Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
กฎจราจร สมัย ปี พ.ศ. 2418

["ตัดแปะ" เรื่องอื่น]


ตัดตอนมาจากบทความเรื่อง กฎจราจรเมื่อแรกในเมืองไทย ในหนังสือ เพลงดี vs สปอตดัง Vol.3 กรุงเทพฯ วันนี้เมื่อ 60 ปีก่อน หน้า 53 - 55 (ที่ท้ายบทความแจ้งไว้ว่า ได้คัดมาจาก หนังสือ ย้อนรอย... กรุงเทพฯ อีกต่อหนึ่ง)

ในบทความพูดถึง โปลิศ 53 ข้อ พ.ศ. 2418 สมัยต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นกฎหมายระเบียบให้มีตำรวจแบบใหม่ ใน 53 ข้อนี้ มีส่วนที่เกี่ยวกับกฎจราจรอยู่ 5 ข้อ





ข้อ 40
ถ้าผู้ใดมีรถ มีเกวียน มีฬ้อ ที่ใช้อยู่ในท้องถนน จะไปหยุดภักที่แห่งใด ตำบลใด ฤาจะภักขนของลงจากรถก็ดี จากฬ้อก็ดี ฤาเมื่อขนของขึ้นบันทุกรถ บันทุกเกวียน บันทุกฬ้อที่บันทุกของมานั้น ให้หลีกไว้ให้พ้นทางอย่าให้เป็นที่กีดขวางอยู่ในทางรถ ทางเกวียน ทางฬ้อได้ ถ้าผู้ใดหยุดรถ หยุดฬ้อ หยุดเกวียนต่าง ๆ อยู่ในท้องถนนเกินกำหนดธุรกิจของตัว ซิบโปลิศออฟฟิซเซ่อจะปรับไหมเอาเงิน 10 บาท แล้วให้ซิบโปลิศออฟฟิซเซ่อบังคับให้เจ้าของภารถ ภาเกวียน ฬ้อไปไว้ในที่สมควร อย่าให้กีดทาง



ข้อ 41
ถ้าผู้ใดจะหัดม้า หรือจะหัดรถ ในท้องถนนที่โปลิศได้รักษาก็ให้ไปบอกกับซิบโปลิศออฟฟิซเซ่อให้รู้ก่อน ซิปโปลิศออฟฟิซเซ่อกำหนดให้ไปหัดที่ตรงนั้น ให้วิ่งไปเพียงนั้น ให้กลับเพียงนั้น ถ้าผู้ใดที่หัดม้า ขับรถแลหัดม้าที่วิ่งเกินกำหนดของซิบโปลิศที่กำหนดไว้นั้นก็ดี ฤาไม่ได้บอกให้รู้ก็ดี โปลิศได้ห้ามปรามไม่ฟังก็ดี ให้ปรับไหมเอาเงิน 10 บาท



ข้อ 47
ถ้าผู้ใดจะไล่ฝูงสัตว์เดินไปมาในท้องถนนที่โปลิศรักษา ก็ให้โปลิศบอกเจ้าของที่ไล่ฝูงสัตว์ช่วยกันระวังไล่สัตว์นั้นเดินในท้องถนนให้เป็นท่องแถวให้เรียบร้อย อย่าให้สัตว์นั้นกระจายกันเดินให้เต็มถนน จะเป็นที่กีดขวางทางรถทางคนเดิน ถ้าม้ามีลำพองขาดแหล่ง ฤาลำพองพารถวิ่งเหลือกำลังเจ้าของที่รักษา ร้องให้โปลิศช่วยจับ ถ้าเหลือกำลังโปลิศ ม้าวิ่งไปเหยียบของ ฤาโดนคน จะเอาโทษแก่โปลิศแลเจ้าของม้านั้นไม่ได้ ด้วยเจ้าของได้ร้องให้ช่วยจับอยู่แล้ว



