ประสบการณ์สาวไทยในจักรวาล + ภาพสาวไทยหายาก
พญ อภิสมัย ศรีรังสรรค์ กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 1999 ที่ประเทศทรินิแดดและโทบาโก


สำหรับการประกวดครั้งนี้ หมอเบิร์ทได้เพื่อนร่วมห้องเป็นสาวผิวสี จากหมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น ไอส์แลนด์ ที่ค่อนข้างสนิทสนมกัน ก็เพราะนอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าคนอื่นแล้ว สาวงามผิวหมึกยังชมชอบเครื่องประดับที่หมอเบิร์ทนำติดตัวไปด้วย และมักหยิบยืมใช้อยู่บ่อยๆ รวมไปถึงเสื้อยืดที่มีคำว่า "สวัสดี" ของที่ระลึกที่หมอเบิร์ทนำไปแจก เพื่อนๆนางงามต่างพากันหลงใหลกันมาก ยิ่งเมื่อหมอเบิร์ทสอนให้พวกเธอทำท่าสวัสดีด้วยแล้ว เพื่อนๆยิ่งติดอกติดใจกันยกใหญ่

เรื่องอาหารนั้น หมอเบิร์ทบอกว่า ต้องทานอาหารพื้นเมืองของเขา ซึ่งแรกๆก็ทานได้ดีแต่นานเข้าก็ต้องพึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่พกติดกระเป๋าไป พอมาถึงวันซ้อมใหญ่ การทำงานทุกอย่างต้องเหมือนจริงทั้งหมด นางงามทุกคนต้องปฏิบัติตามที่ได้ฝึกซ้อมกันมา ที่น่าตื่นเต้นคือ มีการจับสลากว่าใครจะเป็นนางงามที่มีชื่อเข้ารอบ เพื่อจำลองสถานการณ์ให้เหมือนจริง ซึ่งในครั้งนี้ หมอเบิร์ทจับสลากได้เป็นหนึ่งในจำนวนผู้เข้ารอบทั้งหมดด้วย

ด้านความเห็นในเรื่องของการตัดสินนั้นหมอเบิร์ทออกตัว ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์อะไรมากนัก เพียงแต่ติงว่ากองประกวดกรอกข้อมูลของผู้เข้าประกวดผิดพลาดเป็นส่วนใหญ่อย่างเช่นข้อมูลของเธอเอง จากด๊อกเตอร์อภิสมัย กลายเป็นนางแบบไปซะได้ นางงามบางคนที่เป็นนักศึกษาแพทย์เช่นเดียวกัน ข้อมูลก็ผิดเพี้ยนชนิดที่หาคำอธิบายได้ยากเหมือนกัน และแม้จะไม่มีตำแหน่งใดติดมือกลับมา แต่เจ้าตัวก็บอกว่าเธอได้ประสบการณ์มากมายจากการบินไปประกวดในครั้งนี้



เหน่ง กุลธิดา เย็นประเสริฐ กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2000 ที่ประเทศไซปรัส


ตอนที่ไปประกวดในปีนั้นเหงามากๆ เพราะไปคนเดียวแล้วก็ยังเด็ก แรกๆไม่ค่อยกล้าคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติ กลัวสื่อสารกันไม่เข้าใจ พอได้ทำกิจกรรมร่วมกันก็เริ่มมีการพูดคุยกันบ้าง แต่เราก็รวมกลุ่มกับนางงามเอเชียด้วยกันตลอด ไม่มีเพื่อนฝรั่ง ยุโรป อเมริกา ค่อนข้างแบ่งทวีปคบเพราะลักษณะนิสัยต่างกัน พวกฝรั่งจะชอบไปอาบแดด หรือทำกิจกรรมที่เราไม่ได้ทำ แล้วพวกนี้เขาจะกล้ามาก กล้าแต่งตัว กล้าแสดงออก พยายามทำตัวเป็นจุดเด่นให้เป็นข่าว วิ่งเข้ากล้องตลอด แต่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะเราใหม่ เลยไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ตอนนั้นรู้สึกไม่ชอบที่ต้องไปแข่งขันกับคนอื่นขนาดนั้น แต่พอมามองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเหมือนเด็กไปเข้าค่ายฤดูร้อน มีอะไรแปลกๆให้จดจำ


อ้วน วรินทร ผดุงวิถี กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2001 ที่ประเทศเปอร์โตริโก


