Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
15 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
พรรักจากพระจันทร์ ๔





บทที่ ๔



เพื่อน และเพื่อน และสามีเพื่อน




แปรจันทร์ เลี้ยวรถเข้าบ้าน ในตอนเจ็ดโมงครึ่งพอดี คุณจอมขวัญยืนหน้าบึ้ง รออยู่ แต่แปรจันทร์ พอลงจากรถได้ก็รีบพูดขึ้นว่า

“จันทร์ไม่ได้ ไปทำอะไรเสียหายมา แต่ไปส่งเพื่อนแล้วฝนตกหนักมาก ไม่อยากฝ่าฝนกลับมา เลยนอนค้างที่นั่น แม่อยากรู้รายละเอียด เดี๋ยวจันทร์จะมาเล่าให้ฟังตอนขับรถไปบ้านป้าพิมพ์ ขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน เดี๋ยวไม่ทันไปดูหน้าว่าที่สามีในอนาคต”

พูดแล้วแปรจันทร์ก็วิ่งขึ้นบันได เปิดประตูห้องตัวเองเข้าไปแล้วก็หอบหายใจแฮกๆ ถ้าไม่หนี มีหวังแม่ต้องมีเรื่องบ่นเฉาหูแน่ เธอถอดกระโปรงออก แล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ คิดว่าลงไปนี่ต้องหาเรื่องชวนคุยที่ถูกใจแม่ ก็คงไม่พ้นเรื่อง ป้าพิมพ์วลี กับหลานชายนั่นแหละ

บางขณะ เธอก็อดจะคิดไม่ได้เหมือนกันว่า เธอก็เป็นคนเสแสร้ง ต้องหาเรื่องที่รู้ว่าคนอื่นชอบพูดคุย แม้ว่าบางเรื่องจะเป็นสิ่งที่เธอเบื่อแทบแย่ แต่ทำไงได้ล่ะสังคมที่เธอรายล้อมอยู่จะว่าไป ก็มีแต่ผู้สูงวัย เป็นเพื่อนแม่เสียส่วนมาก ยิ่งตั้งแต่ออกจากงาน ถ้าไม่ตัวเธอคนเดียวก็ต้องเป็นเพื่อนของแม่ๆ ทั้งนั้น สังคมของเธอนั้นแคบ แต่เธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

สิ่งที่เธอทำ แล้วไม่ต้องเอาใจคนอื่น เห็นจะเป็นเรื่องการเขียนนวนิยายนี่ล่ะ มันเป็นวิธีที่เธอแสดงออกได้อย่างพอใจไม่ต้องเกรงใจใคร

วันนี้ถ้าได้เจอป้าพิมพ์วลี บางทีเธออาจจะได้ถามเรื่องที่เธอข้องใจเหมือนกัน ความจริงเธอก็จดคำถามเอาไว้แล้ว เพราะสงสัยว่า คนที่ที่มีประสาทสัมผัสทางนี้ จะเป็นอย่างไร รู้สึกนึกคิดอย่างไร บอกคนอื่นได้ไหม ทำไมถึงมี สิ่งเหล่านี้บางทีก็หาข้อมูลในอินเตอร์เน๊ตได้ แต่เธอคิดว่า เจอกับคนเป็นๆ ก็น่าจะดีกว่า เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกได้ดีกว่า

ส่วนตัวว่าที่เธอนั้น แปรจันทร์ยิ้มนิดๆ หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไรนะ ถ้าหล่อเหมือนดอกเตอร์ไวกูณฑ์นั้นก็ดี เจริญหูเจริญตาดี แต่ถ้าเหมือนเวทิศ

ชื่อนี้โผล่ผุดขึ้นมา ทำให้แปรจันทร์สะบัดหน้าปับ... ต้องเป็นเพราะเขามาแย่งเธอร้องเพลงแน่ๆ จึงทำให้เธอยังคิดถึงอยู่อย่างนี้...ก็จะไม่ให้คิดบ้างอย่างไร เพราะในเมื่อเคยคิดเล่นๆ อยู่ว่า...เธอจะรักผู้ชายที่ร้องเพลง Lover’s moon ได้…แต่รายนี้เป็นเพื่อน คิดไปถึงอย่างนั้นไม่ได้ จะได้พบกันอีก ก็คงโน่นนัดเจอกันครั้งต่อไป แต่ก็ไม่แน่ว่าเธอจะได้ไปไหม แถมคุณย่าของเขาก็เล่นพูดกีดกันเอาไว้แล้ว...ของสงวนก็เก็บเอาไว้ที่เดิมเถอะ...

