3 วัน ฉันทำอะไร
เมื่อแรกเริ่มเดือนธันวาคมฉันคิดจะเขียนบล็อกทุกวัน 
ในหัวข้อว่า 'ถ้าเหลือชีวิตอีกเพียง 21 วัน ในแต่ละวันฉันได้พยายามทำอะไร'
เป็นการนับถอยหลัง 21 ธันวาคม 2012 ที่เค้าว่าจะเกิดเหตุโลกแตก 
ซึ่งแม้ฉันจะคิดว่ามันคงไม่แตกแต่อาจจะมีภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ 

ซึ่งภัยธรรมชาติ มันก็เป็นเหตุรายวันที่เกิดขึ้นตรงนู้นทีตรงนั้นที
ทั่วทุกมุมโลกอยู่แล้ว ... อ้อ สุดท้ายฉันไม่ได้เขียนบันทึกที่ว่า
จนจะหมดวันที่สิบของเดือนอยู่แล้วนี่ เหลืออีก 11 วันแล้วสินะ

ตั้งแต่คืนวันศุกร์ฉันคร่ำเคร่งกับการทำของขวัญรับปริญญาให้เพื่อน
ที่สนิทกันสมัยม.ต้น แต่หลังจากนั้นฉันก็ย้ายไปเรียนที่อื่น 
คนละสถาบันกันจนจบมหาวิทยาลัย เป็นความเพลินถึงขีดสุด
นั่งทำตั้งแต่สักสามสี่ทุ่ม ดูนาฬิกาอีกที อ้าว ตีสามแล้ว

บรรยากาศในช่วงนี้เองก็ทำให้รู้สึกอยากทำของขวัญ ส่งการ์ด
ห่อของขวัญนู่นนี่อย่างบอกไม่ถูก ถ้าอากาศเย็นอีกสักหน่อย
จะสุขสุดยอดมาก ฉันเหมือนจะได้รับรู้บางเศษเสี้ยวของคุณลุงซานต้า
เวลาได้ให้ของขวัญใครอย่างบอกไม่ถูก เหนื่อย ภูมิใจ และมีความสุข

วันเสาร์ฉันขี่จักรยานไปกินบะหมี่เกี๊ยวเย็นตาโฟเจ้าอร่อยแถวบ้าน
คนขายไม่ตักน้ำแข็งมาให้ เออ ก็ดีไม่เสียค่าน้ำแข็งค่าน้ำสองบาท
ตั้งใจว่าจะปั่นหาร้านอุปกรณ์ก่อสร้าง ซื้อแลกเกอร์มาเคลือบตะกร้า
สักหน่อย จะเอาไว้ติดหน้ารถจักรยาน มันจะได้ทนแดดทนฝน

พร้อมกับซื้อน็อตมายึดตะกร้ากับตัวรถด้วย ขี่จักรยานบนทางเท้า
รู้สึกผิด แต่รถบนถนนก็ขับเร็วเหลือเกิน ควรส่วนใหญ่ก็ขี่บนทางเท้านี่แหละ
แอบเนียนๆ ไปก่อน ถ้ามีทางจักรยานรับรองหนูไม่ทำผิดกฎหรอก
แต่ทางเท้าก็กว้างนะ หรือเค้าตั้งใจให้ใช้ด้วยกันไปได้เลย ไม่ม้าง

ผ่านร้านอุปกรณ์ก่อสร้างไปแล้ว คิดว่าปั่นต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยแวะขากลับ
ปรากฏเจอร้านเสื้อผ้ามือสอง ที่เราเคยผ่านตอนเดินสำรวจร้านขายจักรยาน
คราวก่อนนู้น ยังไม่เคยเล่าให้ฟัง เดินตั้งแต่ลาดพร้าวซอย 1 ยันลาดพร้าว 81
เป็นร้านเงียบๆ ของดูเก่าเสื้อผ้าไม่น่าจะใส่ได้ แต่ไม่รู้ทำไมมีอะไรบางอย่าง

