Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
15 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
พรรักจากพระจันทร์ ๒





บทที่ ๒



ความรัก...ชื่อนั้น...ก็คือเธอ?





ร่วมห้าทุ่มที่เพื่อนๆ พากันทยอยกลับ เพราะบางคนก็มีครอบครัว แต่บางคนนั้นก็กำลังนัดกันไปฟังเพลงต่อ ซึ่งเวทิศปฏิเสธที่จะไปด้วย เพราะมีธุระจะต้องไปแต่เช้า

ชายหนุ่มเดินลงมายังที่จอดรถ ก็ยังเห็นว่ารถของแปรจันทร์ที่จอดอยู่ข้างๆ ยังอยู่ คิดสงสัยว่าเธอคงจะติดกลุ่มเพื่อนๆ ไปฟังเพลงต่อ ไลฟ์สไตล์ของเธออาจจะเป็นอย่างนั้น แต่การเข้าผับฟังเพลง เป็นสิ่งที่เขาหลีกเลี่ยงเพราะไม่ชอบ ดึกๆ เขาชอบทำงานเขียนหนังสือของเขามากกว่า ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่ค่อยออกบ้านตอนดึก

เวทิศขึ้นรถ สตาร์ทรถอยู่ครู่หนึ่ง ก็ต้องส่ายหัวออกมา เมื่อมันไม่ติด รถคันนี้ไม่ไช่ที่เขาใช้ประจำ แต่เป็นของคุณยาย ก็คิดว่าจะไปเปลี่ยนแบตให้ท่านอยู่หรอก แต่ก็ไม่ได้ไปสักที เมื่อครู่ตอนที่สตาร์ทไม่ค่อยจะติดตอนอยู่ไฟแดง ก็เล่นเอาเขาหงุดหงิด แต่ก็โชคดีที่มันทำหน้าที่จนมาถึงที่นี่ได้ แต่ตอนนี้เห็นทีจะต้องนั่งแท๊กซี่กลับ ชายหนุ่มถอนใจยาวออกมาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะเปิดประตูรถลงมา

“รถเสียหรือ ไปทางไหน ให้ไปส่งไหม?”

เสียงถาม ทำให้เขาต้องหันไปมอง แปรจันทร์ยืนอยู่ที่ข้างประตูคนขับรถของเธอ ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าเดินไปหา

“ไม่ไกล แต่ให้ผมขับเองนะ ขี้เกียจบอกทาง จะได้เร็ว”

ตอนที่ถาม แปรจันทร์ก็นึกว่าเขาจะปฏิเสธ แต่ในเมื่อพูดไปแล้ว แปรจันทร์ก็ต้องพยักหน้า ตอบรับ

“เอาสิ”

เธอยื่นกุญแจรถให้เขา แล้วก็อ้อมไปทางที่นั่งข้างคนขับ ยังไม่ทันจะได้ปิดประตู เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอปิดประตูรถ แล้วเปิดกระเป๋าเอาโทรศัพท์ออกมา

“ออกมาแล้วค่ะ เดี๋ยวก็กลับ ไม่ต้องรอนะคะ นอนหลับสบายไปเลยนะคะ”

เวทิศหันมาชำเลืองมอง แล้วสายตาก็เบนไปที่ถนน คำถามวาบเข้ามาในใจ

เธอพูดโทรศัพท์กับใคร แฟน สามี? นอนเลยไม่ต้องรอ เธอแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ

ออกมาจากร้านอาหารยังไม่ถึงสิบนาที ฝนก็เทลงมา แต่แปรจันทร์ก็ยังไม่วิตกชวนคุยว่า

“บ้านอยู่แถวไหน?”

