สุภารัตถะ บล็อก
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
4 กุมภาพันธ์ 2548
 
All Blogs
 
เหตุที่คิดให้แปลกแยก


คนเราส่วนใหญ่ต้องการความเป็นหนึ่ง โดดเด่น และแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้ ทว่าน่าแปลก.. เพราะนั่นกลับกลายเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริงของตัวเราเอง ฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องเข้าใจยากสักหน่อย!! แต่ถ้าหากเข้าใจถึงความเป็นจริงของจิตใจ ซึ่งซ่อนอยู่ภายในร่างกายของพวกเราทุกคน จะอดทึ่งไม่ได้เลยทีเดียว กับความมหัศจรรย์ของจิตนั้น ที่แท้ไม่มีตัวตน เป็นอิสระ เป็นพลังงานความรักที่เป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง..

การแยกตัวมาจากองค์รวม พยายามทำตัวให้โดดเด่น เป็นเพียงการสนองอัตตาตัวตน ด้วยความคิดที่เชื่อว่าตัวเรามีจริง เป็นจริง ทั้งที่ก็ประจักษ์ได้ว่า เราซึ่งเคยเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา ไม่ใช่คนๆ เดียวกัน ถึงคนในวัยหนุ่มวัยสาวอาจเด่นดัง ก็ยังไม่อาจให้ความเด่นดังนั้นมั่นคงอยู่โดยไม่เสื่อมคลาย แม้แต่วัยสดใสที่มีแต่จะล่วงไป ก็เพราะไม่อาจบังคับให้ช่วงวัยใดวัยหนึ่งอยู่กับเราตลอดไปได้
และเมื่อคิดว่าตัวตนเป็นจริง เราจึงสนองตัวตนนั้นทุกวิถีทาง คิดถึงตัวเอง ความสุขสบายของตัวเอง เห็นแก่ตัวขนาดล่วงละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นก็เป็นไปได้ ด้วยความคิดอันแปลกแยกนี้เอง จึงเป็นที่มาของปัญหาใหญ่ ต่อการทำร้ายผู้อื่น สังคมอื่น ประเทศอื่น โลกอื่น.. และสุดท้าย ก็กลับไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้โดยลำพัง ต้องย่อยยับและแตกสลายตกตามกันไป เพราะทำลายระบบความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของสิ่งทั้งมวลลงไปด้วยน้ำมือของตัวเอง คำสอนของทุกศาสนาที่สอนให้รักผู้อื่นประดุจตัวเองนั้น อาจเพราะมีที่มาจากสัจจะว่า การทำร้ายคนอื่นก็เท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเองทีเดียว เราล้วนมีสายใยผูกพันต่อกัน..

การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขนั้น หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่านี้เป็นเรื่องสำคัญ สัตว์เล็กไม่ใช่พึ่งสัตว์ใหญ่เพียงฝ่ายเดียว มนุษย์ก็เฉกเช่นกัน พึ่งพากันแม้ต่างชนชั้นฐานะ การดูถูกผู้อื่นก็เหมือนดูถูกตนเอง เบื้องหลังการสร้างบ้านหรือตึกรามสูงใหญ่อันเป็นสถานสำคัญ ไม่มีมหาเศรษฐีที่ไหนลงมาโบกปูนก่ออิฐ คนร่ำรวยที่รู้กฎข้อนี้ จึงให้ความสำคัญและขอบคุณลูกน้องของตน ต่อคนยากจนซึ่งเขาพึ่งพิง ใช่ว่าคนเหล่านั้นพึ่งเขาฝ่ายเดียวเมื่อไร ต่างจำเป็นต้องหยิบยื่นความช่วยเหลือต่อกัน

หลายคนที่มุ่งหวังแต่เงินทองชื่อเสียงและความสำเร็จของตนเอง จนลืมนึกถึงผู้อื่นไปโดยขาดสติ ไม่รู้แม้แต่ว่าความสำเร็จนั้นจะมีไปเพื่ออะไร? จึงไม่น่าแปลก หากคนประสบความสำเร็จในชีวิตเหล่านี้ แต่ไม่มีผู้ชื่นชมด้วย เขากลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว วัตถุมากมายซึ่งมีอย่างสุขสบาย บางครั้งไม่อาจสามารถยับยั้งการฆ่าตัวตายของเขาได้ เราทุกคนล้วนโหยหาความรัก แต่ความแปลกแยกกลับทำลายความรัก และสร้างความอ้างว้างขึ้น เพราะตัวตนที่เราต้องการมันมิใช่หรือ? ความรักอาจกินไม่ได้ก็จริง แต่มันทำให้มนุษย์อยู่ได้.. อยู่ได้แม้ท่ามกลางความตายเขาก็เป็นสุข ต่างจากความตายของคนที่ไม่มีความรัก ไม่มีใครให้รัก ไม่มีใครที่เขาต้องเสียสละให้..

มันคงยากที่จะบอกว่า ทุกคนล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าหากคนผู้นั้นไม่เคยสำรวจจิตใจ ว่า สุขแท้.. ขณะว่างเปล่าจากความเห็นแก่ตัวเป็นอย่างไร..
แม้ความรักตัวเองจะเวียนกลับมาหาเราเสมอ แต่เราก็ควรมีสติเพียงพอที่จะต่อสู้กับความเห็นแก่ตัว ไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่น จนวันหนึ่ง..เราจะสามารถค้นพบจิตใจเดิมของเราจริงๆ ได้ ว่ามันยิ่งใหญ่เพียงใด..



Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2548
Last Update : 23 มีนาคม 2548 17:57:01 น. 1 comments
Counter : 387 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านนะคะ


โดย: รักดี วันที่: 23 เมษายน 2548 เวลา:17:04:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

suparatta
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร..
..ท่านนาคารชุนะ..
วิภาษวิธี..เกริ่นนำ..ตอนจบ..

๐ สมุดเยี่ยมและบ่นได้..
**ทางลัด**
๐ สารบัญทักทาย(ทั้งหมด)
๐ ชวนคุย&ฟังเพลงปี48(ทั้งหมด)
๐ นอนดูจันทร์..(ส่วนตัว)

**log in หน่อยน่า..



Google.co.th
Friends' blogs
[Add suparatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.