กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
9 พฤษภาคม 2564
space
space
space

กามสุข

235กามสุขของมนุษย์ ของสวรรค์ และความสุขทีดีกว่านั้น

เพื่อเสริมความเข้าใจ จะนำคำชี้แจงทางธรรมที่ควรทราบเกี่ยวกับความสุขเหล่านี้มาแสดงไว้พอสมควร

      "ภิกษุทั้งหลาย กามคุณมี ๕ อย่างดังนี้ คือ รูปทั้งหลายที่รู้ได้ด้วยตา...เสียงทั้งหลายที่รู้ได้ด้วยหู....กลิ่นทั้งหลายที่รู้ได้ด้วยจมูก...รสทั้งหลายที่รู้ได้ด้วยลิ้น...โผฏฐัพพะทั้งหลายที่รู้ได้ด้วยกาย ซึ่งน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนให้รัก ชักให้อยาก เย้ายวนชวนติดใจ เหล่านี้แล คือ กามคุณ ๕ อาศัยกามคุณ ๕ ประการเหล่านี้ มีความสุข โสมนัส ใดเกิดขึ้น นี้คือส่วนดี ของกามทั้งหลาย" (ม.มู.12/197/168) "นี่เรียกว่า กามสุข(ม.ม.13/398/371ฯลฯ)

      "คำว่า กาม โดยหัวข้อ ได้แก่ กาม ๒ อย่าง คือ วัตถุกาม (วัตถุอันน่าใคร่, สิ่งที่อยากได้) กิเลสกาม (กิเลสที่ทำให้ใคร่, ความอยากที่เป็นตัวกิเลส)


       "วัตถุกาม เป็นไฉน ?  รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันเป็นที่ชื่นชอบใจ เครื่องลาด เครื่องห่ม ทาสี ทาส แพะ แกะ ไก่ สุกร ช้าง โค ม้า ลา นา ที่ดิน เงิน ทอง บ้าน นิคม ราชธานี รัฐ ประเทศ กองทัพ คลังหลวง วัตถุเป็นที่ตั้งแห่งความติดใคร่ อย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม ชื่อว่า วัตถุกาม   อีกอย่างหนึ่ง กามทั้งหลาย ทีเป็นอดีต ที่เป็นอนาคต ที่เป็นปัจจุบัน กามที่เป็นภายใน ที่เป็นภายนอก ทั้งภายในและภายนอก ชนิดเลว ชนิดปานกลาง ชนิดประณีต ที่เป็นของสัตว์ในอบาย ที่เป็นของมนุษย์ ที่เป็นทิพย์ ที่ปรากฎเฉพาะหน้า ที่บันดาลเอง ที่ผู้อื่นบันดาลให้ ที่ครอบครอง ที่ไม่ได้ครอบครอง ที่หวงแหน ที่ไม่ได้ที่หวงแหน ธรรมที่เป็นกามาวจรแม้ทั้งหมด ธรรมที่เป็นรูปาวจรแม้ทั้งหมด ธรรมที่เป็นอรูปาวจรแม้ทั้งหมด ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งตัณหา เป็นอารมณ์ของตัณหา ชื่อว่ากาม ด้วยอรรถว่า เป็นที่ตั้งแห่งความอยาก ด้วยอรรถว่าเป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา เหล่านี้ เรียกว่า วัตถุกาม


       "กิเลสกาม เป็นไฉน ?    ความพอใจก็เป็นกาม ราคะก็เป็นกาม ความชอบใจติดใคร่ก็เป็นกาม ความดำริก็เป็นกาม ราคะก็เป็นกาม ความครุ่นคิดติดใคร่ก็เป็นกาม, กามฉันทะ กามราคะ กามนันทิ กามตัณหา กามเสน่หา ความเร่าร้อนกาม ความหลงใหลกาม ความหมกมุ่นกาม กามท่วมใจ กามผูกรัดใจ ความถือมั่นในกาม นิวรณ์คือกามฉันท์ กามในข้อความว่า นี่แน่ะกาม เราเห็นรากเหง้าของเจ้าแล้วว่า เจ้าเกิดขึ้นมาจากความดำริ เราจักไม่ดำริถึงเจ้าละ เมื่อทำอย่างนี้ เจ้าก็จักไม่มี" เหล่านี้ เรียกว่า กิเลสกาม" (ขุ.ม.29/2/1 ฯลฯ)

