แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้านแบบ Buffet

<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
24 กรกฏาคม 2553
 

คุยกับ “ภาววิทย์” โดย “ป๋ากึ้ง” (แกะรอยหยักสมอง!!) .....ตอนที่ 4

แต่อีกประเด็นที่น่าคิดคือ คนส่วนใหญ่ “อยากเป็นนักลงทุนแต่ทำไม่ได้”--- อันนี้ ภาววิทย์ คิดยังไง

ภาว วิทย์ : ประเด็นนี้โดนมากพี่ … “หลายคนไม่เข้าใจอย่างแรง ..การลงทุนแท้จริงแล้ว (คุณต้องอยู่กับมัน) บางครั้ง 30 ปี 40 ปี คือมัน โตครจะนาน” หากคุณเลือกแนวทางการลงทุนที่คุณไม่มีความสุข ผมถามหน่อยคุณจะอยู่ได้ไหม กับ 30 ปีบน ความทุกข์และนอนไม่หลับ (อย่าง Buffet ถ้าคุณมองให้ดี หุ้นขึ้นหรือลง เขาก็ไม่ได้ทุกข์ เพราะเขาไม่ได้ Focus ที่ราคาขึ้นลง ..การซื้อหุ้นของ Buffet เป็นการเข้าซื้อกิจการที่ดี และถือไปตราบเท่าที่ราคาหุ้นมันจะเกินมูลค่าที่แท้จริงไปมากๆ …จุดนี้ถ้าวิเคราะห์ให้ดีก็คือ การซื้อหุ้นถูก และขายตอนแพงนั่นเอง (คิดดีๆประเด็นนี้มันลึกมากๆนะครับ) .. “Buffet เขารวยเพราะเขาไม่ได้มองที่ราคา แต่เขาซื้อกิจการต่างหาก” ดังนั้น การลงทุนของ Buffet จึงไม่ใช่วิธีเชิงรุก แบบ “รวยเร็ว” อย่างที่ทุกคนเข้าใจ --- วิธีการที่ Buffet ใช้ สอนให้เรารู้ว่า ยิ่งคุณคิดอยากจะรวยเร็ว คุณกลับรวยช้า !!

โอเค !! จริงๆผมว่า มีน้อยคนที่จะทำอย่าง Buffet ได้ ทางแก้ผมว่า ทุกคนควรมี port “สอง Port…”

ป๋ากึ้ง : “แล้วทำไมต้องมี 2 port ล่ะ” Port หนึ่ง “ความสุข” อีกอัน “Port ความทุกข์” ใช่ไหม!!

ภาววิทย์ : “แม่นแล้วป๋ากึ้ง!!” ตีประเด็นแตกจริงๆ ..การลงทุนผมมองว่า Value Investor มันเป็นแนวทางที่ “เซ็งเป็ดเอามากๆ” แต่มันโคตรจะกำไร …ส่วนแนวทาง Timing Market แบบที่คนส่วนใหญ่เล่นมันเป็นอะไรที่ “สนุก” ซึ่งระยะสั้นอาจให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าแบบแรก แต่ถ้ามองให้ลึกๆแล้ว มันก็คล้ายกับ “การพนัน” ดีๆนี่เอง

ด้วยความคิดนี้เอง ผมจึงมองว่า หากทุกคนมี 2 port และเลือกลงทุนสองแบบ “คุณจะได้เห็นกับสองตาของคุณเอง เลยว่า วิธีไหนมันกำไรกว่า” ..แต่จำนวนเงินผมแนะนำให้ใส่ส่วนมากไว้ใน port ระยะยาว และก็ใส่ส่วนน้อยใน port ระยะสั้น (แบบที่กะว่าเหลือศูนย์ได้) จากนั้น “ก็ลุยเลย!!” ….ซึ่งถ้าให้ผมเดา port สั้นของคุณมีโอกาสที่จะชนะ port ใหญ่ในระยะห้าปีข้างหน้า .แต่ถ้าเกิด Double dip “คุณว่าPort แบบไหนซวย!!” ---เห็นไหมล่ะครับว่า ช่วงนี้ใครๆก็ห่วงว่า ตลาดจะ Correction เมื่อไหร่ .. “คนที่สนใจคำถามนี้ ก็คือ คนที่เล่นสั้นทั้งนั้น”…แต่ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ …หุ หุ

ป๋ากึ้ง : ผมยังสงสัยนิดนึง เรื่องของ กองทุน คุณว่าไม่ดียังไง !!

ภาว วิทย์ : ไม่ใช่นะครับ!! ผมไม่ได้บอกกองทุนไม่ดี เพราะไม่ว่า กองอะไรก็ตาม ยังไงมันก็ดีกว่า “เงินฝาก” …หุ หุ --ปัญหาของกองทุนคือ เขาไม่ใช่ไม่เก่ง (ผู้จัดการกองทุนแต่ละคน ระดับหัวกะทิของประเทศทั้งนั้น) ปัญหาที่แท้จริงคือ เขาถูกวาง Position ให้เล่นในข้อจำกัด เช่น ห้ามถือหุ้นหมด port หรือ ห้ามขายหมด port แต่ละ quarter ต้องแสดงผลงาน … “ถึงให้ Buffet มาเล่นภายใต้ ข้อจำกัดนี้ เขาก็ซวยเหมือนกัน” ดังนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ “เกมที่เขาเล่นต่างหาก ที่ทำให้ผลตอบแทนมันออกมาไม่ดี”…เหมือนที่ผมบอกว่า “คนเราไม่ว่าเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีเวที ให้แสดงออก หรือ ถูกจำกัดให้เล่นภายใต้ข้อจำกัด ..ต่อให้เป็น Tiger woods ก็เถอะ --“พัง!!””

