Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
15 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
ศีรษะ หู เท้า และตระกูลแซ่ของฟ้า

[สารบัญ] [อ่านเรื่องอื่น]


สวัสดีครับสหายความคิดทุกท่าน

ผมไม่ได้ update Group blog อ่านข้อความประโยคเด็ด สองเดือนเต็ม ๆ เลยนะครับ ถ้าท่านไม่คิดถึง แต่ผมก็คันมือล่ะครับ (ที่จริงต้องคันนิ้วที่พิมพ์)

เมื่อวานผมนั่งอ่านสามก๊กฉบับคนขายชาติ โดย เรืองวิทยาคม ซึ่งเปิดให้ download ได้ฟรีที่ ผู้จัดการออนไลน์ (ดูตรงแถบเมนูด้านซ้ายนะครับ จะมีคำว่า สามก๊ก อยู่) อ่านไปแล้วชอบบทสนทนาตอนหนึ่ง ก็เลยจะมาแบ่งกันให้อ่านครับ

ก่อนจะเอามาให้อ่าน ขอท้าวความเล็กน้อยนะครับ


(แผนที่สามก๊ก)


หลังจากที่พระเจ้าเล่าปี่ แห่ง "จ๊กก๊ก" (ปกครองดินแดนเมืองเสฉวน) ทำสงครามกับ พระเจ้าซุนกวน แห่ง "ง่อก๊ก" (ปกครองดินแดนเมืองกังตั๋ง) แล้วเสียทีแพ้สงครามไป เนื่องเพราะไม่เชื่อคำเตือนของขงเบ้ง ที่เสนอให้สามัคคีกับง่อก๊กไว้ เพื่อสู้กับ "วุยก๊ก" ของพระเจ้าโจผี (บุตรโจโฉ)

ซึ่งหลังจากที่แพ้สงครามอย่างหมดรูปในครั้งนี้ พระเจ้าเล่าปี่ก็ทรงพระประชวร และสิ้นพระชนม์ อาเต๊า ราชบุตรของพระเจ้าเล่าปี่จึงขึ้นครองราชย์ต่อ มีพระนามว่า "พระเจ้าเล่าเสี้ยน"

พระเจ้าเล่าเสี้ยนดำเนินนโยบายทางการเมืองตามคำแนะนำของขงเบ้ง ส่งทูตไปเจรจากับกับพระเจ้าซุนกวน พระเจ้าซุนกวนตอบรับไมตรี (หลังจากต้องพระทัยด้วยคารมโวหาร และไหวพริบของทูตแห่งเมืองเสฉวน) จึงส่งคณะทูตนำโดย"เตียวอุ๋น"ไปยังแดนเสฉวน

การเจรจาประสบความสำเร็จดี แต่เตียวอุ๋นกลับรู้สึกว่า ในแดนเสฉวนไม่มีผู้มีปัญญา รู้สึกทนงในความรู้ของตนยิ่ง ที่จริงเป็นเพราะยังไม่มีใครแสดงความสามารถให้เห็นต่างหาก ดังนั้น ก่อนที่ทูตเตียวอุ๋นจะเดินทางกลับไปยังแดนกังตั๋ง ขงเบ้งจึงเชิญเตียวอุ๋นมาร่วมดื่มเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับส่งขุนนางหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ ให้เข้าสนทนาด้วย




ความตอนต่อไปนี้คัดลอกเอามาจากสามก๊กฉบับคนขายชาติ ตอนที่ 483 ชื่อตอน ตระกูลแซ่ของฟ้า ครับ




ราชทูตเตียวอุ๋นจึงกล่าวว่า เราขอถามท่านประการแรกว่าฟ้านั้นมีศีรษะหรือไม่

ขุนนางหนุ่มตอบกลับมาในทันใดว่า โบราณว่าก่อนฝนตกมีฟ้าคำราม เมฆคำรน ฟ้าคำรามก็เนื่องเพราะฟ้ามีศีรษะ ราชทูตเตียวอุ๋นจึงถามต่อไปว่า ท่านว่าฟ้ามีศีรษะ แล้วศีรษะนั้นอยู่เบื้องทิศไหนเล่า

ขุนนางหนุ่มตอบว่า มีคัมภีร์แต่โบราณระบุว่า ให้หันศีรษะผู้ตายไปทางเดียวกับฟ้า ดังนั้นฟ้าจึงมีศีรษะอยู่ทางทิศตะวันตก