บอกว่าให้แวะสักหหน่อย เป็นร้านที่มีผ้ามือสองหลากหลาย ทั้งเสื้อ กระโปรง
ผ้าปูโต๊ะ ม่าน ปลอกหมอน สารพัด แต่เราก็พบของเด็ด พวกม่านลายสวย
ผ้าดีๆ แต่เราไม่คิดจะเอาไปทำเป็นม่านอยู่แล้ว คุณป้าเจ้าของร้านถามว่า
จะเอาไปทำอะไรล่ะ ก็บอกว่าเอาไปปัก เย็บกระเป๋า ทำนู่นนี่นั่น 

ปรากฏคุณป้าชอบงานปักเหมือนกัน เลยเอาลายที่กำลังปักค้างไว้มาอวดใหญ่
แล้วก็เอาหนังสือลายปักชนิดต่างๆ ที่แถมนิตยสารประดิดประดอย มาให้ดูด้วย
เราเลยขอยืมไปถ่ายเอกสารเสียเลย แต่ก่อนหน้านั้นไม่นานฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่
เรากางร่มเดินไปร้านถ่ายเอกสารที่ถัดไปหนึ่งป้ายรถเมล์ นั่งรออยู่นาน

เอาเอกสารกลับมาคืนที่ร้าน แต่ขี่จักรยานกลับไม่ได้เพราะฝนยังตกหนักมาก
เลยได้นั่งคุยกับเจ้าของร้านถึงเรื่องการฝีมือประเภทต่างๆ คุณป้าให้เข็มสารพัดเบอร์
กับที่ร้อยด้ายมาอีก ฝนซาเราจากมาเพราะเพื่อนโทรชวนไปกินเครปเค้กพอดี
แต่เราดันลืมร่มไว้ที่ร้านเสียได้ กะว่าจะไปเอาเสาร์หน้าแล้วกัน หวังว่าจะยังอยู่

นัดเจอพิวกับยุ่นที่สยามพารากอนถิ่นเก่า แต่แรากฏยุ่นไปดูไซท์ทำงานส่งอาจารย์
ที่ Park@Siam เห็นว่าเป็นงานออกแบบ kiosk ขายโรตีหรืออะไรนี่แหละ
ตอนนี้ Park@Siam ตกแต่งสวยมาก มีลูกบอลเงินๆ เหลือบชมพูแขวนด้วยเส้นเอ็นอยู่ทั่ว
เวลลาถ่ายรูปออกมาไม่เห็นเส้นเอ็นใสๆ เหมือนมีลูกบอลลอยต่างระดับกันน่ารักมาก

นั่งอยู่จนค่ำในสวนเปิดไฟ สวยอีก น่าแปลกที่มันน่าดูและน่าอยู่กว่าตามลานห้างสรรพสินค้า
คงเพราะบรรยากาศเป็นสวนพิวว่างั้น มันดูอบอุ่นและสดชื่นกว่าเราว่างี้
ไปส่งไปรษณีย์ให้โฮสต์พิวสมัยไปแลกเปลี่ยนที่สวีเดน ต้องรีบส่งเดี๋ยวไม่ทันคริสต์มาส
ประเทศนี้ดีจัง ที่อยู่เขียนสั้นมาก พิวบอกว่าระบบถนนเค้าไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหมือนของเรา

ดูอย่างเราสิ ซอย 30 แยก 1 แล้วยังขีด 1 อีก พิวดูลนมากทั้งที่ไม่ได้รีบ
ให้เราก็ยุ่นช่วยประกอบร่างกล่อง เราพับเสร็จปิดฝา แล้วก็ซีลเลย 
ปรากฏไปทับช่องเขียนที่อยู่ซึ่งพิวยังไม่ได้จ่าหน้าสิจ๊ะ ได้เรื่องเลย
ก็เลยฉีกบางส่วนออก และโชคดีที่ที่อยู่สั้น เลยเขียนพอนี่แหละ

ส่งพัสดุเสร็จหาร้านกิน ไม่เอาละเครปเค้ก หมดเวลาของหวาน
หาร้านของคาวกินทีเแรกจะไปร้านอาหารญี่ปุ่นใน CTW 
แต่เราขี้เกียจเสียเวลาเดินไปอีก กินที่พารากอนมันนี่แหละ
แม้จะโหยหาปลาดิบอยู่ เกือบลงเอยที่ Viet Cuisine

