Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
เพื่อนมาตามให้ไปงานศพ

วันหนึ่งช่วงปลายเดือนกรกฏาคมปี50 ประมาณบ่ายสามโมงกว่าๆ ขณะที่ฉันนั่งเล่นเอ็มคุยกับเพื่อนๆ สมาชิกถนนนักเขียน ระบบแจ้งเตือนสมาชิกออนไลน์เอ็มเอสเอ็นแสดงชื่อเพื่อนคนหนึ่งซึ่งสนิทสนมและรู้จักกันมานานนับสิบปี แรกที่เห็นตั้งใจว่าจะเข้าไปทักทายและตอกย้ำให้เพื่อนโดดงานไปเที่ยวเมืองโบราณด้วยกันในสัปดาห์หน้า เพื่อฉลองการกลับเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพอีกครั้งหลังจากที่เพื่อนคนนี้ได้จากกรุงเทพไปใช้ชีวิตอยู่เมืองชล ตั้งแต่เรียนปริญญาตรีจนจบถึงปริญญาโท และใช้ชีวิตการทำงานอยู่ที่เมืองชลถึงสิบปี ฉะนั้นพอคิดได้ว่าฉันกับเพื่อนคนนี้นานๆ จะได้คุยกันสักที แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งคุยเอ็มกันไป งั้นคุยโทรศัพท์กันมันน่าจะดีกว่า ไว้วันพรุ่งนี้ค่อยโทรคุยก็แล้วกัน คิดได้อย่างนั้นเลยกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเม้าท์กับเอ็มกับเพื่อนคนอื่นต่อ

ขณะที่ฉันยังคงเพลิดเพลินอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งเม้าท์เอ็มสลับกับการท่องเที่ยวไปในบล็อกของเพื่อนๆ ที่คุ้นเคยในถนนนักเขียน เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

"สวัสดีค่ะ"

"เปรี้ยว นี่ต้อมนะ ตอนนี้เปรี้ยวว่างมั้ย? ทำอะไรอยู่หรือเปล่า?" เสียงจากปลายสัญญาณอีกฝั่งแม้จะฟังดีเรียบๆ แต่ก็ยิงคำถามมาเกือบจะเป็นชุด

"อ๋อ...ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ ก็แค่เล่นเน็ตเปิดเว็บดูอะไรเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง" ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบประโยคดี

"งั้นเปรี้ยว เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวออกมาเลยนะจ๊ะที่รัก" น้ำเสียงขี้เล่นแสนทะเล้นของนายต้อม โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่ทำให้น้ำเสียงของฉันมันเิริ่มกระด้างขึ้นมา

"อะไร! ทำไมเราต้องรีบอาบน้ำแต่ตัวออกไปหาเธอ นี่มันหกโมงครึ่ง เกือบจะทุ่มอยู่แล้วนะ เราไม่ออกไปหรอก" ฉันชำเลืองดูเวลาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์นิดนึงก่อนจะพูดโต้ตอบออกไป

"อ้าว!...อารมณ์บ่จอยซะงั้น เราไม่ได้จะพาเธอไปขายที่ไหนหรอกน่า มาเถอะ เราตั้งใจจะโทรมาชวนเธอไปงานศพเจ้าอ้วน" น้ำเสียงทะเล้นนั้นดูจะเจือจางลง หากว่าสิ่งที่ทำให้ฉันสนในที่สุดในตอนนี้ คือคำพูดประโยคสุดท้ายจากปากนายต้อม

"อะ...อะไรนะ งานศพอ้วน อ้วนไหนกัน"

"ก็เจ้าอ้วนเพื่อนเราไง ที่มันไปอยู่เมืองชล แล้วเพิ่งกลับมานี่แหละ" นายต้อมย้ำชัดตัวตนของเพื่อนผู้วายชนม์

"บ้า...ไม่จริงอะ เมื่อวานเรายังคุยเอ็มกับอ้วนอยู่เลย วันนี้อ้วนมันก็ยังออนเอ็มอยู่เลย มันจะตายได้ไง" ฉันเถียง เพราะยังรับไม่ได้กับสิ่งที่ต้อมบอก

"นี่เธอจ๋า...เธอตั้งสติให้ดีๆ แล้วฟังเรานะ อ้วนน่ะ ตายแล้ว ตายวันนี้ ตายเพราะรถชน ญาติของอ้วนเป็นคนโทรมาบอกเราเอง ส่วนรายละเอียดถ้าอยากรู้เธอก็รีบมาที่วัด พระลงสวดทุ่มนึงจ้ะ" ต้อมพูดย้ำชัดถ้อยชัดคำ จนฉันได้แต่นิ่งอึ้งมือกำโทรศัพท์แน่นแนบหู เหมือนโลกมันหมุนเคว้งอย่างบอกไม่ถูก

