สาระน่ารู้เกี่ยวกับ แอร์บ้าน และระบบไฟฟ้าในบ้าน
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
2 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
เติมน้ำยาแอร์...คิดราคากันอย่างไร







บทความชุดนี้จะขอพูดว่าด้วยเรื่องของการเติมน้ำยาแอร์เพิ่มในภายหลัง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ใช้แอร์หลายๆท่านได้เคยพบเจอกันมาแล้ว และส่วนใหญ่ก็มักมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ในเรื่องนี้

ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงบางครั้งก็เป็นเพราะการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่มักจะแสวงหากำไรเกินควร และอีกหลายๆครั้งก็มักจะเกิดจากการที่ผู้ใช้แอร์อาจจะเข้าใจผิดคิดไปเอง เพราะได้รับข้อมูลที่ผิดๆมาจากแหล่งอื่นๆ

ในฐานะที่ผู้เขียนอยู่ในแวดวงของแอร์บ้านมานานพอสมควรวันนี้จึงจะขอหยิบยกเอาปัญหาเรื่องของการเติมน้ำยาแอร์ มาเขียนเป็นบทความชุดนี้ขึ้น แต่ทั้งนี้ผู้เขียนเองไม่ขอพูดว่า ข้อมูลจากผู้เขียนเป็นข้อมูลที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น แต่อยากให้ผู้อ่านได้ลองอ่านและคิดตามไปพร้อมๆกัน จะเป็นการดีที่สุด

ในบทความชุดนี้ผู้เขียนจะขอกล่าวเริ่มต้นในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสารทำความเย็นและความรู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องขอสารทำความเย็นก่อนเพื่อที่ท่านจะได้มีความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน





สารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศ

น้ำยาแอร์ หรือสารทำความเย็น (Refrigerant) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบเครื่องทำความเย็น และระบบเครื่องปรับอากาศ โดยที่สารทำความเย็นจะเปรียบเสมือนตัวกลางสำหรับถ่ายเทความร้อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

สารทำความเย็นในระบบเครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงสารทำความเย็นในเครื่องทำความเย็นทั่วๆ ไปจะมีแรงดันมากกว่าแรงดันบรรยากาศหลายเท่า เมื่อรั่วออกมาจะเดือดและระเหยเป็นไอทันที ทำให้ต้องอยู่ในระบบปิดหรือถังบรรจุที่ปิดผนึกมิดชิด อีกทั้งมันยังเป็นสสารที่สามารถอยู่ได้ทั้งในรูปของแก๊สและของเหลว ขึ้นกับความดันและอุณหภูมิ

ในระบบเครื่องปรับอากาศ(แอร์) ที่ใช้กันภายในอาคารบ้านเรือนรวมไปถึงในอาคารสำนักงานต่างๆ สารทำความเย็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายกับแอร์ในประเทศไทย คือสารทำความเย็นชนิดที่ใช้ชื่อรหัส R-22 ซึ่งมีประวัติการนำมาใช้งานในบ้านเรายาวนานหลายสิบปี

แต่เนื่องจากสารทำความเย็น R-22 มีส่วนผสมของสาร CFC ซึ่งสารตัวนี้เมื่อออกสู่บรรยากาศภายนอกจะทำลายชั้นบรรยากาศ เป็นสาเหตุของสภาวะเรือนกระจก ทำให้เริ่มมีการคิดค้นและนำเอาสารทำความเย็นชนิดใหม่มาใช้ ซึ่งในตอนนี้ที่เริ่มนำมาใช้อย่างเป็นจริงเป็นจังมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น สารทำความเย็นที่มีชื่อรหัสว่า R-410a

จึงทำให้ในตอนนี้สารทำความเย็นที่นำมาใช้กับเครื่องปรับอากาศภาคครัวเรือนหรือแอร์บ้านมีอยู่ด้วยกันหลักๆ 2 ชนิด ได้แก่ R-22 และ R-410a

สำหรับชุดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์แบบแยกส่วน ทีซื้อมาใหม่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องที่ใช้สารทำความเย็น R-22 และ R-410a จะมีสารทำความเย็นมาให้ในปริมาณที่เพียงพอ (สำหรับการติดตั้งที่เดินท่อไม่เกิน 4 เมตร) โดยผู้ผลิตจะอัดสารทำความเย็นไว้ในชุดคอยล์ร้อน Condensing Unit

ในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ หลังจากที่เราติดตั้งตัวเครื่องและได้เชื่อมต่อระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อได้ทำสุญญากาศระบบและทดสอบจนมั่นใจว่าระบบไม่รั่ว ผู้ติดตั้งก็จะทำการเปิดวาล์วด้านท่อทางอัด(ท่อเล็ก) ให้สารทำความเย็นไหลเข้าสู้ท่อไปยังชุดคอยล์เย็น Fancoil Unit แล้วจึงเปิดวาล์วด้านท่อทางดูด(ท่อใหญ่) เพื่อเชื่อมต่อระบบให้ถึงกันอย่างสมบูรณ์