“ข้างหน้า”

แปรจันทร์หัวเราะคิกออกมา

“ถามจริง จงใจจะตอบกันกวนๆ แบบนี้ หรือว่านิสัยเป็นอย่างนี้เอง แล้วจะคุยกันแบบนี้ตลอดไปหรือเปล่า ฉันพยายามจะคุยตั้งแต่อยู่ในห้องแล้วนะ”

“คุยกับผมไม่ต้องพยายาม แค่ทำตัวเป็นธรรมชาติก็พอ”

คำพูดของเขาทำให้แปรจันทร์อึ้ง นึกฉุนนิดๆ [b] เขาหาว่าเธอเสแสร้งหรือ [/b]

“และบ้านก็อยู่ข้างหน้าจริงๆ ไม่ได้กวน”

เขาพูดตามมาอีก แต่คราวนี้แปรจันทร์เงียบ อยากได้แบบธรรมชาติก็อย่างนี้ล่ะ เวทิศชำเลืองมองท่าทางกอดอกเงียบของเธอ แล้วก็ถามขึ้นเฉยว่า

“แต่งงานแล้วยัง?”

คำถามดุ่ยๆ นี้ทำเอาแปรจันทร์ถึงกับหันไปมอง แต่ก็เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเขา เธอยังไม่ตอบเขาก็พูดต่อมาว่า

“เห็นไหม ถ้าให้ผมเป็นคนชวนคุย มันก็คงไม่ถูกหูคุณแน่ แต่เสียงคุณเพราะนะ ผมชอบฟัง ดังนั้นพูดไปเรื่อยๆ เลย แม้ผมจะไม่ตอบแต่ให้รู้ว่าฟังอยู่”

“คุณเล่นพูด เล่นถามอย่างนี้ ฉันคุยไม่ออกเลย”

“รู้แล้วยังว่าคิดผิด ที่คิดจะไปส่งผม ต่อให้ไล่ลงรถผมก็ไม่ลงนะ เพราะเป็นคนขับ อีกอย่างฝนตกอย่างนี้ผมกลัวเป็นหวัด”

“ลงตัดสินใจทำอะไร ฉันไม่เคยว่า ตัวเองคิดผิดหรอก”

“งั้นถ้าคุณต้องกลับดึกนี่ คงโทษผม”

“ใช่”

“ไม่เป็นไร โทษมาเถอะ แม้แต่ฝนที่ตกหนักอย่างนี้ ก็โทษผมได้” เวทิศตอบสบายๆ ผิดกับใบหน้าที่เรียบเฉย

ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา โชคดีที่ดึกและรถไม่เยอะ แต่กระนั้นเมื่อมองนาฬิกา แปรจันทร์ก็ชักกังวลเพราะปาไปหกทุ่มกว่าแล้ว เธอชำเลืองไปทางเขา ก็เห็นตั้งอกตั้งใจมองทางข้างหน้า ซึ่งตอนนี้เธอไม่ได้ห่วงว่ามันดึกแล้ว เพราะกังวลกับฝนที่ตกหนัก ม่านฝนหนาเสียจนเธออยากจะบอกให้เขาจอดหลบเข้าข้างทาง แต่เวทิศก็ขับรถอย่างช้าๆ และระมัดระวัง ราวกับว่า การคืบหน้าไปทีละนิดสำหรับเขา มันดีกว่าที่จะจอดอยู่ข้างทาง เวลาผ่านไปฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แต่แล้วเวทิศก็เลี้ยวรถเข้าไปในซอย แปรจันทร์รู้สึกเหมือนรถจะขับลุยเข้าไปในน้ำท่วมขัง แต่ผ่านไปไม่เท่าไหร่ เวทิศก็จอดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่งถามว่า

“ฝนตกหนัก เข้าไปในบ้านก่อนไหม ไว้ฝนซาค่อยกลับ ผมอยู่กับคุณนายลินลี่ ไม่มีอะไรต้องกังวล” เวทิศบอก

แปรจันทร์นิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้า เพราะคิดว่า ตกหนักจนมองไม่เห็นทางอย่างนี้ ออกไปที่ถนนก็คงจะต้องหลบเข้าข้างทางอยู่ดี สู้นั่งสบายๆ อยู่ในบ้านดีกว่า อย่างมากก็ไม่น่าจะเกินชั่วโมง และที่สำคัญเพราะฝนตกเธอก็เลยยังไม่รู้เลยว่า บ้านเขาอยู่ส่วนไหน หากมะงุมมะงาหราออกไปฝนตกๆ อย่างนี้ ก็แย่เท่านั้นเอง