    "ภิกษุทั้งหลาย  เพราะความประชุมพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการ  จึงมีการตั้งครรภ์  เมื่อใด  มารบิดาร่วมกัน   มารดาคราวฤดู  ทั้งสัตว์ที่จะเกิดก็ปรากฎ   เพราะความประชุมพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการอย่างนี้  จึงมีการตั้งครรภ์   มารดาอุ้มท้องประคับประคองครรภ์นั้นตลอดเวลา ๙  เดือนบ้าง  ๑๐  เดือนบ้าง    ด้วยความเสี่ยงชีวิตเป็นอย่างมาก  ทั้งเป็นภาระอันหนัก   ครั้นล่วงเวลา  ๙  เดือนหรือ  ๑๐  เดือน  แล้ว   มารดาก็คลอดทารกในครรภ์  ด้วยความเสี่ยงชีวิตเป็นอันมาก  อย่างเป็นภาระอันหนัก  แล้วเลี้ยงทารกที่เกิดนั้น  ด้วยโลหิตของตน  ภิกษุทั้งหลาย  ในธรรมเนียมของอริยชน   ถือน้ำนมของมารดานี้ว่าคือโลหิต"  (ม.มู.12/452/487)  

     "เด็กอ่อนไร้เดียงสา   นอนหงายแบเบาะ   ย่อมเล่นแม้อุจจาระปัสสาวะของตนเอง  เธอจะเห็นประการใด   ความสนุกนี้  เป็นความสนุกของเด็กอ่อนอย่างเต็มที่สิ้นเชิง  ใช่หรือไม่ 111

     "เป็นเช่นนั้น   พระเจ้าข้า"

     "สมัยต่อมา    เด็กนั้นแล   อาศัยความเจริญเติบโต  อินทรีย์ทั้งหลายแก่กล้าขึ้น  ย่อมเล่นเครื่องเล่นทั้งหลายสำหรับเด็ก  คือ  เล่นไถน้อยๆ เล่นตีไม้หึ่ง   เล่นหกคะเมน  เล่นกังหันน้อยๆ  เล่นตวงทราย   เล่นรถน้อยๆ 367  เล่นธนูน้อยๆ  เธอจะเห็นประการใด   ความสนุกนี้  ดีกว่า และประณีตกว่าความสนุกอย่างก่อน  ใช่หรือไม่ 111

    "เป็นเช่นนั้น   พระเจ้าข้า"

    "สมัยต่อมา    เด็กนั้นแล   อาศัยความเจริญเติบโต  อินทรีย์ทั้งหลายแก่กล้าขึ้น  มีกามคุณทั้ง ๕ พรั่งพร้อมบริบูรณ์   ย่อมบำเรอตนด้วยรูปทั้งหลาย ... ด้วยเสียง...กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ทั้งหลาย  ซึ่งน่าปรารถนา  น่าใคร่  น่าชอบใจ  ชวนให้รัก  ชักให้อยาก  เย้ายวนชวนติดใจ  เธอจะเห็นประการใด   ความสนุกนี้  ดีกว่า และประณีตกว่าความสนุกอย่างก่อนๆ  ใช่หรือไม่ 111
     
  "เป็นเช่นนั้น   พระเจ้าข้า"  (องฺ.ทสก.24/99/217)

  ในเรื่องนี้  พระพุทธเจ้าทรงเล่ากรณีของพระองค์เองเป็นตัวอย่าง  ดังบาลีว่า (ม.ม.13/281-2/274-6)

  "ดูก่อนมาคัณฑิยะ  เรานี้แหละ  ครั้งก่อน  เมื่อยังครองเรือนอยู่  มีกามสุขทั้งห้าพรั่งพร้อมเต็มที่  บำรุงบำเรอด้วยรูป ... เสียง...กลิ่น ... รส ... โผฏฐัพพะ ทั้งหลาย ที่น่าปรารถนา  น่าใคร่  น่าชอบใจ  ชวนให้รัก  ชักให้อยาก  เย้ายวนชวนติดใจ  เรามีปราสาท ๓ หลัง  ปราสาทหนึ่งสำหรับฤดูฝน  ปราสาทหนึ่งสำหรับฤดูหนาว   ปราสาทหนึ่งสำหรับฤดูร้อน  เรานั้นได้รับการบำเรอด้วยตนตรีทั้งหลาย  ที่ล้วนแต่สตรี  ไม่มีบุรุษเจือปนเลย   อยู่ในปราสาทประจฤดู  ไม่ต้องลงจากปราสาทเลยตลอดเวลาสี่เดือน

