พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ขบถสาวกับรอยสักมังกร



ขบถสาวกับรอยสักมังกร (the girl with the dragon tattoo) โดย stieg larsson

หนังสือเล่มนี้อยู่ในชุด millennium series ที่ประกอบด้วยหนังสือที่ขึ้นด้วย the girl ... รวมทั้งหมด 3 เล่ม จากการค้นในอากู๋ เราก็เพิ่งรู้ว่าหนังสือเล่มนี้ออกจำหน่ายหลังจากคนเขียนตายไม่นาน แต่เรื่องราวของการฟ้องร้องเกี่ยวกับทรัพ์สินจึงไม่ใช่ประเด็นที่เราจะเขียนใน blog นี้อยู่แล้ว (แม้ว่าเราจะสนใจก็ตาม) 

ตัวหนังสือหนาประมาณ 500 หน้าในฉบับภาษาไทย ส่วนราคาแปรผันตามกัน ถึงอย่างนั้นก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่ออ่านจนจบ เราเริ่มได้ยินกิตติศัพท์ของหนังสือชุดนี้จากการอ่านรีวิวหนังสือไปเรื่อยๆ จากในอินเตอร์เนต เลยทำให้รู้ว่าหนังสือชุดนี้ดังมากในแถบยุโรป และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์ในภาษาสวีเดน จนนาน...เราก็เห็นแผ่นหนังเรื่องนี้บนชั้นของร้านให้เช่า VCD จึงเลือกมาดูด้วยความสนใจ และสนุกไปกับเนื้อเรื่องจนตั้งใจว่าแปลเป็นไทยเมื่อไหร่...ต้องซื้อให้ได้

จริงๆเราทราบมานานแล้ว เรื่องที่เพิร์ลได้ลิขสิทธิ์ของหนังสือชุดนี้ ทุกครั้งที่มีงานสัปดาห์หนังสือเราต้องเยี่ยมๆมองๆหาเสมอ จนเมื่อได้ดูหนัง ความอยากอ่านในหนังสือชุดนี้ก็ลดลง จนกระทั่งช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เรานั่งๆนอนๆจิตตกเรื่องน้ำท่วมบ้านไม่ไหวแล้ว ประจวบเหมาะกับที่หนังสือได้ถูกแปลพอดี เลยต้องไปสอยเรื่องนี้มาอ่านด้วยหวังว่าจะทำให้เราเลิกฟุ้งซ่านไปได้ แล้วโชคดีที่มันได้ผล

มหาเศรษฐี เฮนริก วังเงอร์ จ้าง มิเคล บลูมควิสต์ นักหนังสือพิมพ์ เพื่อสืบหาสาเหตุการตายของหลานสาวคนโปรด แฮร์เรียต วังเงอร์ ที่ตายจากไปเมื่อสี่สิกว่าปีก่อน บลูมควิสต์เองก็รู้สึกเคว้ง จากความผิดที่ศาลตัดสินเกี่ยวกับบทความที่เขาเขียนลงในนิตยสารมิลเลนเนียมเพื่อแฉนักธุรกิจใหญ่ในสวีเดน เมื่อมหาเศรษฐีวังเงอร์เสนอค่าใช้จ่ายไม่น้อยให้เขา จึงเป็นเรื่องที่บลูมควิสต์เองไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะเขาเองก็ขาดรายได้จากงานประจำไปแล้ว ต่อมาเมื่อบลูมควิสต์ได้รับความช่วยเหลือจากหญิงสาวนาม ลิสเบธ ซาลันเดอร์ เขาก็เริ่มคืบหน้าเรื่องเบาะแสมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นนำภัยมาสู่ตัวเองในที่สุด

จริงๆแล้วสิ่งที่น่าติดหนึบในเรื่องคือการสืบหาเบาะแสของบลูมควิสต์มากกว่า เราอ่านอาชญนิยายมาหลายเรื่อง ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องที่ใช้ความสามารถในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรืออุปกรณ์ไฮเทคมากมายเข้ามาแก้ปัญหา แต่เรื่องนี้เราได้เห็นการสืบสวนแบบหนังสือเก่าๆ คือเสาะหาข้อมูลจากห้องสมุด ค้นคว้าจากการถาม และคลายปมปริศนาไปทีละเปราะจากรูปภาพและเรื่องราวแสนเก่า ทำให้เรารู้สึกว่ามันคลาสิคดีจัง ยิ่งเมื่อลิสเบธเข้ามาช่วยในช่วงหลัง ยิ่งทำให้เราสนใจเรื่องราวมากขึ้น

เกือบหน้าที่ 300 กว่าที่ลิสเบธจะเจอกับบลูมควิสต์ จริงๆแล้วหญิงสาวเจ้าของรอยสักนี้รู้จักบลูมควิสต์มาตั้งแต่เรื่องคดีอื้อฉาวของเขา และเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของบลูมควิสต์ แม้ว่าเธอไม่รู้จักตัวจริงเขาก็ตาม ในหนังสือ...ลิสเบธเป็นหญิงสาวที่พังค์กับชีวิตมาก เซ็กซ์สำหรับเธอเป็นเรื่องของความต้องการ ไม่ซับซ้อน ดังนั้นการที่เธอจะมีเซ็กซ์กับบลูมควิสต์ จึงไม่ใช่เรื่องยากในการคาดเดา ยิ่งสิ่งที่เธอทำให้กับบลูมควิสต์ตอนท้ายเรื่อง ยิ่งทำให้มั่นใจได้ว่าสิสเบธรู้สีกกับชายอายุคราวพ่ออย่างบลูมควิสต์มากกว่าความเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมเตียง 

สำหรับตัวหนังที่เราดูเมื่อเทียบกับหนังสือ สุดท้ายแล้วเรายังให้ฝ่ายหลังชนะในที่สุด เพราะในหนังไม่ได้ให้รายละเอียดในส่วนที่ลิสเบธช่วยบลูมควิสต์เรื่องคดีของเขามากนัก ทั้งที่ในหนังสือเราว่ามันโรแมนซ์ดี แต่อย่างน้อยก็เป็นหนังที่ทำได้สนุกและมีสาระสำคัญของหนังสือครบถ้วน แตกต่างจากหนังเรื่องที่มาจากหนังสือคือ the other boleyn girl เรื่องนี้เราดูด้วยความเซ็ง และแอบหลับไปหลายช่วงเสียด้วยซ้ำ กลับกันกับแม่ของเราที่เมื่อดูหนังเรื่องนี้ กลับชอบจนต้องไปค้นหนังสือที่ลูกสาวซื้อมานอนอ่าน ความรู้สึกของคนเีนี่ย...ช่างไม่มีมาตรฐานเอาเสียเลย




Create Date : 04 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2555 22:16:49 น.
Counter : 1171 Pageviews.

1 comments
  
เรื่องนี้สนุกค่ะ พอดูหนังในเวอร์ชั่นสวีเดนก็อยากเป็นเจ้าของหนุงสือชุดนี้ แต่ยังไม่มีเวลาออกตามล่าเลย พอมาเจอบล็อคนี้เลยนึกขึ้นได้ ...ขอบคุณนะคะ
โดย: beautiespoo วันที่: 21 กันยายน 2557 เวลา:22:24:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

โตขึ้นจะกลายเป็นยุง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เราคิดมานานว่าอยากเขียน เป็นคนชอบเขียนด้วย แต่ไม่เคยเขียนดีซักที เอาใหม่...เริ่มจากสิ่งที่ชอบ เป็นยังไงเดี๋ยวคงรู้