ข้อ 50
ถ้าผู้ใดขึ้นม้า ขึ้นรถ ขึ้นเกวียน ขึ้นฬ้อ ฤาจะแบกของหามไปมา ถ้าผู้หนึ่งไปผู้หนึ่งมาเห็นกันแต่ไกล ให้หลีกกันข้างซ้ายมือของตัวทั้ง 2 ฝ่าย ข้างผู้ที่ไปแลผู้ที่มา ถ้าผู้หนึ่งไปข้างซ้ายมือของตัว ผู้หนึ่งไปข้างขวาของตัว รถฤาฬ้อเกวียนโดนกันแตกหัก จะตัดสินให้ผู้ไปข้างซ้ายมือนั้นชนะฝ่ายเดียว ถ้าผู้หลีกไปทางขวามือจะแตกหักยับเยิน ผู้ที่หลีกไปข้างซ้ายมือนั้นโดยไม่แตกหักสิ่งใด ผู้ที่หลีกไปข้างซ้ายมือนั้นไม่ต้องใช้ค่าสิ่งไร เพราะผู้ที่หลีกไปข้างขวามือทำผิดกฏหมาย ถ้ารถม้า เกวียน ฬ้อ จะโดนกันถึงตาย ที่หลีกไปซ้ายมือโดนผู้หลีกไปทางขวามือตาย ผู้โดนต้องเสียค่าปลุกตัวเผาผีให้แก่ผู้ตายแต่ไม่มีโทษสิ่งไร ถ้าผู้ที่หลีกไปข้างขวามือโดนผู้ที่หลีกไปซ้ายมือตาย ต้องเสียค่าปลุกตัวเผาผีและเบี้ยปรับไหม แล้วให้มีโทษหลวงตามพระราชกำหนดกฎหมาย เสมือนหนึ่งผู้ที่แกล้งฆ่าคนตาย ถ้ามีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะหลีกไปข้างซ้ายมือของตัวเองไม่ได้ก็ให้ร้องบอกกันแต่ไกล อย่าให้นิ่งเสีย ให้ผู้ที่ไม่กีดขวางหลีกอย่าให้โดนกันได้ ถ้าคนเดินตามถนนให้เดินริมถนนข้างซ้ายมือของตัว อย่าให้เดินออกมากลางถนนกีดทางรถทางม้า ถ้าเดินออกมากลางถนนที่ทางรถทางม้า ถ้ารถม้าโดนผู้ที่ออกมากลางถนน ผู้นั้นก็เจ็บเปล่า ๆ จะเอาโทษแก่ผู้โดนไม่ได้ ถ้าผู้ที่ขับรถม้าไปโดนผู้ที่เดินริมถนนเจ็บป่วย จะปรับไหมผู้ที่ขับรถม้าไปโดนผู้นั้นตามบาดแผลมากแลน้อย ถ้ารถ ถ้าม้าโดนคนเดินคนที่เดินริมถนนถึงตาย จะปรับไหมเจ้าของม้าเจ้าของรถให้เสียเบี้ยปลุกตัวเผาผีให้แก่ผู้ตาย แล้วให้มีโทษตามพระราชกำหนดกฎหมาย ถ้าคนเดินจะข้ามถนนไปให้คอยดูม้าดูรถ ว่างจึงข้ามไป



