กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
Intradermal Air Dissection @ AIC....เทคโนโลยีใหม่สำหรับลดเลือนรอยแผลเป็น หลุมสิว และรูขุมขนกว้าง
วันนี้จะมานำเสนอเทคโนโลยีใหม่สำหรับลดเลือนรอยแผลเป็น หลุมสิว

และรูขุมขนกว้าง รวมถึงริ้วรอยร่องลึกด้วยค่ะ


ที่ AIC ศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ ค่ะ

โดยคุณหมอ พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ




นวัตกรรมล่าสุดปี 2012 นี้มาจากเกาหลีค่ะ โดยเทรนด์ของศัลยกรรมในปีนี้

และปีหน้าเป็นแบบ Minimal Invasive Surgery หมายถึงการเปิดช่องแผลให้เล็กที่สุด

นวัตกรรมนี้น้ำตาลลองมาด้วยตัวเองแล้วค่ะ วันนี้ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์

ว่ามันเป็นอย่างไร.....และผลของมันจะเป็นอย่างไร ดีกว่าเดิมไหม ได้ผลไหม



******คำเตือน.....คอนเทนต์นี้อาจมีภาพน่าหวาดเสียวควรทำใจก่อนดู******

*****หากกลัวเลือด....ปิดไปเลยค่ะ ^^******




โดยสิ่งที่น้ำตาลทำนั้นไม่ได้มีแค่การเลาะผังผืดใต้ผิวด้วยแรงดันสูง

(Intradermal Air Dissection) แต่มีการทำอย่างอื่นประกอบด้วย อีก 3 ขั้นตอน

เรียกว่า Deep Scar & Static Line Treatment ค่ะ



มาดูกันค่ะ ว่าต้องทำอะไรบ้าง พนักงานจะเขียนคำสั่งคุณหมอแปะไว้หน้าห้อง

ว่าต้องทำอะไรกับน้ำตาลบ้าง เพื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่อง พนักงานเองก็จะได้เตรียม

อุปกรณ์ได้ถูกต้อง คุณหมอก็จะได้ไม่ลืมด้วยว่าต้องทำอะไร







มาดูสภาพผิวหน้าก่อนการทำค่ะ

หลังจากล้างเครื่องสำอางออกจนหมดแล้ว





จะเห็นร่องรอยหลุมสิว ผิวที่ไม่เรียบ และ รูขุมขนกว้าง จุดด่างดำเพียบ

ดูได้จากที่วงๆไว้นะคะ.....ว่าหลุมชัดๆมันเยอะมาก




จากนั้นพนักงานก็จัดการทายาชาทั่วหน้าค่ะ....ยาชาเร็วมาก

แถมปาดกันหนาเตอะแบบไม่กลัวเปลืองกันเลยทีเดียว





รอเวลาให้ยาชาทำงานค่ะ 45 นาที







ขั้นตอนแรก Intradermal Air Dissection


เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่า....Intradermal Air Dissection นี่มันมีหลักการอย่างไร?

หลักการก็คือ เลาะพังผืดที่ยึดเกาะผิวออกจากเนื้อเยื่อด้านล่าง

ผิวหนังส่วนนั้นก็จะยกตัวลอยขึ้นมา ในอดีตแพทย์ผิวหนังก็พยายามเลาะพังผืดแบบนี้เช่นกัน

โดยการใช้เข็มคมขนาดใหญ่เป็นตัวช่วยตัดพังผืดออก ที่เรียกว่าการทำ Subcision

หรือการตัดพังผืดหลุมสิว ซึ่งไม่ค่อยได้ผล เพราะเข็มเล็กทำได้ไม่ทั่วถึง

หรือถ้าใช้เข็มใหญ่มาตัดเลาะ ก็อาจสร้างพังผืดใหม่ขึ้นอีก



ส่วนใช้อุปกรณ์ Intradermal Air Dissector ซึ่งใช้ความเร็ว และความแรงของอากาศ

เป็นตัวเลาะพังผืด ผ่านเข็มขนาดที่เล็กมาก คือเบอร์ 31 G ทำให้มั่นใจได้ว่า

ไม่มีการทำลาย ผิวจนเกิดพังผืดเพิ่มขึ้น อีกทั้งชั้นผิวที่แยกออกก็เสมือนการบาดเจ็บ

และเกิดการกระตุ้นให้ซ่อมแซมตัวเอง และยิ่งหากมีการใช้น้ำเลี้ยงเซลต้นกำเนิดร่วมด้วย