เตียวอุ๋นพยักหน้า แล้วถามต่อไปว่า ฟ้ามีหูหรือไม่

ขุนนางหนุ่มตอบอีกว่า โบราณมีวลีว่าฟ้าสูง แผ่นดินต่ำ นกกะเรียนของเซียนวิเศษร้องอยู่ที่บึงกว้างลึก เสียงได้ยินไปถึงฟ้า ดังนั้นหากฟ้าไม่มีหูแล้ว ไฉนจะได้ยินเสียงนกกะเรียนเล่า ข้าพเจ้าจึงขอตอบว่าฟ้ามีหู

ราชทูตอาวุโสพยักหน้าอีกครั้งหนึ่งแล้วถามสืบไปว่า เมื่อฟ้ามีหู ฟ้าจะมีเท้าด้วยหรือไม่

ขุนนางหนุ่มตอบว่า มีคำโบราณว่าหนทางสวรรค์เดินได้ยากลำบากยิ่ง หนทางนรกสิ กลับง่ายดายสะดวกนัก ฉะนั้นหากฟ้าไม่มีเท้าแล้วจะเดินได้ไฉนเล่า เหตุนี้จึงตอบว่าฟ้าย่อมมีเท้า

ราชทูตอาวุโสเตียวอุ๋นได้ยินขุนนางหนุ่มเอื้อนเอ่ยคำตอบเกี่ยวกับลักษณะฟ้าอย่างแคล่วคล่องว่องไวดังนั้นก็แปลกประหลาดใจ จึงตั้งคำถามอันลึกซึ้งซึ่งยากจะตอบได้ หวังเป็นคำถามเผด็จศึกว่า ก็แลท่านว่าฟ้ามีศีรษะ มีหู มีเท้าฉะนี้แล้ว ฟ้ามีตระกูลแซ่หรือไม่

ขุนนางหนุ่มตอบสวนมาในทันใดว่า ฟ้าย่อมมีตระกูลแซ่อย่างแน่นอน เตียวอุ๋นถามสวนมาในบัดดลว่า เมื่อท่านว่าฟ้ามีแซ่ ดังนั้นฟ้ามีแซ่อะไรกันเล่า

ขุนนางหนุ่มยิ้มอย่างเบิกบานพลางตอบอย่างยียวนว่า ฟ้าย่อมมี "แซ่เล่า" ท่านอย่าได้สงสัยเลย ราชทูตเตียวอุ๋ยได้ยินดังนั้นก็ทำสีหน้างงงวย เพราะไม่เคยมีคัมภีร์โบราณใด ๆ ระบุว่า 'ฟ้ามีแซ่เล่า' จึงถามว่า มีที่ใดระบุว่า 'ฟ้ามีแซ่เล่า' ท่านจึงตู่เอาดังนี้

ขุนนางหนุ่มอมยิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวตอบว่า พระเจ้าฮั่นโกโจปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ฮั่นทรงเป็นที่ยอมรับกล่าวขานทั้งแผ่นดินว่า ทรงเป็นจักรพรรดิและเป็นโอรสสวรรค์หรือโอรสแห่งฟ้า พระเจ้าฮั่นโกโจนั้นแซ่เล่ามิใช่หรือ

ราชทูตเตียวอุ๋นรีบตอบว่า พระเจ้าฮั่นโกโจมีแซ่เล่านั้นจริงแล้ว ขุนนางหนุ่มจึงกล่าวย้อนในทันใดว่า บัดนี้พระเจ้าเล่าเสี้ยนเชื้อสายแห่งพระเจ้าฮั่นโกโจสืบสายราชวงศ์ฮั่นก็มีแซ่เล่า เมื่อโอรสสวรรค์มีแซ่เล่า ฟ้าซึ่งเป็นบิดาสวรรค์ก็ย่อมมีแซ่เล่าด้วย

เตียวอุ๋นได้ยินดังนั้นก็จำนนต่อถ้อยคำ แต่ยังฝืนตั้งคำถามต่อไปว่า ตัวท่านทราบมิใช่หรือว่า พระสุริยันยาตราเยื้องย่างแต่เบื้องฟากฟ้าบูรพาทิศ

เจ้ากรมอาลักษณ์หนุ่มได้ยินคำถามดังนั้นก็รู้ความนัยว่าเตียวอุ๋นมุ่งหมายจะให้ตอบว่า ฟ้าเบื้องบูรพาทิศให้กำเนิดดวงตะวัน และทิศบูรพานั้นอันเป็นที่ตั้งแห่งแดนกังตั๋ง และจำนำไปสู่คำถามต่อไปว่า เมื่อแดนกังตั๋งเป็นต้นกำเนิดฟ้า ฟ้าย่อมมีแซ่ซุนหาใช่แซ่เล่าไม่ เมื่อรู้ทันดังนี้จึงกล่าวแก้โดยโวหารว่า พระอาทิตย์เบิกฟ้าเบื้องบูรพานั้นจริงแล้ว แต่ใช่ว่าจะสถิตเป็นนิจนิรันดร์ก็หาไม่ ย่อมยาตราไปลับสนิทนิทรา ณ เบื้องฟ้าฟากประจิมทุกวันไม่เคยบิดผันเลย