ต้อมบอกชื่อวัดและสถานที่ตั้ง รวมถึงศาลาที่ใช้ในการสวดอภิธรรมศพของอ้วนให้ฉันทราบ แต่ติดด้วยปัญหาที่การเดินทางจากบ้านฉันไปยังวัดที่ตั้งสวดอภิธรรมศพของอ้วนนั้น ค่อนข้างจะไกลกันและเดินทางลำบากสำหรับฉันมากในเวลาค่ำมืดแบบนี้ ทำให้ฉันตัดสินใจที่จะไม่ไป และบอกต้อมว่าถ้าฉันสะดวกจะไปฟังสวดได้วันไหนก็จะไปวันนั้นถ้าไปได้ แต่อย่างไรซะวันเผาศพอ้วน ฉันจะไปร่วมงานด้วยแน่นอน การสนทนาระหว่างฉันกับต้อมจึงยุติลง

ฉันนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างซังกะตาย เมื่อนึกถึงข่าวร้ายของอ้วนที่หุนหันมาด่วนจากไปอย่างไม่ทันที่จะได้ร่ำลากันก่อน อดนึกถึงตอนที่อ้วนออนเอ็มขึ้นมาไม่ได้ คิดว่าหากวันนี้ได้เข้าไปทักและคุยเอ็มกับอ้วน ฉันอาจจะช็อคและรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ยิ่งไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ก็เป็นได้

ฉันพยายามรวบรวมกำลังใจที่มีอยู่ เขียนไว้อาลัยให้กับการจากไปของอ้วน ในบล็อคส่วนตัว เพราะมันคงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำให้อ้วนได้ เพื่อทดแทนความดีของอ้วนที่ฉันจะยังสามารถระลึกถึงได้

เกือบเที่ยงคืน หลังจากที่ฉันสวดมนต์ ทำสมาธิ และแผ่เมตตาเสร็จ ก้มลงกราบหมอน ล้มตัวลงนอน พอหัวถึงหมอนเท่านั้นเอง เสียงน้องหมาก็ประสานเห่าหอนกันดังแว่วมาแต่ไกล และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนฉันเริ่มจับทิศทางของเสียงที่ดังใกล้เข้ามาได้อย่างถนัด

เสียงน้องหมาโก่งคอหอนรับกันเป็นทอดๆ ฟังดูโหยหวน ดังมาจากทางด้านหน้าซอยแล้วรับทอดมาเรื่อยๆ อย่างเชื่องช้า จนเส้นขนอ่อนที่แขนกับต้นคอเกิดอาการตื่น และลุกชันขึ้นมาก

ฉันสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวบางอย่าง ซึ่งอยู่ภายนอกที่กำลังใกล้เข้ามา มันดูเลื่อนลอยเอื่อยเฉื่อยพิกล ยิ่งได้รับรู้ได้สัมผัสถึงสิ่งนั้น เส้นขนทั่วสรรพางค์กายเหมือนจะแข่งขันประชันความเป็นเส้นตรงกันก็ไม่ปาน

ในที่สุดสิ่งนั้นก็มาหยุดอยู่แค่หน้าประตูรั้วบ้านของฉัน เสียงประสานที่โหยรับกันมาเป็นทอดๆ ของน้องหมา ก็มากระจุกบรรเลงโหมโรงอยู่ที่ตรงหน้าประตูรั้วบ้านฉัน ในตำแหน่งที่ตรงกับห้องนอนของฉันพอดิบพอดี

ฉันอดทนนั่งฟังอยู่ระยะหนึ่งเห็นว่าบางอย่างที่พาเสียงประสานโหยหวนของน้องหมามาด้วยนั้นคงจะไม่ไปไหนแม่นแล้ว สงสัยจะตั้งใจมาหาฉันแม่นแล้ว จึงรวบรวมจิตให้เป็นสมาธิ แล้วเปล่งเสียงพูดพอที่ตัวเองจะได้ยิน