ชุดไทยที่อ้วนใส่ในปีนั้นเป็นชุดกิณรีซึ่งมีความสวยงามและประณีต แต่ก็ใส่ยากมาก คนที่ไม่ได้เรียนรำมาก่อนจะใส่ไม่เป็นเลย เพราะรายละเอียดของชุดเยอะมาก ถึงจะซ้อมใส่ชุดมาแล้วหลายครั้งตอนที่อยู่ที่เมืองไทย แต่เวลาแต่งจริงหลังเวที อ้วนต้องกางโพยทุกรอบ เพราะจำไม่ได้เลยว่าต้องใส่อะไรก่อน อะไรหลัง มีอยู่วันนึง เป็นรอบซ้อมใหญ่ที่อ้วนต้องแต่งหน้า ทำผม แต่งตัวเองทุกอย่างจริงๆ ทางกองประกวดเขาจะมีพี่เลี้ยงฝรั่งมาช่วยแต่งตัวให้ด้วย แต่ชุดของเรายุ่งยากมาก ทั้งรัดเกล้า หางหงส์ เล็บ กำไลเยอะแยะไปหมด ขนาดอ้วนยังใส่ไม่ถูกเลย พี่เลี้ยงได้แต่ยืนดูเราวุ่นวายอยู่กับชุด ช่วยอะไรไม่ได้ โชคดีที่ผ้านุ่งมีการจับจีบหน้านางมาให้เรียบร้อยแล้ว ไม่งั้นอ้วนคงไม่ได้ขึ้นเวทีประกวดในวันนั้นแน่ๆ


ลูกจัน จันจิรา จันทร์โฉม กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2002 ที่ประเทศเปอร์โตริโก


ก่อนไปประกวดหวั่นมากๆ เพราะรู้สึกว่าฝรั่งเขาสวยกันทุกคน แต่พอไปอยู่จริงๆ ไม่ใช่เลย ที่เราเห็นในนิตยสารหรือในอินเทอร์เนตนั้นเขาคงใช้คอมพิวเตอร์รีทัชช่วยเยอะ เพราะที่เห็นเขาก็หน้าตาธรรมดา ไม่สวยน่ากลัว โดดเด้งอย่างที่คิด เลยไม่รู้สึกกดดันเท่าตอนแรก ใครจะเป็นตัวเก็งก็เป็นไป ไม่สนใจ ขอให้จันมั่นใจว่าเราก็มีดีเหมือนกัน ก็โอเคแล้วคะ อย่างตอนเลือกชุดว่ายน้ำ จันมั่นใจว่าจันใส่ชุดว่ายน้ำสวย จันจึงบอกทีมงานไปเลยว่า เอาบิกินีเท่านั้น ไม่เอาแบบวันพีซ และไม่เอาแบบสปอร์ตด้วย อยากบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจมากๆ เพราะหน้าอกเราใหญ่กว่านางงามฝรั่งบางคนซะอีก


เจี๊ยบ เยาวลักษณ์ ไตรสุลักษณ์ กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2003 ที่ประเทศปานามา


ตอนไปประกวด เจี๊ยบต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ทุกวัน เพื่อมาม้วนโรล์ ไดร์ผม ใส่วิก ติดขนตาปลอม แต่งหน้า แต่งตัว กว่าจะเสร็จก็เกือบ 8 โมงเช้า ได้นอนอีกทีก็นู่นตี 3 ไปแล้ว หน้าโทรมมาก แต่ก็ต้องทำให้ตัวเองดูดีอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่เนี้ยบเจี๊ยบจะออกมาปรากฏตัวไม่ได้เลย เพราะนางงามต่างชาติเขาเลิศๆกันทั้งนั้น แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พลาดเพราะดันเลือกชุดผิด วันนั้นเป็นวันแถลงข่าว ซึ่งปกติแล้วที่เมืองไทย นางงามจะต้องแต่งตัวใส่สูทให้เรียบร้อย แต่วันนั้นไม่เลยคะ เขาแต่งชุดราตรีผ่าหน้า ปาดหลัง โชว์กันอย่างเต็มที่ เจี๊ยบไม่รู้ว่าเขาจะแต่งกันเต็มยศขนาดนั้น สรุปว่าวันนั้นเจี๊ยบกลายเป็นป้าอยู่คนเดียวทั้งห้องประชุม เพราะว่าเจี๊ยบเป็นคนเดียวที่ใส่สูทแบบเต็มยศเลยคะ


เอมี่ มรกต กิตติสาระ กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2004 ที่ประเทศเอกวาดอร์



หลังเวทีชุลมุนมากๆคะ เพราะนางงามแต่ละคนวุ่นวายกับการแต่งตัวให้ทันขึ้นเวที พอรีบมากๆเขาก็วิ่งแก้ผ้ากันหมดเลย เราก็รีบนะ แต่ก็ไม่กล้าทำแบบเขา เอมี่จะพยายามเตรียมตัวไว้ก่อนล่วงหน้าจะได้ไม่รีบจนฉุกละหุก จริงๆแล้วก็ไม่มีใครสนใจใครหรอกคะ แต่เอมี่ตกใจเพราะไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน


น้อด ชนันภรณ์ รสจันทร์ กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2005 ที่ประเทศไทย


