กุมภาพันธ์ 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
ไหมละลาย.....เทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
พอดีช่วงนี้ได้ไปฟังการบรรยายถึงเทคโนโลยีใหม่ เพื่อความงามอย่าง
การร้อยไหมละลายเพื่อยกกระชับผิว ไม่ใช่แค่ผิวหน้านะคะ แต่สามารถทำได้ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การยกกระชับทรวงอก หน้าท้อง สะโพก แต่ที่กำลังเป็นที่นิยมก็คงจะเป็นการยกกระชับใบหน้าและลำคอค่ะ




การร้อยไหมละลายเพื่อยกกระชับผิวหน้า
(The Matrix Lift : An Absorable Thread Lift)

เป็นการร้อยไหมละลายชนิดพิเศษที่เรียกว่า PDO (Polydioxanone)
ไหมละลายชนิดนี้โดยปกติแล้วจะใช้ในการผ่าตัดเย็บเส้นเลือดหัวใจค่ะ เนื่องจากไหมมีขนาดที่เล็กมากและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับเนื้อเยื่อมากนัก และที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งไหมละลายชนิดนี้เพิ่งจะผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ของไทยมาหมาดๆ สำหรับการใช้ในการร้อยใต้ผิวเพื่อยกกระชับค่ะ

ไหมละลายชนิดนี้มาแทนที่การใช้ทองร้อยใต้ผิวค่ะ เพราะถึงทองจะเป็นธาตุเฉื่อยที่คนไม่ค่อยจะแพ้ แต่มันก็ยังมีคนที่แพ้ทองค่ะ ซึ่งการร้อยเส้นทองเข้าไปใต้ผิวมันจะคงอยู่ตลอดไปค่ะ ไม่มีวันละลาย เอาออกก็ไม่ได้ หากเกิดปัญหาแพ้ทองจนอักเสบบวมเป็นหนองจะทำการรักษาเพื่อแก้ไขได้ยาก ยิ่งถ้าร้อยหลายเส้นแทบจะไม่สามารถผ่าตัดเอาออกได้เลย แถมการร้อยเส้นทองยังทำให้ไม่สามารถทำ Laser หรือ Thermage ได้เพราะความร้อนอาจจะทำให้เส้นทองขาดได้ค่ะ

ไหมละลายจึงเป็นตัวทดแทนที่ดีในจุดนี้ เพราะมันจะคงอยู่เพียงชั่วคราวในระยะ 6 -8 เดือนเท่านั้น




ลักษณะของไหมละลายและเข็มขนาด 4 และ 7 เซนติเมตรค่ะ ปลายเข็มจะมีเส้นไหมเล็กยื่นออกมาปลายเป็นตะขอนะคะ ส่วนปลายเข็มอีกด้านจะเป็นเหมือนปีกผีเสื้อเพื่อให้คุณหมอสามารถจับได้สะดวกค่ะ







วิธีการทำงานของไหมละลาย....ทำไมถึงได้มีผลในการกระชับผิว??

ขั้นแรกเมื่อทำการร้อยไหมละลายเข้าไปใต้ผิวไปในทิศทางที่แพทย์ได้ออกแบบไว้ ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือการยกกระชับในระดับนึง (Lifting Effect) ซึ่งปัญหาความหย่อนคล้อยในแต่ละบุคคลไม่เหมือนกันค่ะ แพทย์จะทำการออกแบบในการร้อยเส้นไหมแตกต่างกันไปในแต่ละคน ทั้งในจำนวนและทิศทางการร้อยไหมค่ะ

ขั้นที่สอง เมื่อไหมอยู่ใต้ผิวเรา มันจะเป็นการสร้างแผลใต้ผิว ทำให้มีการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ล้อมรอบแกนไหม ซึ่งคอลลาเจนนี้จะทำหน้าที่เปรียบเสมือนอีลาสติกใต้ผิวหนัง และคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะยังคงอยู่ต่อไป แม้ว่าไหมละลายจะละลายไปหมดแล้วได้อีก 2 -3 ปี ผิวที่ทำการร้อยไหมก็จะยังคงยกกระชับต่อไปได้อีก

