Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
29 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ชมดาวบนดินที่ภูพานน้อย ตามรอยนักปฏิวัติบนภูช่อฟ้า

ชมดาวบนดินที่ภูพานน้อย
ตามรอยนักปฏิวัติบนภูช่อฟ้า

ยามค่ำคืนในวันฝนพรำบนยอดเขา"ภูพานน้อย" ซึ่งทอดตัวยาวต่อเนื่องมาจากเทือกเขาภูพานคำ แม้ท้องฟ้าจะถูกเงาเมฆทะมึนแผ่ปกคลุมแสงระยิบระยับของดวงดาว แต่เมื่อมองลงมายังผืนดินเบื้องล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของตัวเมืองหนองบัวลำภู กลับยังคงมีแสงสว่างจากท้องถนนและอาคารบ้านเรือนคอยส่องประกายเจิดจ้า ประดุจดาวบนดินที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับทัศนียภาพบนภูพานน้อยสวยงามน่าชมไม่แพ้ดาวบนท้องนภา บรรยากาศในวันฟ้าปิดคืนนี้จึงไม่เงียบเหงาเกินไปนัก
ยิ่งดึก อุณหภูมิบนภูพานน้อยก็ยิ่งลดลง อากาศกำลังเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงก่อนรุ่งอรุณ อุณหภูมิลดระดับเฉียด 20 องศา หน้าหนาวจะยิ่งเย็นกว่านี้มากนัก ส่วนที่พักบนภูพานน้อยคงถูกใจสำหรับนักเดินป่าค้างแรมกลางพงไพร เพราะไม่มีบ้านพักหรือรีสอร์ทบริการนักท่องเที่ยว มีเพียงห้องน้ำและจุดกางเต็นท์ได้ใกล้ชิดธรรมชาติเท่านั้น
เมื่อฟ้าทอแสงแรกแห่งตะวัน ออกเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เดินประมาณ 15 นาทีถึงจุดชมทิวทัศน์ที่มีลักษณะเป็นเพิงผาหินสูงชัน แต่มีการทำจุดชมเป็นพื้นไม้ไว้อย่างสะดวกปลอดภัย ด้านหน้าเป็นทิศตะวันตกซึ่งอยู่ติดกับจังหวัดเลย มองเห็นทิวทัศน์ตัวเมืองหนองบัวลำภู ตึกรามบ้านช่องอย่างชัดเจน ส่วนด้านซ้ายเป็นทิศใต้ มองเห็นเทือกเขาภูเก้า-ภูพานคำ ซึ่งเป็นแนวภูเขายาวสลับซับซ้อนกั้นแบ่งพรมแดนจังหวัดหนองบัวลำภูกับขอนแก่น และยาวจรดไปถึงภูเขียว
ระหว่างทางเดิน สูดสายหมอกลมหายใจแห่งหุบเขาอันสดชื่นบริสุทธิ์ ชื่นชมสภาพผืนป่าภูพานน้อยที่เป็นป่าเต็งรังผสมป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เต็ง รัง แดงและจันได ส่วนพืชล้มลุกที่โดดเด่นคือ ดอกกระเจียวขาว ซึ่งจะอวดโฉมให้เห็นกันเฉพาะช่วงหน้าฝนเท่านั้น เป็นพืชตระกูลเดียวกับขิงข่า และเติบโตคู่กับความเขียวขจีของหญ้าเพ็กตลอดสองข้างทาง หน้าหนาวกระเจียวขาวก็จะฝังตัวอยู่ใต้ดินเป็นวัฏจักรแห่งความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเช่นนี้ทุกฤดูกาล
ภูพานน้อยเริ่มเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้เพียงหนึ่งปี เนื่องจากเป็นผืนป่าที่ตกสำรวจ และไม่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ภูพานน้อยจึงอยู่ในการดูแลรับผิดชอบของจังหวัดหนองบัวลำภู บริหารจัดการโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเริ่มเปิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูพานน้อยไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว (2548) นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ยังบริสุทธิ์และยังมีคนเดินทางเข้าไปรบกวนไม่มากนัก อีกทั้งแนวคิดการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ไม่เกิน 200 คนต่อสัปดาห์ถือเป็นเรื่องที่ดี ภูพานน้อยจึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติที่เงียบสงบและสวยงาม
จากภูพานน้อยเดินทางต่อไปยัง"ภูหินลาดช่อฟ้า" หรือที่ชาวบ้านเรียกสั้นๆว่า ภูช่อฟ้า ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานคำ ที่บ้านภูพานคำ ตำบลโนนทัน เป็นอาณาบริเวณของป่าดิบและลานหินกว้างใหญ่ มีความงดงามของพันธุ์ไม้ป่าชนิดต่างๆ ก้อนหินรูปลักษณ์แปลกตาและเป็นร่องลึกตะปุ่มตะป่ำ เนื่องจากถูกร่องน้ำกัดเซาะกัดกร่อนจนผุสลาย ก่อเกิดเป็นโขดหินรูปร่างคล้ายช่อฟ้า