แปรจันทร์ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบนาที ก็เฉิดฉายลงมาในชุดกระโปรงหลวมๆ คลุมเข่ามีเชือกถักหลากสีอยู่ที่เอว ผมที่เคยหวีจัดเก็บอย่างดี ปล่อยยาวสยาย กำไลข้อมือก็เป็นพรวน คุณจอมขวัญเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรเพราะมันสายแล้ว

พอแปรจันทร์ออกรถ คำถามแรกที่เธอถามก็คือ

“ว่าที่สามีจันทร์ชื่ออะไรนะคะ แม่”

“ฉัตรจักร”

“ว้าวชื่อหรู แต่ลิเกจัง” แปรจันทร์วิจารณ์แล้วก็หัวเราะ แต่แล้วเธอก็ขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อรู้สึกว่าผ่านตาชื่อนี้มาเหมือนกัน

“เมื่อก่อนไม่ได้ชื่อนี้ แต่ป้าพิมพ์เขาเปลี่ยนให้ถูกโฉลก กับราศีเกิด”

แปรจันทร์หัวเราะออกมาเบาๆ คิดในใจว่า เจ้าตัวหลานชายจบถึงดอกเตอร์แต่ก็คงจะเชื่อเรื่องนี่อยู่เหมือนกัน ถึงได้ยอม แต่ก็นั่นแหละ ความเชื่อของคนว่ากันไม่ได้ เพียงแต่เธอออกจะตงิดๆ ในใจเท่านั้นประมาณว่า นายดอกเตอร์นี่ ติดลบไปอีกหน่อยแล้วสำหรับสเปคเธอ แต่แล้วเธอพูดว่า

“เดี่ยวเจอป้าพิมพ์ จะให้เปลี่ยนชื่อให้จันทร์ด้วย เผื่อจะโชคดีมีชัย หาสามีด้วยตัวเองได้ เปลี่ยนปุ๊บมีคนมาขอปับ”

“นี่ อย่าพูดห่ามๆ อย่างนี้ ต่อหน้าคนอื่นนะ” คุณจอมขวัญปรามลูกสาว

ไม่ทันแล้ว แปรจันทร์ตอบในใจ เมื่อนึกไปถึงคำพูดโต้ตอบเล่นๆ ที่เธอพูดกับคุณย่าของเวทิศ

“แล้วทำไม ดอกเตอร์ฉัตรนี้ เขาไม่หาเมียเองคะคุณแม่ อายุเท่าไหร่แล้วนะ”

คุณจอมขวัญนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบว่า “จำไม่ได้ว่าอายุเท่าไหร่ แม่ก็ไม่อยากซักไซ้ รู้แต่ว่าเขาเคยรักผุ้หญิงคนหนึ่ง แต่พิมพ์ไม่ชอบ”

“อ้าว ทำไมป้าพิมพ์เผด็จการจัง เรื่องอย่างนี้จะไปบังคับกันได้ยังไง”

“ก็ผู้หญิงคนนั้นเขามีสามีแล้ว จะไม่ห้ามได้ยังไง”

“หวายๆ แล้วผู้ชายอย่างนี้ คุณแม่ยังอยากจะให้จันทร์ไปแต่งงานด้วยอีก”

คุณจอมขวัญนิ่งไปอีก แต่เพราะท่านดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด สนิทสนมกันเหมือนเพื่อน จึงพูดออกมาว่า

“ก็ แม่ให้ป้าพิมพ์เขาดูดวงให้จันทร์ มันบังเอิญไปเหมาะกับดอกเตอร์จักรนี่พอดี”

“คุณแม่เชื่อเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ” แปรจันทร์ อดจะถามไม่ได้

“ถ้าเป็นคนอื่น แม่ไม่เชื่อ แต่ถ้าเป็นพิมพ์วลีดู แม่เชื่อ”

“แล้วตอนที่ป้าพิมพ์ ดูดวงให้จันทร์ นอกจากจะบอกว่าเป็นคู่กับดอกเตอร์ฉัตรนี่แล้ว ยังมีอะไรอีกไหม”

“มี”

“อะไรหรือคะ?”

“ถ้าจันทร์ไม่แต่งงานภายในปีนี้ ดวงจะตกเป็นเมียน้อยคนอื่น หรือไม่ก็ขึ้นคานไปเลย เลือกเอาเอง”

“เอ๊ย” แปรจันทร์อุทานอย่างขันๆ “ มาแรงแฮะ เล่นดูอย่างนี้ จันทร์ก็คว้าหมับดอกเตอร์ฉัตรคนนี้เลยสิ แล้วค่อยหย่าทีหลัง เอาตามดวงไว้ก่อน”

“จันทร์ อย่ามาพูดเล่นแบบนี้”