ผลพลอยได้จากการร้อยไหมละลายคือ Brightening Effect ค่ะ เนื่องจากการร้อยไหมละลายคือการสร้างบาดแผลใต้ผิวแบบนึง ซึ่งส่งผลให้มีการส่งเลือดขึ้นมาเลี้ยงที่ใบหน้ามากขึ้นเพื่อทำการรักษาแผลโดยอัตโนมัติ ทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น ดูกระจ่างใสขึ้น ฝ้าและกระอาจจะจางลง ในระยะ 4 - 5 เดือนหลังจากทำการร้อยไหมค่ะ.....แต่นี่เป็นเพียงผลพลอยได้นะคะ





ขั้นตอนของการร้อยไหมละลายเพื่อยกกระชับผิวหน้า


เริ่มด้วยการให้คนไข้แพ็คยาชาชนิดครีมบนใบหน้าประมาณ 20 - 30 นาที



หลังจากการแพ็คยาชาบนหน้าแล้วคุณหมอจะทำการเช็ดผิวหน้าด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ คล้ายๆกับตอนเวลาที่เราโดนเช็ดก่อนฉีดยานั่นแหละค่ะ




จากนั้นคุณหมอจะทำการฉีดยาชาเพิ่มในบริเวณที่ค่อนข้าง Sensitive และบริเวณที่คาดว่าน่าจะเจ็บหรือเสียวมากค่ะ




แล้วก็ทำการใช้เข็มขนาด 7 เซนติเมตร ร้อยไหมบริเวณกรามก่อนค่ะ วิธีการร้อยก็คล้ายๆกับการเนาผ้าค่ะ คือมีการแทงขึ้นแทงลงเป็นระยะๆ แล้วดึงเข็มออกเพื่อให้ไหมสอดร้อยอยู่ใต้ผิวหนัง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากค่ะ

สามารถดูวิธีการร้อยไหมได้จากคลิปเลยค่ะ








มาดูรูป Before & After กันเลยค่ะ หลังการทำสดๆร้อนๆ.....จะเห็นว่าบริเวณคางจะเห็นเหลี่ยมมุมชัดเจนขึ้น แต่บริเวณแก้มยังบวมอยู่เล็กน้อยค่ะ ซึ่งหลังจากนี้อีก 1 เดือน จะเห็นผลที่ชัดเจนขึ้นอีกค่ะ










ก่อนทำการร้อยไหม คุณหมอแนะนำว่า คนไข้ควรงดทานยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดช้าก่อนสัก 7-8 วันค่ะ เช่น Aspirin , Everning Primrose Oil, Fish Oil, Vitamin E เป็นต้นค่ะ.....เพื่อจะลดอาการเขียวช้ำหลังการทำค่ะ




หลังการทำการร้อยไหมละลายเพื่อยกกระชับผิว จะมีการบวมเล็กน้อย หรืออาจจะมีรอยเขียวช้ำบ้าง แต่ก็สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติค่ะ เพราะระหว่างการทำจะมีการประคบเย็นเป็นระยะอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากการทำประมาณ 1 เดือน คุณหมอจะทำการตรวจใบหน้าอีกครั้ง เพื่อเก็บตกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น อาจจะมีการร้อยไหมเพิ่มเติมให้ค่ะ





ข้อควรระวังหลังการร้อยไหม

1. สัปดาห์แรกหลังการร้อยไหม ควรสัมผัสหน้าเบาๆค่ะ เพราะอาจจะเกิดความรู้สึกเสียวแปล๊บได้

2. ภายใน 2 สัปดาห์แรก ห้ามทำเลเซอร์ ทรีตเมนต์ และนวดหน้าต่างๆ รวมทั้งการว่ายน้ำ และการเล่นโยคะด้วยค่ะ เพื่อป้องกันโอกาสที่เชื่อโรคจะแทรกเข้าสู่ใบหน้าได้ค่ะ

3. เมื่อร้อยไหมเสร็จผิวจะดูยกกระชับขึ้นเพียง 10% ซึ่งจะเห็นผลการยกกระชับเต็มที่ประมาณเดือนที่ 6 ค่ะ อย่าเพิ่งใจร้อน ^^









อาการแบบไหนกัน ที่ต้องการทำการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิว

1. คนที่อยากหน้าเรียว แต่มีแก้มยุ้ย....ทำแล้วจะเห็นผลชัดเจน

2. คนที่เริ่มมีร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก มุมปากตก คาง 2 ชั้น มีเหนียงห้อยลงมา คิ้วหรือหนังตาเริ่มตก มีริ้วรอยหางตาแต่ไม่อยากฉีด Botox

3. คนที่อยากเสริมจมูกแบบให้ปลายจมูกเชิดขึ้น สามารถทำร่วมกับการฉีด Filler ได้ด้วยค่ะ

4. คนที่หน้าอกหย่อนคล้อย หลังมีบุตร หรือจากเคยอ้วนมากแล้วผอมลง

5. คนที่เคยอ้วนมาก หรือ หลังตั้งครรภ์แล้วหน้าท้องหย่อนคล้อย ต้องการกระชับผิวหนังส่วนนั้น




การร้อยไหมละลาย ไม่ใช่ เพื่อการลดความอ้วนนะคะ

ขอขีดเส้นใต้........ตรงนี้เลยค่ะ.....ไม่ใช่เพื่อการลดความอ้วนค่ะ


แต่เป็นเพื่อการกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยหลังการลดความอ้วน หรือ วัยที่มากขึ้นค่ะ




หวังว่า เทคโนโลยีใหม่ที่นำมาเสนอให้อ่านกันนี้ คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ เผื่อใครมีปัญหา อยากแก้ไขโดยไม่ต้องผ่าตัด วิธีการนี้ก็น่าสนใจดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะทำการร้อยไหม ควรเช็คให้แน่ใจก่อนว่า คุณหมอที่จะทำให้นั้น มีความเชี่ยวชาญดีหรือเปล่า สถานที่ที่จะทำนั้นมีความสะอาดและปลอดภัยหรือเปล่า ไหมละลายที่จะใช้ร้อยนั้นได้มาตรฐานและปลอดภัยไหม ค่อยตัดสินใจทำนะคะ

อีกเรื่องที่อยากจะให้ทำก่อนการตัดสินใจ คือ การหา Second Opinion ค่ะ อาจจะจากคุณหมอที่เราตรวจสุขภาพประจำ หรือ คุณหมอผิวหนัง หรือ จะเป็นคุณหมอจากคลินิกอื่นๆก่อนการตัดสินใจทำค่ะ





ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก คุณหมออาร์ม





นายแพทย์ วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ MD

Followship in Dermatology & Laser Surgery, Harvard Medical School, USA
A member of American Academy of Anti-aging Medicine
A member of Dermatological Soceity of Thailand
Medical Director & Founder of Hertitude Clinic








Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2555 13:05:49 น.
Counter : 7137 Pageviews.

4 comments
  
ขอทำใจก่อนกดดูวิดีโอนนะจ๊ะ
โดย: ROBfan วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:34:49 น.
  
มันไม่ได้น่ากลัวมากค่ะพี่เคย์.....แค่หวาดเสียวนิดหน่อยค่ะ ^^
โดย: bemynails วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:45:23 น.
  
อย่างพวกถุงใต้ตา มันเก็บได้ด้วยไหมคะ
โดย: โสดในซอย วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:13:24 น.
  
เห็นคุณหมอว่าไม่ดีเท่ากับการฉีด Botox ค่ะ...^^

อย่างพวกรอยตีนกาเนี่ยสามารถทำได้แต่ไม่หายไป 100% เท่าการฉีด Botox อาจจะหายไปประมาณ 75% ซึ่งจะดูเป็นธรรมชาติกว่า ก็แล้วแต่คนชอบน่ะค่ะ

ยังไงก็ลองปรึกษาคุณหมอจะได้คำตอบที่ดีกว่าเรานะคะ ^^
โดย: bemynails วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:24:06 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



bemynails
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 69 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบช๊อปปิ้ง แต่งหน้า เพื่อความสุขเล็กน้อยๆของตัวเอง ในโลกการทำงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่
งานออกแบบเป็นชีวิต....ก็ขอออกแบบชีวิตประจำวันด้วยสีสันบ้าง....

เพราะผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ.... ^_^


ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลหรือชื่อ bemynails ในการนำไปอ้างอิงเพื่อขายสินค้าใดๆค่ะ


แอดเป็นเพื่อนกันใน facebook ได้ค่ะ

bemynails