สุภารัตถะ บล็อก
Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
8 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
วิภาษวิธีของท่านนาคารชุนะ (..เกริ่นนำ..)



...นั บ เ นื่ อ ง จ า ก การปฐมสังคายนา ในยุคพระเจ้าอชาตศัตรู โดยพระมหากัสสปะเป็นประธาน หลังพุทธปรินิพพานล่วงแล้วประมาณ 40 ปี

เข้าสู่ทุติยสังคายนา ในยุคพระเจ้ากาฬาโศก โดยพระสัมภูตสาณวาสีเป็นประธาน หลังพุทธปรินิพพานล่วงแล้วประมาณ 100 ปี (ทำให้แบ่งออกเป็น 2 นิกาย คือเถรวาทหรือสถีรวาท และมหาสังฆิกวาท ก่อนแตกออกเป็น 18 นิกายในภายหลัง)

จนถึงตติยสังคายนา ในยุคพระเจ้าอโศกมหาราช โดยพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระเป็นประธาน หลังพุทธปรินิพพานล่วงแล้วประมาณเกือบ 300 ปี (คือสองร้อยกว่าปี) ในคัมภีร์มหาวังสะ ให้ความสำคัญแก่พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ ในฐานะเป็นประธานสงฆ์ผู้ทำตติยสังคายนา แต่ในคัมภีร์อโศกอวทาน (อโศกาวทาน) ยกความสำคัญให้แก่พระอุปคุปต์ ในฐานะเป็นผู้ชักนำให้พระเจ้าอโศกเสด็จบูชาพุทธานุสสรณียสถาน (พระอุปคุปต์เป็นพระบรมโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาพุทธภูมิ ได้รับนิมนต์ให้ออกมาช่วยปราบมารที่จะมาทำลายพิธีฉลองพระบรมธาตุเจดีย์ของพระเจ้าอโศก (เอาไว้จะหาตำนานการปราบพญามารมาลงให้อ่าน บางคนอาจคุ้นกับชื่อของท่านและเคยได้รู้กันบ้างแล้ว (บ้างว่าท่านเป็นพระอชิตะหนุ่มซึ่งเหาะขึ้นไปรับบาตรของพระพุทธองค์สมัยยังทรงมีชีวิต ครั้งเมื่อพระน้านางถวายจีวรให้พระพุทธองค์แต่ไม่อาจรับไว้ได้ จำได้ลางๆ นะ เอาไว้มาว่ากันอีกที..))

...และความที่พระพุทธเจ้าดับขันธ์ปรินิพพาน ทำให้สงฆ์ทั้งหลายแตกเป็นหลายนิกาย แต่ละฝักฝ่ายไม่มีใครแก้ความคิดเห็นทางธรรมได้เป็นที่สุด ต่างถือทิฏฐิไปด้วยภูมิความรู้ของตนว่าใช่ แตกแยกไปตามความเชื่อ ซึ่งแต่ละลัทธิมีข้อปลีกย่อยทางธรรมซึ่งมีความคิดเห็นไม่เหมือนกัน

หลังตติยสังคายนาในสมัยพระเจ้าอโศก นิกายในพุทธศาสนาซึ่งแยกย่อยออกมาถึง 18 นิกายนั้น มี 4 สำนักใหญ่ๆ ที่ได้รับการยอมรับคือ 1.สถวิรวาทะ 2.สรวาสติวาทะ 3.มหาสังฆิกะ 4.สามมิตียะหรือวาตสีปุตรียะ
หรือแบ่งเป็นสองฝ่ายใหญ่ๆ คือ สถวิรวาทะ เป็นฝ่ายหินยานหรือเถรวาท มุ่งสูทางนิพพานโดยตรง และ มหาสังฆิกะ เป็นฝ่ายมหายาน มุ่งพุทธภูมิและการช่วยเหลือสรรพสัตว์

มหาสังฆิกะมีส่วนสำคัญในการเกิดขึ้นของมหายาน ซึ่งมาธยมิกะก็ถูกมองว่าเป็นมหายานสายหนึ่ง (ในแง่หลักการศูนยตาของสำนักนี้กบายเป็นพื้นฐานของสำนักมหายานทั้งหมด) แต่ถ้าจะยอมรับว่าแนวคิดของมหาสังฆิกะมีบทบาทต่อมาธยมิกะ ก็เป็นไปได้ในช่วงหลังๆ เป็นลักษณะการซึมซับแนวคิดบางอย่างอย่างค่อยเป็นค่อยไป (เช่นแนวคิดโพธิสัตว์หรือตรีกาย) กว่าจะวิวัฒนาการมาเป็นมหายานเต็มรูปแบบก็กินเวลามาอีกหลายร้อยปี หล่อหลอมให้มาธยมิกะเป็นส่วนหนึ่งของมหายานต่อมา ซึ่งไม่ได้มีอิทธิพลมากนักในช่วงเริ่ม