แม้ว่าภูหินลาดช่อฟ้า จะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความโดดเด่นมากนัก แต่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของประชาชนที่เข้าป่าตั้งแต่สมัยรัฐบาลเผด็จการเบ็ดเสร็จของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จนถึงโศกนาฏกรรมนองเลือดวันที่ 6 ตุลาคม 2519
การเดินทางครั้งนี้มี "สหายชาด" นักปฏิวัติรุ่นอาวุโสที่เคลื่อนไหวทางการเมืองบนภูหินลาดช่อฟ้า เป็นไกด์นำทาง พร้อมกับถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตอย่างเป็นกันเอง เขาเป็นสหายรุ่นแรกๆที่เข้าร่วมขบวนการปฏิวัติตั้งแต่อายุ 22 ปีในปี 2505 เนื่องจากสมัยนั้นผู้นำประเทศใช้อำนาจกดขี่ข่มเหง สมัยเรียนชั้นมัธยม สหายชาดเคยเปิดเวทีปราศัยเรียกร้องให้ภาครัฐประกาศหยุดการเรียนการสอนหนังสือเพิ่มจากเดิม 1 วันเป็น 2 วันคือในเสาร์อาทิตย์จนถึงทุกวันนี้
จนกระทั่งเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้จัดตั้งมวลชนที่เป็นชาวนา กรรมกรและเยาวชนในหมู่บ้านโนนทัน โดยเริ่มตั้งศูนย์บัญชาการบนภูช่อฟ้าเมื่อปี 2507 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการปฏิวัติบนเทือกเขาภูซาง ด้วยความที่สหายชาดเป็นคนมีการศึกษาดีกว่าคนอื่นๆ จึงถูกส่งไปเรียนวิชาการแพทย์ที่เวียดนามและจีน ด้วยการเดินป่าเลาะตะเข็บชายแดน นานนับเดือนกว่าจะถึงจุดหมาย
ในปี 2512 ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร มีการปราบปรามชาวบ้านอย่างรุนแรงด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์
เกิดจุดหักเห ชาวบ้านเข้าป่าหนีตายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการขยายตัวของขบวนการปฏิวัติและเคลื่อนย้ายฐานที่มั่นไปสู่เทือกเขาภูซาง ส่วนภูช่อฟ้าถือเป็นด่านหน้าที่เปิดประตูต้อนรับนิสิตนักศึกษาหลังเกิดเหตุการณ์นองเลือดและยังคงเป็นสถานที่จัดการศึกษาให้ความรู้ทางการเมือง การทหารและเป็นที่พักพิงอยู่อาศัยในลักษณะที่เรียกว่า "ทับ"
ทับที่มีความน่าสนใจเช่น ทับบันเทิง ลานตาหมากฮอต ทับ 32 อ่าง ทับถ้ำใหญ่ ทับสูง ทับวิวัฒน์ ทับกกบก ซำนกยูงและทับใหญ่ เป็นต้น ระหว่างทางเดินชมดอกไม้ป่าเช่น เอื้องม้าวิ่ง ที่เกาะเกี่ยวผนังหิน ต้นกระดูกมังกร ที่มีลักษณะคล้ายกระบอกเพชรเติบโตบนลานหิน รวมทั้งมองเห็นทัศนียภาพของตัวจังหวัดหนองบัวลำภูและเขื่อนห้วยหลวงจังหวัดอุดรธานีได้กว้างไกลสุดสายตาในมุมมองพาโนรามา
หลังใช้เวลาเดินชมทับต่างๆบนภูหินลาดช่อฟ้าประมาณ 3 ชั่วโมง พลันนึกถึงคำพูดของสหายชาดนักปฏิวัติรุ่นอาวุโสที่เปิดใจเล่าว่า "คนเดือนตุลาที่รับใช้(อดีต)นายกฯทักษิณ ไม่มีอุดมการณ์เพื่อประชาชนมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่สาเหตุที่เข้าป่าเพราะถูกกดดันและไม่รู้จะหนีไปไหน ถ้ารู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ ผมถีบตกแม่น้ำโขงไปแล้ว"
ไม่รู้ว่าในวาระครบรอบ 30 ปี 6 ตุลา 2519 จะมีคนเดือนตุลาสักกี่คนกล้าสบตาวีรชนผู้เสียสละชีวิตในงานรำลึกโศกนาฎกรรม 6 ตุลาปีนี้กันบ้าง




Create Date : 29 เมษายน 2551
Last Update : 5 พฤษภาคม 2551 18:21:52 น. 0 comments
Counter : 662 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

toyor
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add toyor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.