Group Blog
กุมภาพันธ์ 2551

 
 
 
 
 
1
2
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
 
 
มาออกกำลังกล้ามเนื้อปากกันดีกว่า แล้วคุณจะพูดภาษาอังกฤษชัดแจ๋ว แถมด่าภาษาไทยไฟแล่บกว่าเดิม
เทคนิคที่ 1 มาออกกำลังกล้ามเนื้อปากกันดีกว่า แล้วคุณจะพูดภาษาอังกฤษชัดแจ๋ว แถมด่าภาษาไทยไฟแล่บกว่าเดิม

คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมเวลาเราจะพูดภาษาอังกฤษแล้วต้องมาออกกำลังกล้ามเนื้อปากด้วย คำตอบก็คือการพูดภาษาอังกฤษจะใช้กล้ามเนื้อบริเวณรอบริมฝีปากมากกว่าภาษาไทยไงครับ บางคนไม่เชื่อ ผมอยากให้คุณสังเกตดูริ้วรอยบนใบหน้าฝรั่งสิ ถ้าถามว่าระหว่างพวกฝรั่งกับคนแถบเอเชีย ใครหน้าอ่อนเยาว์กว่ากัน? ผมเชื่อว่าคุณต้องตอบว่าคนเอเชียอย่างพวกเรา (ไม่ได้เข้าข้างกันนะครับ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ) ไม่เชื่อคุณดูหน้าอย่างแฮริสัน ฟอร์ดสิ หรืออย่างแบรด พิตท์ก็ได้ หล่อจริงแต่ริ้วรอยบนใบหน้าเยอะเหมือนกัน แล้วดูอย่างพี่เบิร์ดของเราสิ ดูแค่หน้าคงทายอายุไม่ถูกแน่ๆ ส่วนหนึ่งเลยเป็นเพราะการพูดจาของฝรั่งเค้าจะแสดงออกทางสีหน้ามากกว่าคนไทยครับ และการพูดภาษาอังกฤษก็ใช้การขยับปากมากกว่าคนไทยมาก แต่หลายคนอาจเถียงว่า แล้วทำไมบางทีเห็นฝรั่งมันพูดแล้วปากไม่ค่อยขยับเลย เหมือนพูดอยู่ในลำคอ? จริงๆ แล้วเค้ามีการเกร็งกล้ามเนื้อรอบริมฝีปากเวลาพูดครับ แต่คุณอาจจะไม่เห็นอย่างชัดเจน (บางคนเห็นความหล่อความสวยของใบหน้าฝรั่งก็ลืมสังเกตปากเค้า)

คราวนี้แล้วถ้าคนไทยอย่างคุณจะพูดภาษาอังกฤษโดยการใช้กล้ามเนื้อปากน้อยๆ อย่างที่เราพูดภาษาไทยกันจะเป็นยังไงล่ะ? คำตอบก็คือ เสียงภาษาอังกฤษที่ออกมาจากปากคุณมันจะไม่ชัดเจนไงครับ พาลให้บางทีฝรั่งฟังไม่ออก และสำเนียงก็จะเป็นไทยๆ อีกด้วย

จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเจอมากับตัวเองเลยคือ ช่วงที่เรียนอยู่แล้วได้ใช้ภาษาอังกฤษบ่อยๆ ไม่มีปัญหาอะไร ขยับปากได้ไวมาก เรียกว่าได้ดั่งใจ (ช่วงนั้นสำเนียงเปลี่ยนแล้วนะครับ) พอเข้ามาทำงานได้ 1 ปีผ่านไป ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาอังกฤษ จะได้ใช้แค่เดือนละครั้ง ครั้งละ 10 นาทีเพื่อเสนอผลงานประจำเดือนเท่านั้นเอง วันดีคืนดีบริษัทผมส่งให้ผมไปสัมมนากับชาวต่างชาติ เวลาคุยกับเค้าวันนั้น ปรากฏว่าผมพูดภาษาอังกฤษติดๆ ขัดๆ ตลอดจนรำคาญตัวเอง คือหัวมันสั่งงานให้พูดตามที่คิดนะ แต่ปากมันขยับไม่ได้ดั่งใจ เสียงที่ออกมาก็ไม่ชัดเจน พูดติดๆ ขัดๆ ผมรู้เลยว่าเป็นเพราะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมานานจนกล้ามเนื้อรอบปากมันใช้งานไม่ได้ดั่งใจเหมือนเดิมแล้ว เลยต้องขยันฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อปากบ่อยๆ (ไม่ใช่ด่าบ่อยๆ นะครับ เดี๋ยวจะบอกว่าทำยังไง) หลังจากนั้นก็ดีขึ้น กลับมาใช้งานได้ดังเดิม