มาธยมิกะอาจไม่ได้เกิดขึ้น ถ้าสำนักพุทธอื่นๆ ปฏิเสธความมีอยู่ทั้งหลายของธรรม ปฏิเสธความจริงของบุคคล เห็นว่าบุคคลที่รวมของขันธ์ห้า ไม่มีอยู่จริง แต่ธรรมที่รองรับความเป็นบุคคล เช่น ธาตุ ขันธ์ อายตนะ จิต หรือนิพพาน กลับว่ามีอยู่ ลักษณะดังกล่าว เป็นประเด็นที่ภายหลังมหายานใช้โจมตีคำสอนพุทธฝ่ายดั้งเดิม เพราะสอนให้เห็นความว่างในบุคคล (ปุคคลศูนยตา) แต่ไม่สอนให้เห็นความว่างในธรรม (ธรรมศูนยตา)

การยอมรับโดยขาดความพิจารณารอบคอบ เป็นการเชื่อตามกันมาอย่างเหนียวแน่น โดยปราศจากการตั้งคำถาม ว่าเชื่อแล้วดีอย่างไร หลุดพ้นอย่างไร เข้ากับคำสอนของพระพุทธเจ้าได้หรือไม่ ท่านนาคารชุนะ คือบุคคลแรกๆ ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับคำสอนของพุทธศาสนาในยุคของท่าน เป้าหมายคือ ต้องการชี้ให้เห็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นกับการกับการอธิบายคำสอนของบางสำนักโดยเฉพาะสรวาสติวาทะและเสาตานติกะ โดยวิธีตั้งคำถามและค้นหาคำตอบนี้เรียกว่า “วิภาษวิธี”


......
แล้วจะมาต่อ..
**คิดถึง ปุชฉา-วิสัชนา หรือโกอานของเซนขึ้นมาทันใดนะ
**ศูนยตาในเซน จขบ.คิดว่า ต้องเกี่ยวข้องกันกับศูนยตาของท่านนาคารชุนะ เพราะเป็นสายมหายาน ซึ่งน่าจะมีรากเดียวกันที่มาจากฝ่ายมหาสังฆิกวาทที่แอบกำเนิดขึ้นลับๆ มาตั้งแต่ปฐมสังคายนา และมาแยกนิกายกันออกอย่างเด่นชัดในสังคายนาครั้งที่สองและสาม โดยฝ่ายมหาสังฆิกวาทหรือมหายานเน้นพุทธภูมิ ส่วนฝ่ายสถีรวาทหรือหินยานคงมีความเชื่อในข้อปลีกย่อยที่เห็นต่างกันไปซึ่งจะเน้นอรหันตภูมิเป็นหลัก
ง่ายๆ เลยก็คือ ท่านมหากัสสปะ องค์ประธานสงฆ์ในปฐมสังคายนา น่าจะมีผลต่อระบบทางความคิดสืบมาถึงการสังคายครั้งที่ 2 และ 3 ในฝ่ายมหาสังฆิกวาท เชื่อมมาจนถึงท่านนาคารชุนะ ซึ่งพัฒนามาในความเป็นมาธยมิกะ ก่อนจะกลายเป็นมหายานสมบูรณ์แบบ จนถึงช่วงที่อินเดียมีปัญหาเรื่องสงครามภายใน ท่านตักม้อจึงเดินทางไปจีนเพื่อเผยแพร่ศาสนา คาดว่าท่านอาจจะนำเอาวัชรปรัชญาปารมิตาสูตรเข้าไปเผยแพร่ด้วย หากไม่ใช่จากคัมภีร์ก็ต้องมาจากแนวคิดของท่านเอง และกลายมาเป็นศูนยตาสายเซนแบบจีนที่รุ่งเรืองมากในยุคท่านเว่ยหล่าง (แบบว่าอย่าเชื่อกันมาก จขบ.สันนิษฐานเอาตามความน่าจะเป็นไปได้)
***สรุปมาเหลือนิดเดียว แต่อ่านมาจากหนังสือ 3 เล่ม คือประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ของท่านเสถียรโพธินันทะ อโศกาวทาน เรียบเรียงโดยอาจารย์ ส.ศิวลักษณ์ และนาคารชุนะ ของคุณสุมาลี มหณรงค์ชัย.. ออกตัวว่าเอามาจากหนังสือ 3 เล่ม จะได้ไม่งงว่า ทำไมเขียนศัทพ์นิกายต่างๆ ไม่ยักจะเหมือนกัน


Create Date : 08 เมษายน 2549
Last Update : 20 กรกฎาคม 2551 13:22:44 น. 8 comments
Counter : 1078 Pageviews.

