใจ
เมื่อไหร่จะรวมเล่ม จะขออุดหนุนสักเล่มนะ คิดถึง โดย: นางมารร้าย/น้อยซะเมื่อไหร่ วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:9:10:21 น.
แอบมาอ่านก่อน น้องที่ทำงานจะมา
โดย: ฟอ รอ ฟัน..โช๊ะๆ IP: 58.8.11.193 วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:12:29:42 น.
ตกลงเค้าทำเพราะเป็นโรคจิตใช่มั้ยคะ
อย่างงี้จิ มันต้องถูกประหาร โดย: ชิ IP: 125.24.1.182 วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:21:21:25 น.
ยังลงชื่อไม่เสร็จเลย แหะแหะ
สงสัยพ่อเค้าเหมือนที่เจ๊โจบอกจิงๆ น่ะแหล่ะ โดย: ชิดชิด IP: 125.24.1.182 วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:21:25:46 น.
สงสาร ไม่ใช่สงสัยนะชิด
ปล.เหมือนเม้นที่แล้วโดนแบนรึเปล่าน้อ หายไปไหนก็ไม่รู้ โดย: โจเซฟิน วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:23:07:05 น.
ตามมาอ่านค่ะ...
จิตใจคนนี้มันยากจะหยั่งถึงจริงๆ นะคะ แต่ตุ้งเชื่อว่าอะไรก็ตาม มันมาจากจิตสำนึกลึกๆ ในใจนะคะ การเลี้ยงดูไม่ได้มีอิธิพลมากเท่าไหร่ จะดี จะเลวมันอยู่ที่กมลสันดาน... สงสารครอบครัวเหยื่อจังค่ะ... โดย: กวางตุ้งหวาน วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:10:35:50 น.
หวัดดีจ้า
คิดถึงเธอมากๆจ๊ะ....สบายดีนะ ส่วนชั้นก็งั้นๆเเหละ บอกไม่เต็มปากว่าสบายดี นี่ชั้นไม่ได้ตามบล๊อกเลย มาอ่านเอาตอนเกือบจบเเล้ว เดี๋ยวจะไล่อ่านตั้งเเต่เเรกเลย หลานชายสุดหล่อของฉานสบายดีนะคุณ ว่างๆเอารูปมาให้ดูบ้างเน้อ คิดถึงอย่างรุนเเรงจ้ะ โดย: ปลาทอง9 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:16:31:22 น.
อ้าว พิมพ์ผิดอีกแล้ว...ว้า..มั่วจริงๆ
มาดูว่าตอนต่อไปออกยัง โดย: ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:18:26:57 น.
มารอโตย<< อ่านให้เป็นภาษาเหนือนะคะ จะได้อารมณ์มาก
โดย: โจเซฟิน วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:22:55:37 น.
ชอบที่ศาสตราจารย์พูดจริงๆค่ะ...ความผิดทั้งหมดเค้าก่อเอง
ไม่ใช่ที่พ่อแม่ ตอนนี้หนูป่วยน่ะค่ะ...อาจมีหายไปบ้างตามอาการ แต่ใกล้จบแล้ว...อูย...อยากอ่านต่อค่ะ... ขอบคุณพี่มากๆเลยนะคะที่แปลมาให้พวกเราอ่าน และแปลดีมากกกกกเลยค่ะ...ขอบคุณค่า... โดย: จันทร์สวย วันที่: 18 ธันวาคม 2549 เวลา:8:58:09 น.
|
บทความทั้งหมด
|