คราวนี้คุณคงสงสัยแล้วล่ะสิว่า จะฝึกกล้ามเนื้อปากกันยังไง? คุณลองพูดคำว่า “ยู่-ยี่” โดยใช้กล้ามเนื้อปากให้มากที่สุดดูสิครับ คือเวลาพูด “ยู่” ให้ริมฝีปากยื่นไปข้างหน้าสุดๆ เหมือนทำปากหมูน่ะครับ พร้อมกับเผยอริมฝีปาก ให้ปากเจ่อๆ (นึกว่าตัวเองเป็นแองเจลีน่า จูลี่ก็ได้) วิธีการทดสอบคือ ถ้าคุณยกนิ้วชี้ขึ้นมาตั้งฉากกับริมฝีปาก นิ้วคุณต้องสัมผัสกับริมฝีปากด้านใน(ที่ไม่โดนลิปสติกน่ะครับ) ถ้าสัมผัสกับริมฝีปากด้านนอกแสดงว่าปากคุณไม่เจ่อ ผิดนะครับ แล้วพอพูดคำว่า “ยี่” ก็ต้องพยายามให้ยืดริมฝีปากให้กว้างที่สุด (นึกว่าตัวเองเป็นจูเลีย โรเบิร์ต ปากกว้าง) ทำสองท่านี้สลับกันให้ได้วันละ 1,000 ครั้ง เป็นอย่างน้อยนะครับ เอ่อ...คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ วันละ 1,000 ครั้งจริงๆ ตอนแรกอาจจะดูเหมือนเยอะ เวลาทำไปสักพักจะรู้สึกเมื่อยปากสุดๆ แสดงว่าคุณมาถูกทางแล้วครับ ใครทำแล้วไม่เมื่อยปาก ทำผิดแน่นอน เพราะตั้งแต่เกิดมาคุณไม่เคยใช้กล้ามเนื้อปากมากมายขนาดนี้ ช่วงแรกถ้าเมื่อยสุดๆ ก็อาจจะหยุดพักสัก 5 นาทีให้พอหายเมื่อย แล้วก็ทำต่อเช่นนี้ไปจนครบ 1,000 ครั้ง ก่อนเข้านอนก็หาครีมลดริ้วรอยมาทาต่อต้านความชรา (รู้นะว่า...คุณอย่างพูดภาษาอังกฤษได้เหมือนฝรั่ง แต่ไม่อยากแก่เร็วเหมือนฝรั่ง ใช่มั้ย?) นี่เป็นแค่ท่าพื้นฐานท่าหนึ่งเท่านั้น ลูกศิษย์ที่เรียนกับครูเคทหรือผม จะต้องทำท่านี้วันละ 1,000 ครั้ง ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยอาทิตย์แรกจะโหดสุดๆ เพราะคุณอาจจะเมื่อยปากมากๆๆๆ แต่พอผ่านไปได้สักระยะ คุณจะเมื่อยน้อยลง จนในที่สุดสามารถทำได้ 1,000 ครั้งติดต่อกันโดยไม่เมื่อยเลย ซึ่งแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะกล้ามเนื้อปากคุณอยู่ตัวแล้วพร้อมที่จะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจน สังเกตดูตัวเองนะครับจะพูดภาษไทยด้วยความเร็วที่เร็วกว่าเดิม บางทีด่าได้ไฟแล่บกว่าเดิมอีก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อก่อนผมเป็นคนพูดภาษาไทยช้ามาก แต่เดี๋ยวนี้ต้องยับยั้งใจตัวเองไม่ให้พูดเร็วเกินไปเพราะกล้ามเนื้อปากมันขยับได้ดั่งใจนั้นเอง ลองเอาไปฝึกดูนะ ได้ผลหรือไม่ได้ผลยังไงก็บอกกันได้ครับ อย่ามาอ้างว่าไม่มีเวลาฝึกนะครับ เพราะคุณจะฝึกตอนไหนก็ได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรเลย (ถ้าจะฝึกตอนขับรถอยู่ ก็ระวังรถข้างๆ เค้าอาจจะสงสัยว่าคุณเป็นบ้าอะไร นั่งขยับปากน่าเกลียดอยู่คนเดียว ไม่รู้ด้วยน้า)