เวทิศเป็นฝ่ายลงเปียกฝนไปเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน กลับเข้ามาอีกครั้ง เขาก็เปียกโชกทั้งตัว ชายหนุ่มขับรถ เข้าไปในเขตบ้าน แต่ก็วิ่งเลยตึกใหญ่ไปยังบ้านหลังเล็ก ที่อยู่ไม่ห่าง

ชายหนุ่มจอดรถจนชิดประตูหน้า ที่มีระเบียงออกมาเล็กน้อย

“ระวังลื่นนะ” เขาเตือนเธอก่อนที่จะลงจากรถ

แปรจันทร์ลงจากรถ ตามเขาไปยืนชิดอยู่หลังเวทิศที่กำลังเปิดประตูบ้าน พอเปิดได้เขาก็หันมาบอกว่า

“เข้ามาสิ”

หญิงสาวเดินตามเข้าไป แต่พอเวทิศเปิดไฟ เธอก็ต้องกรีดออกมาถอยไปเกาะหลังเขาทันที เมื่อร่างสีดำๆ เห่าขึ้นมาแล้วกระโจนเข้าใส่

“คุณนายลินลี่ อย่า” เวทิศตะโกนห้าม ก่อนจะหันมาบอกเธอว่า

“มันไม่กัดหรอก”

“ฉันไม่ชอบหมา” เธอตวาดเสียงดัง

“ถ้ากลัว ผมจะจับมันเอาไว้ คุณเดินไปนั่งรอที่โซฟาโน่นแล้วกัน มันไม่กล้าไปตรงนั้นหรอก ผมฝึกเอาไว้แล้ว”

แปรจันทร์ เดินไปที่โซฟาอย่างไม่เชื่อใจนัก แต่เมื่อไปนั่งแล้ว ก็เห็นเวทิศคุกเข่ากอดเจ้าหมาน่ากลัวนั่น พูดอะไรบางอย่างกับมันเบาๆ เจ้านั่นก็ครางกระดิกหางหงิงๆ ก่อนจะเดินไปนอนหมอบ ในที่ที่เธอเพิ่งสังเกตว่ามีเบาะรองพื้นอยู่ หันหน้ามาทางเธอ ให้ตายเถอะสายตามันมองเธอด้วย แต่เมื่อครู่นี่ เขาเรียกมันว่า คุณนายลิลลี่หรือ แย่ละสิ เธอก็นึกว่าคน ที่แท้เขาหมายถึงหมา

“เดี๋ยวผมหาผ้ามาให้คุณเช็ดตัว เปียกอย่างนั้นเดี๋ยวจะเป็นหวัด”

เวทิศ เดินเข้าไปในห้อง สักครู่ก็ยื่นผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ ให้เธอ ก่อนที่จะย้อนกลับเข้าห้องไปอีก แปรจันทร์รับผ้ามาเช็ดผม แล้วตามร่างกาย สายตาก็มองไปทั่วๆ เป็นเรือนหลังเล็ก ที่มีเพียงโซฟา และโต๊ะทำงานตั้งเด่นอยู่ มีตู้เย็นเล็กๆ อยู่ นอกนั้นก็คือชั้นหนังสือเต็มเอียด เห็นอย่างนี้แล้ว ก็ทำเอาเธอคิดไปถึงห้องทำงานของพ่อ

...ท่าทาง เป็นคนช่างอ่าน เหมือนกัน

แล้วสายตาของเธอ ก็มาสบกับคุณนายลินลี่อีกครั้ง มันมองเธอเสียจน แปรจันทร์ที่ตอนแรกกลัวแต่ตอนนี้กลับนึกขำ

“บ้านฉันก็มีย่ะ ไอ้พวกหนังสืออย่างนี้ไม่ขโมยหรอก” เธอส่งกระแสจิตบอกมัน แล้วก็นึกขำตัวเอง เมื่อคิดไปว่า เจ้าหมาคุณนายลิลลี่นั้นส่งค้อนให้เธอ

เวทิศออกมาอีกครั้ง ท่าทางของเขาผ่อนคลายสบายขึ้นเพราะเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว

“กาแฟไหม?”