ราชทูตอาวุโสเมืองกังตั๋งได้ฟ้งคำแก้ดังนั้นก็ไม่กล้าที่จะตั้งคำถามต่อไปว่าฟ้ามีแซ่ซุน เพราะขุนนางหนุ่มตอบแก้กันไว้ก่อนว่า พระอาทิตย์จะโคจรอัสดง ณ ฟากฟ้าเบื้องตะวันตกอันหมายถึงเมืองเสฉวน ดังนั้นนึงอึ้งจำนนมิรู้จะทำประการใด




ที่จริงมีคำถามพิสดารที่ขุนนางหนุ่มตั้งย้อนถามกลับไปด้วยนะครับ แต่ไม่ละ แค่นี่แหละพอหอมปากหอมคอ

ว่าแต่ถ้าอ่านแล้ว งง ก็ลองดูแผนที่ประกอบนะครับ ผมอ่านแล้วชอบมากเลยนะครับ ชอบที่มีการอ้างเอาวรรณกรรมเก่า ๆ ที่เล่าเรียนมาตอบคำถามประเภทที่ต้องใช้จินตนาการมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีการยกเหตุผลโดยอาศัยชั้นเชิงทางโวหาร ซึ่งไม่ใช่เหตุผลแบบวิทยาศาสตร์ด้วย

ผมว่ามันเสน่ห์อย่างหนึ่งของการอ่านวรรณกรรมนะครับ

แล้วถ้าจะพูดกันในชีวิตประจำวันเอง โดยไม่ถือเรื่องศักดิ์ศรีกันว่าใครจะประคารมชนะหรือแพ้กันนี่ ยิ่งเจอคู่สนทนาคอเดียวกัน คำตอบแบบนี้มันออกรสมากเลยนะครับ


[สารบัญ] [อ่านเรื่องอื่น]
[หน้าแรก Blog]




Create Date : 15 มิถุนายน 2549
Last Update : 27 สิงหาคม 2549 19:38:24 น. 11 comments
Counter : 1140 Pageviews.

 
อ่ะยาวจังรีบเจิมๆๆๆก่อนคนแรกด้วยเด๋วมาอ่านทีหลังนะค๊ารีบเจิมก่อน ๕๕๕๕


โดย: ตู๋เองค่า FaRaWaYGiRL IP: 63.68.228.197 วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:10:26:55 น.  

 
แป๊ะก่อน .....เดี๋ยวมาอ่านต่อ อิอิ


โดย: zMee วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:17:39:00 น.  

 
เนื้อเรื่องอ่านได้ไม่ยากเลยครับ เคยโหลดมาให้พ่ออ่านบ้างอยู่เหมือนกัน คราวนี้เลยเข้ามาเจิมแทนครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 15 มิถุนายน 2549 เวลา:22:20:45 น.  

 
เพราะว่า ต้องสารภาพว่า ขาดความรู้เรื่อง สามก๊ก มาก

อ่านแล้วก็เลยสงสัย ขออนุญาตตั้งคำถามถามว่า
ขุนนางผู้นั้นเป็นใคร แล้วได้เติบโตขึ้นมามีบทบาทใด ๆ ต่อไหมคะ

เพราะว่ามีไหวพริบขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ชะตากรรมพัดพาลงต่ำ ก็น่าจะได้ก้าวหน้าอยู่


โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:1:07:48 น.  

 
แวะมาอ่านครับ


โดย: Bluejade วันที่: 16 มิถุนายน 2549 เวลา:6:32:57 น.  

 


มาทักทายกันค่ะ เดี๋ยวตอนค่ำๆมาอ่านนะคะ


โดย: PANDIN วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:5:57:45 น.  

 
ว่าไปแล้วก็อยากอ่านสามก๊กอีกจัง


โดย: Bluejade วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:6:09:00 น.  

 
ขงเบ้งในนิยายนี่เหมือนจะเก่งที่สุดนะครับ
แต่อ่านดูหลายๆ ทีรู้สึกจะไม่ใช่แฮะ..
แบบว่าหลงช่วย "เล่า" จนตัวตาย..

ทั้งๆ ที่ราชวงศ์ในจีนก็มีขึ้นมีลง เกิดดับ ใครดีใครได้ (ในอดีต).. ราชวงศ์ฮั่นแต่ปฐมกษัตริย์ก็หักหลังเพื่อนจนได้เป็นใหญ่ไม่ใช่หรือ..



