Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
29 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
พรรักจากพระจันทร์ ๕






บทที่ ๕



ความรัก...ก็ใช่ว่า...มันจะจับคู่ไม่ได้



เวทิศมองดอกเตอร์ไวกูณฑ์ที่โบกมือให้ก่อนจะกอดเอวดาวประกายที่เดินไปหาแล้วพาไปที่รถ ทั้งคู่จะออกไปข้างนอก ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้ว และก็รู้มากขึ้นในสิ่งที่ได้ยินดาวประกายพูดกับแปรจันทร์เมื่อครู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ก็ได้ยินเอง...แปรจันทร์หลงรักไวกูณฑ์อย่างนั้นหรือ?

คำถามนี้ผุดขึ้นมา แต่เขาไม่อยากจะหาคำตอบด้วยตัวเอง ใบหน้าเขาเรียบเฉยเมื่อยื่นกระเป๋าให้แปรจันทร์ แล้วก็นั่งลงเก้าอี้ที่ดาวประกายลุกไปหมาดๆ คุณนายลินลี่ก็มาหมอบอยู่ข้างๆ

แปรจันทร์รับกระเป๋ามาเปิด หยิบเอาโทรศัพท์ออกมา แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่ไม่มีสายไหนเรียกเข้า เธอยิ้มให้เวทิศพูดขึ้นว่า

“ความจริงฉันแปลกใจนะที่เห็นคุณที่นี่”

“ผมก็แปลกใจ ที่เห็นคุณ”

“แต่ดาวประกาย บอกฉันแล้วว่าคุณเป็นลูกพี่ลูกน้องกับดอกเตอร์ไวกูณฑ์ แล้วคุณเป็นหลานป้าพิมพ์วลีจริงๆ หรือเปล่า?” แปรจันทร์ ถามตรงๆ ตามนิสัยที่ไม่ค่อยจะยืดเยื้อให้ตัวเองข้องใจ

“ทำไม?”

“คือฉันสงสัยว่า ป้าพิมพ์ยังมีหลานชายที่ไหนอีกหรือเปล่า นอกจากคุณกับดอกเตอร์แล้ว”

“อยากรู้ไปทำไม?”

แปรจันทร์มองเขา มีความรู้สึกเหมือนเวทิศไม่ค่อยอยากจะคุย แต่เธอก็พูดออกมาตรงๆ ว่า

“ก็บังเอิญว่า แม่ของฉันกับป้าพิมพ์วลีเป็นเพื่อนกัน และท่านทั้งสองก็มีความคิดที่จะจับคู่ฉันกับหลานชายท่านให้แต่งงานกันเพราะดวงนะสิ ฉันเลยอยากรู้ว่า คู่หมายของฉันน่ะจะมีหน้าตาอย่างไร เป็นใคร แต่ช่างเถอะ ฉันเข้าบ้านดีกว่า”

เธอตัดบท แล้วก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้าน รู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีเฉยๆ ของเวทิศ เธอก็ไม่ได้หวังให้เขามาแสดงอาการยินดีหรอก แต่เจอคนเนือยๆ เฉยๆ มันก็ทำเอาเซ็งไปเหมือนกัน

เวทิศมองเรียวขาที่ผ่านพ้นเสื้อเชิ้ต ออกมาด้วยสายตาครุ่นคิด เขาก็เป็นผู้ชาย เห็นผู้หญิงสวยขาสวย ถ้าไม่มองก็บ้าแล้ว ที่เธอถาม เธอก็คงสงสัย เหมือนกับที่เขาสงสัย แต่สัญชาตญาณของเขาตอนนี้ ก็แทบจะแน่ใจไปแล้วว่า เธอคือ แปรจันทร์ ที่ป้าพิมพ์หมายถึง และมันทำให้เขา ไม่พอใจ...ใช่ เขาไม่พอใจ ไม่ชอบใจ ต่อคำพูดที่ได้ยินจากดาวประกาย...แปรจันทร์หลงรักไวกูณฑ์มานานแล้วอย่างนั้นหรือ?