ก็ยิ่งทำให้การแบ่งตัวสร้างเซลผิวใหม่ดียิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ

ทั้งแผลเป็น หลุมสิว ร่องติดลึก รอยแตกลายของผิว ค่อยๆหายไป และยังทำให้รูขุมขนเล็กลง




มาดูหน้าตาของเครื่อง Air Dissection กันค่ะ





พอหน้าชาได้ที่แล้วก็ได้เวลาลงเข็มค่ะ....เข็มมีขนาดเล็กจริงๆค่ะ

จิ้มลงไปแล้วก็จะได้ยินเสียงอัดอากาศ พร้อมๆกับรู้สึกว่า ผิวมัน...ปุ๊ด...ขึ้นมา

แต่ไม่เจ็บมากค่ะ เจ็บจิ๊ดๆพอรู้สึกว่าทำอะไรอยู่





ตรงไหนที่เป็นหลุมสิวติดก็จิ้มลงไป เป่าลม ผิวที่เป็นหลุมก็เด้งฟูขึ้นทันทีค่ะ

คือผังผืดที่ยึดไว้ถูกแยกออกแล้วค่ะ รอให้ผิวซ่อมสร้างตัวเอง หลุมก็จะค่อยๆตื้นขึ้น




ขั้นตอนที่ 2 Vitamin Injection


ขั้นตอนนี้เป็นการฉีดวิตามินจำพวก Co Q10 (Idebenone, the analog of CoQ10)

และ วิตามินกระตุ้นการสร้างเซลล์ ลงบนผิวหลายๆจุด





อย่าถามว่าเจ็บไหม.......ขอบอกเลยว่า.....มว๊าาากกกกกกกก

คุณหมอก็บอกค่ะว่า อันนี้เจ็บนะ เพราะตัวยามันแสบ







ขั้นตอนที่ 3 Stem Cell Stamping

หลักการก็ไม่มีอะไรค่ะ คล้ายๆ Dermaroll ตัวสแตมป์จะมีเข็มเล็กๆละเอียด

เต็มไปหมดค่ะ แล้วก็กดๆๆๆๆลงบนผิว พร้อมๆกับหยดน้ำเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิด

ลงไปด้วยค่ะ เหมือนการกดให้ Stem Cell ลงสู่ผิวชั้นในได้มากขึ้น

ผิวด้านบนจะแค่แดงๆ เดี๋ยวก็หายค่ะ





อันนี้ไม่เจ็บค่ะ รู้สึกเบาๆคล้ายๆเอาแปรงลวดกดหน้า นอนสบายๆเลยค่ะ






ขั้นตอนสุดท้าย....Cryo

เป็นเครื่องผลักด้วยประจุไฟฟ้า คล้ายๆกับไอออนโตค่ะ แต่ที่หัวเป็นโลหะ

ที่มีความเย็นถึง -15 องศา ขณะที่ถูวนกับใบหน้าก็จะหยด Hyaluronic Acid

ลงไปด้วยเพื่อให้ความชุ่มชิ้นแก่เซลล์ผิว ให้ผิวหายเร็วยิ่งขึ้นค่ะ



หน้าตาเจ้าเครื่อง Cryo เป็นแบบนี้ค่ะ




ตอนที่ทำจะเห็นว่าที่บวมและแดงจะยุบลงอย่างรวดเร็วค่ะ

ดูจากภาพด้านซ้ายที่ทำแล้ว กับด้านขวาที่ยังไม่ได้ทำค่ะ



มันช่วยให้เลือดหยุดไหลด้วยค่ะ.....สบายหน้ามากๆ

ยิ่งถูเร็วเท่าไหร่ยิ่งหายเจ็บเร็วค่ะ ถ้าเริ่มถูช้าจะเจ็บหนึบๆตอนถูค่ะ





มาดูคลิปกันดีกว่าค่ะ อธิบายด้วยตัวหนังสือมันไม่เข้าไส้เท่าดูของจริง

ต้องขอบคุณน้องวา "นังนู๋วา" ที่คอยช่วยถ่ายภาพและซักถาม

พร้อมเสียงกรีดร้องให้กำลังใจจากเพื่อนๆ.....5555+++











ตอนทำเสร็จใหม่ๆหน้าบวมมว๊าาาาากกกกกกก 555+++

บานเป็นกระด้งเลย






ก็รู้สึกนะคะว่ามันบวมแต่ก็ไม่คอดว่าจะบวมมาก....จนน้องวาเรียกมาถ่ายรูป

เอาแบบมุมเดิมด้วย เพื่อเปรียบเทียบว่า มันบวมกว่าเดิมแค่ไหน 555++






เห็นแล้วตกใจ.....o_O"




แต่ก็ไม่แคร์ค่ะ....กลับบ้านทั้งหน้าบานๆแบบนั้นแหละ 555++



คุณหมอให้ยาแก้อักเสบมากิน 3 วัน สั่งห้ามใช้สบู่ล้างหน้า ห้ามทาครีม

ห้ามแต่งหน้า 24 ชม. กลับมาถึงบ้านก็ใช้ Normal Saline หรือน้ำเกลือล้างแผล

ชุบสำลี Sterile เช็ดหน้าเอาค่ะ ยังไม่กล้าล้างหน้า ><"



ผ่านไป 3 ชม. หลังการทำ......





ก็ยังคงบวมมากอยู่ค่ะ แต่ก็ค่อยๆยุบลงนะคะ รอยแดงจางลงไปบ้างแล้ว






6 ชม. หลังการทำ.....




รอยแดงแทบจะหายเกือบหมดค่ะ ที่บวมๆก็ยุบลงจนเกือบจะปกติ

เหลืออีกสัก 20% ได้ที่ยังคงบวมอยู่



อีกอย่างที่เป็นแล้วกังวลใจคือ บริเวณโหนกแก้ม และรอบๆดวงตา

เวลาเอานิ้วกดเบาๆ มันจะมีเสียง ป๊อบ แป๊บ คล้ายๆ ข้างใต้ผิวเรามีอากาศ

เหมือนพลาสติกบั๊บเบิ้ลยังไง ยังงั้นเลยค่ะ

คุณหมอว่ามันเป็นเรื่องปกติค่ะ ครบ 24 ชม. มันก็จะหายไป


มันก็หายไปนะคะ ไม่ต้องกังวลไป ^^






เมื่อผ่านไปครบ 24 ชม.



รอยแดงหายไปหมดแล้วค่ะ.....ที่บวมก็ยุบหมดเรียบร้อย


คุณหมอว่าผิวเราแน่น หายเร็วดีมากๆ.....อย่างงี้ต้องซ้ำอีกรอบ 5555++





เดี๋ยวมาติดตามผล หลังจากการทำในบล็อกหน้านะคะ....^___^




ค่าใช้จ่ายในการทำต่อครั้งอยู่ที่ 30,000 บาทค่ะ



Create Date : 13 กันยายน 2555
Last Update : 30 ตุลาคม 2555 0:05:45 น.
Counter : 12397 Pageviews.

2 comments
  


Looks like it really really hurt na.

But for girls, the result is worth the pain isn't it?
โดย: ROBfan วันที่: 14 กันยายน 2555 เวลา:12:42:27 น.
  
It's not much pain ka. Less than Laser. ^^

Next content I'll show the result. I'm so happy with it ka.
โดย: bemynails วันที่: 14 กันยายน 2555 เวลา:12:47:02 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#16



bemynails
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 69 คน [?]



ผู้หญิงธรรมดาที่ชอบช๊อปปิ้ง แต่งหน้า เพื่อความสุขเล็กน้อยๆของตัวเอง ในโลกการทำงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่
งานออกแบบเป็นชีวิต....ก็ขอออกแบบชีวิตประจำวันด้วยสีสันบ้าง....

เพราะผู้หญิงก็ยังเป็นผู้หญิงวันยังค่ำ.... ^_^


ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลหรือชื่อ bemynails ในการนำไปอ้างอิงเพื่อขายสินค้าใดๆค่ะ


แอดเป็นเพื่อนกันใน facebook ได้ค่ะ

bemynails