ขอแถมอีกนิดนึง ว่าเวลาฝรั่งพูดภาษาอังกฤษ เค้าจะใช้ลมมากกว่าเราพูดภาษาไทยมากนะ สังเกตง่ายๆ ถ้าคุณไปยืนใกล้ๆ ฝรั่งอาจจะเปียกได้เนื่องจากน้ำลายมันกระเด็นบ่อยมาก ซึ่งต่างจากคนไทยที่ถูกสอนมาให้เรียบร้อย ภาษาไทยเราจึงสามารถพูดได้โดยใช้ลมเพียงนิดเดียว น้ำลายไม่กระเด็นด้วย (เดี๋ยวเสียมารยาทแย่เลย) ดังนั้นเวลาคุณพูดเช่นตัว B, P, F, D ฯลฯ ต้องให้มีลมออกมามากกว่าตัว บ, พ, ฟ, ด ของไทยเรานะครับ น่าเสียดายที่ทำให้ดูเป็นตัวอย่างไม่ได้ ลองจินตนาการกันเอาเองแล้วกันนะครับ



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2551 20:29:34 น.
Counter : 10033 Pageviews.

27 comments
  
โดย: meemie (kanhompung ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:36:36 น.
  
เสี่ยงต่อหน้าย่น
โดย: shin chan (alei ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:42:30 น.
  
เสี่ยงต่อหน้าย่น555
โดย: taatum IP: 203.131.208.115 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:33:30 น.
  
ขอบคุณที่แอดยอพระกลิ่นค่ะ เดี๋ยวจะกลับไปแอดในรายชื่อค่ะ
โดย: ยอพระกลิ่น วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:57:16 น.
  
มามามามามาต่อ ฮ่ะรอนานแล้วววว
โดย: taatumjt IP: 203.131.208.115 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:06:59 น.
  
ครูเฟียตคะ แต้ถามนิดนึงนะคะ พอดีว่าไปเจอProfileนึงอ่ะค่ะ แล้วStatus เนี่ยเค้าลงว่าCommitted เปิดดิกดูแล้วก้อไม่เคลียร์ค่ะประมาณว่าWanting to work hard at somethingแล้วเกี่ยวอะไรกับStatus ที่เรามักจะลงกันว่าSingle/Married ไม่เข้าใจ??!! เชยจัง..
ป.ล.ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่JJ.Classวันสุดท้ายไม่ได้เข้าเรียน พอดีไปเลี้ยงปีใหม่กับเพื่อนที่กรุงเทพแล้วกลับมาตื่นไม่ทัน แย่มากๆเลย ขอโทษจริงๆค่ะ เอาเป็นว่าจะแวะเข้ามาเล่นที่Blogขอครูบ่อยๆขึ้นพร้อมกับข้อสงสัยนะคะ....
โดย: แต้ IP: 117.47.158.174 วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:0:10:27 น.
  
ทำได้ 10 ครั้งยังรุ้สึกเมื่อยเลยอะคะ แง่งๆๆๆ
โดย: แป๊ะย๊ง วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:18:45:31 น.
  