อย่างที่ทราบกันดีนะคะว่าการประกวดมิสยูนิเวอร์สในปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นการฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มาบูมอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ซึนามิในปลายปีที่ผ่านไปแล้ว การประกวดครั้งนี้ทำให้น้อดโตขึ้นคะ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เพื่อนใหม่ เราทุกคนรักกันมาก โดยเฉพาะมิสนามิเบีย เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย เชลซีและอีกหลายๆคนที่น้อดไม่ได้กล่าวถึง ต่อจากนี้ไปน้อดพร้อมจะเป็นผู้ใหญ่ในสังคมนี้ไม่ใช่เด็กตลอดไป น้อดฝากขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์และเป็นกำลังใจให้อยู่เสมอ น้อดทำหน้าที่การเป็นตัวแทนของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และขอขอบคุณคนที่ส่งเมสเซจมาให้กำลังใจน้อดด้วย..."ขอให้ทุกคนได้สัมผัสน้อด คุยตรงๆ น้อดเป็นคนที่เปิดเผย อย่าอ่านแค่ข่าว !" หลังจากนี้ไปขอเวลาให้น้อดได้เตรียมพร้อมก้าวไปตามฝันที่น้อดฝันไว้ นั่นก็คือการเป็นนักบิน น้อดจะมุ่งมั่นเรียนเพื่อในคว้าสิ่งที่น้อดฝันนั้นมาครอบครอง


ชาม อรวรินธ์ โอสถานนท์ กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2006 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา


น้องชาร์มกล่าวว่า การทำหน้าที่นางงามของตนจบลงแล้ว ยังเหลือแต่เส้นทางการบันเทิงและเส้นทางอื่นที่ต้องทำต่อไป แต่เวลาที่ผ่านไปไม่ทำให้ลืมประสบการณ์ในการเข้าร่วมประกวด เพราะนอกจากจะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศและต้องอยู่เมืองนอกคนเดียวแล้ว ยังทำให้ตนได้รับประสบการณ์ชีวิตมากมาย โดยเฉพาะความรักความอบอุ่นที่คนไทยมีให้กัน มีคนไทย 200 คนใส่เสื้อสีแดงแล้วโบกธงชาติไทยไปมาพร้อมส่งเสียงเชียร์ดังก้องทำให้เกิดความรู้สึกปลื้ม จนน้ำตาแทบไหลออกมาเลยระหว่างที่ประกวดด้วย

การประกวดครั้งนี้เป็นครั้งที่ทำให้ชาร์มรู้ว่าการเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ดีกว่าที่มีคนมาบอกให้เรามีบุคลิกภาพอย่างนั้นอย่างนี้จนไม่เป็นตัวเอง และทำให้ชาร์มกล้าแสดงออกมากขึ้น มากกว่าที่อยู่เมืองไทยซึ่งจริงๆ บุคลิกของชาร์มคนอาจมองว่าอิมเมจเป็นคุณหนู ขี้อาย ไม่มั่นใจ จริงๆแล้วชาร์มเป็นคนสนุกเฮฮา ไม่เก็บตัว ทั้งนี้การประกวดทำให้มีโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมไทยด้วยการสอนให้เพื่อนนางงามรู้จักการไหว้ และยังสวมใส่สายรัดข้อมือสีเหลืองตลอดเวลาจนเพื่อนสาวงามที่สนใจถามว่า คืออะไร ซึ่งตนตอบไปว่า เป็นสัญลักษณ์แสดงว่ารักในหลวง เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจ นอกจากนี้ยังนำสายรัดข้อมือไปแจกเพื่อนสาวงามด้วยซึ่งทุกคนชอบมาก จากนี้อยากลองเดินแบบ เพราะรู้สึกชอบ สนุกและดูท้าทาย



กวาง ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม กับการประกวดนางงามจักรวาลปี 2007 ที่ประเทศเม็กซิโก


จากการเข้าประกวดบนเวทีระดับโลก ด้วยการแข่งขันกับสาวงามทั้ง 76 ประเทศ กวางคิดว่ามันไม่ง่าย ที่เราจะก้าวไปอยู่อันดับต้น ๆ ได้ ทำให้ตอนแรก ๆ มีความรู้สึกกดดัน เพราะเป็นครั้งแรกของกวางที่ได้ไปต่างประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนของคนไทยบนเวทีระดับโลกครั้งนี้ กวางคิดว่าได้พัฒนาตัวเองมากขึ้นทั้งในเรื่องความรับผิดชอบและความอดทน รวมทั้งได้รับวัฒนธรรมจากสาวงามแต่ละประเทศมาด้วย โดยเฉพาะเพื่อนที่สนิทที่สุดของกวางคือมิสสิงคโปร์ เพราะเราจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ขึ้นรถบัสคันเดียวกัน และเรายังเป็นชาวเอเชียด้วยกันอีกด้วย ก็คิดว่า ดีใจค่ะ เพราะอย่างน้อยก็ได้เข้ารอบ 15 คนสุดท้าย

ภาพ ข้อมูล โดยคุณ Dolce_Romanzo จาก mardoo.net



Create Date : 13 กรกฎาคม 2550
Last Update : 13 กรกฎาคม 2550 23:39:50 น.
Counter : 2177 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Beauty-queen.BlogGang.com

ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]

บทความทั้งหมด