   "สมัยต่อมา เรานั้น  ได้ล่วงรูถึงความเกิดขึ้น  ความคงอยู่ไม่ได้   คุณและโทษของกามทั้งหลาย  กับทั้งทางออกหรือภาวะรอดพ้นของมัน   ตามวามเป็นจริง  จึงละกามตัณหา  บรรเทาความร่านรนเพราะกามเสียได้  หมดความกระหายอยาก  เป็นอยู่โดยมีจิตสงบระงับภายใน   

  "เรานั้น  มองเห็นสัตว์ทั้งหลายอื่น  ผู้ยังไม่หมดราคะในกามทั้งหลาย  ถูกกามตัณหาเกาะกิน  ถูกแผดเผาด้วยความเร่าร้อนแห่งกาม  เสพเสวยกามทั้งหลายอยู่   ก็มิได้นึกใฝ่ทะยานต่อสัตว์เหล่านั้น  ไม่รู้สึกยินดีในกามนั้น  ข้อนั้นเพราะเหตุอะไร 111   ก็เพราะว่า  เรารื่นรมย์อยู่ด้วยความชื่นชมยินดี   ที่ไม่ต้องมีกาม   ไม่ต้องมีอกุศลธรรมทั้งหลาย  จึงไม่ใฝ่ทะยานถึงความสุขที่ทรามกว่า  ไม่นึกยินดีในความสุขที่ทรามกว่านั้น

   "ดูก่อนมาคัณฑิยะ เปรียบเหมือนว่า คฤหบดี หรือบุตรคฤหบดี  ผู้มั่งคั่ง ร่ำรวยทรัพย์  มีโภคะมาก  มีกามคุณทั้ง ๕ พรั่งพร้อมบริบูรณ์  ได้รับการบำรุงบำเรอ ..  เขาประพฤติสุจริต .. เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์  ในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์   เทพบุตรนั้น  แวดล้อมด้วยหมู่นางอัปสร  มีกามคุณ ๕  อันเป็นทิพย์  พรั่งพร้อมบริบูรณ์  ปรนเปรออยู่  ในสวนสวรรค์นันทนวัน    เทพบุตรนั้น  คฤหบดี หรือบุตรคฤหบดี  ที่ มีกามคุณทั้ง ๕ พรั่งพร้อมบริบูรณ์ บำรุงบำเรออยู่ เธอจะเห็นประการใด    เทพบุตรนั้น ...  จะนึกอิจฉาต่อคฤหบดี หรือบุตรคฤหบดี หรือใฝ่ทะยานต่อกามคุณทั้ง ๕ อย่างของมนุษย์  หรือจะประหวัดใจถึงกามทั้งหลายอย่างมนุษย์  หรือหาไม่

     
  "ไม่เลย  ท่านพระโคดมผู้เจริญ   เพราะเหตุใด  ก็เพราะกามทั้งหลายที่เป็นทิพย์  ดีเยี่ยมกว่าประณีกว่ากามทั้งหลายอย่างของมนุษย์

   "ดูก่อนมาคัณฑิยะ   ฉันนั้นเหมือนกัน เรานั้น ... ไม่นึกใฝ่ทะยานต่อสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น  ไม่รู้สึกยินดีในกามนั้น ... ก็เพราะเรารื่นรมย์อยู่   ด้วยความชื่นชมยินดี  ที่ไม่ต้องมีกาม  ไม่ต้องมีอกุศลธรรม  อีกทั้งสุขเหนือกว่าทิพยสุข  จึงไม่ใฝ่ทะยานต่อความสุขที่ทรามกว่า  ไม่นึกยินดีในความสุขที่ทรามกว่านั้น"  

5

   พึงเข้าใจคำว่า กาม  กามคุณ  กามสุข  ในความหมายที่กว้างของภาษาบาลี  ไม่ใช่แคบอย่างในภาษาไทย


Create Date : 09 พฤษภาคม 2564
Last Update : 25 มิถุนายน 2564 13:39:18 น. 0 comments
Counter : 186 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space