“แม่ก็...จันทร์ล้อเล่น อย่างจันทร์น่ะ เป็นโสดดีกว่าสบายดี จะได้เกาะแม่กินได้นานๆ ด้วย เทรนด์สมัยนี้ ผู้หญิงเป็นโสดกันเยอะ จันทร์ไม่ตกเทรนด์หรอก”

“ก็พูดเป็นลางให้ตัวเองเข้าไป” คุณจอมขวัญบ่นอุบให้ลูกสาว

แปรจันทร์หัวเราะร่าขึ้นมาอย่างไม่กังวล อย่างเธอนะหรือจะขึ้นคาน ไอ้เรื่องแต่งงานมันเรื่องเล็ก หากคิดสักแต่จะแต่ง ที่ลอยไปลอยมาอยู่นี่ ไม่ใช่ว่าไม่มีคนมาชอบมารัก แต่ปัญหาอยู่ที่เธอเลือกเฟ้นหาคนที่เธอจะรักไม่ได้ต่างหาก แต่ช่างเถอะ มันต้องได้เจอสักวันแน่ เนื้อคู่เธออาจจะกำลังเดินทางมาจากโลกพระจันทร์ก็ได้...ก็ขอไปแล้วนี่นา

พอขับไปถึงหน้าบ้าน เห็นรถราและผู้คนก็ทำเอาแปรจันทร์ ถอนใจ เพราะเธอนึกว่ามันจะเป็นงานเล็กๆ ที่ไหนได้ บ้านป้าพิมพ์เพื่อนแม่คนนี้พอๆ กับคฤหาสน์เลยทีเดียว มันทำให้เธออดไม่ได้ที่จะพูดว่า

“แม่คะ ถ้ายังไงจันทร์กลับมารับได้ไหมคะ คนเยอะแยะไปหมด จันทร์เห็นแล้วก็ง่วง”

“ไม่ได้ ใครอยากให้กลับมาเช้าเอง ง่วงก็นอนในรถ”

“อย่างนั้นก็ได้ ไว้คนว่างๆ แล้วแม่ค่อยโทรเรียกจันทร์ไปไหว้ป้าๆ อาๆ ก็แล้วกัน”

แปรจันทร์ชะลอรถให้คุณจอมขวัญลง บริเวณคฤหาสน์กว้างขวาง ต้นไม้ร่มรื่นมีรถจอดเรียงรายกันอยู่หลายสิบคัน แต่แปรจันทร์ก็ขับลึกเข้าไปด้านใน ที่แยกออกไปทางด้านข้าง หมายตาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงกัน มีพุ่มไม้สีเขียวแบ่งแยกเป็นเส้นตรงกับบ้านอีกหลังที่มองแล้วเหมือนกระท่อมเมืองนอก เป็นอิฐเปลือยปลูกดอกไม้ไว้เต็มไปหมด มองดูแล้วสงบเงียบดี

แปรจันทร์จอดรถแล้ว ลดกระจกลง ปรับเบาะ ให้เข้าที่ การนอนในรถเพื่อที่จะรอแม่ เป็นสิ่งที่เธอทำบ่อย บางทีก็ยังนั่งทำงานในรถรอไปด้วยเลย เพราะไม่ว่าเน็ตนุ้ค สมุดโน้ต ปากกา เธอก็มีอย่างพร้อมสรรพไว้ในรถ เป็นคนละเครื่องกับที่ใช้ประจำในห้อง รถเธอไม่ถึงกับจะรก แต่มักจะเตรียมทุกอย่างที่เธอต้องการหยิบเฉียวออกมาได้หมด

แม้กระทั่งการฝึกงีบ ทีละห้านาทีสิบนาที เธอก็ทำมาแล้ว ดังนั้นการจะนอนสักยี่สิบนาทีบนรถจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ

แปรจันทร์หันกลับไปทางความวุ่นวายของคฤหาสน์หลังใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะมองกลับมาที่เรือนหลังเล็กนี้ คิดว่าไว้ตื่นแล้วอาจจะไปเดินเล่นรอบเสียหน่อย มันเงียบอย่างนี้ อาจจะยังไม่มีคนอยู่

ผ่านไปยี่สิบนาที แปรจันทร์ก็รู้สึกกระปี้กระเป่าขึ้น หยิบโทรศัพท์มาดูเวลา ก็ไม่เห็นว่าจะมีข้อความจากแม่ส่งมา ก็เลยลงรถ เดินผ่านเข้าไปในรั้วเตี้ยๆ ของบ้านที่เธอหมายตาเอาไว้ สนามหญ้าเขียว ปลูกต้นไม้ไทยๆ ด้านหลังเป็นที่ลาดลง เธอเห็นสระว่ายน้ำ เลยเดินตรงไป สระน้ำเงียบใส แต่ก็มีใบไม้ร่วงลงไปเหมือนกัน บ้านหลังนี้ ด้านหลังดูน่าสนใจกว่าด้านหน้า เพราะมีทั้งสระว่ายน้ำและสวน แต่เมื่อเธอเดินเลียบไปตามขอบสระน้ำเข้าไปใกล้พุ่มเฟื่องฟ้า ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ที่เก้ามีไม้ยาวนั่น