แปรจันทร์เม้มปากน้อยๆ เมื่อเดินเข้าบ้าน เธอเดินตรงไปที่เครื่องซักผ้า เพราะคิดว่ามันน่าจะเสร็จแล้ว พร้อมกับคิดไปว่า หากเวทิศคือคนที่ใช่ ก็แสดงว่า เขารู้มาตลอดว่าเธอเป็นใคร แต่ไม่ยอมพูดอะไรออกมา บางทีเขาอาจจะไม่พอใจเหมือนกับเธอในเรื่องนี้ แต่หรือว่าจะไม่ใช่ เธอก็อยากจะคุยกับเขาตรงๆ ละนะ แต่ท่าทีของเขานี่สิ เหมือนจะคุ้มดีคุ้มร้าย จับอารมณ์ไม่ถูก บทจะพูดก็พูด บทจะไม่พูด ก็เหมือนคนอารมณ์บูดเอาง่ายๆ

หญิงสาว มองหาที่ตากผ้าก็เห็นมีอยู่ที่หลังบ้าน เลยเปิดเอากระโปรง และชุดชั้นในเครื่องซักไปตาก แต่พอจะย้อนกลับเข้าห้อง คุณนายลินลี่ก็มายืนขวางอยู่ที่ประตู แปรจันทร์ลองทำใจกล้า จะเดินผ่าน มันก็แยกเขี้ยวใส่

“อะไร จะกันนักกันหนานะ เจ้าหมาตัวนี้นี่ ถอยไปเจ้าดำ”

“มันชื่อ คุณนายลินลี่” เสียงเวทิศลอยมา

“คุณก็มาเอามันไปไม่ได้หรือ มันขวางทางฉัน”

“มันคงจะคิดว่าบ้านนี้เป็นของมัน มากกว่าของคุณนะ” เวทิศพูดพร้อมเดินเข้ามา

“งั้นเจ้าของมันก็สอนไม่ดีสิ ไม่รู้ธรรมเนียมไทย ว่าฉันเป็นแขกมาเยือน จะมาขู่อยู่ทำไม”

“ก็ธรรมชาติของมันเป็นอย่างนี้ คุณน่ะกลัวไปเอง โทษนั่นโทษนี่”

“ก็รู้ว่า ฉันกลัวคุณก็น่าจะเก็บๆ เอาไว้หน่อยสิ”

“ผมอยากให้มันคุ้นกับคุณ” เวทิศพูดสบตาเธอตรงๆ “เพราะบางทีเราอาจจะต้องเจอกันบ่อยกว่าที่คิด”

“แต่ฉันว่า...”

“เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า”

เวทิศตัดบท แล้วเดินไปก่อน โดยมีคุณนายลินลี่ตามไปติดๆ แปรจันทร์ก็เลยเดินตามไปบ้าง แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้เวทิศในทางตรงข้ามกับคุณนายลินลี่ จู่ๆ มันก็หันมาเห่าโฮ่ง กระโดดเข้าหาแปรจันทร์ หญิงสาวร้องกรี๊ด วิ่งมาดักหน้าเวทิศ จับตัวเขาเอาไว้เป็นกันชนคุณนายลินลี่เป็นพัลวัน

“คุณจับมันไว้สิ มันจะกัดฉัน”

เวทิศก็พยายามจะห้ามและจะจับคุณนายลินลี่เอาไว้ แต่แปรจันทร์ก็มาเกาะเขาเสียแน่น ขวางทางอยู่ ทั้งเสียงหมาเห่าทั้งเสียงแปรจันทร์ ดังเซ็งแซ่อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เวทิศ ตัดสินใจกอดยกตัวแปรจันทร์ไปวางที่โซฟา

“นั่งอยู่นี่”

เขาสั่ง ก่อนจะหันไปทางคุณนายลินลี่ ดึงปลอกคอมันให้ออกไปข้างนอก แล้วมานั่งถอนหายใจแรงๆ อยู่ต่อหน้าเธอ

“คุณได้พามันไปฉีดยาหรือเปล่า” แปรจันทร์ถามอย่างกังวล

เวทิศขมวดคิ้ว อยากจะซัดกลับแรงๆ แต่พอเห็นหน้าซีดๆ ตาชื้นของเธอเข้า ก็เลยนิ่งอึ้งไป เพราะมันแสดงว่า แปรจันทร์กลัวจริงๆ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับรอยขีดแดงประมาณสี่ห้านิ้วที่หน้าขาอ่อนของเธอ ที่โผล่พ้นชายเสื้อเชิ้ตของเขาออกมา

“โดนมันข่วนหรือ?”

