คริสต์มาสอีฟ...และบทเพลงเดียวที่ไม่ได้ร้อง
แม้ครอบครัวฉันจะไม่ใช่คริสต์ชน แต่ในวัยเด็ก ก่อนย้ายไปอยู่
โรงเรียนประจำ ฉันกับพี่ก็เคยแขวนถุงผ้า(ที่ใหญ่กว่าถุงเท้า)
ไว้ที่ปลายเตียง(แทนที่เตาผิง) ในคืนคริสต์มาสอีฟ และรอลุ้น
ว่าเราจะล้วงไปเจออะไรในถุงตอนเช้าวันคริสต์มาสกับเค้าเหมือนกัน

อาจเพราะแม่ของฉันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และเห็นความสำคัญ
ของการเรียนรู้วัฒนธรรมพอๆ กับเรียนรู้ภาษา(ตอนนี้ก็ยังงูๆ ปลาๆ)
บ้านเราเลยมีธรรมเนียมนี้ จนถึงเมื่อไหร่ไม่รู้ที่เรารู้ว่าซานต้าไม่มีจริง

ที่โรงเรียนประจำ(ที่ไม่ใช่โรงเรียนคริสต์) งานคริสต์มาส
มีจัดกันทุกปี ตามนโยบายหมวดวิชาภาษาต่างประเทศ
ฉันเคยได้เป็นพิธีกรในงานอยู่ปีหนึ่ง ต้องพูดทั้งไทยอังกฤษ
ตื่นเต้นมาก จนประกาศชื่อคนได้รับรางวัลประกวดร้องเพลงผิด
จนตัวเต็งของงานคงหน้าซีด ใจหายวูบ ส่วนฉันก็หน้าแตกกันไป

พอย้ายไปอยู่โรงเรียนม.ปลาย ไม่มีการจัดงานคริสต์มาส
แต่ที่นี่ทำให้ฉันได้รู้จัก คนที่พาฉันไปสัมผัสการเฉลิมฉลองคริสต์มาส
ที่ปฏิบัติกันในหมู่ชาวคริสต์จริงๆ

ฉันได้เป็นเพื่อนสนิทกับสาวคริสเตียนผู้น่ารัก เรียนเก่งและ
บ้านักร้องเกาหลีตอนม.6 แต่มีโอกาสไปร่วมงานคริสต์มาสที่โบสถ์
ครั้งแรกก็เมื่อเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปี1แล้ว ฉันค่อนข้างกระตือรือร้น
และยินดีที่จะไปเรียนรู้ธรรมเนียมในวันคริสต์มาสแบบจริงๆ จังๆ
มากกว่าไปแออัดยัดเยียดกันตามลานหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ
ที่ประดับไฟสวยงาม ที่พูดอย่างนี้ไม่ใช่ฉันไม่เคยไป แต่ฉัน
ไม่ได้ไปเพราะว่ามันเป็นวันคริสต์มาส

ไหนๆ บรรยากาศโดยรวมของเมืองไทย ก็พร้อมจะเฉลิมฉลอง
ไปกับเทศกาลของทุกชาติทุกภาษา เราก็ลองมุ่งไปหา
แบบต้นตำรับกันเลยดีกว่า ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเปิดกว้าง
ต้อนรับเราด้วยความเต็มใจ(ปนเชิญชวนนิดๆด้วยซ้ำ)

ปีแรกที่โบสถ์ฉันพบกับความสนุก ความสุข ความอบอุ่น
อบอวลด้วย ความปีติยินดี และการโน้มน้าวบางอย่าง
ที่เกือบทำให้ฉันไม่แน่ใจ และตัดสินใจอะไรบ้างอย่าง
ที่สุดท้ายฉันไม่ได้ทำ แต่นับเป็นประสบการณ์ที่น่าขอบคุณ