ฝ่ายชายนั้นนั่งคุกเข่า เหมือนจะจับขาเธอตรวจดู มันก็คงจะไม่เท่าไหร่หรอก หากว่าฝ่ายหญิงจะไม่ยิ้มแย้มใช้มือหยิบจับบางอย่างที่ศีรษะเขาออกด้วยท่าทีสนิทสนม แปรจันทร์มองคนคู่นั้นอย่างสงสัย ไม่คิดว่าโลกมันจะกลมอย่างนี้ โลกช่างกลมจริงๆ ทำไมเธอถึงได้มาเจอเอาคนพวกนี้ที่นี่ ไม่ใช่อย่างที่คาดคิดไว้แม้แต่น้อยเมื่อเธอรู้จักทั้งคู่ ดาวประกาย และเวทิศ เธอหันไปมองรอบๆ หวังว่าจะเห็นใครอีกคน แต่แล้วเสียงเห่าก็ดังขึ้น แปรจันทร์หันไป ร่างสีดำก็กระโจนเข้าหาเธอทันที

“กริ๊ด” แปรจันทร์ร้องลั่น เมื่อหงายหลังตกลงไปยังสระน้ำ

แปรจันทร์เหมือนตัวเองจะดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ แต่แล้วร่างก็ถูกคว้าตัวขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาของดอกเตอร์ไวกูณฑ์ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า

“เจอกันแบบนี้ เป็นครั้งที่สองแล้วนะเรา” เสียงพูดขำๆ ของเขาดังขึ้น เมื่อพาเธอไปยืนที่ตื้นๆ

“ก็เจ้าหมาตัวนั้น มันกระโจนใส่จันทร์” เธออธิบาย

“แล้ววันนี้ หลงทางมาทางนี้ได้ยังไง”

“พาคุณแม่ มางานที่บ้านโน้นค่ะ เห็นบ้านสวยเงียบๆ นึกว่าไม่มีคนเลยมาเดินเล่น”

ไวกูณฑ์ หันไปทางคฤหาสน์ แล้วก็พยักหน้าเหมือนเข้าใจ แล้วเสียงทักก็ดังแทรกขึ้นมาว่า

“นึกว่าใคร แปรจันทร์นะเอง มาได้ไงนี่”

ดาวประกายนั้นใบหน้ายิ้มละไม แต่สายตาขุ่น แต่เวทิศเขาเพียงแต่มองมานิ่งๆ

“ให้ดาวพาคุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม”

ดอกเตอร์ไวกูณฑ์พูดขึ้น ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินไปที่ขอบสระก่อน แปรจันทร์เดินตามเขาไป เสื้อยืดและกางเกงยีนของเขาเปียกแนบ แต่พอขึ้นมาก็ยังยืนรอ ให้เธอขึ้นจากสระเสียก่อนด้วยท่าทีที่สุภาพและอ่อนโยน

เมื่อเห็นเธอลุกยืนได้ ไวกูณฑ์ก็หันไปทางเวทิศ

“วันหลังเห็นจะต้องเก็บคุณนายลินลี่ ให้ดีกว่านี้แล้วนะ”

“ปกติมันก็ไม่เคยกระโจนใส่ใคร” เวทิศพูด

“เขาว่าหมามันมีสัญชาตญาณของมันเอง” ดาวประกายพูดขึ้นมายิ้มๆ “สัตว์มันแยกแยะได้ คนไหนเป็นมิตร คนไหนเป็นศัตรู”

“ทำไม ไม่คิดว่าเจ้าของหมามันอยากจะกระโจนใส่แทนเสียบ้าง” ไวกูณฑ์พูดขำๆ ก่อนจะถามว่า “รู้จักแปรจันทร์แล้วยัง”

เวทิศพยักหน้าไม่พูดอะไร เมื่อเดินไปหาคุณนายลินลี่ ที่เพิ่งจะขึ้นจากสระน้ำ สะบัดขนอยู่ เขาจูงมันเข้ามาแล้วพูดว่า

“ผมจะไปทางโน้น เผื่อคุณป้าจะถามหา”

“พี่บอกไปแล้วว่า เรารออยู่ที่นี่ ไม่ต้องไปหรอก มีเรื่องจะพูดด้วย ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยว”