สวัสดีครับครูเฟียต ผมมีข้อสงสัยอีกแล้วครับ

1.ถือว่าปกติไหมครับที่ตอนฝึกนั้นหนังแต่ละเรื่องฟังออกไม่เท่ากัน ตอนนี้ผมดูซีรี่ส์กับหนังปกติ ซีรี่ส์ที่ผมดูเป็นแนวคอมดี้ บทสนทนาก็ทั่วไป ตอนนี้ฟังออกเกือบหมดแล้ว (มากกว่า 95%) แต่พอมาดูหนังทั่วไปกลับฟังออกไม่เท่ากับตอนที่ดูซีรี่ส์

อย่างล่าสุดดูหนังเรื่อง Elizabeth;The Golden Age ตอนดูนี่แทบลมใส่เลยครับ เพราะฟังออกประมาณ 70% แถมบางช่วงต้องเงี่ยหูฟังหรือไม่ก็นั้งหลับตาฟังเฉยๆจึงฟังออก (ผมใส่หูฟังข้างเดียว อีกข้างเอาไว้ฟังเสียงตัวเองพูด) ผมรู้สึกว่ามันผิดธรรมชาติของการฟังยังไงไม่รู้ หลังจากดูจบรู้สึกเสียกำลังใจมาก จากที่เคยมั่นใจตอนดูซีรี่ส์ พอมาเจอหนังที่มีบทสนทนาซับซ้อนมากขึ้นเนี่ยเสีย self ไปเลย

ไม่ทราบว่ามีสมาชิกท่านใดเจอปัญหาแบบนี้หรือเปล่า แล้วตอนที่ครูเฟียตฝึก ครูเฟียตเจอปัญหาแบบนี้หรือเปล่าครับ

2.ผมเพิ่งค้นเจอบทความเรื่องการ drill ประโยคของครูเฟียตครับ อยากทราบว่าต้องรอให้ฝึกสำเร็จก่อนใช่ไหมครับแล้วค่อยไปฝึก drill ประโยค และถ้าเราเจอสถานการณ์ที่เราต้องพูดประโยคที่ไม่ได้ฝึก drill นี่ เราจะทำอย่างไรครับ หรือว่าถ้าเราฝึกสำเร็จแล้ว ประโยคเหล่านั้นมันจะออกจากปากโดยอัตโนมัติ พอดีผมนึกภาพไม่ออกว่าคนที่ฝึกจนบรรลุแล้วรู้สึกยังไง

ขอบคุณครับ
โดย: แท็บ IP: 58.9.121.112 วันที่: 5 มีนาคม 2551 เวลา:19:20:12 น.
  
โดย: หนังสือมือสอง (AngelTomorrow ) วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:3:29:02 น.
  
ไม่เห็นมาต่อเลยครูครับ รอนานมากแล้ว ฮือๆๆ
โดย: jt IP: 203.131.208.115 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:15:01:05 น.
  
มาต่อที่เถอะคร๊าบบบบบ จะลงแดงแล้วครู ฮือๆๆๆๆๆ
โดย: jt(tatum) IP: 203.131.208.115 วันที่: 2 เมษายน 2551 เวลา:14:01:10 น.
  
ขอโทษทีครับที่หายหน้าไปนานนนนนน
ขอบคุณที่ยังติดตามผลงานของผมอยู่
สัญญาครับว่าจะมาลงบทความให้ต่อเร็วๆ นี้
แล้วเจอกันนะครับ
โดย: Kru Fiat (KruFiat ) วันที่: 3 เมษายน 2551 เวลา:20:43:05 น.
  
เข้ามาต่อเร็วนะครับ
โดย: แท้บ IP: 202.91.19.204 วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:14:33:22 น.
  

จะไปลองทำดูนะค่ะเผื่อได้ผล
โดย: น้ำ IP: 202.12.97.117 วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:14:03:52 น.
  
ตอบคุณแท็บ

ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยครับที่หายหน้าไปนาน ไม่ได้เข้ามาตอบคำถามที่ post ไว้นานนับเดือน ช่วงสงกรานต์นี้ได้หยุดยาวเลยมีเวลาว่างสักที ผมขอตอบคำถามคุณแท็บที่ถามไว้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ดังนี้ครับ

1. การฟังหนังแต่ละเรื่องออกไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติครับ เพราะมันขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สำเนียงตัวแสดง ซึ่งบางเรื่องเป็นอเมริกันที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย ก็จะฟังออกง่าย บางเรื่องอย่างเช่น Harry Potter เป็นสำเนียงอังกฤษ ใครที่ไม่คุ้นเคยก็อาจจะฟังไม่ค่อยออก นอกจากนั้นยังขึ้นกับสถานการณ์ในหนังนั้นๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นหนังเกี่ยวกับศาล ใครไม่ค่อยรู้ศัพท์เกี่ยวกับศาล, กฎหมาย ก็อาจจะฟังไม่ค่อยออก แต่ไม่เป็นไรครับ คุณอาจจะดู subtitle ภาษาอังกฤษประกอบเพื่อศึกษาไว้เป็นความรู้ ต่อไปเจออีกจะได้ฟังออก

ข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะย้ำคือ คุณต้องแยกฝึกทีละอย่างนะครับ ถ้าอยากจะฝึกปรับสำเนียงให้เป็นฝรั่ง ผมเคยแนะนำให้คุณพูดตามหนังฝรั่งทั้งๆ ที่ไม่รู้ความหมายใดๆ ในกรณีนี้คุณไม่ต้องตั้งใจฟังเพื่อแปลความหมายนะครับ ให้ฟังเพื่อพูดตามให้เหมือนเพียงอย่างเดียว ทำตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่องแล้วยังไม่รู้เรื่องหนังเลยก็ไม่ผิดอะไรครับ แต่ถ้าคุณอยากจะฝึกทักษะการฟัง ไม่ต้องพูดตามนะครับ ให้ฟังอย่างเดียว

ในกรณีของคุณแท็บ ที่ฟังออกเกือบหมดแล้ว ถือว่าใช้ได้แล้วครับ อาจจะเหลือแค่เก็บสะสมปรสบการณ์สถานการณ์ต่างๆ จากหนังให้มากขึ้น ก็จะเก่งขึ้นไปได้อีกครับ พยายามต่อไปนะครับ

2. เรื่องของการ drill ประโยค คุณไม่ต้องรอให้สำเนียงเปลี่ยนก่อนแล้วค่อยฝึกนะครับ สามารถฝึกไปด้วยกันได้เลย เพราะการ drill ประโยคเป็นการทำให้คุณพูดภาษาอังกฤษคล่องขึ้น อย่างเช่น เวลาเราฟังใครถามเราว่า How are you today? เราจะสามารถตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลไทยก่อนว่า I'm fine. Thank you. And you? เพราะเราใช้บ่อย (ตอนเจอครูภาษาอังกฤษทุกชั่วโมง) ซึ่งเท่ากับการ drill ประโยคนั่นเอง แล้วลองคิดดูสิครับว่าถ้าคุณมีประโยคเช่นนี้อยู่ในหัวสักร้อยประโยค คุณจะสามารถพูดโต้ตอบได้อย่างรวดเร็วเพียงใด แถมยังไม่ต้องคิดไทยก่อน และพูดไม่ผิด grammar อีกด้วย

ทักษะการ drill ประโยคนี้จะแยกจากการปรับสำเนียงนะครับ ดังนั้นบางคนฝึกปรับสำเนียงเพียงอย่างเดียว จนสำเนียงตัวเองเปลี่ยนเป็นฝรั่งแล้ว แต่เวลาพูดภาษาอังกฤษจริงๆ กลับพูดติดๆ ขัดๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไป (แต่เวลาพูดออกไปแล้วสำเนียงดีไงครับ) หรือถ้าคุณฝึกเฉพาะ การ drill ประโยคเพียงอย่างเดียว สุดท้ายคุณก็จะพูดได้คล่องมาก แต่สำเนียงอาจจะยังไม่เป็นฝรั่งถ้าคุณไม่ฝึกพูดตามหนัง ดังนั้นควรฝึกทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปจะได้พูดภาษาอังกฤษได้คล่องด้วยสำเนียงที่เป็นฝรั่งไงครับ

หวังว่าคุณแท็บคงขยันฝึกฝนต่อไปจนสำเร็จนะครับ ขอบคุณสำหรับคำถามที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนคนอื่นๆ ด้วยครับ
โดย: Kru Fiat (KruFiat ) วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:7:28:45 น.
  
ขอบคุณครูเฟียตสำหรับคำตอบครับ

ตอนแรกผมคิดว่าถ้าฝึกจนสำเนียงเหมือนฝรั่งแล้ว จะทำให้ราสามารถพูดได้คล่องเอง นึกไม่ถึงว่าจะต้องฝึก drill ประโยคด้วย

โดย: แท็บ IP: 202.28.181.200 วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:17:20:52 น.
  
อยากถามว่าฝึกกล้ามเนี้อปากแบบปากหมู หรือพูดยู่ยี่จะต้องทำเร็วช้าขนาดไหนครับ ค่อยๆขยับไปแบบเน้นๆ หรือพยามทำปากขยับเร็วๆแบบไปกลับใน1วีนาที (เข้าใจมั้ยครับ) ผมพยายามฝึกมาตั้งนานแล้ว แต่เสียงก็ไม่เปลี่ยนซักทีครับ เคยอัดเทปฟังตัวเองพูด แค่พูดคำง่ายๆคล่องๆ อย่าง how are you? where are you going? พยายามกระแดะสุดแล้ว แต่ก็สำเนียงไม่ใช่อยู่ดี ไม่รู้จะทำไงดีครับ
โดย: map IP: 75.120.210.222 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:23:50 น.
  
อยากถามว่าฝึกกล้ามเนี้อปากแบบปากหมู หรือพูดยู่ยี่จะต้องทำเร็วช้าขนาดไหนครับ ค่อยๆขยับไปแบบเน้นๆ หรือพยามทำปากขยับเร็วๆแบบไปกลับใน1วีนาที (เข้าใจมั้ยครับ) ผมพยายามฝึกมาตั้งนานแล้ว แต่เสียงก็ไม่เปลี่ยนซักทีครับ เคยอัดเทปฟังตัวเองพูด แค่พูดคำง่ายๆคล่องๆ อย่าง how are you? where are you going? พยายามกระแดะสุดแล้ว แต่ก็สำเนียงไม่ใช่อยู่ดี ไม่รู้จะทำไงดีครับ
โดย: map IP: 75.120.210.222 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:24:26 น.
  
ตอบคุณ map
การฝึกกล้ามเนื้อปากช่วงแรกอยากให้เน้นความสมบูรณ์แบบของท่าคือยิ้มให้สุดและยื่นปากพร้อมกับทำปากหมูทุกครั้ง ซึ่งพอทำบ่อยๆ เข้าก็จะทำได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ เอง อาจจะได้สัก 50 รอบต่อนาที แต่ขอบอกก่อนนะครับว่าการฝึกบริหารกล้ามเนื้อปากเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้สำเนียงเปลี่ยนหรอกนะครับ ต้องพูดตามหนังทุกวัน วันละ 1 เรื่องด้วยครับถึงจะทำให้สำเนียงดีขึ้น
โดย: Kru FIAT (KruFiat ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:56:59 น.
  
ฝึกอยุ่หลายครั้งเมื่อยน่าดู สงสัยจะมาถูกทางจริงๆอย่างที่ครูบอก แต่อยากให้ครูสอนวิธีการออกเสียงตัว R กับ L หน่อยค่ะ มีปัญหามานานแล้ว ขอบคุณค่ะ
โดย: Nan Bahrain IP: 125.26.84.222 วันที่: 22 มีนาคม 2552 เวลา:19:12:38 น.
  