 


มาเยี่ยมบ้าน


โดย: Mr.Vop วันที่: 8 เมษายน 2549 เวลา:16:31:31 น.  

 
ในขณะที่อินเดีย และจีนไปถึงนิพพาน ทางกรีกโรมัน กลับไปได้แค่ยูโทเปีย เพราะความคิดไม่อาจเดินทางเข้าดินแดนปรมัตถ์ได้ นอกจากจะหยุดคิด
ถ้ามาต่อเรื่อง วิภาษวิธี น่าจะเห็นชัดขึ้น ถึงขอบข่ายความคิด ที่ถึงจุดหนึ่งจะกลายเป็นแค่ความขัดแย้งกันเองตลอดเวลา.. นั่นคือธรรมชาติขิงความคิด ซึ่งไม่อาจหลุดเข้าสู่ความว่างได้

เริ่มนึกถึงเรื่องความรักแล้วล่ะซิ ว่าทำไม ความรักจึงอธิบายไม่ได้ เพราะความรักนั่นก็คือธรรมชาติของจิต ที่เหนือความคิดนั่นเอง..


โดย: suparatta วันที่: 8 เมษายน 2549 เวลา:18:34:01 น.  

 




โดย: rebel วันที่: 13 เมษายน 2549 เวลา:14:14:05 น.  

 
ช่วงนี้หาลำไพ่อยู่จ๊ะ
แล้วจะมาต่อ วิภาษวีธี ...


โดย: สุภาฯ IP: 210.246.64.176 วันที่: 14 เมษายน 2549 เวลา:1:30:35 น.  

 
อ้าว หาลำไพ่อยู่ที่ไหนครับคุณสุภา


บล็อกสีสวยจังครับ พอดีไม่สบายแล้วทานยาไปดันนอนไม่หลับครับ เหงื่อแตกจนตัวเปียกเลย...เลยคิดว่ามานั่งอ่านบล็อกเพื่อนๆดีกว่า


ผมไม่ได้เข้ามานานเลยครับขอโทษด้วย มัวแต่ยุ่งๆเรื่องงานครับ ช่วงนนี้งานยุ่งมาก มีงานใหม่เข้ามาและมีงานล้กๆเข้ามาแทรกในช่วงเดียวกัน เลยค่อนข้างวุ่นถึงวุ่นมากที่สุดครับ แถมเรื่องที่แม่ถูกรถชนนั้นทางคุ่กรณีก้ยังตกลงกันม่ได้ สารวัตรที่รับเรื่องก็หนีไปบวช ไม่รู้อะไรจะซวยขนาดนั้นครับ เซ็งจริงๆ ผมเครียดจนไม่สบายไปเลยครับ


แหะๆ เข้ามาบ่น เดี๋ยวค่อยเข้ามาใหม่ครับคุณสุถา


สวัสดีปีใหม่ไทยย้อนหลังนะครับ ขอให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงครับ



โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 16 เมษายน 2549 เวลา:0:51:54 น.  

 
งานลักๆ ฝิ่นบริษัทตัวเองก็ได้เหรอ
หรือว่าแอบมีรัก???

สารวัตรถึงกับหนีไปบวช คงเป็นคดีที่ทำท่านคิดไม่ตกเป็นแน่แท้..

พ่อน้องโจยิ่งผอมๆ อยู่ แล้วจะเหลืออะไรเนี่ย.. พ่อหนุ่ม...


โดย: สุภาฯ IP: 210.246.64.58 วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:4:18:59 น.  

 
คุณสุภาฯ เหอๆๆ ขอบคุณครับที่แวะไปอวยพรวันเกิดที่บล็อก แหะๆ คุณสุภาฯพูดได้ตรงเด๊ะทุกอย่างเลยอะครับ ใช่เลย


ปล. ข้างบนนู้นพิมพ์ผิดน่ะครับ แหมๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:1:52:21 น.  

 
สวัสดี วันเลือก ส.ว. ค่ะ


โดย: rebel วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:7:20:16 น.  

suparatta
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร..
..ท่านนาคารชุนะ..
วิภาษวิธี..เกริ่นนำ..ตอนจบ..

๐ สมุดเยี่ยมและบ่นได้..
**ทางลัด**
๐ สารบัญทักทาย(ทั้งหมด)
๐ ชวนคุย&ฟังเพลงปี48(ทั้งหมด)
๐ นอนดูจันทร์..(ส่วนตัว)

**log in หน่อยน่า..



Google.co.th
Friends' blogs
[Add suparatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.