คำพูดของไวกูณฑ์ ทำให้เวทิศต้องจูงคุณนายลินลี่ตามเขาไป ขณะที่ดาวประกายก็หันมาบอกกับแปรจันทร์ว่า

“มาสิ แปรจันทร์ เดี๋ยวจะหาชุดสวยๆ ให้ใส่”

แปรจันทร์เงียบ มองทั้งสามคนที่เดินล่วงหน้าไปก่อนแล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน แม้แต่เวทิศที่เธอคิดว่ารู้จักเป็นเพื่อนก็ยังทำเฉย ไปสนใจคุณนายลินลี่มากกว่าเธอ ความรู้สึกของเธอเหมือนเสียหน้าชะมัด ที่ดันมาเจอกับเรื่องอย่างนี้ เธอคงดูไม่จืดไปเลยล่ะ ถ้าเปรียบเทียบกับกับดาวประกาย ซึ่งตอนนี้ เจ้าหล่อนก็เดินเหินคล่องแคล่วดี ไม่มีทีท่าว่าจะบาดเจ็บหรือขาแพลงอย่างที่เธอคิดตอนเห็นแต่อย่างใด ความจริงแล้วตอนเรียนหนังสือ เธอกับดาวประกายก็ใช่ว่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันนัก จะเป็นคู่แข่งกันเสียมากกว่า ดังนั้นเธอจึงไม่คิดแปลกใจเลยว่า ทำไมจึงไม่ได้รับการต้อนรับนัก แต่นี่เป็นบ้านของดาวประกายกับดอกเตอร์ไวกูณฑ์นั่นหรืออย่างไร แต่จะบ้านใครก็เถอะ ไม่ทำให้เธอรู้สึกอะไรได้หรอก แล้วแปรจันทร์ก็เชิดหน้า ส่งเสียงถามว่า

“ฉันขอชุดว่ายน้ำก็แล้วกัน ไหนๆ ก็เปียกแล้ว ขอเล่นน้ำสักหน่อยเถอะ อีกอย่าง กุญแจรถมันก็ตกลงในสระด้วย จะได้ไปงมหาเอง”

ทั้งสามคน หันกลับมามองเธอ

“อ้าว ว่ายน้ำเป็นแล้วหรือ?” ไวกูณฑ์ถามออกมายิ้มๆ

“ก็ตั้งแต่ตกน้ำครั้งนั้น จันทร์ก็ไปหัดว่ายเลยค่ะ” แปรจันทร์ตอบ

“งั้นผมก็เปียกฟรีสิครั้งนี้”

“ไม่หรอกค่ะ ยังไงจันทร์ ต้องขอบคุณดอกเตอร์มากค่ะ เพราะถ้าไม่แยกจันทร์ออกมา เจ้านั่นคงเวียนตามจันทร์ไม่ห่างแน่ ไม่รู้เป็นอะไร เมื่อคืนก็รอบหนึ่งแล้ว”

แปรจันทร์เผลอพูดไป แต่ก็ยังไม่รู้ตัว ขณะที่สายตาของไวกูณฑ์หันไปทางเวทิศที่ยังทำหน้าเฉยๆ แล้วยิ้มนิดๆ ส่วนดาวประกายมองเธออย่างสงสัย

เมื่อเข้าไปในบ้าน แปรจันทร์ต้องขมวดคิ้ว เพราะมีความรู้สึกว่าหลงเข้ามาในมิติอันเดิม เพราะภายในนี้ จัดไม่ต่างไปจากบ้านของเวทิศที่เธอเห็นเมื่อคืนนี้เลย จะต่างไปก็คือบ้านหลังนี้มันใหญ่กว่า แต่ชั้นหนังสือ โต๊ะทำงาน ม่านโซฟา ไม่ต่างไปจากเดิมแม้แต่น้อย

“รอเดี๋ยวนะ ฉันจะไปชุดว่ายน้ำมาให้”

ดาวประกายบอก แล้วก็เดินลับเข้าไปในห้องที่ ดอกเตอร์ไวกูณฑ์เพิ่งจะเปิดเข้าไป แปรจันทร์ยืนรีๆรอๆ เพราะตัวเปียก จะไปนั่งโซฟาหรือก็กลัวว่ามันจะเปื้อนของเขา แต่เวทิศก็พูดขึ้นว่า

“ไปนั่งรอก่อนสิ”

“เดี๋ยวเก้าอี้ ก็เปียก”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“บ้านคุณหรือไง?”