เขาถามขยับจะไปดูใกล้ๆ แต่แปรจันทร์ โบกมือ

“ไม่เป็นไร”

“ ไม่ต้องห่วงเรื่องหมาบ้าหรอก ผมดูแลมันดี แต่คุณจะไปล้างแผลที่ห้องน้ำก็ดีนะ เดี๋ยวจะหาแอลกอฮอล์มาเตรียมล้างอีกที ถ้าคุณยังกังวล”

แปรจันทร์มองไปที่ประตูด้านหน้า ซึ่งตอนนี้ปิดเฉพาะบานข้างในที่เป็นมุ้งลวดเอาไว้ ท่าทางมันไม่แข็งแรงนักหรอก หากเจ้าตัวนั้นมันเข้ามาอีก

สายตาหวาดระแวงของเธอ ทำให้เวทิศพูดว่า

“มันไม่เข้ามาหรอก มาสิ”

แปรจันทร์ เดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่ให้เขาซ้ำสอง รอยข่วนเป็นทางยาวมีตรงปริเลือดซึมเพียงเล็กน้อย เธอกังวลใจไม่น้อย ไม่ใช่เรื่องของแผล แต่เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่นี่ต่างหาก เรื่องกลัวสุนัขของเธอ ไม่เคยมีใครรู้ นอกจากพ่อแม่ และเธอเองก็มันจะหลีกเลี่ยง และใช้ความกล้าเข้าข่มเสมอ สมัยเป็นเด็กเธอเคยถูกหมาตัวโตเบ้อเร่อกระโจนใส่ มันยืนเหยียบอกราวจะขม้ำเธอ ตอนนั้นเธอขวัญผวาไปต้องนาน แถมต้องฉีดยากันพิษสุนัขบ้าไปอีกหลายเข็ม มันเลยทำให้เธอหวาดผวา และกลัวหมา จนโตนั่นแหละที่ค่อยหายหวาดไปบ้าง ถ้าเป็นเจ้าพวกพันธ์ตัวเล็กๆ เธอก็ไม่ค่อยจะกลัว

ว่ากันว่าสัตว์ก็มีสัญชาตญาณ ยิ่งเราแสดงความกลัว มันก็ยิ่งข่มขู่ แต่กับคุณนายลินลี่นี่ เธอก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองส่งสัญญาณความกลัวออกไป แต่ทำไมมันถึงได้ชอบกระโจนใส่เธอนัก หรือว่าจะเป็นเพราะนิสัยของสุนัขพันธ์นี้ เป็นอย่างนี้เอง

แปรจันทร์ ขาเปียกออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่เวทิศนั่งรออยู่ที่โซฟา แต่ที่โต๊ะกลางนั้น มีขวดแอลกอฮอล์ ขวดยาแดง และสำลีวางไว้ แปรจันทร์หยิบเอาผ้าขนหนู เช็ดขาตัวเอง แล้วก็ขยับจะหยิบขวดแอลกอฮอล์

“ผมช่วยไหม?”

“ไม่ต้อง แค่นี้ท่าทางคุณก็รำคาญฉันจะแย่อยู่แล้ว เห็นบอกว่าจะคุยกับฉัน มีเรื่องอะไร คุยมาเลยตอนนี้ จะได้ไม่เสียเวลา”

หญิงสาวบอก แล้วก็ใช้สำลีปิดปากขวด เทแอลกอฮอล์ออกมา เช็ดรอบๆ รอยข่วนนั้นก่อน ที่จะเงยหน้าขึ้นมา ก็หน้าร้อนวาบเมื่อเห็นสายตาของเวทิศมองอยู่ต้นขาของเธอก่อนจะหันมาสบตาเธอ หญิงสาวเม้มปากน้อยๆ ส่งสายตาตำหนิให้ทันที แต่เวทิศยักไหล่ พูดว่า

“กำลังคิดว่า ถ้าขาสวยๆ คุณเป็นแผลเป็น ผมต้องชดใช้ให้แค่ไหนกัน”

“ฉันคิด มิลลิเมตรละแสน”

แปรจันทร์ตอบ แล้วเสียงโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น หญิงสาวมองนาฬิกากุ๊กกูที่ผนัง เห็นเป็นเวลาเกือบจะเที่ยงแล้ว พระคงจะฉันเสร็จแล้ว แม่อาจจะโทรมาตาม แต่เมื่อกดสายรับ เสียงมารดาก็ดังมาว่า

“จันทร์แม่ลืม ของไว้ในรถเรานะ เอามาให้แม่ด่วนเลยนะ”

แปรจันทร์แค่อ้าปาก ยังไม่ได้พูด ท่านก็วางสายเสียแล้ว หญิงสาวเลยถอนหายใจเฮือก บ่นว่า

“แล้วจะออกไปยังไงล่ะทีนี้”

“มีอะไร?”

“แม่ลืมของไว้ในรถ ให้เอาไปส่งด่วน”

“เดี๋ยวผมเอาไปให้ก็ได้ อะไรหรือ”

“อยู่ที่ช่องใส่ของประตูด้านหน้าคนนั่ง เป็นถุงกำมะหยี่สีดำ คุณเอาไปให้แม่ ท่านใส่ชุดสีออกม่วงๆ มี...”