"อ้วนใช่มั้ย? เรารู้เรื่องแล้ว แต่เราไม่สะดวกไปจริงๆ ยังไงซะ วันเผาอ้วน เราต้องไปให้ได้แน่นอนนะ อ้วนกลับไปก่อนนะ" เท่านั้นแหละ สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจก็บังเกิดขึ้น เสียงน้องหมาที่แทบจะเรียกว่าทั้งซอยหยุดหอนกันไปดื้อๆ อย่างนั้นแหละ แบบชนิดที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเชียวล่ะ แต่แค่นี้ก็ทำให้ฉันล้มตัวลงนอนหลับได้อย่างสบายๆ

หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นแล้ว ทุกคืนที่ผ่านมาก็ดูจะเป็นปกติดี ไม่มีใครมา ไม่มีเสียงน้องหมาเห่าหอนให้ต้องขนหัวลุก จนกระทั่งคืนก่อนวันเผาศพอ้วนหนึ่งคืน ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของการสวดอภิธรรมศพ

ประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ เห็นจะได้ ขณะที่ฉันนั่งเม้าท์เอ็มอยู่กับเพื่อน อยู่ๆ บรรดาน้องหมาในละแวกซอยบ้านฉันตั้งแต่หน้าปากซอย ในซอย ก็พร้อมใจกันโก่งคอหอนขึ้นมาชนิดที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ครั้งนี้ไม่อ้อยอิ่งเอื่อยเฉื่อยเหมือนครั้งก่อน แต่่หอนแบบรวดเดียวจากหน้าปากซอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้าน เล่นฉันซะใจคอสั่นไปหมด และยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งตัว ไฟฟ้าในบ้านก็ดับพรึ่บลงทันที เสียงประสานของน้องหมาก็ดังกระหึ่มโหมโรงมาอีกระลอก

ซ้ำร้ายที่สุดก็คือ คนในบ้านนอนหลับกันหมดแล้วตั้งแต่หัวค่ำ ดังนั้นกับสถานการณ์ที่เจออยู่ในขณะนั้น ความรู้สึกเหลือจะบรรยาย ทั้งตกใจ ทั้งกลัว ยิ่งตอนที่รู้สึกว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ข้างๆ ด้านหลังระยะประชิดตัวด้วยแล้ว แทบอยากจะเป็นลมเลยทีเดียว

แต่ถึงแม้จะไม่หันไปมองด้านหลัง ตรงตำแหน่งที่รู้สึกว่ามีใครมายืนอยู่ในระยะประชิดตัว แว่บนึงฉันกลับเห็นอ้วน เหมือนเป็นเงาของอ้วนมากกว่าที่มายืนอยู่ด้านหลัง ข้างๆ ตัวฉัน ทำให้ฉันได้สติขึ้นมา

"อ้วนเหรอ? ไม่ต้องห่วงนะ พรุ่งนี้วันเผาศพนาย เราไปแน่นอนอยู่แล้ว เราไม่ได้ลืมนะ อะสัญญาก็ได้ พรุ่งนี้เราจะไปเผาศพนาย" สิ้นคำ ไฟฟ้าในบ้านก็สว่างขึ้นมาเหมือนปกติ เสียงน้องหมาก็เงียบหายไปเหมือนว่าพวกมันไม่ได้เคยเห่าเคยหอนมาก่อน

งานวันเผาศพอ้วน ฉันไปถึงก่อนเวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ ทำให้มีโอกาสได้คุยกับพี่สาวของอ้วน และได้รู้ว่าวันที่อ้วนเสียชีวิตนั้น อ้วนขับรถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านที่ประชาอุทิศตั้งแต่ตีห้า แล้วไปประสบอุบัติเหตุรถชนที่บางนาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางดี อ้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางนา ได้รับการผ่าตัดเร่งด่วน เพราะอวัยวะภายในช่องท้องแตกเละจนแทบจะไม่เหลือ หลังการผ่าตัดอาการของอ้วนไม่ดีขึ้นและแย่ลง เพราะเสียเลือดมาก อีกทั้งเลือดไม่ยอมแข็งตัว บรรดาญาติๆ ไปรวมตัวกันอยู่ที่โรงพยาบาลหมด เพื่อเป็นกำลังใจให้อ้วนจนวาระสุดท้ายของชีวิต พี่สาวของอ้วนบอกว่าอ้วนสติดีมาก คอยบอกญาติๆ ว่าไม่เป็นไร สบายแล้ว แต่ยังเจ็บตรงข้างในท้องอยู่ อ้วนพยายามชวนญาติๆ คุยเพื่อทำให้บรรดาญาติสบายใจ จนกระทั่งจากไปอย่างสงบ

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ในช่วงเวลาที่ใกล้จะเป็นวาระสุดท้ายของอ้วน กลับเป็นเวลาที่ระบบแจ้งเตือนของเอ็มเอสเอ็น แสดงการเข้าระบบออนไลน์เอ็มเอสเอ็นของอ้วน ซึ่งพี่สาวของอ้วนบอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะตั้งแต่ตอนสายๆ พอรู้ว่าอ้วนเกิดอุบัติเหตุ ทุกคนก็มาโรงพยาบาลกันหมด ไม่มีใครอยู่ที่บ้าน ไม่มีใครอยู่สำนักงาน แล้วก็ไม่มีใครให้เครื่องคอมของต้นหรือเอ็มเอสเอ็นของอ้วน อ้าว! แล้วนี่มันอะไรกันล่ะ เอ็มเอสเอ็นของอ้วนที่ออนไลน์ในวันนั้น ก่อนที่ฉันจะได้รับข่าวร้ายเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ฉันกับพี่สาวของต้นได้แต่มองหน้ากันโดยไม่มีคำพูด เพราะไม่สามารถหาบทสรุปที่เกิดขึ้นได้

หลังจากการสนทนากับพี่สาวของอ้วนแล้วทำให้ทั้งฉันและพี่สาวของอ้วนต่างเพิ่งรู้ว่า เพื่อนที่อ้วนมักพูดถึงบ่อยก็คือฉัน พี่สาวของอ้วนรู้แต่ว่าอ้วนบอกจะชวนเพื่อนมาช่วยงานไว้แล้วก็เงียบไป ใช่...อ้วนเคยเอ่ยปากชวนฉันไปทำงานกับอ้วนและพี่สาวที่ตั้งโรงงานใหม่แถวเอกชัยก่อนที่อ้วนจะประสบอุบัติเหตุแค่ไม่ถึงสองสัปดาห์ ซึ่งฉันปฏิเสธอ้วนไปทั้งที่อ้วนอาสาจะรับส่งให้จากที่ทำงานถึงช่วงถนนตัดใหม่ตรงท่าพระเพื่อให้ฉันเดินทางสะดวกขึ้น ฉันยังจำได้

"โอ๊ย...ไม่เอาอะอ้วน ถึงนายบอกว่าจะขับรถตามรับตามส่งเราอะ แต่นายอะตัวใหญ่ แมงกะไซค์นายก็คันติ๊ดเดียวอะ ไม่เอาอะกลัวตายว่ะ ฮ๋า...ฮ่า...ฮ่า..."

"เออ...ก็ถ้าคนมันจะตายยังไงมันก็ต้องตายละว้าาา จะช้าเร็วก็ตายเหมือนกัน หรือจะเถียง" อ้วนโต้เอ็มฯ แย้งกลับ แผงแววขี้เล่นตามบุคลิกของตน แม้จะชี้ให้เห็นสัจจะธรรมของชีวิต

"ไม่เอาอะ เรื่องไรจะไปตายกะนาย เรไม่ตายกะนายหรอกนะ ถ้านายจะตายก็ตายคนเดียวนะเราไม่ตายด้วยหรอก ฮ๊ะ...ฮ๊ะ..."

"เออ...ใครว่าเราจะเอานายไปตายด้วยล่ะ ยังไงเราก็ไม่ให้นายตายกับเราหรอก ให้เราตายคนเีดียวแล้วให้นายอยู่ โอเคมั้ย" ทั้งฉันทั้งอ้วนเหมือนจะนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ไม่มีใครพิมพ์ข้อความตอบกลับ จนกระทั่งอ้วนเป็นฝ่ายพิมพ์ข้อความขึ้นมาใหม่

"เปรี้ยวนายยังจำได้มั้ย ที่เราเคยบอก เราพูดกับนายเสมอๆ ว่า เราอายุไม่ยืน อยู่่ไม่ถึงสามสิบก็ตายแล้ว มันก็ใกล้แล้วล่ะ ยังไงนายก็ไม่ตายกับเราหรอก เรายังไม่ให้นายตายหรอกนะ ไว้เราตายแล้วจะมาบอกหวยนายเอามั้ย?" ข้อความของอ้วนดูจะจริงจังจนน่าใจหาย

"ไอ้บ้า ไม่เอาโว้ย เราแค่พูดเล่นแซวนายเล่นเฉยๆ ไรวะ นายแม่ง พูดซะเอาเป็นจริงเป็นจังเลย เอาเป็นว่าถ้าเรายังไม่ตาย นายก็ยังตายไม่ได้ เราไม่อนุญาตให้ตาย นายต้องอยู่เป็นเพื่อนเราก่อน โอเค้?"

"นายห้ามเราให้ไม่ตายไม่ได้หรอกเปรี้ยว ถึงเวลาเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น อย่าคิดมาก" เหมือนอ้วนจะปลอบ

แต่สุดท้ายฉันก็เฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุยไปจนได้ และนั่นคืนการสนทนาทางเอ็มเอสเอ็นเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างอ้วนกับฉัน และทุกวันนี้ฉันก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าในวันนั้น วันที่เอ็มเอสเอ็นของอ้วนแสดงขึ้นมาในระบบออนไลน์ ขณะที่อ้วนอยู่ที่โรงพยาบาลและใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต หากตอนนั้นฉันตัดสินใจเปิดหน้าจอเอ็มเอสเอ็นของต้นขึ้นมาและเข้าไปทักทาย ฉันจะได้คุยกับอ้วนหรือเปล่า? และถ้าได้คุยกันจริงๆ อ้้วนจะคุยอะไรกับฉัน?


ปล. อ้วนบอกว่าจะมาให้หวย อ้วนทำตามสัญญาจริงๆ นะคะ เพียงแต่อ้วนรู้ว่ามณีนาคากลัวผี ก็จะไม่มาให้เห็น แต่ให้รู้สึกได้เฉยๆ หุหุ

ปล.2 เนื่องจากเวลามีจำกัดมาก เพราะช่วงหลังนี้จะยุ่งมากทำให้ไม่ค่อยมีเวลาเขียนเรื่อง การใช้สำนวนภาษาอาจจะสะดุดและขัดๆ ไปบ้างเนื่องจากไม่ค่อยมีเวลาเกลา บวกกับเวลาในการนั่งนึกถึงบรรยากาศขณะที่เจอมีไม่มาก เลยไม่มีไม่สามารถบรรยายให้ได้เข้าถึงอารมณ์ในขณะนั้นเหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่เคยเขียนลงในถนนฯ นะคะ ต้องขออภัยด้วย




Create Date : 30 สิงหาคม 2552
Last Update : 31 สิงหาคม 2552 0:21:55 น. 7 comments
Counter : 95 Pageviews.

 
เพื่อนสนิท..

ย่อมทำตามที่สัญญาไว้


(ปล. เป็นเรื่องแต่งที่ดูเหมือนจริงจัง)




โดย: สัมผัสรักในใจเรา วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:18:10:29 น.  

 
ึคุณไนท์จ๋า ส้มว่าเป็นเป็นเรื่องจริงที่ดูเหมือนเรื่องแต่งมากกว่านะ หุหุ ^ ^"


โดย: มณีนาคา วันที่: 1 กันยายน 2552 เวลา:22:57:35 น.  

 
สบายดีนะครับ


โดย: ปฐพีหอม วันที่: 3 กันยายน 2552 เวลา:18:47:18 น.  

 

คิดถึงเธอทุกที...อยู่คนเดียว
ขอให้ไปสู่สุขคตินะ...อ้วนเพื่อนรัก


โดย: bigkeat@hotmail.com IP: 125.24.11.57 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:15:52:57 น.  

 
คุณอ้วนน่ารักจัง ขอให้ไปสู่สุคตินะครับ (ถึงจะรู้ช้าไปสองปีก็เถอะ)


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:15:58:34 น.  

 
lสบายดีนะครับ


โดย: ปฐพีหอม วันที่: 25 กันยายน 2552 เวลา:18:59:19 น.  

 
อะ.... คุณส้มหายเหนื่อยหรือยัง

อาทิตย์หน้าพร้อมไหม อิอิ


โดย: สัมผัสรักในใจเรา วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:20:59:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มณีนาคา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ลอกเลียน ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความ หรือรูปภาพใน blog แห่งนี้ไปใช้ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิงก่อนได้รับอนุญาต มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินคดีตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด หากสนใจรูปภาพ งานเขียน หรือผลงานอื่นๆ ใน blog นี้ เพื่อนำไปเผยแพร่เป็นการส่วนตัวหรือการพาณิชย์ กรุณาติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรง
ผลงานรวมเล่มเดี่ยว ผลงานรวมเล่มรวมนักเขียน
ผลงานรวมเล่ม e-book
Friends' blogs
[Add มณีนาคา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.