ไม่ว่าฤดูร้อนปีไหนๆ กลางวันและกลางคืนที่ผ่านไป คงเป็นเวลาที่เท่ากันเสมอ
space
space
space
<<
มกราคม 2566
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
8 มกราคม 2566
space
space
space

2548 - 2565


❤️ 2548 - 2565 ❤️
ไม่รู้จะกล่าวว่าเรากำลังจะเขียนอะไร...
2548 เป็นปีที่แสนดี
ปีที่ความฝันพริ้งพรายเพริศแพร้วดั่งดวงดารากระพริบปลายขอบฟ้า
ยามที่เหม่อลอยละเมอไปกับเมฆน้อยปุยนั้น
จนปั่นจักรยานเกือบตกคันนาเพราะโดนหมาไล่ขยี้
 

ปีนั้นเป็นปีที่ได้มีโอกาสไปปีนชั้นครึ่งของร้านหนังสือลึกลับที่ไม่ลึกลับ
กลิ่นอายของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ของ เจ.เค.โรว์ลิ่ง ที่ดังในยุคนั้น
แต่...ผมก็ไปคว้าเอา "ความรู้สึกดีที่เรียกว่ารัก" มา
หนังสือที่ชั่งใจเนิ่นนานกว่าจะซื้อมา
แล้วพอซื้อก็รู้สึกว่าคุณค่าที่ได้ ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย
 

เล่มนี้... "หัวใจขี้อายของนายยีราฟ" ผมซื้อทั้งหมด 4 ครั้ง
ราคาเต็มสองครั้ง ราคาลดอีกสองครั้ง
ครู"ป้าหนอน" แกเขียนได้ตลกมาก
(คือถ้าอ่านหนังสือแกตอนที่คุณกำลังกินน้ำ ผมว่าคุณต้องพ่นแน่)
นอกจากแกเป็นนักเขียนผู้ไม่ปรากฎต่อสายตาชาวโลกแล้ว
(ครูป้าแกเคยเปิดเผยแค่ผ้าขาวม้าที่คลุมโปงในเว็บแจ่มใสเท่านั้น)
แกก็เป็นทั้งครูของ "โรงเรียนอนุบาลหนอนน้อยใจโหด"
(บล็อกแกมีหมวดนี้เพื่อสอนเด็กๆ รุ่นๆ ในยุคนั้นให้หัดเขียนนิยายเป็น)
และก็เป็นทั้งแรงบันดาลใจของคณะแฟนคลับนาม "กองทัพหนอน"
 

ผ่านไปหลายขวบปี
หนังสือแกทำให้หลายๆ คนอยากเป็นนักเขียน (ตัวน้อยๆ) กันทั้งนั้น
และหนังสือของครูป้าแกก็ทำให้วันคืนนั้นแสนรื่นรมณ์
เป็นหนังสือที่ดึงเราออกจากสถานการณ์ตึงเครียดได้
และหมดจดไปเสียทุกครั้ง
วันที่ผมอ่านเล่มนี้ครั้งแรก
ผมก็นั่งอ่านข้างๆ ปู่ที่นั่งดูโทรทัศน์
มันเป็นเวลาที่เรากำลังโต เวลาที่เต็มไปด้วยความฝัน
มันเป็นหลายต่อหลายอย่างที่ดีต่อใจ ลากยาวมาจนถึงบัดนี้
แถมยังจำคำที่ครูป้าแกสอนให้เขียนไดอารี่ได้มิเคยเลือน
 

ย่างเข้าวัยรุ่น
ที่โตพอต้องเจอเรื่องราวที่แสนจะเกลียดมันซะเหลือเกิน
ไม่มีอะไรที่จะดึงเราออกจากวังวนนั้นได้นอกจาก "หนังสือ"
"หนังสือ" จึงเป็นมากกว่าหนังสือ
หากแต่เป็นตัวกลางที่ส่งผ่านจากใครสักคนหนึ่งมายังอีกคนหนึ่ง
ผมลังเลที่จะอ่าน "เพชรพระอุมา" มาหลายหนแล้ว
กลัวเหลือเกินด้วยมีความยาวที่สุดในโลก
ปกสวยงามที่แสนเย้ายวนให้ไปลูบๆ คลำๆ
และยุคที่ผมยังเรียน ร.ด. เพชรพระอุมาเป็นหนังสือชูโรงแทบทุกร้าน
 

ผมอ่านบทแรกจากในหนังสือ "รักหวานๆ ของมันแกว"
ครูป้าแกคงรักนับถือคุณพนมเทียนท่านมากจนนำเพชรพระอุมา
มาเป็นสิ่งประสานสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกในเรื่องนี้
ผมจึงได้อ่านสำนวนที่บรรยายฉากแต่ละตอนได้อย่าง...
เห็นภาพชัดเจน พร้อมเสียง บวกอารมณ์แห่งป่ามหากาฬ
แต่ผมก็ยังไม่กล้าที่จะไปอ่าน... "จิ๊บดอร์จขนาดใหญ่..."
 