“ไม่ต้องอธิบาย ว่าที่แม่ยายผม ผมรู้จัก”

เวทิศขัดขึ้นมา ทำเอาแปรจันทร์ตาค้างไปเลย

“แล้วเราจะกลับมาคุยเรืองนี้กันอีกที คุณอยู่เฉยๆ ในนี้ล่ะ อย่าเปิดประตูออกไปนะ เพราะผมไม่ได้เอาคุณนายลินลี่ไปด้วย คนมันเยอะไม่อยากให้วุ่นวาย”

แปรจันทร์ ถอนหายใจ ท่าทางของเวทิศไม่ได้เป็นกังวล ซึ่งมันก็คิดได้สองอย่างก็คือ เขาไม่สนจนไม่กังวล หรือไม่ก็คิดว่ามันก็ไม่แย่สักเท่าไหร่

การจับคู่ให้คนสองคน มันเป็นเรื่องสนุกในนวนิยาย มีพล็อตอย่างนี้บ่อยไปที่ได้อ่าน มันจะง่ายหากคนทั้งคู่ยังไม่มีใจผูกพันกับใคร แต่ถ้าหากใครคนใดคนหนึ่งมีคนที่รักอยู่แล้ว...เรื่องเศร้าละทีนี้

แต่นี่มันชีวิตจริง สำหรับเธอแล้วไม่ค่อยวิตก เพราะยังไม่ได้รักใคร การรู้จักผู้ชายเพิ่มเข้ามาในชีวิต มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย อีกทั้งยังมั่นใจด้วยว่า งานนี้ใครก็บังคับเธอไม่ได้ มันจึงเป็นเรื่องง่ายในการที่จะรับมือหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเวทิศ ซึ่งโดยพื้นนิสัยของเธอ ก็ไม่ค่อยจะเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว จึงผ่านเรื่องนี้ไปได้สบายมาก และเธอก็จะบอกกับเขาไปตรงๆ เลยว่า อย่ามากังวลในเรื่องนี้ หากเขามีคนรักคนชอบอยู่แล้ว

พอคิดมาถึงตรงนี้ แปรจันทร์ก็ฉุกคิดที่คุยกับแม่ตอนนั่งรถมา ท่านบอกว่าหลานชายป้าพิมพ์ไปรักผู้หญิงที่มีสามีอยู่แล้ว หรือว่าจะเป็น...ดาวประกาย

ทำไมผู้ชายที่อยู่รายล้อมเธอ จะต้องมายุ่งเกี่ยวกับดาวประกายด้วยนะ จะเรียกได้ว่าเคยเป็นทางผ่านหล่อนได้ไหมนี่ ไม่ว่าจะเป็นพี่เขยหมาดๆ ของเธอ พยศ ดลฤทธิ์ ก็เคยเป็นแฟนกับดาวประกายมาก่อน เขาเป็นนักเขียนที่ถูกกล่าวหาว่าลอกงานของดอกเตอร์ไวกูณฑ์เสียด้วยซ้ำ แต่เธอมารู้แล้วละว่าไม่ใช่ ส่วนดอกเตอร์ไวกูณฑ์นั้นก็ยังเป็นสามีของดาวประกายอยู่ เธอชื่นชมเขา และรู้จักเขาครั้งแรกตอนไปทะเล แล้วเธอก็เกิดว่ายน้ำไม่เป็น ดอกเตอร์ไวกูณฑ์เป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ นั่นเป็นสิ่งที่เธอสำนึก และชื่นชมเขาพอๆ กับความสามารถที่เขามี ก็เธอชอบคนที่เขียนนวนิยายได้เก่งๆ แต่ดอกเตอร์ไวกูณฑ์ก็ไม่ได้แต่งแต่แนวฟิกชั่นหรอก หนังสือวิชาการของเขาก็มีไม่น้อย ซึ่งเธอก็มีทุกเล่ม

แล้วเวทิศนี่ล่ะ ดาวประกายเน้นหนักว่าสนิทกันมาก เขาอาจจะหลงรักดาวประกายก็ได้ ดูตอนที่เธอเห็นสิ ท่าทางสนิทสนมกันออก...หล่อนมือขึ้นเรื่องผู้ชายเป็นบ้าเลย แต่ดันมาหาว่าเธอมุ่งมั่นหลงรักสามีหล่อนนี่ ฟังไม่ได้เลยจริงๆ เธอชอบดอกเตอร์ไวกูณฑ์นั้นแน่ล่ะ แต่ไม่ได้มุ่งมั่นอะไรเลย เห็นก็ยินดี ไม่เห็นก็ไม่เคยจะคิดฝันถึงเสียหน่อย เธอไม่ใช่คนบ้าผู้ชายขนาดนั้น