หลังจากคริสต์มาสนั้น ฉันไม่มีโอกาสได้พบเพื่อนคนนั้นอีก
เป็นเวลานาน เพราะเราเรียนคนละที่และเวลาว่างไม่ตรงกัน
ผ่านไปหนึ่งปี ฉันเจอเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มบ้าง แต่เราก็ไม่ได้เจอกัน
จนขึ้นปี3 เธอไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา เราได้คุยกัน
แค่ในเฟสบุ๊ก เอ็มเอสเอ็น และส่งการ์ดคริสต์มาสแลกกันคนละใบ

ปีนี้เธอกลับมาแล้ว และชวนฉันไปโบสถ์อีกครั้ง
เมื่อฉันแน่ใจว่าตัวเองว่างจึงรีบ โทร.ไปตอบตกลงด้วยความตื่นเต้น
ดีใจที่จะได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันครบสองปีพอดี

เรานัดเจอกันที่เซ็นทรัล แถวสถานีรถไฟฟ้าอโศก
นั่งรถของคุณแม่เธอต่อไปยังโบสถ์วัฒนา
และเข้าไปจองที่นั่งระหว่างรอคุณแม่ขับรถไปขอดที่ลานจอดรถ

Photobucket

เข้ามาในโบสถ์ ไฟปิดตั้งแต่เริ่มงาน

Photobucket

ผู้คนที่มาโบสถ์ดูพร้อมใจกัน แต่งกายโทนเขียวๆ แดงๆ
ไม่ก็มีอุปกรณ์ประกอบที่ดูเข้ากับเทศกาล
อย่างคนข้างหน้าใส่หมวกซานต้าน่ารักเชียว

กิจกรรมแรกหลังจากพิธีกรทักทายผู้มาร่วมงาน
เป็นการร้องเพลงร่วมกัน(ซึ่งเพื่อนคริสเตียนอีกคนหนึ่งที่คณะ
กระซิบบอกมาแล้ว ว่าเป็นกิจกรรมหลักของโบสถ์นี้ทุกปี)

เพลงที่เลือกมาให้ร้อง 4 เพลงเป็นเพลงยอดนิยมที่ติดหูผู้คน
สมตามคำกล่าวอ้างของพิธีกร

ได้แก่

Deck the Hall
Gloria in Excelsis Deo
Joy to The World
และเพลงที่สี่ที่ฉันจำชื่อไม่ได้ ชื่อเป็นภาษาละตินยาวๆ
มีเมโลดี้ที่คุ้นหูและไพเราะมาก

ที่ว่าเป็นเพลงฮิตติดหูสมราคาคุย เพราะเมื่อฟังทำนอง
ประกอบกับเนื้อร้องคาราโอเกะบนจอ LCD หลายๆจอแล้ว
ฉันสามารถร้องได้หมดทุกเพลงอย่างไม่ขัดเขิน
แม้จะรู้สึกแปลก กับเนื้อร้องภาษาไทย และความหมาย
ที่ฉันไม่ค่อยสนใจแปลตอนฟังภาคภาษาอังกฤษ

ที่ทำให้เพิ่งรู้ว่า เพลงที่มีท่วงทำนองสนุกสนานเหล่านี้
ล้วนเป็นเพลงที่สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี
อย่างที่สุด อย่างไรก็ตามด้วยบรรยากาศอิ่มเอมและทำนองคุ้นหู
ทำให้ฉันตั้งอกตั้งใจร้อง และเหมือนจะร้องได้เต็มเสียงกว่า
เพื่อนของฉันที่ไอค่อกแค่ก เพราะเป็นหวัดอยู่เสียอีก

หลังจากจบการร้องเพลงก็เริ่มแสดงละครเวที
บอกเล่าเรื่องราว ประวัติวันคริสต์มาส ตั้งแต่พระเยซู
ประสูติในรางหญ้า จนสิ้นพระชนม์ และฟื้นคืนชีพ

Photobucket

เริ่มการแสดง กำลังเกริ่นเพื่อจะเล่าถึงกำเนิดพระเยซู
นักแสดงมีทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้ใหญ่วัยทำงานไปจนถึงเด็กตัวเล็กๆ