โดย: biggg วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:22:26:00 น.  

 
คือผมก็ไม่มีความรู้เรื่องสามก๊กมากนักหรอกนะครับ ผมเองยังอ่านไม่ครบรอบเลยนะ และฉบับที่ผมอ่านก็ไม่ใช่ฉบับมาตรฐานด้วยสิครับ

แต่เป็นฉบับคนขายชาติของผู้จัดการ ซึ่งผมนั่งอ่านมาก็ 4 ปีแล้วนะครับ ยังไม่จบสักที มันมีเรื่องให้ต้องทำอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากใช้เวลาอ่านมาก ก็เลยจำเนื้อเรื่องได้กระท่อนกระแท่น

สำหรับ ตระกูลแซ่ของฟ้า นี้ ผมอ้างจากสามก๊กฉบับคนขายชาติ เขาว่า ความตอนนี้ สามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) ไม่ได้กล่าวถึงเอาไว้ แต่ในฉบับภาษาจีนได้พรรณาเอาไว้

สำหรับชื่อแซ่ของเจ้ากรมอาลักษณ์ที่ว่านั้น ในเล่มนี้ก็ไม่ได้บอกไว้ ไม่แน่ใจว่าฉบับภาษาจีนเขียนไว้หรือไม่ เพราะเขาไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร

ถ้าเอาตามสำนวนในสามก๊กฉบับคนขายชาตินี้ ก่อนที่เจ้ากรมอาลักษณ์กับเตียวอุ๋นจะสนทนากัน เตียวอุ๋นได้ถามชื่อแซ่ แต่เขาไม่ตอบ บอกแต่เพียงว่าอายุสามสิบ และเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ แล้วก็ตัดไปว่า เตียวอุ๋นเห็นว่ามีตำแหน่งเพียงแค่เจ้ากรมอาลักษณ์เท่านั้น ทำไมจึงหาญกล้ามาสนทนากับตัวเองที่เป็นถึงราชทูต

ว่าแต่คุณ ๆ สหายความคิดทั้งหลาย ชอบบทสนทนาอันนี้ไหมครับ แม้ว่าฟ้าจะมีหัว มีหู มีเท้า ด้วยเหตุผลแบบนั้นะครับ แต่ผมก็ยังจินตนาการไม่ออกว่า หัว หู เท้า พวกนั้นมันจะหน้าตาเป็นแบบใด สีใด ว่าไปก็เหมือนที่เรารู้ว่า ที่ ๆ เราอยู่นี้มันเป็นแบบ 3 มิติ แต่ถ้าเอามากว่านั้นก็มิติเวลาเป็นมิติที่ 4 แต่ถ้าเอาจริง ๆ เขาว่ามันมีมิติมากกว่านั้น สามารถแสดงให้เห็นทางสูตรคณิตศาสตร์ได้ว่ามีเป็น 10 มิติ

แม้แสดงเหตุผลได้ แต่เราก็จินตนาการถึงมันได้ยากนะครับ

ส่วนอนาคตของอาลักษณ์ผู้นี้เป็นอย่างไรนั้น ถ้าผมอ่านเจอแล้วจะมาแจ้งให้ทราบอีกครังหนึ่ง


โดย: Plin, :-p วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:22:55:32 น.  

 
พระเจ้าฮั่นโกโจ (เล่าปัง) แข่งบุญบารมีกับ ฌ้อปาอ๋อง อืม ผมก็ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่นะครับ รู้คร่าว ๆ ว่า ฌ้อปาอ๋องเป็นคนประเภทมุทะลุ ส่วน เล่าปังนี่ ฉลาดกว่า สุขุมกว่า (แหะ ไม่กล้าบอกว่ามีเล่ห์เหลี่ยม)

ก็รู้คร่าว ๆ แค่นี้นะ แต่ว่า รู้สึกว่าตอนที่ ฌ้อปาอ๋อง แพ้สงครามกับ เล่าปังนั้น ฮูหยินของฌ้อปาอ๋องกระร่ายรำเพลงกระบี่พร้อมกับเชือดคอฆ่าตัวตาย ฌ้อปาอ๋องก็ฆ่าตัวตายตาม

ตำนานว่า เกิดมีดอกไม้ขึ้นมา จำชื่อดอกไม่ได้ แต่แปลว่า "หญิงงามอวี๋"

ถ้าใครรู้ว่าผิดก็ฝากแก้ด้วยนะครับ


โดย: Plin, :-p วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:23:16:29 น.  

 
นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า with false premise(s)/presumption(s), logic can bring one anywhere


โดย: คนแถวนี้* IP: 124.120.136.244 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:23:28:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.