แปรจันทร์ เหยียดขาแล้วมองดูแผลโดนข่วน คงไม่หนักหนาหรอกแค่นี้ ถ้าหากเขาพาคุณนายลินลี่ไปฉีดยาแล้ว ก็ยิ่งไม่ต้องน่าห่วง มันก็แผลในร่มผ้า ไม่ต้องไปอวดกับใครที่ไหน ถ้ามีแผลเป็น จะแย่ตอนใส่ชุดว่ายน้ำเท่านั้น แต่ก็ไม่เป็นไรอีกล่ะ เพราะเธอจะใส่ชุดว่ายน้ำก็ต่อเมื่อเล่นอยู่ในสระบ้านของตัวเอง ไม่ค่อยจะได้ไปเที่ยวที่ไหนอยู่แล้ว

แล้วแปรจันทร์ก็ลุกขึ้น เดินไปที่ชั้นหนังสือที่วางชิดผนัง บ้านหลังนี้วางแปลนเอาไว้แยกเป็นสองด้านซ้ายขวา ด้านซ้ายวางโซฟาและถัดเข้าไปเป็นเหมือนห้องทำงานที่มีชั้นหนังสือเป็นตัวกั้นแบ่ง ส่วนอีกด้านห้องสองห้องอยู่ติดกัน มีห้องน้ำเล็กๆ ตรงมุมแพนทรี โต๊ะอาหารประมาณสี่คนนั่ง แล้วก็เปิดประตูด้านหลังออกไปเป็นระเบียงมีเครื่องซักผ้า และอ่างชะล้าง


เวทิศบอกว่านี่เป็นบ้านของเขา เธอก็ต้องเชื่อล่ะ เพราะว่ามันเหมือนอย่างที่เธอเห็นเมื่อคืน แต่ทำไมถึงได้จัดบ้านเหมือนกันราวกับบ้านแฝดอย่างนี้

แปรจันทร์นึกสงสัย แต่ก็ไม่ได้คิดหาคำตอบ เพราะสายตาไปสะดุดที่หนังสือเล่มหนึ่ง เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วพยักหน้าหงึกหงัก มิน่าที่เธอว่า ชื่อฉัตรจักร มันฟังคุ้นๆ ก็เพราะเป็นนามปากกาหนังสือที่พี่ป่าซื้อให้เธอตอนวันเกิดนี่เอง เธอยังไม่ได้อ่านหรอก เพราะกำลังสนใจการเขียนนวนิยายแนวโรมานซ์ลึกลับอยู่ แนวเดิมที่เคยชอบเลยทิ้งเอาไว้ แต่เล่มที่เธอถืออยู่นี้ มันบอกว่าพิมพ์ครั้งที่สี่ นับเวลาห่างกันหกเจ็ดเดือนพิมพ์ครั้งที่สี่แล้ว ก็นับประสบความสำเร็จทีเดียวล่ะ

หนังสือเธอยังพิมพ์ซ้ำไม่ได้ถึงขนาดนี้เลย แม้จะมีชื่อติดปากคนอ่านอยู่บ้างก็เถอะ แล้วแปรจันทร์ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นชื่อสำนักพิมพ์ ก็นี่มันเป็นสำนักพิมพ์ที่รับงานเธออยู่ด้วย เธอนี่ก็ช่างตกข่าวเสียจริง

เสียงเปิดประตูทำให้ แปรจันทร์ต้องหันไปมอง ร่างเพียวของเรวดีเดินเข้ามา สาวน้อยมองแปรจันทร์อย่างงงๆ ก่อนจะยกมือไหว้ถามว่า

“พี่ทิศละคะ?”

แปรจันทร์ดูร่างที่อยู่ในกางเกงชาวเลเสื้อมอฮ่อม สะพายย่ามที่มองมาอย่างสงสัยด้วยสายตาเปิดเผยก่อนจะตอบว่า

“ไปที่บ้านโน้นค่ะ” แปรจันทร์ตอบ ก่อนจะอธิบายต่อว่า “พอดีเจ้าคุณนายลินลี่กระโจนใส่พี่ตกสระว่ายน้ำค่ะ เลยต้องมาอยู่ในชุดนี้”

เรวดีส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดอย่างกันเองว่า “หนูเรเคยคิดนะคะว่าคุณนายลินลี่ มันหวงพี่ทิศค่ะ ไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ ยิ่งผู้หญิงที่พี่ทิศสนใจละก็...มันแทบจะกัดเอาเลย”

แปรจันทร์หัวเราะออกมา เหมือนไม่รู้จะพูดว่าอย่างไร เพราะเธอนั้นไม่เชื่อ และไม่อยากจะขัดคำพูดสาวน้อยคนนี้ แต่แล้วเรวดีก็เดินเข้ามา มองขวดอัลกอฮอล์แล้วก็ยาแดง

“ใครเป็นอะไรหรือคะ?”