ข้อ 51
ถ้าผู้ใดขับรถ ฬ้อเกวียนเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ถ้าเป็นรถให้มีโคมจุดเพลิงน่ารถเป็นที่สังเกตุ จุดได้แลเห็นกันแต่ไกล ถ้าเป็นฬ้อเป็นเกวียนให้มีเพลิงสว่างเป็นสำคัญให้เป็นที่สังเกตุได้ ถ้าผู้ใดขับรถขับเกวียนขับฬ้อในเวลาพลบค่ำ ไม่มีเพลิงสว่างเป็นสำคัญแล้ว ให้ปรับไหมเอาเงิน 10 บาท ถ้าผู้ใดขึ้นม้าไปในถนนเวลากลางคืน ถ้าไม่มีโคมเพลิงเป็นสำคัญแล้ว ให้ผูกพรวนที่คอม้าให้มีเสียงเป็นสำคัญ ถ้ามีโคมเพลิงคนเดินนำไปเป็นสำคัญแล้วไม่ต้องผูกพรวน ถ้าผู้ใดทำผิดกฎหมายข้อนี้แล้วรถแลฬ้อแลเกวียนไปมาโดนกันแตกหักถึงคนล้มตาย จะปรับไหมตามที่ว่ามานี้ทุกประการ



หมายเหตุ
ฬ้อ หรือ ล้อ เป็น พาหนะ 2 ล้อ หรือ 4 ล้อ ใช้สัตว์ลาก
รถ เป็นรถ 4 ล้อที่ใช้ม้าลาก
ซิบโปลิซออฟฟิซเซ่อ คือ หัวหน้าตำรวจ



["ตัดแปะ" เรื่องอื่น]


Create Date : 08 มีนาคม 2551
Last Update : 9 มีนาคม 2551 0:04:19 น. 8 comments
Counter : 736 Pageviews.

 
แวะมาอ่านค่ะ

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันให้ได้รู้ จ้า




โดย: gripenator วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:11:31:21 น.  

 
ถ้าอ่านดูแล้วเทียบกับบริบทในปัจจุบัน จะรู้สึกขำมาก แต่ถ้าอ่านแล้วคิดตามบริบทสมัยก่อน มันก็สมเหตุสมผมเหมือนกัน


โดย: Plin, :-p วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:23:37:04 น.  

 
หุหุ สมัยก่อนยังไม่มีคำว่าตำรวจเลยอะ


โดย: cottonbook วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:16:01:06 น.  

 
โดนปรับ 10 บาท สมัยนั้น น่าจะหนักเอาการอยู่นะคะ


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:23:47:31 น.  

 
เห็นด้วยกับ Comment ที่3 เเล้วคำว่าตำรวจมีตั้งแต่สมัยไหนกันล่ะเนี่ย หรือว่า รัชการที่6


โดย: เเสงตะวัน วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:23:53:40 น.  

 
อืม จำไม่ได้ละว่ามีตั้งแต่สมัยไหน

แต่พอดีที่เอามาลงเนี่ย เพราะรู้สึกว่ามันน่ารักดี ต้องเขียนกฎด้วยว่า ถ้าเลี้ยวไม่ได้ต้องตะโกนบอกก่อน แสดงว่า วิ่งด้วยความเร็วที่ตะโกนบอกกันได้

ถ้าจะหัดขับรถ ก็บอกกันก่อนได้

ถ้าขับกลางคืน ต้องจุดไฟ ไม่ก็ต้องติดกระพรวน

น่ารักดี


โดย: Plin, :-p วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:23:58:24 น.  

 
อ่านข้ออื่นๆยังพอเข้าใจ
แต่อ่านข้อ 50 แล้วพยายามคิดภาพตามแล้วมึนตึ้บเลยแฮะ กฎและระเบียบไม่ว่าจะเป็นของยุคสมัยใด ก็อ่านเข้าใจยากพอๆกันเลย


โดย: Maple IP: 202.129.59.2 วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:16:57:46 น.  

 
ข้อ 50 นี่ ที่จริงละเอียดพอสมควรเลยนะครับ นอกจากบอกกติกาแล้ว ยังบอกวิธีตัดสินในกรณีต่าง ๆ ให้ด้วย


โดย: Plin, :-p วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:17:02:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Plin, :-p
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]









Instagram






บันทึก ท่องเที่ยว เวียดนาม


e-mail : rethinker@hotmail.com


Friends' blogs
[Add Plin, :-p's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.