ตอบคุณ Nan
ที่อยากให้สอนเรื่องตัว R กับ L จริงๆ แล้วออกเสียงไม่ยากหรอกครับ แต่เกรงว่าอธิบายให้อ่านกันเดี๋ยวไม่เข้าใจจำไปใช้จะไม่ถูกซะทีเดียว จริงๆ ถ้าจะให้ดีต้องพูดให้ฟังหรืออยากจะแนะนำให้คุณลองฝึกตามเสียงฝรั่งจริงๆ จากในเพลง, talking dictionary ก็ใช้ได้ครับ แต่จะบอกไว้ว่าตัว R ไม่เหมือน ร.เรือ ที่เราต้องกระดกลิ้นนะครับ เพราะ ตัว R ไม่ต้องกระดกลิ้น ปากเจ่อๆ เหมือนหมูน่ะครับ เห็นไหมว่าเขียนให้อ่านน่ะ มันยากกว่าทำให้ดูนะครับ
ส่วนตัว L ให้เอาลิ้นขึ้นไปแตะหลังฟันบน (ไม่แลบลิ้น)แล้วปล่อยลิ้นลงมา พูดว่า "เหลอะ" นะครับ ลองทำดูก็ได้ครับ
โดย: Kru FIAT (KruFiat ) วันที่: 22 มีนาคม 2552 เวลา:21:01:16 น.
  
ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยอ่ะค่ะ

แต่พออ่านแล้วก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆด้วยสิ
โดย: LpDeeDa วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:21:50:12 น.
  
โอ้ว เพิ่งทราบ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
โดย: ลิเซิ่ล วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:19:05:47 น.
  
1
โดย: 1 IP: 125.26.61.89 วันที่: 20 กันยายน 2553 เวลา:12:36:22 น.
  
อยากพูดภาษาอังกฤษได้เร็วๆจัง จะได้ด่าฝรั่งที่ชอบดูถูกคนไทย ว่าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ โดยเฉพาะสายตา อย่างนี้ต้องเอาให้หงายเลย จะเอาให้ฝั่งพูดไม่ออกเลย เป็นกำลังใจให้กันนะค่ะ จะทำตามแล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะค่ะ
โดย: คนไทยก็ไม่น้อยหน้า IP: 180.183.3.101 วันที่: 27 กันยายน 2553 เวลา:17:25:36 น.
  
เคยอ่านหนังสือของครูเคทและเรียนที่พญาไทค่ะ แต่ตอนนี้มาเรียนต่อที่อเมริกา ไม่ได้เอาหนังสือมาด้วย ตอนนี้มีปัญหาในการพูดกับฝรั่งแล้วเค้าไม่เข้าใจอะคะ ช่วงนี้ดูหนังฝรั่งฝึกอยู่และก็อยากฝึกกล้ามเนี้อปากด้วย แต่จำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง เพราะรู้สึกว่าออกเสียงไม่ได้อย่างที่อยากออก รบกวนช่วยบอกหน่อยได้ไม๊ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
โดย: รัช IP: 68.11.174.58 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:28:20 น.
  
กำลังฝึกทำเว็บครับ เชิญแวะ ติชม เสนอแนะได้นะครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ

//www.sell4buy.com
โดย: chainoi IP: 101.51.40.70 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:24:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

KruFiat
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 300 คน [?]



ครูเฟียต ธีรเจต บุญพยุง
"หากคุณพูดภาษาไทยได้ คุณก็ควรจะพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการเรียนรู้ภาษาด้วยวิธีธรรมชาติเหมือนกัน"
ข่าวดีสุดๆ!หนังสือ pocket book เล่มแรกของครูเฟียต ชื่อ "เรียนภาษาอังกฤษในไทย ทำไงให้ใครๆ คิดว่าคุณจบนอก" มีวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book แล้ว และขึ้นอันดับ 1 top seller เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดใน Ookbee อยู่ในขณะนี้ อย่าบอกนะ ว่าคุณยังไม่ได้ download ที่ https://bit.ly/KruFiatBook 4| | | ข่าวดีสุดๆ!หนังสือ pocket book เล่มแรกของครูเฟียต ชื่อ "เรียนภาษาอังกฤษในไทย ทำไงให้ใครๆ คิดว่าคุณจบนอก" มีวางจำหน่ายในรูปแบบ E-book แล้ว และขึ้นอันดับ 1 top seller เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดใน Ookbee อยู่ในขณะนี้ อย่าบอกนะ ว่าคุณยังไม่ได้ download ที่ https://bit.ly/KruFiatBook | | |3