แปรจันทร์ถอนใจเบาๆ ก่อนจะตอบสายตาแป๋วช่างซักนั้นว่า “คุณนายลินลี่ข่วนพี่ค่ะ”

“ว้า อย่างนี้ต้องใช่แหงแซะ แล้วสิ”

เรวดีอุทาน แล้วเดินมากระแทกตัวนั่งที่โซฟา ถามขึ้นมาเฉยเลยว่า “พี่เกิดวันเดือนปีอะไรคะ?”

แปรจันทร์ขมวดคิ้ว เดินไปนั่งตรงข้าม

“ถามทำไม?”

“หนูเรจะดูดวงให้ค่ะ”

คำตอบของเจ้าหล่อน ทำเอาแปรจันทร์กระพริบตาปริบ ก่อนจะหัวเราะออกมา

“หนูเร ดูเป็นด้วยหรือคะ?”

“เป็นค่ะ เมื่อคืนดูว่า พี่ทิศออกไปจะเจอเนื้อคู่ แล้วก็เจอจริงๆ พี่ทิศนี่อึ้งไปเลย แต่ยังปากแข็ง หาว่าหนูเรมั่ว พี่ทิศไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้ แล้วพี่เชื่อเรื่องดวงไหม”

“ไม่เชื่อค่ะ และเป็นคนไม่อยากรู้อะไรล่วงหน้า”

เรวดีขมวดคิ้ว “งั้น พี่ก็คงไม่สนใจเรื่องจับคู่กันใช่ไหม?”

“ไม่ค่ะ”

แปรจันทร์ตอบโดยไม่ต้องคิด ท่าทางเรื่องจับคู่ระหว่างเธอกับเวทิศ จะเป็นเรื่องที่รู้กันทั้งครอบครัวของเขา แล้วที่เธอไปพูดกับคุณย่าของเขาล่ะ

เรวดีมองหน้าเธอ แล้วขมวดคิ้วเหมือนคิดอะไรสักอย่าง ก่อนจะพูดว่า “พี่ทิศก็ไม่เชื่อค่ะ แต่...พี่เคยดูไพ่ยิปซีไหมคะ”

ตอนท้ายเรวดีเปลี่ยนเรื่องปุบปับ เหมือนไม่อยากจะพูดอะไรต่อ แล้วเจ้าหล่อนก็ล้วงเข้าไปในย่ามหยิบเอาผ้ากำมะหยี่สีดำขลิบม่วงออกมาปูวางที่โต๊ะกลาง ก่อนจะล้วงถุงผ้ากำมะหยี่สีดำ ขนาดโตกว่าฝ่ามือเล็กน้อยออกมา

“หนูเร จะดูไพ่ให้”

แปรจันทร์นิ่งคิดจะปฏิเสธ แต่แล้วก็คิดว่า ไหนๆ ก็อยู่ว่างๆ จับเอาหนูเรคนนี้มาคุยเรื่องดวงชะตาที่เธอต้องการรู้ เอาไปใส่ในนวนิยายก็ท่าจะดี

“เอาสิ พี่ต้องทำยังไงบ้าง”

“เดี๋ยวหนูเรจะสับไพ่ แล้วเรียงให้พี่ตั้งสมาธิ เลือกออกมาสามแผ่น”

“ง่ายจัง”

“หนูเร จะให้ไพ่ทำนาย ในสิ่งที่พี่ต้องการรู้เท่านั้นค่ะ ไม่ได้ทำนายอะไรมาก”

ว่าแล้วเรวดี ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เหมือนจะเริ่มตั้งจิตอธิษฐานอะไรสักอย่าง ก่อนจะสับไพ่เป็นจังหวะอย่างช้าๆ แล้วก็คลี่ไพ่ออกเป็นครึ่งวงกลม พยักหน้าให้เธอ

“พี่ต้องอธิษฐาน ก่อนเลือกด้วยไหม?” แปรจันทร์ถามเบาๆ เพราะเห็นท่าจริงจังของเรวดี

เรวดีพยักหน้าให้อย่างขรึมๆ “พี่ตั้งคำถามที่ต้องการคำตอบไว้ในใจเลยค่ะ”

แปรจันทร์นิ่งคิด เพราะเธอไม่คิดจะถามอะไร แต่แล้วก็คิดว่า ถามเกี่ยวกับหนังสือที่เธอจะเขียนก็ได้ว่าจะประสบความสำเร็จไหม หญิงสาวเอื้อมมือ กำลังจะไปหยิบไพ่ออกมาจากกอง เสียงประตูก็เปิด

