Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 มกราคม 2555
 
All Blogs
 

นักท่องเที่ยว แห่ดูคราบน้ำตาหลวงพ่อโตวัดไชโย

นักท่องเที่ยวแตกตื่นแห่ดูหลวงพ่อโตวัดไชโยอ่างทอง หลังมีคราบน้ำตาออกมาทั้ง 2 ข้าง ต่างหวั่นเป็นลางร้ายกับประเทศไทย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากนายเสกสม แจ้งจิต อายุ 36 ปี นักท่องเที่ยวว่าพบเหตุการณ์ประหลาดกับ "พระมหาพุทธพิมพ์" หรือ "หลวงพ่อโต" แห่งวัดไชโยวรวิหาร จ.อ่างทอง มีคราบคล้ายคราบน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้น



หลังรับแจ้งแล้วจึงไปตรวจสอบยังวัดไชโยวรวิหาร ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยพบว่าบริเวณวัดไชโยมีนักท่องเที่ยวได้เข้ามากราบไหว้ขอพรพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภายในพระอุโบสถ สถานที่ประดิษฐาน"พระมหาพุทธพิมพ์" หรือ "หลวงพ่อโต" มีประชาชนต่างยืนดูที่บริเวณพระพักตร์ของหลวงพ่อโตและยืนพูดคุยพร้อมถ่ายรูป บ้างก็นั่งกราบไหว้ขอพร สำหรับพระพักตร์ของหลวงพ่อโตนั้นที่นักท่องเที่ยวต่างจับกลุ่มวิพากษ์กัน ก็เนื่องด้วยมีคราบคล้ายคราบน้ำได้ไหลออกมาจากดวงตาทั้ง 2 ข้าง ที่สำคัญคราบน้ำดังกล่าวได้ไหลออกมาจากขอบตาดำเหมือนกันทั้ง 2 ข้าง และไหลลงมาหยุดอยู่ที่เหนือริมฝีปากทำให้นักท่องเที่ยวต่างเชื่อว่าหลวงพ่อโตร้องไห้ออกมาและอาจจะเกิดอาเพศเหตุร้ายอะไรกับบ้านเมืองก็ได้

นายเสกสม กล่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายได้พาครอบครัวไปกราบไหว้เพื่อจะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิเนื่องในปีใหม่แต่พอเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อโตก็เห็นนักท่องเที่ยวจับกลุ่มพูดคุยว่าหลวงพ่อโตร้องไห้ ตนจึงสังเกตที่พระพักตร์ก็พบว่าเป็นจริง เมื่อมีคราบน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้ง เหมือนกับกำลังร้องไห้ตนจึงเดินดูรอบๆองค์หลวงพ่อโตแต่ก็ไม่พบคราบดังกล่าวที่อื่น ส่วนจะเป็นคราบอะไรนั้นตนก็ไม่แน่ใจแต่ ที่เห็นๆไหลออกมาจากดวงตาและออกมาจากตาดำเหมือนกัน หากเป็นจริงหลวงพ่อโตอาจจะบอกอะไรให้กับประชาชนบางอย่างหรืออาจจะเกิดลางร้ายกับประเทศไทย

น.ส.นงลักษณ์ สมประสงค์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่52/3หมู่ที่ 2 ต.บ้านนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ที่ดูแลภายในอุโบสถ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนต่างวิจารณ์กันว่าคราบที่เห็นเป็นน้ำตาหลวงพ่อ โดยเหตุเกิดมาประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ก่อนจะเลือนลาง แต่ตอนนี้คราบดังกล่าวชัดมากทำให้ประชาชนเชื่อว่าเป็นคราบน้ำตา

ด้านพระปลัดฟัก อภินันโท ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไชโยวรวิหาร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาตมาก็แปลกใจเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและคราบที่เห็นนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นคราบอะไรและที่นักท่องเที่ยวบอกว่าหลวงพ่อร้องให้เพราะอาจจะเกิดอาเพศ อาตมาคงไม่เชื่อ อาจจะเป็นมูลของนกก็เป็นไปได้ แต่ที่แปลกก็คือไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้างเท่านั้น

สำหรับประวัติ พระมหาพุทธพิมพ์ (หลวงพ่อโต) เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียง ให้ความเลื่อมใสศรัทธามาก พระมหาพุทธพิมพ์ ประดิษฐานในวิหารวัดไชโยวรวิหาร ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง มีพุทธลักษณะ เป็นศิลปะรัตนโกสินทร์ ปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตัก 8 วา 7 นิ้ว ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ด้วยเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์หรือที่เรียกกันติดปากว่าสมเด็จโตนั้น สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่โตสมนามของท่านมาก่อนนี้แล้วสององค์ คือ พระนอนที่วัดสะตือ จ.พระนครศรีอยุธยา และพระยืนที่วัดอินทรวิหาร เขตบางขุนพรหม

เมื่อมาสร้างหลวงพ่อโตที่วัดไชโยนี้ แรกทีเดียวท่านสร้างเป็นพระนั่งขนาดใหญ่มาก ก่อด้วยอิฐและดินแต่ไม่นานก็ทลายลง ท่านจึงสร้างขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ ใช้วิธีเดิมแต่ลดขนาดให้เล็กลงก็สำเร็จเป็นพระปางสมาธิองค์ใหญ่ถือปูนขาว ไม่ปิดทอง ปรากฏในพระราชหัตถเลขาพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า "...พระใหญ่ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) สร้างนี้ รูปร่างหน้าตาไม่งามเลย...ดูที่หน้าวัด ปากเหมือนท่านขรัวโตไม่มีผิด ถือปูนขาวไม่ได้ปิดทอง ทำนองท่านไม่คิดจะปิดทอง จึงได้เจาะท่อน้ำไว้ที่พระหัตถ์..."

ต่อมา เจ้าพระยารัตนบดินทร์ (บุญรอด กัลยาณมิตร) สมุหนายก มีศรัทธาสร้างพระอุโบสถและพระวิหารวัดไชโย แต่เมื่อกระทุ้งรากพระวิหาร แรงสั่นสะเทือนทำให้องค์พระพังทลายลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ นายช่างฝีมือเยี่ยมสมัยนั้นมาช่วย เมื่อพิจารณาแล้วทรงให้รื้อองค์พระ ออกทั้งองค์แล้ววางรากฐานใหม่ ใช้วิธีวางโครงเหล็กยึดไว้ภายในแล้วก่อขึ้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิซ้อนพระหัตถ ตามลักษณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ทำไว้เดิม เมื่อแล้วเสร็จได้รับพระราชทานนามว่า พระมหาพุทธพิมพ์ ซึ่งคือ หลวงพ่อโต วัดไชโยองค์ที่ปรากฏอยู่จนทุกวันนี้

ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตเป็นที่ประจักษ์กันดีในหมู่ชาวเมืองอ่างทองที่เคารพนับถือกล่าวกันว่า ผู้ที่ก่อกรรมทำชั่วไว้มาก จะไม่สามารถเข้าไปกราบนมัสการหลวงพ่อโตได้ เนื่องจากเมื่อเข้าใกล้องค์พระ จะเห็นว่าหลวงพ่อโต กำลังจะล้มลงมาทับ




 

Create Date : 08 มกราคม 2555
0 comments
Last Update : 8 มกราคม 2555 19:59:12 น.
Counter : 1138 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


wattana13
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add wattana13's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.