เขาถามแต่ก็ไม่ได้รอคำตอบ เมื่อเดินไปที่โต๊ะเล็กข้างๆ ตู้เย็น เสียบปลั๊กต้มน้ำ แล้วก็เดินย้อนกลับมานั่งตรงข้ามเธอพูดว่า

“รอน้ำเดือดเดี๋ยวนะ”

“ฉันขอเข้าห้องน้ำได้ไหม?”

เวทิศอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะบอกว่า “อยู่ในห้องผม”

แปรจันทร์หยิบกระเป๋าแล้วลุกขึ้นไม่มีท่าทีขัดเขินแม้แต่น้อย เปิดประตูเข้าไปเธอก็ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ สายตาสอดส่ายหาห้องน้ำในทันที นั่งอยู่ในรถ ฝนตกๆ ดื่มมาไม่น้อย ถ้าไม่อยากปล่อย ก็แย่แล้ว แต่พอออกมา
จากห้องน้ำ เธอก็เห็นเวทิศยืนอยู่ประตูที่เปิดกว้างเอาไว้

“รับรองว่า ไม่ได้ขโมยอะไรหรอกน่า”

“ชงกาแฟให้แล้ว”

“ฝนซา แล้วยัง” แปรจันทร์ถาม เดินผ่านเขาออกมา มองไปยังโต๊ะกลางที่โซฟา ก็เห็นกาแฟสองถ้วยตั้งอยู่ แต่เธอเดินไปที่หน้าต่าง เป่าลมออกจากปากเล็กน้อย เมื่อฝนไม่ได้มีทีท่าว่าจะเบาบางลงกว่าเดิม และเธอถึงกลับสะดุ้งเมื่อมีเสียงเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา

หญิงสาวเดินไปนั่งที่เดิม ปกติเธอนั้นไม่ได้กลัวนักหรอก แต่ไม่ได้ชอบ และตอนนี้ก็เริ่มกังวลใจเพราะนาฬิกากุ๊กกูที่แขวนไว้ผนังห้อง เจ้านกมันโผล่อออกมาร้อง ทำให้เธอเห็นว่าเวลาล่วงเข้ามาถึงตีหนึ่งแล้ว

ทั้งคู่นั่งเงียบๆ เหมือนไม่มีอะไรจะคุย ดื่มกาแฟหมดไปแล้ว เวทิศก็หาวขึ้นมาสองสามครั้ง เดินไปที่หน้าต่างก็หลายหน เพื่อมองออกไปข้างนอก ก่อนจะย้อนกลับมาบอกว่า

“ยังตกหนักอยู่เลย กาแฟอีกไหม”

แปรจันทร์สั่นหน้า บอกว่า

“ฉันจะนอนสักงีบดีกว่า ฝนหยุดก็ปลุกแล้วกัน”

“ไปที่เก้าอี้โน่นน่าจะสบายกว่า” เวทิศบอกพลางเพยิดหน้าไปที่เก้าอี้โยก ที่อยู่ใกล้หน้าต่าง

“ไม่เอา ฉันไม่ชอบฟ้าแลบ”

“เดี๋ยวเลื่อนเข้ามาให้”
เวทิศบอกแล้ว เดินไปย้ายเก้าอี้นอนตัวนั้น เข้ามาให้ แปรจันทร์คิดว่าคงจะนั่งสบายขึ้นหรอก หากว่ากระโปรงของจะไม่สั้นอย่างนี้ หญิงสาวใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กคลุมหน้าตักตัวเอง แล้วหลับตา เพียงครู่หนึ่ง ก็รู้สึกเหมือนเวทิศจะเอาผ้าห่มผืนบางๆ มาคลุมยื่นให้โดยไม่พูดอะไร

“อย่าลืมปลุกนะ มีนัดกับแม่” เธอไม่วายสั่งเขา แทนคำขอบคุณ

เวทิศไม่ตอบ เขาเดินไปที่โต๊ะทำงาน เปิดโน๊ตบุ้คขึ้นมา การอยู่ดึกๆ นอนไม่เป็นเวลา สำหรับเขาแล้วมันก็เป็นเรื่องปกติ ตีสองตีสามก็เคยลุกขึ้นมาเขียนหนังสืออยู่บ้าง จึงคิดที่จะทำงานต่อ