แต่ป้ายโฆษณาของแหลมเจริญซีฟู้ดดันเตะตา ห่อหมกน่ากินเชียว
เลยลากน้องๆ เข้าไปกิน แต่ไม่ยักกะได้สั่งห่อหมกแฮะ
เสร็จแล้วก็แยกย้าย เรากลับมาหลับเป็นตาย ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ก็ไม่ตื่น
รู้ตัวอีกทีหกโมงเช้าของอีกวัน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด...สายแล้ว

วันนี้วันอาทิตย์ ต้องไปงานรับปริญญามิ้นท์ที่ม.หัวเฉียว
นัดกับลิ้นจี่ไว้ที่บีทีเอส อุดมสุข เจ็ดโมงครึ่ง ยังไม่ได้แต่งหน้าแต่งตา
แล้วชั้นอยู่ไหนลาดพร้าวไปไม่ทันแน่ๆ เลยอาบน้ำ 
แพ็คของที่จะให้มิ้นท์เมื่อวานกลับมาไม่ได้แพ็ค หลับไปก่อน

เลยมาลนตอนเช้า แกะไข่ต้มเซเว่นกินไปฟอง พยายามรีดเสื้อตัวนึงที่อยากใส่
แต่เหมือนเตารีดไม่ยอมร้อน เลยหยิบกระโปรงที่กะว่าจะใส่ปีใหม่
เสื้อกล้ามและแจ็กเกตสีครีมที่ใส่ไปทำงานทุกวัน เอาเลือกสีพอโอเคนะ
จากนั้นกวาดเครื่องสำอางทั้งหมดลงกระเป๋า วิ่งหน้าเปลือยออกไปเรียกมอไซค์

อยู่ใต้ดินสุขุมวิทตอนเจ็ดโมงสี่สิบเฟิร์สท์โทรมาบอกว่าถึงอุดมสุขแล้ว
อ่าวเพิ่งรู้ว่าเฟิร์สท์ไปด้วย รออยู่นานเหมือนกันกว่าลิ้นจี่จะมา
สรุปเราได้เดินทางกันแปดโมง เฟิร์สท์มารอตั้งแต่เจ็ดโมงสิบห้า
มาก่อนเวลานัดห้านาที เป๊ะมาก แต่มาเจอสองสาวเข้าไป...คงเซ็ง

เติ้ลเป็นคนขับรถมาให้ เรากับเฟิร์สท์วิ่งขึ้นรถ
ได้ลองแต่งหน้าบนรถครั้งแรกในชีวิต ใส่คอนแท็กเลนส์ด้วย
หัวเฉียวใกล้กว่าที่คิด คงเพราะตั้งต้นจากอุดมสุขแล้ว
ทางไปหัวเฉียวรถติดมาก เลยจอดรถไว้ที่ปั๊ม นั่งแต่งหน้าต่อ

พยายามเดินจากปั๊มไปม. เห็นว่าประมาณ 2 กิโลเมตร
รองเท้าชักทรยศ พอดีมีมอไซค์รับจ้างผ่านมา ลิ้นจี่เลยให้เรานั่งไปก่อน
โทรหาเอมที่ไปถึงก่อนแล้ว สักพักอีกสามคนตามมา อ้าว
ทุกคนเดินมากัน ฉันสบายคนเดียว แต่ขอเถอะค่ะ รองเท้าบีบเต็มที

เจอแป้งก่อน ได้ถ่ายรูปกันเล็กน้อย พอมิ้นท์มาล่ะสนุกเลย
บัณฑิตตัวบ้ากล้อง อยากมีรูปกับเพื่อนเยอะๆ ว่าแล้วก็สะท้อนใจ
รูปเรารับปริญญานี่ไม่ได้อย่างใจเล้ย แจ่ว่าไม่ได้คนเค้าอุตส่าห์
มาถ่ายให้ฟรีๆ เป็นเรื่องเดียวจริงๆ ที่ยังคิดถึงจนวันนี้ว่าควรลงทุนกับอะไรบ้าง

เหล่าเพื่อนฝูงที่ไม่ใช่บัณฑิตไปกินข้าวต่อกันที่ Mega Bangna
เพิ่งเคยมาครั้งแรกแฮะ ไกลจากนิวาสสถานเรามากทีเดียว
กินร้านอาหารอีสานเก๋ๆ ตกคนละสองร้อยกว่า รสชาติอร่อยบ้างไม่อร่อยบ้าง
แต่น้ำตะไคร้หวานมากกกกกกกกกกกกกก...อ่าว ลืมชื่อร้านเสียแล้ว