Photobucket

เด็กๆ เล่นเป็นเหล่าเทวดา และคนเลี้ยงแกะ
ฉากหลังระยิบคล้ายดาวมากเลย

Photobucket

ตรึงกางเขน ฉากดูดุเดือดดี

Photobucket

เสด็จฟื้นคืนชีพ


จบละครก็เป็นการเทศน์

Photobucket

คนเทศน์ชื่ออาจารย์ Paul Smith ได้ยินชื่อทีแรกแอบยิ้ม
คิดถึงผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อที่ทำอะไรก็ต้องมีแถบๆ สีๆ

เทศน์เรื่องคนงานที่ติดอยู่ในเหมืองที่ชิลี เป็นภาษาอังกฤษ
น้ำเสียงชวนตื่นเต้นชวนขนลุกดีมาก แต่มีคนแปลอยู่ข้างๆ
แบบประโยคต่อประโยค ทำให้รู้สึกว่าไม่ค่อยขลังเท่าไหร่
เพราะดูเหมือนผลักกันอ่านคนละบรรทัดอย่างไรอย่างนั้น
แต่ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องให้ทุกคน ณ ที่นั้นฟังเข้าใจ

แต่สำหรับฉันเมื่อเทียบกับปีแรกที่เคยฟัง
ทั้งประสบการณ์ผู้ที่เปิดรับพระเจ้า และฟังเทศน์
จนเกือบจะลุกขึ้น ขอรับพระผู้เป็นเจ้าแล้ว
ปีนี้ฉันกลับไม่ค่อยมีความรู้สึกร่วมสักเท่าไหร่

เสียงเทศน์และคำแปลผ่านหูไป จนถึงตอนเชื้อเชิญ
ให้ผู้ที่ยังไม่เป็นคริสเตียนที่มีประสงค์จะรับพระเยซู
ลุกขึ้นมาที่เวทีด้านหน้า เพื่อรับการอธิษฐานเผื่อ

ฉันที่กำลังมีความคิดล่องลอย ไปถึงความเป็นคนบาปของตัวเอง
ที่ประพฤติตัวเป็นคนบาป ไม่ว่าจะกับศาสนาใด ก็ต้องสะดุ้ง
เพื่อนหันมาถามว่าเราจะสนใจจะรับพระเยซูเลยหรือไม่
หรือจะเอาไว้ก่อน เรายิ้มให้เพื่อนแบบฝืนๆ น้อยๆ
แล้วบอกกลับไปว่า 'ไว้ก่อนแล้วกันนะจ๊ะ' อย่างรวดเร็ว

เพื่อนเงียบไปเล็กน้อย เสียกระตุ้นของ
ที่หน้าเวทีว่าจะหมดเวลาสำหรับการอธิษฐานเผื่อแล้ว
ฉันทำท่าครุ่นคิด ทั้งที่ตัดวิยใจได้แล้ว เพื่อนของฉัน
หันมาสบตาเงียบๆ บ่อยครั้ง แต่ฉันไม่ได้มีความรู้สึก
เหมือนเมื่อสองปีก่อนแล้ว ความรู้สึกที่จะก้าวออกไป
ยืนในที่ที่มีคนจำนวนมากลุกไป

แต่ฉันนิ่่งคิด ว่าทำอย่างไรการนับถือศาสนาพุทธของฉัน
จะไม่เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือที่พิมพ์บนบัตรประชาชน
หรือไว้ใช้สำหรับกรอกแบบฟอร์มเท่านั้น

ฉันไม่พูดอะไรจนจบการอธิษฐานเผื่อ และความรู้สึกยากบรรยาย
อันเป็นต้นเหตุของการตั้งชื่อบล็อกนี้ก็เกิดขึ้น เมื่อทั้งหมดร้องเพลงๆ หนึ่ง
ให้กับคนที่เปิดรับพระเจ้าในค่ำคืนนี้ ฉันนั่งประสานมือไว้ที่ตักแน่น
เมื่อทุกคนร้องเพลง ที่มีเนื้อหาทำนองว่า

'ฉันตัดสินใจแล้วจะก้าวตามพระเยซู
แม้ใครไม่ไปด้วยฉันก็จะตามไป
และเมื่อตัดสินใจแล้วจะไม่หันกลับมา'