“ทำอะไร?” เวทิศถาม แล้วก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ เขามองทั้งแปรจันทร์และเรวดีสลับกัน

“กำลังจะให้หนูเร ดูไพ่ให้”

แปรจันทร์ตอบ ยื่นมือจะเลือกไพ่อีกครั้ง แต่แล้วเวทิศก็พูดว่า

“ดูวันหลังได้ไหม มีโทรศัพท์จากทางบ้านคุณ บอกว่าคุณพ่อหน้ามืดเป็นลม คุณแม่คุณรออยู่ที่รถแล้ว”

แปรจันทร์ลุกขึ้นคว้ากระเป๋า “กุญแจรถมา ฉันจะกลับเลย”

“ชุดนี้น่ะ”

“จะทำไม ใครเขาจะมาส่องดูว่า ฉันใส่บิกีนี่ขับรถกันเล่า กุญแจมา” เธอเร่งแบมือต่อหน้าเขา หน้าตาเป็นกังวลไม่น้อย

“ผมขับเอง” เวทิศบอก แล้วหันไปทางน้องสาว “ไปอยู่กับคุณย่า บอกท่านว่า พี่จะเลยไปเอารถ แล้วจะย้อนกลับมารับ”

“ค่ะ” เรวดี ตอบขณะเก็บไพ่

แปรจันทร์ เดินตามเวทิศที่เดินไปก่อน แล้วก็ชะงัก “เดี๋ยวฉันเก็บผ้าก่อน”

“ไม่ต้อง ทิ้งไว้นี่ล่ะ คุณต้องมาอีกบ่อยแน่”

เวทิศเปิดประตู แล้วก็ชะงัก เมื่อคุณนายลินลี่ ที่วนเวียนอยู่ข้างนอก วิ่งเข้ามาหา เขาหันกลับมาสั่งเรวดีอีกว่า “มาจับคุณนายลินลี่ไว้ก่อนซิ พี่รีบไป”

เรวดี ลุกขึ้นมาเดินออกไปก่อน สาวน้อยดึงเจ้าลินลี่ออกห่างจากประตู แต่กระนั้น เมื่อมันเห็นเวทิศและแปรจันทร์ออกมา ก็ยังดิ้นทำท่าเหมือนจะเข้ามาหา แปรจันทร์จึงรีบเดินแซงหน้าเวทิศ มองไปที่รถซึ่งจอดอยู่ ก็เห็นประตูรถด้านหน้าเปิดอยู่

“ความจริงคุณไม่ต้องขับไปก็ได้”

“ถือเสียว่า ผมจะติดรถออกไปเอารถ ที่จอดทิ้งไว้ที่ร้านอาหารก็แล้วกัน อีกอย่าง...” เขายิ้มแววตาเจ้าเล่ห์ ฉายออกมาเมื่อพูดว่า “ผมกำลังทำคะแนนกับผู้ใหญ่ บอกพวกท่านไปแล้วว่าผมชอบคุณ”

แปรจันทร์หยุดหันขวับ ทำตาโต “ว่าไงนะ?”

“จะให้ผมแต่งงานกับคุณ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร” เวทิศพูดและยังเดินไปเรื่อยๆ ไม่สนใจท่าทีของเธอ แปรจันทร์เลยต้องรีบสาวเท้าเร่งให้ทันเขา ใช้มือจับข้อศอกเขาไว้

“นี่มาคุยกันก่อน”

“เอะ เรากำลังรีบไม่ใช่หรือ? คุณแม่ของคุณกำลังรออยู่นะ นั่งในรถป่านนี้ท่านไม่ร้อนแย่แล้วหรือ”

เวทิศท้วง แต่แปรจันทร์ไม่สนใจ พูดเสียงเครียดว่า

“ฉันไม่ชอบนะ คุณไปเล่นโกหก พวกท่านแบบนั้นได้ยังไง”

เวทิศหยุด หันมามองเธอ ใบหน้าเขาขรึมทีเดียว “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมโกหก ในเมื่อผมไม่มีปัญหาจริงๆ ถ้าคุณมีปัญหา ก็เป็นเรื่องของคุณเอง ที่จะต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้เอง”

พูดแล้วเขาก็เดินต่อ ขณะที่แปรจันทร์ตาโต เข้าใจในทันที เวทิศไม่ได้ชอบเธอ เวทิศไม่ได้เชื่อในเรื่องจับคู่ เวทิศไม่สนใจด้วยซ้ำ แต่เขากำลังเอาตัวรอด โดยโยนภาระทั้งหมดมาให้เธอ... หากเธอ เป็นคนปฏิเสธ เขาก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ฉลาดนักนะ แต่จะมาเล่นกับแปรจันทร์นี่เหรอ ไม่มีทาง