“ใช่”

คำตอบของเขา ทำให้เธอหัวเราะ อย่างไม่เชื่อถือนัก แต่ก็ถามว่า

“งั้นที่บ้านมีเครื่องอบผ้าไหม ฉันจะอบชุดให้แห้ง ก่อนที่จะต้องแช่อยู่ในน้ำทั้งวัน”

“ใส่เครื่องซักแล้วปั่นแห้งแล้วกัน อยู่ด้านหลังโน่น”

แปรจันทร์ขมวดคิ้ว ชักจะสะดุดใจเสียแล้วว่า เขาไม่ได้พูดเล่น เวทิศรู้จักกับคนที่นี่ด้วยหรือ แล้วบ้านห ลังนี้ มันอยู่ในอาณาเขตของบ้านป้าพิมพ์วลีด้วยหรือเปล่า เขาเป็นญาติกันกับดอกเตอร์ไวกูณฑ์หรือ แต่แล้วดาวประกายก็เดินออกมา มาชุดว่ายน้ำยื่นให้

“ไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำโน่นก็ได้” หล่อนพูด พร้อมกับพยักหน้าให้เธอ

แปรจันทร์รับมา แล้วเดินไปที่ห้องน้ำ เธอก็คิดว่าเธอเป็นคนมั่นใจในตัวเองเหมือนกัน แต่จะให้เธอเดินโทงๆ ทั้งบิกินี่อย่างนี้ลงไปที่สระ ก็เป็นอันต้องคิดหน่อยหนึ่ง นี่เจ้าหล่อนคิดยังไงที่จะให้เธอเดินเปลือยอย่างนี้ มันแกล้งกันชัดๆ ถ้าเล่นน้ำกันทั้งหมดก็ไม่เป็นไรหรอก แต่นี่...ช่างเถอะ ขืนทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมก็เข้าล็อกแม่เพื่อนตัวร้ายที่คิดอยากให้เธอเปิ่นเขินแน่ แล้ว

แปรจันทร์เม้มปากน้อยๆ หน้าเชิดใส่กระจกในห้องน้ำ ก่อนจะออกมา ทั้งดาวประกาย ไวกูณฑ์และเวทิสต่างนั่งที่โซฟา แต่เธอก็ถามขึ้นว่า

“เครื่องซักผ้าอยู่ไหนหรือ?”

เวทิศเป็นฝ่ายหันมา เขาอึ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเธออยู่ในชุดบิกินี่ แต่แล้วก็ลุกขึ้นมา เดินไปเปิดประตูไปยังด้านหลังให้โดยไม่พูดอะไร

แปรจันทร์เดินผ่านเขาไปก็เห็นเครื่องซักผ้า เธอเปิดฝา ทิ้งเสื้อผ้าตัวเองลงไป แต่พอมองปุ่มต่างๆ ที่เครื่องก็หันมาทางเวทิศ

“มาปรับเวลาให้หน่อยสิ ตั้งปั่นแห้งให้นานหน่อย ไม่คุ้นเครื่องทำไม่เป็น”

เวทิศมองเธอ แล้วก็พูดว่า “รอเดี๋ยวนะ”

เขาหมุนตัวกลับเข้าไปข้างใน แต่ชั่วครู่ก็กลับมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่ง และผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ ยื่นให้

“ใส่ซะ หุ่นคุณนี่ทำลายสมาธิจริงๆ เดินเฉยได้ยังไง”

“ก็จะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อคนเขาให้ยืมแต่ชุดว่ายน้ำอย่างเดียวจริงๆ นี่”

แปรจันทร์เถียง เอาเสื้อเชิ้ตของเขามาสวม ชายมันยาวปิดขาอ่อนเธอพอดี

“นี่ถ้าฉัน หากุญแจรถเจอ วานไปเปิดรถเอาโทรศัพท์ออกมาให้หน่อยได้ไหม กลัวแม่โทรมาตามแล้วไม่เจอ เดี๋ยวก็จะยุ่งอีกหรอก”

“รู้สึกว่า แค่ไปส่งผมที่บ้านคืนเดียว บุญคุณใช้กันไม่หมดเลยนะ มีเรื่องต้องให้ช่วยอยู่เรื่อย”

“งั้นไม่ต้องทำ ฉันทำเองก็ได้”

แปรจันทร์บอก แล้วก็เดินออกมา เธอส่งยิ้มให้ไวกูณฑ์และดาวประกายราวกับไม่มีอะไร แล้วก็เดินผ่านออกมาเลย เธอชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นคุณนายลินลี่ นั่งอยู่หน้าบ้าน แต่แล้วก็ทำใจกล้า เดินผ่านมันไปที่สระน้ำ เดินรอบๆ ดูจุดที่ตัวเองตกลงไปในครั้งแรก สระน้ำน้ำใสแจ๋ว ไม่ยากที่จะมองเห็นพวงกุญแจรถ หญิงสาวถอยกลับมาถอดเสื้อเชิ้ตที่เวทิศให้ยืมไปเสื้อคลุมแล้วกระโดดลงไป เธอดำน้ำ เอาพวงกุญแจได้อย่างง่ายๆ แต่เมือเธอ จะขึ้นจากสระ เวทิศก็เดินมาหา เขายื่นมือให้ พูดว่า

"เอากุญแจมา นอกจากโทรศัพท์แล้วจะเอาอะไรอีกไหม กระเป๋า เครื่องสำอาง หวีแป้ง"

แปรจันทร์ค้อนให้อย่างอดไม่ได้ แต่ก็ยื่นกุญแจให้เขาบอกว่า

"ทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าข้างหน้านั่นแหละ รถจอดอยู่ที่..."