จนวันที่ผมอ่อนล้าทางใจขีดสุด
ผมก็มีเพชรพระอุมาเป็นที่พึ่งทางใจ
โดยที่ผมไม่ทราบเลยว่า...คุณพนมเทียนท่านหน้าตาเป็นอย่างไร
ตอนนั้นผมอ่านฉบับเก่า สำนวนที่ยังไม่ใช่ฉบับที่ตีพิมพ์ใหม่
อารมณ์โคตรขลังเสียเหลือเกิน จนผมหลงความขลังนั้นเข้าหัวปักหัวปำ

เพชรพระอุมาหล่อเลี้ยงจิตใจผมในยามท้อแท้เสมอมา
กลอนของพรานชด ถูกเขียนไว้ตามลำต้นลิ้นจี่
ไปจนถึงในปกหลังของประมวลกฎหมาย
ซึ่งตัวบท (กฎหมายนั้น) ผมก็ได้ลืมไปเสียหมดแล้ว...

แต่กลอนบทนนั้น...

ณ ที่ใด ดวงใจ ไม่ไหวหวั่น
ขอฝ่าฟัน อุปสรรค และขวากหนาม
ถึงสิ้นชาติ วาสนา ชะตาทราม
ขอฝากนาม ให้โลกรู้ กูก็ชาย

ยังคงฝังแน่นในใจเสมอมา (ต่อให้สลับคำก็เถอะ)
 

ผมแทบจะไม่ค่อยได้อ่านวนิยายหรือเรื่องแต่งอีก
เพราะพอจะอ่านก็เป็นอันไม่จบ
ส่วนเรื่องการเขียนไดอารี่ ผมก็เลือนๆ มันไป
อย่างมากสุดผมก็เขียนได้แค่ว่า...
คืนหลับฝันเห็นเบเบ รู้สึกมีความสุข
แล้วไอ้ที่พอเขียนได้ยาวๆ ก็เป็นอันไร้แก่นสารไปเสียสิ้น
บันทึกลำนำรินเหล้าแห่งป่าท้อบ้าง ลำนำมังกรผงาดบ้าง
 

จนผมมาพบหนังสือ “มือโล้ลม” ของคุณผาด พาสิกรณ์
ผมตัดสินใจนาน ก่อนที่จะซื้อมา
ถ้าถามจริงๆ ผมรู้จักชื่อแกมานานแล้ว แต่ไม่เคยอ่านบทประพันธ์ของแก
แต่พอผมได้อ่านโดยที่ไม่ค่อยรู้ประวัติของแก ผมกลับทึ่งในสำนวนนั้น

ผมรู้สึกราวกับมี่พี่ชายคนหนึ่ง
เอาเรื่องหลายๆ แง่มุมที่ผมไม่รู้มาก่อน
มาเล่าให้ฟัง ... จริง และ ชัดเจน เกินกว่าที่เคยเข้าใจ
แล้วเล่าผ่านตัวอักษร
ด้วยคำที่เราเกินเอื้อมที่จะไปหยิบคำมาแต่งให้ได้อย่างคุณผาดเขา
 

แล้วความประทับใจก็ทำให้เรา พิมพ์ๆ หรือเขียนๆ ออกมา
เอาล่ะ (บอกกับตัวเอง)
ทีนี้เราจะค่อยๆ รื้อฟื้นการเขียนให้มันดีๆ ขึ้นมาได้บ้างล่ะ
ไอ้ที่เขียนจดหมายจีบหญิงครานั้น จะลืมๆ มันไปเสียให้หมด
 

จาก ปีห้าศูนย์กว่าๆ อ่านบทประพันธ์ของคุณพนมเทียนท่าน
สู่อ่านเรื่องสั้นเล่มแรกของคุณผาดในปีหกห้า
ปีนี้เข้าปีหกหก ผมก็โดนป้ายยาจากคลิปในยูทูบ

“แพรกหนามแดง” ของคุณแดนอรัญ แสงทอง
จึงกลายเป็นบทประพันธ์อีกห้วงหาวหนึ่ง
ที่ผมจะได้เสพได้อย่างเต็มอารมณ์
ราวกับเห็นยุคสมัยนั้นรังสรรค์ขึ้นด้วยอักษร
 

ป้าหนอน
ทำให้ผมอยากเป็นคนที่เขียนอะไรออกมาแล้วมีความสุข

คุณผาด
ทำให้ผมอยากเขียนบันทึกไม่กี่บทเพื่อส่งทอดให้ลูกหลานอ่านให้เข้าใจ

คุณแดนอรัญ
ผู้ทำให้ผมอยากรังสรรค์คำให้ได้อย่างปรมาจารย์อักษร

และที่สุดของที่สุด คุณพนมเทียนท่าน ผู้ที่ผมรักและเคารพยิ่ง
ผู้ทำให้ผมอยากเป็นแงซาย (แบบจริงๆ จังๆ)😊
(ต่อให้มีเจ๊คนหนึ่งเขาบอกว่าผมหน้าตาเหมือน “ส่างปาขี้ลิง” ก็ตามที)🤫


Create Date : 08 มกราคม 2566
Last Update : 9 มกราคม 2566 9:29:30 น. 0 comments
Counter : 545 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

คิมหันต์วิษุวัต
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add คิมหันต์วิษุวัต's blog to your web]
space
space
space
space
space