กินข้าวเสร็จบางส่วนไปดูหนัง เรา เอมและพี่ตวงแฟนเอม ไปดู
Cloud Atlas กัน หนังต้องใช้สมาธิในการดูมาก แต่สนุกดี
ขากลับลิ้นจี่ไปส่งเรากับเฟิร์สท์ที่ช่วงนนทรี เรากะไปถ่ายไฟที่สยามต่อ
แต่ดูท่าจะแพ้คอนแท็กเลนส์อีกแล้ว ลองเอาออกมาล้างแล้วใส่เข้าไปใหม่

ก็ไม่ไหว ฝืนใส่ไปจนหมอชิด นั่งถอดคอนแท็กเลนส์ออกที่สถานีเลย
ดีที่ตอนเช้าใส่แว่นออกมาเลยมีเปลี่ยน กลับหอมานอนดูหนังพาไปอีกพักก็นอน
เพราะตาแย่ไม่ค่อยสู้แสง

เช้าวันจันทร์วันหยุดที่เพิ่มมาอีกวัน จากวันที่ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจความหมาย
ปั่นจักรยานออกไปซื้อปลาดุกย่างเจ้าเริ่มประจำ กับไข่ต้มเซเว่น
มากินกับสลัดไก่ที่ซื้อมาแต่เย็นวันอาทิตย์ เจ้านี้ผักสดจริง เก็บได้ข้ามคืน
แม้ไม่อยู่ในตู้เย็น ไม่เปิดแอร์ด้วย

กินเสร็จออกไปโลตัสกะซื้อกระทะไฟฟ้า ที่มีซึ้งนึ่ง มันมีโปรโมชั่นอยู่
แต่ของหมด และพนักงานพูดจาไม่ดีเลยเซ็งมาก ซื้อต้นคริสมาสต์
22.5 ซม. มาต้นหนึ่ง เดินกลับไปยูเนี่ยนมอลล์ แวะร้านพี่เมย์
ได้เสื้อมาอีกสามตัว แถม หนึ่ง อยู่ดีๆ ใช้ตังค์หมดแวบๆ อีกแล้ว

ไปดูหนังในโรงยูเนี่ยน 160 แน่ะ พี่เมย์บอกว่าจริงๆ มันมีแจกคูปองส่วนลด
ทำไมเราไม่ได้อ่า ดูเรื่อง ยอดมนุษย์เงินเดือน รอรอบหนังนานหน่อย
ไปได้ไฟประดับต้นคริสต์มาสกับหีบใบเล็กๆ มาวางโคนต้นอีก
หน้าโรงไม่มีที่นั่งแวะกลับมานั่งเล่นร้านพี่เมย์ 

ถึงเวลาเดินไปหน้าโรงหนังตกใจมาก นาฬิกาโรงหนังเร็วกว่านาฬิการเรา 
20 นาที อ้าว นาฬิกาเรามันตายนี่หว่า เข้าไปหนังเริ่มฉายไปหน่อยแล้ว
แต่ก็ดูรู้เรื่องจนจบ โดนบ้านไม่โดนบ้าง ส่วนใหญ่โดน
เข้าใจเพื่อนที่ยังไม่ได้ทำงานแล้วไปดูเลย ไม่อินหรอก

(ต่อไปนี้อาจสปอยล์)

เราเองทำงานก็ไม่ได้รับความกดดันขนาดนั้น อาจจะเพราะเพิ่งเริ่มด้วยมั้ง
แต่เค้าก็ดูมีตัวละครมนุษย์เงินเดือนครบทุกแบบดี ถ้าทำงานแล้วมันต้องโดน
สักคนสิน่า อย่างเราก็ตามประสาเด็กใหม่ รอผ่านโปร เด็กต่างจังหวัดด้วย
ชอบคำถามนึงของตัวละครในเรื่องนะ ประมาณว่า 