"เห็นแล้ว จำได้"

เวทิศบอก แล้วก็ผิวปากเรียกคุณนายลินลี่เดินจากไปเงียบๆ แปรจันทร์ไม่ได้คิดอยากจะว่ายน้ำจริงๆ จึงขึ้นจากสระ เช็ดตัวแล้วก็สวมเสื้อลงไป แต่ไม่ได้เดินเข้าไปในบ้าน เพราะไม่อยากเข้าไปสอดแทรกสองสามีภรรยานั่น ดาวประกายแสดงอาการหวงดอกเตอร์ไวกูณฑ์อย่างออกนอกหน้า เธอรำคาญกับรังสีหึงหวงอันนั้นจึงคิดที่จะนั่งที่เก้าอี้ริมสระ สายตาก็มองไปยังร่างเวทิศที่เดินไปที่รถมันไม่ได้ไกลกันมาก เพียงแต่มีต้นไม้บังเท่านั้น นี่มันบ้านของเขาหรือ บ้านหลังนี้มันเป็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์ด้วยไหม แปรจันทร์ถามตัวเองเป็นฉากๆ แต่คำถามเด็ดที่เล่นเอาตัวเองถึงกับสะดุ้งก็คือ เขาเป็นหลานชายป้าพิมพ์หรือเปล่าแต่แล้วดาวประกายก็เดินออกจากบ้าน เข้ามานั่งพูดขึ้นว่า

"ไม่ยักรู้ว่า เธอก็รู้จักเวทิศ"

"ไม่ยักรู้ว่า เธอจะรู้จักเวทิศเหมือนกัน"

"เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไวกูณฑ์ เคยสนิทกับฉันมากที่โน่น โชคดีที่ไวกูณฑ์เป็นคนมีเหตุผล และไว้ใจฉัน"

คำขยายต่อมาของดาวประกาย ก็พอจะทำให้รู้ได้ล่ะว่า ระดับความสนิทที่หล่อนกับเวทิศมีนั้นจะมากแค่ไหน

"ฉันนึกว่าเธอจะกลับเมืองนอกไปแล้ว รู้สึกครั้งนี้มาอยู่นานนะ"

ดาวประกายยักไหล่ "กลับไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ญาติของไวกูณฑ์ป่วย ก็เลยผลัดกันกับคุณแม่ฉันนี่ก็เพิ่งมาได้ไม่ถึงเดือนนะ แต่ก็มีคิวที่จะขึ้นเหนือกันอีก เธอมาทำอะไรที่นี่" ตอนท้ายดาวประกายวกมาถามดื้อๆ

“พาแม่มางานขึ้นบ้านใหม่โน่นล่ะ” แปรจันทร์ตอบ

“ยังเป็นลูกแหง่งติดแม่เหมือนเดิมนะ”

“ก็ธรรมดา ท่านไม่มีใคร” แปรจันร์ตอบแล้วยักไหล่ เปลี่ยนเรื่องถามว่า “ไม่ไปเปลี่ยนชุดมาว่ายน้ำด้วยกันหรือ เธอคงไปพกมาชุดเดียวหรอกนะ”

“ไม่ เดี๋ยวจะต้องออกไปข้างนอกกันแล้ว เธอสนิทกับเวทิศมากไหม?” ดาวประกายถามแล้วมองเธอตรงๆ ราวกับจดจ่อกับคำตอบ

“ทำไมหรือ?” แปรจันทร์แกล้งย้อนแทนที่จะตอบคำถาม

“ก็ไม่มีอะไร แค่สงสัยว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ อีกอย่างเวทิศก็ไม่เคยเห็นจะคุยเรื่องเธอให้ฟัง ปกติเขาจะคุยให้ฉันเสมอน่ะ เพราะฉันกับเขาสนิทกันจริงๆ”

คำพูดของดาวประกาย ทำให้แปรจันทร์นึกตงิดๆ ในใจ ซึ่งความหมายของความสนิทสนมนั้นมันทำให้เธออดคิดไปไกลไม่ได้ แต่ดาวประกายก็พูดต่อไปว่า