เป็นเพลงที่แทบจะร้องง่ายที่สุดในคืนนั้น แต่ฉันไม่สามารถ
เปล่งเสียงใดๆ ออกมาจากลำคอได้เลย และยิ่งพวกเขา
ร้องเพลงนี้วนหลายรอบเท่าไหร่ ความปิติยินดีรอบกาย
ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอ้างว้างมากเท่านั้น ความรู้สึกที่ว่าฉันไม่ใช่
คนที่นี่มันล้นปรี่ขึ้นมาในอก แต่ฉันรู้ดีว่าคืนนี้คงอีกไม่นาน...


Photobucket

กางเขนบนเวที การใช้แสงสีดูมลังเมลือง

Photobucket

วงดนตรีของนักเรียนโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
บรรเลงทั้งเพลงคริสต์มาส เพลงคลาสสิก และยัง
มีเสียงเพลง Top of the World ของ Carpenter
ให้ได้ยินแว่วๆ ระหว่างเดินไปที่ลานจอดรถด้วย

Photobucket

เจ้ากวางน้อยขนฟู ดูเหมือนหมาพูเดิล ตั้งอยู่หน้าอาคารเรียน
ใกล้ๆ กับลานจอดรถ มีคนแวะถ่ายรูปเยอะเหมือนกัน

คืนนี้เราร่ำลากัน พร้อมกับกล่าวคำ 'เมอร์รี่ คริสต์มาส'
กันที่สถานีรถไฟฟ้าอโศก ฉันนั่งรถไฟฟ้ากลับที่พัก
ขณะนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อยว่า... ถ้าปีหน้าเธอชวนอีกครั้ง

ฉันจะไปดีหรือเปล่า?



Create Date : 29 ธันวาคม 2553
Last Update : 29 ธันวาคม 2553 8:12:23 น.
Counter : 1381 Pageviews.

4 comments
อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง พายุสุริยะ
(7 ม.ค. 2564 18:02:14 น.)
10 มค 64 นางพญาเสือโคร่ง - Wild Himalayan Cherry mcayenne94
(10 ม.ค. 2564 21:47:42 น.)
10 มค 64 นางพญาเสือโคร่ง - Wild Himalayan Cherry mcayenne94
(10 ม.ค. 2564 21:47:42 น.)
ถ่อมตนให้คนชม ภาวิดา คนบ้านป่า
(7 ม.ค. 2564 10:59:35 น.)
  
อรุณสวัสดิ์ครับน้องเจื้อยแจ้ว

อ่านตาม
แล้วก็ชวนให้คิดตามไปด้วยจริงๆครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ธันวาคม 2553 เวลา:6:12:13 น.
  
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 ธันวาคม 2553 เวลา:8:22:16 น.
  
ดีจังเลย ที่ได้ไปร่วมงาน นึกภาพออกเลยนะเวลาร้องเพลงในโบถธ์ พี่มักจะขนลุกทุกครั้ง บางครั้งน้ำตาไหลเลย ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน บอกยากความรู้สึกนี้ (พี่เป็นคริสเตียนจ๊ะ)

และในเทศกาลปีใหม่นี้ขออวยพรให้คุณและครอบครัวค่ะ

ขอให้มีความสุข และมีสุขภาพแข็งแรง
คิดสิ่งใดขอให้สมปราถนา
ขอให้รวยๆ และมีความสุขตลอดไปนะจ๊ะ

พระเจ้าอวยพรค่ะ
โดย: มะฮอกกานีใบใหญ่ วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:1:28:45 น.
  
มีความสุขมาก ๆ
สุขภาพแข็งแรง
มีเพื่อนที่ดี
เรียนด้วยจิตใจเบิกบาน แจ่มใส+มีความสุขกับมัน
และกับทุก ๆ อย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเลยน๊า

ปล.ติดไว้ก่อนแล้วจะเข้ามาอ่านอีกรอบน๊า
โดย: minporee วันที่: 31 ธันวาคม 2553 เวลา:23:51:49 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Cruduslife.BlogGang.com

cruduslife
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด