กันยายน 2552

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ว่าด้วยเรื่อง โยโย่ เอฟเฟค YOYO Effect
ลอง Serch คำว่า โยโย่เอฟเฟค ใน Google ดูนะคะ
พบว่ากว่า 80% เป็นเวปไซต์ขายยาลดความอ้วน
หรือ อาหารเสริมเพื่อควบคุมน้ำหนัก

ในฐานะที่เราแอบสิงอยู่ในห้องนี้มานานพอควร
เห็นกระทู้เกี่ยวกับการลดความอ้วนอยู่บ่อยครั้ง ตัวเองก็ใช่ว่าจะผอม
ถือว่าจัดอยู่ในพวกอวบระยะสุดท้าย หลายปีที่พยายามลดน้ำหนัก
ควบคุมมัน มันก็ประสบผลสำเร็จอยู่ในระยะเวลาสั้นๆ แต่โชคดีที่
ไม่เคยเกิดอาการที่เค้าเรียกกันว่าโยโย่เลยสักครั้ง

เอาล่ะค่ะ ตอนนี้จะขอทำความเข้าใจกับสาวๆแสนสวยให้ห้องนี้กันหน่อยนะคะ
ว่าอะไรคือโยโย่ เอฟเฟค เพราะหลายครั้งที่เจอกับหลายกระทู้ที่คิดว่า
ไอ้การที่จะเกิดโยโย่เนี่ย ต้องเกิดจากการที่เราทานยาลดความอ้วนเท่านั้น

การเกิดโยโย่เอฟเฟคนั้นสามารถเกิดกับการที่เราพยายามควบคุมอาหาร
เปลี่ยนชนิดอาหารได้ด้วยนะคะ ไม่ได้เกิดจากการทานยาลดความอ้วนได้เพียงอย่างเดียว

อันที่จริงแล้วมันคือสมดุลของร่างกายนั่นเอง

ร่างกายของคนเรามีความสลับซับซ้อนมากกว่า คอมพิวเตอร์เครื่องนึงซะอีก
ระบบการทำงานสามารถสั่งได้ด้วยกิจวัตรประจำวัน สมดุลเคมี ฮอร์โมนจาก
ต่อมไร้ท่อ ระบบประสาทส่วนกลาง และอื่นๆอีกมากมาย ^_^
ร่างกายคนเราอาศัยความเคยชินกับปริมาณอาหารและปริมาณแคลลอรี่
ที่ได้รับในแต่ละวัน รวมทั้งกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองในแต่ละวัน
กำหนดขนาดการเมตาบอลิซึ่ม (การเผาผลาญพลังงานนั่นเอง)

ซึ่งจะต้องทำงานควบคุมกับการผลิตฮอร์โมนบางตัวจากต่อมไร้ท่ออย่าง
ไทรอยด์ฮอร์โมน เพื่อควบคุมการเผาผลาญพลังงาน ความสมดุลของการกิน
การใช้พลังงานและระดับไทรอยด์ฮอร์โมนในคนปกติจะแตกต่างจากผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ
(มีสองแบบนะคะ คือทำงานมากไปกับน้อยไป ถ้ามากไปจะกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มมากเกินไป
จะผอม ใจสั่น เหนื่อยง่าย ถ้าน้อยไปจะอ้วนง่าย เฉื่อยชา หนาวง่าย เพราะเมตาบอลิซึ่มน้อยเกินไป)

การลดน้ำหนักโดนการลดปริมาณอาหารที่ทาน หรือเปลี่ยนชนิดอาหาร
เพื่อควบคุมแคลลอรี่ที่ได้รับให้แต่ละวัน เป็นวิธีที่นิยมและน่าจะไม่เป็นอันตราย
อย่างสูตร สามวันเจ็ดวันที่เห็นๆกันอยู่

มันก็เป็นวิธีที่ดีและถูกต้อง เช่น ปกติเราใช้พลังงานวันละ 800-1200 kcal
ถ้าเราทานอาหารวันละ 400 kcal เราก็จะสามารถดึงเราของเก่าที่สะสมใน
ร่างกายเราออกมาใช้ได้วันละ 400-600 kcal

แต่..... เมื่อเราลดปริมาณอาหารลงอย่างรวดเร็วอย่างนี้ติดต่อกันสักสามวัน
ร่างกายจะรับรู้ไปว่า ช้าน...กำลังจะอดตาย ช่วยด้วยยยยยยยย จะลดการเผา
ผลาญพลังงานลง จากวันละ 800-1200 kcal เป็น 400-600 kcal
เพื่อกักเก็บไอ้ที่เราสะสมไว้ให้มากที่สุด แหม...ก็กำลังจะอดตายนี่นา

ช่าย...แล้ว น้ำหนักก็จะลดลงในระยะแรกเร็วมากๆๆๆ อาทิตย์แรก 3 กิโล
อาทิตย์ที่สอง 3 กิโล อาทิตย์ที่สาม 2 กิโล อาทิตย์ที่สี่ 1 กิโล อาทิตย์ที่ 5
โอ้วววววว...ทำไมมันไม่ลงซักขีดฟร่ะ....

ฮ่วยยย เลิกๆๆๆๆๆ พอแระ 9 กิโลก็พอแระ

กลับมากินอย่างเดิม อาหารแบบเดิม ยัดเข้าไปวันละ 1200 kcal เหมือนเดิม
อ้าววว ก็พอดีไง ใช้วันละเท่านี้ก็กินเท่านี้ไง จริงมะ

แต่........ ร่างกายที่กำลังจะอดตายของเรากลับยังเผาผลาญวันละ 400 kcal
เท่านั้นเอง....หมายความว่าเราเหลือวันละ 800 kcal ที่เปลี่ยนเป็นไขมันไป
กักเก็บตามส่วนต่างๆเหมือนเดิม

จากที่ลดไป 9 กิโล ก็สามารถกลับมาเพิ่มอีก 15 กิโลได้อย่างง่ายดาย
โอ้ววว...แม่เจ้า ชั้นอ้วนกว่าตอนก่อนลดน้ำหนักอีกเหรอเนี่ย...... Y_Y

ยินดีต้อนรับเข้าสู่วังวนของ YOYO LAND ค่ะ ^_^


วิธีการลดน้ำหนักที่ได้ผลระยะยาวคือการควบคุมอาหารอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกับออกกำลังกายค่ะ เพื่อคงระดับการเมตาบอลิซึ่มให้พอดี
กับอาหารที่ทาน และกิจกรรมที่ทำ

อย่างสูตรต่างๆสามวันบ้าง เจ็ดวันบ้าง สิบห้าวันบ้าง เนี่ย....
ไม่ใช่ไม่ดีนะคะ ทำได้ค่ะ แถมลดเร็วด้วยเป้นกำลังใจให้คนลดความอ้วน
อย่างมากเลยค่ะ แต่หลังจากสูตรนั้นแล้วก็ขอให้ยังคงควบคุมปริมาณ
อาหารอย่างต่อเนื่องค่ะ เพื่อให้ร่างกายชินกับปริมาณอาหารที่ได้รับ
จนไม่เกิดอาการคิดว่าจะอดตายแล้ว จึงค่อยๆปรับมากินเท่าคนปกติค่ะ

แต่จะให้ดีนี่ต้องเปลี่ยนอุปนิสัยในการกินเลยค่ะ เพราะถ้าลดได้ 10 กิโล
แต่ยังกลับมาทานขาหมู พิซซ่าขอบชีส จังก์ฟู๊ดต่างๆ มันก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ

เราเคยลดได้ 10 กิโลภายในระยะเวลา 1 เดือน และสามารถคงน้ำหนักไว้ได้
ประมาณ 2 ปี....แต่ด้วยนิสัยการกิน การนอนที่แสนจะแย่ ก็ทำให้มันกลับมา
เท่าเดิมภายในปีเดียว ตอนนี้ที่ทำได้คือ พยายามไม่ให้มันมากไปกว่านี้ค่ะ

ยังไม่สามารถรวบรวมกำลังใจพอที่จะทำแบบเดิมอีกครั้งได้ หุหุหุ

ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลและความคิดของ จขบ. เองนะคะ
อยากให้เพื่อนสาวแสนสวย มาแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้กันบ้างค่ะ
อย่าคิดว่าสิ่งที่เราบอกเนี่ยถูกต้อง 100% นะคะ อาจจะมีผิดบ้าง
ยังไงก็ช่วยกันมาบอกข้อมูลกันบ้างนะคะ เผื่อจะมีกำลังใจลดน้ำหนักอีกครั้ง

อีกอย่างที่ห้ามลืม...คือ ระดับการเมตาบอลิซึ่มเนี่ย ยิ่งอายุมากก็จะยิ่งน้อยลงนะคะ






Create Date : 07 กันยายน 2552
Last Update : 7 กันยายน 2552 22:04:52 น.
Counter : 1764 Pageviews.

5 comments
  

น้ำตาลเขียนบล๊อกนี้ให้พี่เตยโดยเฉพาะรึป่าวเนี่ย

ที่ไปกินกันเมื่อวานตอนเย็น ยังอยู่กับพี่จนถึงตอนนี้เลยอ่ะ กินเข้าไปเยอะมากๆ
โดย: เตย (rain=lover ) วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:23:38:13 น.
  
5555

เปล่าหรอกค่ะพี่เตย....น้ำตาลเขียนไว้นานแล้วล่ะ แต่กลัวมันจะหายไป เลยเอามาลงบล็อคไว้ซะหน่อย......

ที่กินไปเมื่อวานของน้ำตาลก็ยังอยู่ค่ะ...อิอิอิ

อ้อ...ลองแต่งตาสีเสน่หาแล้ว...อยากดูไหม เดี๋ยวส่งให้ดู
โดย: bemynails วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:23:56:51 น.
  
เคยได้ยินแฟนเล่าแบบนี้เหมือนกัน
เพราะเค้าก็โยโย่ - -*
เดือนนึงลดมาเกือบ 10 โล แต่ตอนนี้ยังไม่ลงเลย 55+
โดย: That's m3 วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:11:31:54 น.
  
ตามมาดู เพราะพี่เคยโยโย่มาแล้ว...ขึ้นมาเกือ 10 โล

ตอนหลัง ๆเลยลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ก็ลงมาเรื่อย ๆคะ
โดย: nakawin วันที่: 8 กันยายน 2552 เวลา:13:51:51 น.
  
โยโย่เนี่ยยังไม่เคยนะ พุงโย้นี่เหมือนกันหรือเปล่าล่ะ

อยากจะลดหุ่นอยู่เหมือนกัน แต่ก็กลัวเรื่องนี้แหละ เลยไม่กล้าใช้ยา เลือกกินเอาดีกว่า (ข้าวมันไก่, ข้าวขาหมู ต่อด้วยสเว่นเซนท์อีกสักถ้วยก็ดีนะ)

สำคัญที่สุดคือ "ออกกำลังกาย" ไม่ค่อยได้ทำนะสิ แล้วเมื่อไหร่จะลดกันล่ะเนี่ย....กรรม
โดย: wannee2w วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:5:45:55 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



bemynails
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 69 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบช๊อปปิ้ง แต่งหน้า เพื่อความสุขเล็กน้อยๆของตัวเอง ในโลกการทำงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่
งานออกแบบเป็นชีวิต....ก็ขอออกแบบชีวิตประจำวันด้วยสีสันบ้าง....

เพราะผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ.... ^_^


ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลหรือชื่อ bemynails ในการนำไปอ้างอิงเพื่อขายสินค้าใดๆค่ะ


แอดเป็นเพื่อนกันใน facebook ได้ค่ะ

bemynails