“เวทิศ นี่เขาเป็นคนน่ารักนะ ติดจะโรแมนติกกว่าไวกูณฑ์อีก เสียอย่างเดียวหัวอ่อนชะมัด แถมเชื่อเรื่องดวงชะตาฟ้าลิขิตเสียด้วยสิ นี่ก็เพิ่งรู้ว่าไปเปลี่ยนชื่อให้ถูกโฉลกกับราศีเกิด แถมยังยอมให้ป้าหาเมียให้อีกแนะ”

คำพูดของดาวประกาย กระแทกใจแปรจันทร์อย่างแรง อดจะถามไม่ได้ว่า

“เขาไปเปลี่ยนชื่อว่าอะไร”

“ไม่รู้สิ” ดาวประกายยักไหล่ แล้วสายตาก็แข็งขึ้นเมื่อพูดว่า “เชื่อไหม ป้าเขาน่ะเคยทายเอาไว้ว่า ฉันกับไวกูณฑ์นั้นไม่ใช่เนื้อคู่กัน จะอยู่ด้วยกันได้ไม่ถึงปี นี่ฉันกับเขามาอยู่ด้วยกันมีความสุขมาสองสามปีแล้ว ยังไม่มีอะไร ไม่มีใครทำให้ฉันแยกกับไวกูณฑ์ได้หรอก ผู้ชายแบบนี้ใครปล่อยให้หลุดมือก็โง่ตายล่ะ ว่าไหม?”

ดาวประกายถามด้วยใบหน้ายิ้ม ราวกับจะมองทะลุเข้าไปข้างในใจของแปรจันทร์ ที่ชักฮึดไม่พอใจกับสายตาเยาะๆ ของหล่อน จึงยิ้มพร้อมกับจะเปลือยสายตาชื่นชมร่างที่กำลังก้าวออกมาจากบ้านอย่างเปิดเผย

“ใช่ ใครปล่อยให้ผู้ชายอย่างดอกเตอร์ไวกูณฑ์หลุดมือก็โง่ละ เธออย่าได้พลาดเชียวล่ะ” แปรจันทร์พูดยิ้มๆ ในตอนท้าย ไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากจะยั่วดาวประกายเล่น “และเท่าที่รู้มานะ ป้าพิมพ์น่ะดูแม่นมาก ไอ้ที่แยกกันนั้น ป้าเขาอาจจะหมายถึงหัวใจแยกกันไม่ใช่ตัวก็ได้นะ”

“คำพูดเธอใจร้ายจัง แปรจันทร์” เสียงดาวประกายดังขึ้นอย่างสั่นเครืออย่างผิดคาด แล้วหล่อนก็ลุกขึ้น “เธอทำให้ฉันกลัวแล้วล่ะ ที่ยังมุ่งมั่นหลงรักสามีฉันอยู่อย่างนี้”

อะไร ไหงสรุปอย่างนั้น แปรจันทร์ กระพริบตาปริบอย่างงงๆ ในท่าทีของดาวประกาย เมื่อมองเจ้าหล่อนเดินไปหาดอกเตอร์ไวกูณฑ์ แล้วเสียงแฮกๆ ที่ดังขึ้นก็ทำให้เธอหันไปด้านหลัง เวทิศกับคุณนายลินลี่ยืนห่างไม่ถึงวา สายตาของทั้งคนและหมาที่มองมา ทำเอาแปรจันทร์ต้องครางในใจว่า เซ็ง





Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2555 18:02:17 น. 2 comments
Counter : 1224 Pageviews.

 
มาอ่านคะ


โดย: วรรณ IP: 125.25.198.235 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:44:44 น.  

 
ติดตามอ่านค่ะ


โดย: ลุงทอม IP: 110.169.216.83 วันที่: 15 กรกฎาคม 2555 เวลา:14:37:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตันตราวี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




ทำไมต้อง "หนึ่งลิปดา"

การค้นหาหรือจะตั้งชื่อนามปากกา
ให้ถูกใจเราเองนั้น...ยาก
เพราะไม่เพียงคิดชื่อ
แต่มันต้องให้สอดคล้อง
ไปกับธีมของสิ่งที่เราอยากจะเขียนด้วย ^--^

แล้วถ้าหากจะเขียนในสิ่งที่เรียกว่า
"ความรัก ความหลัง ความโรแมนติก
การทะเลาะ การงอนง้อ ความเข้าใจ
ความทรงจำอันอบอุ่น เพื่อน มิตรภาพ ฯลฯ "

ชื่อ "หนึ่งลิปดา" จึงผุดขึ้นมา อย่างชอบใจเลย ^--^

จากฟีลิปดา


ลายปากกา
 
Art Prints

New Comments
Friends' blogs
[Add ตันตราวี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.