ป๋ากึ้ง : แล้วภาววิทย์แนะนำอย่างไร เกี่ยวกับการลงทุนล่ะ

ภาว วิทย์ : ผมมองว่า การลงทุนจริงๆแล้วมันเป็น “ศิลป์” มันไม่ใช่ “ศาสตร์” ดังนั้น มันไม่มีสูตรสำเร็จ …ในโลกของการลงทุน 1+1 อาจไม่เท่ากับ 2 ---เนื่องจากสภาวะแวดล้อมมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา …เหมือนคุณเล่นกอล์ฟน่ะ ตีกอล์ฟก็สนามเดิม แต่จุดที่คุณตี มันไม่เคยซ้ำที่เดิมเลย ดังนั้น ที่หลายคนมองว่า เอ๊ะ!! คุณตีกอล์ฟอยู่สนามเดียวซ้ำไปซ้ำมา..ไม่เบื่อหรือ !!-- จริงๆแล้วทุกครั้งสถานการณ์มันไม่เคยเหมือนเดิม “และนั่น คือ ความท้าทาย ของการลงทุน”

ป๋ากึ้ง : คุณตีกอล์ฟเหรอ !! แต่ผมเซียนจักรยานผาดโผนนะ ..อิ อิ ---ผมขอเสริมนะ “คนเราส่วนใหญ่ชอบมองว่า การลงทุนมันเรียนได้จากการอ่านตำรา แต่ผมบอกเลยว่า “คิดผิด!!” คุณคิดดูนะ ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ หรือ ปั่นจักรยาน การที่คุณจะเป็นเซียนได้ มันไม่ได้อยู่ที่ว่า คุณรู้ทฤษฎีมากน้อยแค่ไหน …มันอยู่ที่ “การฝึกฝนต่างหาก” แต่แปลกมากนะ ที่คนส่วนใหญ่พอ ได้อ่านหนังสือหน่อย หรือ รู้ทฤษฎี อะไรนิดหน่อย ก็นึกว่า คุณเก่งเป็นเซียนแล้ว (จริงๆ มันไม่ใช่เลย)
วันแรกที่คุณ ขึ้นขี่จักรยานจริง ..นั่นแหละ “นับหนึ่ง” .. คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม !!

ภาววิทย์ : ใช่ๆ เห็นด้วยๆ ..ว่าต่อเลย ป๋ากึ้ง!!

ป๋า กึ้ง : “จบแล้ว !!” ไปนอนดีกว่า..อิ อิ (พูดเล่น ๆ) สิ่งที่อยากจะพูดคือ มันถึงเวลาแล้วที่ คนทุกคนจะต้องเข้ามาศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างจริงจัง .. “เห็นด้วยไหม ภาววิทย์!!”-------(อ่านต่อตอนที่ 5..ฉบับหน้า..ฮ่า ฮ่า)
เขียนโดย pawawit ที่ //pawawit.blogspot.com




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2553
4 comments
Last Update : 24 กรกฎาคม 2553 13:21:06 น.
Counter : 614 Pageviews.

 
 
 
 
กองทุนต้องมีกฏเพราะเงินเขาหนาและต้องมีผลงานไม่อย่างนั้นผู้ถือหน่วยอาจนอนไม่หลับ เอาพอร์ตบุคคลไม่กี่สิบล้าน หรือร้อยล้านต้นๆมาคิดไม่ได้หรอกครับ ผมพอร์ต9หลักปลาย ก็จนด้วยเกล้า เพราะสภาพคล่องมันน้อยจริงๆ มีอะไรเกิดอะไรขึ้นก็โดนขัง
 
 

โดย: Pakawatra IP: 125.24.90.99 วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:33:44 น.  

 
 
 
Buffet ไม่กลัวโดนขัง เพราะ เขาตังเยอะและทำการบ้านมาแล้ว

หุ้นที่เขามั่นใจ ถ้าลงมา เขารับเพิ่มอยู่แล้ว ไม่เหมือนบ้านเรา

ดูเทคนิคกันเป็นส่วนใหญ่(เวลาเทรด) พออาการไม่ดีก็หนีกันไว้ก่อน

แล้วกลับไปเข้าใหม่ตอนลงไปเยอะๆ หรือไม่ก็ตอนทำนิวไฮ

ลงทุนในหุ้นก็เหมือนกับเล่นกีฬา ต้องหมั่นฝึกฝนตัวเองไม่งั้นโอกาสแพ้ จะสูงขึ้นเรื่อยๆ

 
 

โดย: Duo-Core วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:15:56 น.  

 
 
 
ตลาดบ้านเราไม่เหมือนกับตลาดบ้านเขาต่างหากล่ะครับ
 
 

โดย: Pakawatra IP: 125.24.13.73 วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:17:45 น.  

 
 
 
ขอบคุณครับ
 
 

โดย: pawawit วันที่: 25 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:30:56 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

pawawit
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]




เขียน Blog เกี่ยวกับการลงทุน อยู่ที่
http://pawawit.blogspot.com ก็ใครจะคุยกันก็เข้าไป ดูที่ Blog ของผมได้ มีทั้ง Link ของ Facebook / Twitter หนังสือแกะรอยหยักสมอง (สั่งที่นี่ครับ) หนังสือ(ของผม)แนะนำครับ
[Add pawawit's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com