Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
ปลื้มใจ!! สื่อต่างประเทศเทศเชิดชูพระอัจฉริยภาพในหลวงโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

ชู'ในหลวง'ทรงแก้น้ำท่วมยั่งยืน
สื่อเทศเชิดชูพระอัจฉริยภาพในหลวงโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน



สำนักข่าวเอพี เสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ชิ้นหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน เกี่ยวกับพระอัจฉริยะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมองการณ์ไกลเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ก่อนหน้าจะเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดใน 50 ปี พระองค์ทรงเตือนหลายครั้งเรื่องการพัฒนามากเกินไป รวมทั้งมีพระราชดำริหลายประการเพื่อบรรเทาความเสียหายจากการหนุนของน้ำทะเลในแต่ละปี นอกเหนือจากการรับมือกับฤดูน้ำหลาก

ความพ่ายแพ้ของประเทศไทยต่อน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ทำให้ประชาชนเกือบ 400 รายเสียชีวิต พลเมืองนับแสนต้องกลายเป็นผู้อพยพ เป็นบทเรียนที่แสนแพงจากการละเลยคำเตือนของพระองค์ รวมทั้งการฝืนควบคุมพลังธรรมชาติที่มีศักยภาพเหนือกว่ากำลังของมนุษย์ทั้งมวล

นักวิเคราะห์จากต่างประเทศตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดที่มีความสามารถในการประสานงาน และวางแผนการจัดการน้ำให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทัดเทียมพระองค์ แม้ในเวลานี้ที่เมืองหลวงของไทยกำลังดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้กับมวลน้ำที่ไหลหลั่งมา พระองค์ยังทรงแนะนำแนวทางการผันน้ำจากทางตอนเหนือลงสู่ทะเลโดยตรง ซึ่งเป็นหนทางที่ดีที่สุด แต่พระสุรเสียงของพระองค์ก็ไม่อาจดลใจให้ภาครัฐดำเนินการตามที่พระองค์มีรับสั่งได้

พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา ทรงมีผลงานด้านการจัดการน้ำโครงการแรกเมื่อปี 2506 ณ วังไกลกังวล ที่ทรงสร้างเขื่อนกั้นน้ำจืดเพื่อป้องกันน้ำทะเลปนเปื้อนในแหล่งน้ำจืดนั้นได้ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของโครงการในพระราชดำริมากกว่า 4,300 โครงการ โดย 40% ของโครงการเหล่านั้นเป็นโครงการบริหารจัดการน้ำ

นายเดวิด เบลค ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำแห่งมหาวิทยาลัยอีสต์ แองเกลีย ประเทศอังกฤษ ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับโครงการจัดการน้ำในประเทศไทย กล่าวว่า "นโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากพระราชดำริ โครงการในพระราชดำริ และการดำเนินการตามแนวพระราชดำริ ที่พระองค์ทรงทุ่มเทเวลากว่า 40 ปี ในการดำเนินการ"

นายโดมินิค เฟาล์เดอร์ บรรณาธิการอาวุโสหนังสือเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กำลังจะตีพิมพ์ กล่าวว่า ในเวลานั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจในเอเชียเติบโตอย่างรวดเร็ว พระราชดำรัสของพระองค์เกี่ยวกับน้ำท่วม การแก้ปัญหาจราจรติดตัด และความทุกข์ยากต่างๆ เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เปรียบได้ดั่งยาขมที่ทุกคนไม่ต้องการรับประทาน

พระองค์ทรงตั้งชื่อโครงการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ว่า "แก้มลิง" โดยอธิบายจากพฤติกรรมของลิงที่พระองค์ทรงเลี้ยงครั้งยังทรงพระเยาว์ ที่เก็บอาหารไว้ที่กระพุ้งแก้มให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะกลืนลงคอในภายหลัง โครงการแก้มลิงของพระองค์สามารถผันน้ำจากทางตอนเหนือที่จ่อเข้าท่วมกรุงเทพฯ ไปยังแก้มลิง ก่อนจะไหลลงทะเลหรือเข้าสู่ระบบชลประทานอย่างรวดเร็ว ในโครงการตามพระราชดำริยังครอบคลุมถึงการสร้างแหล่งเก็บน้ำ เช่น บ่อ ลำคลอง และประตูน้ำ การปรับปรุงระบบการระบายน้ำในกรุงเทพฯ จนทำให้กรุงเทพฯ หลังทศวรรษที่ 2543 ไม่เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมนานกว่า 1 ทศวรรษ

นายเบลค กล่าวด้วยว่า โครงการแก้มลิงตามแนวพระราชดำรินั้น หมายถึงการที่ชุมชนโดยรอบกรุงเทพฯ ต้องยอมจมน้ำเพื่อรักษาพื้นที่ใจกลางเมืองหลวงเอาไว้ และบางครั้งหน่วยราชการก็ผันน้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรแทนที่จะเป็นแหล่งเก็บน้ำ นอกจากนั้นอุปสรรคอีกประการหนึ่งต่อโครงการแก้มลิงคือ พื้นที่ซึ่งถูกใช้เป็นแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในทางตะวันตก ตะวันออก และตอนเหนือของกรุงเทพฯ ได้พ่ายแพ้ต่อการหลั่งไหลของกระแสทุนจนกลายเป็นพื้นที่สร้างศูนย์อุตสาหกรรม ที่พักอาศัย สนามกอล์ฟ และท่าอากาศยานนานาชาติ

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน พระองค์ที่ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งประเทศ ส่งเสริมให้เรื่องการบริหารจัดการน้ำเป็นวาระแห่งชาติ

นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงสร้างนวัตกรรมที่ดูประหลาดๆ เช่น การใช้ผักตบชวาในการบำบัดน้ำเสีย โดยให้ผักตบชวากักเก็บของเสียออกจากน้ำ ก่อนที่จะใช้ต้นผักตบที่แก่แล้วนำมาหมักเป็นปุ๋ย หรือผลิตเป็นเชื้อเพลิง รวมทั้งการใช้เส้นใยผักตบชวามาสานเป็นงานหัตถกรรม หรือการประดิษฐ์กังหันชัยพัฒนา เพื่อบำบัดน้ำเสีย และต่อมาได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ พระองค์นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในโลกที่ทรงครอบครองสิทธิบัตรจากการสร้างนวัตกรรมจากพระราชดำริ


Create Date : 03 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2554 6:10:32 น. 0 comments
Counter : 883 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

wattana13
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wattana13's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.