แปรจันทร์ สะกิดที่ไหล่เขา พอเวทิศหันมาก็พูดว่า

“ฉันก็จะบอกกับแม่เหมือนกันว่า ฉันก็ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาในทุกทางจริงๆ หากคิดว่าจะเอาตัวรอดคนเดียวละก็...ขอเตือนเลยนะว่า ถ้ารักใครชอบใครซุกซ่อนเอาไว้ ก็เตรียมบอกลาหวานใจของคุณได้เลย”

แปรจันทร์เดินแซงหน้าไปก่อน ขณะที่เวทิศยิ้มน้อยๆ ในตอนแรก แล้วรอยยิ้มก็ขยายกว้างออกไปอีก...เขารู้ว่าเธอต้องตามเขาทันในเรื่องนี้...แต่ไม่คิดว่าจะเร็วอย่างนี้ ก่อนนั้นเขาคิดว่ามันก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่จะคุยกัน แต่ตอนนี้ เมื่อรู้ว่าเป็นเธอจริงๆ เขาก็ชักคิดว่า มันยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ สำหรับเขา เพียงแต่ว่า มันจะง่ายสำหรับเธอหรือเปล่า มันจะไม่มีปัญหาสำหรับเธอ อย่างที่พูดออกมาจริงๆ หรือเธอแค่อยากจะพูดเอาชนะเขา...แต่ไม่ว่าจะแบบไหน...ก็คงสนุกล่ะ


***********************


( ถ้าใครลืม พยศกับวนัสสา แล้วก็ไปอ่านทวนที่เรื่อง ขีดเส้นใต้ไม่ใช่แค่รัก นะคะ )






Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2555 11:12:14 น. 7 comments
Counter : 1460 Pageviews.

 
มารายงานตัวคับผม


โดย: โซดา IP: 118.173.50.231 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:11:57 น.  

 
มาอ่านคะ


โดย: ;วรรณ IP: 182.52.54.144 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:50:50 น.  

 



เมื่อคุณยิ้ม.........โลกทั้งใบ ก็ยิ้มไปพร้อม ๆ กับคุณ



อยากให้คุณมีความสุขและยิ้มได้ ทุกวันทำการของหัวใจ

มีใจมาให้...แทนคำขอบคุณจ๊ะ

สุขสันต์วันพิเศษสุด ๆ อีกวันหนึ่่งในเดือนแห่งความรัก






*~..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..~*

วันสุดท้ายของเดือนแห่งความรัก
คนโสดก็ยังโสดต่อไป
เพราะครูภาษาไทย สอนแต่ สระอิ,สระอา, สระอุ, สระอู
แต่ไม่ยอมสอนให้เรา .. "สละโสด"

..HappY BrightDaY..




โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:46:51 น.  

 
น่ารักมากๆ


โดย: phoophanam IP: 202.32.8.238 วันที่: 5 มีนาคม 2555 เวลา:10:23:00 น.  

 
รู้จักแปรจันทร์ จากเรื่องขีดเส้นใต้ ไม่ใช่แค่รัก เลยตามพรรักจากพระจันทร์มานะคะคุณฟี


โดย: กระแสธารา IP: 223.204.22.127 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:19:32:33 น.  

 
^__________^


โดย: ลุงทอม IP: 110.169.216.83 วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:07:10 น.  

 
I am in love with kn wei-thith eieiei oh and nong prai-jun too.


โดย: Camille IP: 108.66.235.21 วันที่: 20 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:52:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตันตราวี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




ทำไมต้อง "หนึ่งลิปดา"

การค้นหาหรือจะตั้งชื่อนามปากกา
ให้ถูกใจเราเองนั้น...ยาก
เพราะไม่เพียงคิดชื่อ
แต่มันต้องให้สอดคล้อง
ไปกับธีมของสิ่งที่เราอยากจะเขียนด้วย ^--^

แล้วถ้าหากจะเขียนในสิ่งที่เรียกว่า
"ความรัก ความหลัง ความโรแมนติก
การทะเลาะ การงอนง้อ ความเข้าใจ
ความทรงจำอันอบอุ่น เพื่อน มิตรภาพ ฯลฯ "

ชื่อ "หนึ่งลิปดา" จึงผุดขึ้นมา อย่างชอบใจเลย ^--^

จากฟีลิปดา


ลายปากกา
 
Art Prints

New Comments
Friends' blogs
[Add ตันตราวี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.