แต่สมาธิเขาก็ไปได้ไม่ถึงไหน เมื่อสายตาเวียนมาที่ร่างของแปรจันทร์...จะเป็นแปรจันทร์คนเดียวกันหรือเปล่า คนเราชื่อซ้ำกันตั้งมากมาย หากใช่ ก็บังเอิญเสียจริงๆ

หรือว่า มันจะบังเอิญได้ถึงเพียงนี้ บังเอิญแรกของเขา ก็มีในคืนหนึ่งที่คิดจะโทรไปหาเพื่อน แต่ดันกดเอาเบอร์ใครก็ไม่รู้ ชื่อแปรจันทร์เสียด้วย เล่นเอาเขาวางหูแทบไม่ทัน

เขาไม่ค่อยจะเชื่อในเรื่องของดวง หรือชะตาฟ้าลิขิต แต่ก็ไม่คิดต่อต้าน ถือว่าหากไม่เชื่อก็เฉยเสีย ไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์อะไร โดยเฉพาะเรื่องเนื้อคู่ ไม่ว่าป้าพิมพ์วลีจะบอกยังไง เขาก็แค่พยักหน้ารับ

แต่ถ้าจะถามเขาตอนนี้ เวทิศบอกไม่ถูกเหมือนกันละว่า ทำไมเขาอยากให้ ความบังเอิญนี้ คือผู้หญิงที่อยู่ต่อหน้าเขาตรงนี้...แต่มันคงยาก เพราะท่าทางเธอ ไม่ใช่คนที่จะยอมรับการคลุมถุงชนง่ายๆ แน่

และที่สำคัญ พรุ่งนี้ เขาก็จะเจอกับแปรจันทร์ คู่หมายที่เขาไม่เคยเห็นหน้านั้นแล้ว







Create Date : 15 มกราคม 2555
Last Update : 15 มกราคม 2555 19:49:19 น. 4 comments
Counter : 991 Pageviews.

 
ตอนแรก นึกว่าคุณนายลินลี่ เป็นคนที่บ้านเสียอีก..ดังเป็นน้องหมาเสียนี่..

ปล.สงสัยจะเป็นน้องหมาตัวเมียด้วยแน่ๆ ^^
แอบหึงนะ คุณแปรจันทร์ เจ้านายของเค้า
เค้ารัก เค้าหวง จะบอกให้
บ็อก บ็อก


โดย: นายยีราฟน้อย วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:15:32:40 น.  

 
เวทิศน่ารักจัง เฮือกกก อ่านไปหน่อยคร่าวๆ ค่ะ ไว้ตามอ่านละเอียดอีกที

โอ๊ยยย อยากเขียนนิยายสุดๆๆๆ


โดย: พรายทราย วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:18:51:58 น.  

 
กำลังสงสัยอยู่เชียว ว่าคุณนายลิลลี่จะเป็นตัวอะไร (ทีแรกนึกว่านกแก้ว อิๆๆ)

พรุ่งนี้เจอกันอีกที มีหวังเวทิศดีใจแย่เลย


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 19 มกราคม 2555 เวลา:2:23:52 น.  

 
ชอบเวทิศ บุคลิกจะเหมือนคุณรบมั้ยนะ
ลุ้นค่ะลุ้น


โดย: กระแสธารา IP: 223.207.130.230 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:24:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตันตราวี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




ทำไมต้อง "หนึ่งลิปดา"

การค้นหาหรือจะตั้งชื่อนามปากกา
ให้ถูกใจเราเองนั้น...ยาก
เพราะไม่เพียงคิดชื่อ
แต่มันต้องให้สอดคล้อง
ไปกับธีมของสิ่งที่เราอยากจะเขียนด้วย ^--^

แล้วถ้าหากจะเขียนในสิ่งที่เรียกว่า
"ความรัก ความหลัง ความโรแมนติก
การทะเลาะ การงอนง้อ ความเข้าใจ
ความทรงจำอันอบอุ่น เพื่อน มิตรภาพ ฯลฯ "

ชื่อ "หนึ่งลิปดา" จึงผุดขึ้นมา อย่างชอบใจเลย ^--^

จากฟีลิปดา


ลายปากกา
 
Art Prints

New Comments
Friends' blogs
[Add ตันตราวี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.