'ทำไมฝันของคนเรามันมีแค่เปิดร้านเบเกอรี่ เขียนหนังสือ (หรืออะไรแนวธุรกิจส่วนตัว)
หรือ ผมฝันว่าอยากมีเงินเยอะๆ เพื่อจะได้เอามาดูแลคนที่ผมรักมันผิดหรือ'
มันไม่มีใครถูกใครผิด แต่ที่แน่ๆ มนุษย์เงินเดือนไม่อยู่ในความฝันของเราแน่ๆ
แต่นั่นแหละ เมื่อเรายังไม่พบความฝัน (จริงๆ ฉันไม่มี แต่อนุโลมเรียก สิ่งที่คิดว่า

จะมีความสุข...เป็นส่วนใหญ่ ถ้าเราต้องอยู่กับมันไปอีกค่อนชีวิตว่าความฝันก็แล้วกัน)
ไม่สิ ฉันไม่ได้อยากมีสิ่งที่ต้องอยู่กับมันไปอีกหลายปีแค่อย่างเดียวเสียหน่อย
อย่างน้อยการเป็นมนุษย์เงินก็เป็นการทดลองอย่างหนึ่งในชีวิตของฉันล่ะนะ
ที่ชอบอีกอย่างคือ to do list 10 อย่างที่จะทำในปีหน้า ที่คุณปั้นเขียนให้หนูหวาย

'การทำงานศิลปะ ก็ต้องวางแผนเหมือนกันนะ' และ 'ถึงแม้มันจะยาก แต่ก็ต้องเริ่มต้น
ดังนั้นลงมือทำซะ' ไม่เป๊ะนะ แต่ใจความประมาณนี้แหละ หมดวันหยุดแล้วมนุษย์เงินเดือน


สวัสดี  










Create Date : 10 ธันวาคม 2555
Last Update : 10 ธันวาคม 2555 22:17:42 น.
Counter : 1190 Pageviews.

5 comments
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ วันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.๙ สายหมอกและก้อนเมฆ
(14 ต.ค. 2564 17:34:44 น.)
🍂🌾🍂สร้างโรงเรือนให้บอนแบบง่ายๆ 🍂🌾🍂 ชั้นประหยัด🍂🌾🍂 โอน่าจอมซ่าส์
(13 ต.ค. 2564 14:23:45 น.)
อนันตริยกรรม toor36
(11 ต.ค. 2564 00:03:03 น.)
บูชาพระผงพระรูปเหมือนสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) สายหมอกและก้อนเมฆ
(8 ต.ค. 2564 16:59:25 น.)
  
ส วั ส ดี ปี ใ ห ม่ 2 5 5 6 ค รั บ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มกราคม 2556 เวลา:6:56:35 น.
  
ตามมา ๆ
ปล.ไม่ได้แวะมาที่นี่นานเท่าไหร่แล้วนะเนี่ยย
โดย: minporee วันที่: 10 มกราคม 2556 เวลา:21:25:01 น.
  
สัวสดีคับน้องเจื้อยแจ้ว

ยังได้บันทึกประจำวันอยู่รึเปล่าครับ
ปีนี้พี่ก๋าบันทึกด้วยการเขียนบทกวีครับ

เขียนมาตั้งแต่พฤศจิกาปีที่แล้ว
ถึงวันนี้เขียนไปหลายร้อยบทแล้วครับ







ปล. ดอกซากุระต้องมาดูด้วยตาครับ
แล้วจะรู้ว่าที่พี่ก๋าถ่ายภาพมานั้น
ยังงามไม่ถึงเสี้ยวเดียวเลยครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มกราคม 2556 เวลา:8:23:39 น.
  
ดีแล้วล่ะครับ
บันทึกให้ได้ทุกวันนะครับ

พี่ก๋าก็เริ่มกลับมาเขียนบันทึกความรู้สึกของตัวเองครับ

เขียนมาตั้งแต่เดือน 11 ปีที่แล้ว

เขียนทุกวัน ทุกเวลา
เขียนเยอะมากครับ 5555


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:8:39:51 น.
  
เป็นที่ทำบั๊บเบิ้ลที่สนุกมากครับน้องเจื้อยแจ้ว
ตอนนี้พี่ก๋าทำน้ำยาเล่นเองด้วยครับ
เพื่อความประหยัด 5555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:7:24:52 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Cruduslife.BlogGang.com

cruduslife
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]

บทความทั้งหมด