แรงดันของสารทำความเย็นในระบบ

ในเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-22 การจะตรวจสอบปริมาณสารทำความเย็นในภายหลัง ว่ายังคงมีสารทำความเย็นอยู่เพียงพอหรือไม่ มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีแต่วิธีที่ให้ค่าออกมาแน่นอนและนิยมทำกันมากสุดคือการต่อเกจเมนิโฟลด์ เพื่อวัดค่าแรงดันของสารทำความเย็นในระบบ ซึ่งทั่วไปแล้วถ้าเป็นการวัดเพื่อตรวจสอบปริมาณสารทำความเย็น จะวัดแค่เพียงที่วาล์วลูกศรด้านท่อทางดูด(ท่อใหญ่) ซึ่งท่อนี้จะเป็นท่อของสารทำความเย็นที่อยู่ในสถานะแก๊ส และเป็นท่อด้านที่มีแรงดันต่ำขณะเดินเครื่อง

ส่วนท่ออีกด้านหนึ่งจะเป็นท่อทางอัด(ท่อเล็ก) มีสารทำความเย็นที่เป็นของเหลวแรงดันสูงมากไหลอยู่ เราจึงไม่สามารถต่อเกจเมนิโฟลด์เข้าไปในขนะที่เครืองทำงานอยู่ได้ เพราะแรงดันที่สูงอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ นกรณีแอร์ขนาดไม่ใหญ่มากท่อด้านนี้จึงไม่ค่อยจะได้ต่อใช้งานสักเท่าไหร่ ผู้ผลิตจึงเลือกที่จะไม่ใส่วาล์วลูกศรให้กับท่อทางอัด ของแอร์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนั่นเอง

ตามปกติแล้ว ค่าแรงดันสารทำความเย็นมาตรฐาน ตามตำราดั้งเดิมกำหนดไว้ที่ประมาณ 68-75 PSIG (ปอนด์ต่อตารางนิ้วเกจ) ซึ่งถ้าแรงดันที่วัดได้อยู่ในเกณฑ์ที่ว่านี้ ถือว่าผ่าน

สรุปก็คือ...ถ้าแรงดันน้ำยาไม่ต่ำกว่า 68 PSIG ถือว่าแอร์ยังมีน้ำยาเพียงพอแต่ เนื่องจากค่าดังกล่าวเป็นค่ามาตรฐานที่มีกำหนดมานานแล้ว ปัจจุบันนี้ส่วนมากจะกำหนดให้แรงดันน้ำยาแอร์ระดับต่ำสุดเป็น 70PSIG และ 78-80 PSIG เป็นค่าสูงสุด แต่ว่าต้องไม่ลืมดูค่ากระแสไฟฟ้าที่คอมเพรสเซอร์ใช้งานด้วย เพราะปริมาณและแรงน้ำยายิ่งมากมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ก็ยิ่งจะต้องขับโหลดหนักขึ้น ทำให้กินกระแสไฟฟ้าสูงขึ้น ดังนั้นค่าแรงดันควรจะอ้างอิงควบคู่กับค่ากะแสไฟฟ้าที่วัดได้ โดยกระแสไฟฟ้าที่วัดได้ต้องไม่ถึงระดับที่ระบุบนแผ่นป้าย Name plate


แต่ค่าแรงดันเองในบางครั้งก็อาจจะมีการคาดเคลื่อนอยู่บ้างปัจจัยที่ทำให้ค่าแรงดันที่วัดได้มีความคลาดเคลื่อนก็มีอยู่หลายๆปัจจัย เช่น

- อุณหภูมิแวดล้อมบริเวณที่ติดตั้งคอยล์ร้อน อุณหภูมิสูง = แรงดันสูง , อุณหภูมิต่ำ= แรงดันต่ำ

- แรงดันสูงเพราะคอยล์ร้อนสกปรกลมไม่สามารถผ่านได้เท่าทีควร

- แรงดันสูงเพราะพัดลมของชุด Condensing Unit มีรอบความเร็วที่ลดลงจากเดิม



การล้างแอร์และเติมน้ำยา

ในบ้างครั้งการเรียกใช้บริการล้างแอร์ที่มีการโฆษณาราคาค่าบริการที่ค่อนข้างถูก เช่นราคา 300 บาทซึ่งเป็นราคาที่นับว่าค่อนข้างถูกมากในปัจจุบัน เพราะในยุคนี้การล้างแอร์แบบใช้แรงดันน้ำฉีดล้างทำความสะอาดอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม หรือที่เรียกว่าการล้างใหญ่ เป็นการล้างที่ต้องใช้เวลาและแรงงานเยอะอัตราค่าบริการล้างในกรณีนี้ เฉพาะที่ต่างจังหวัดก็เริ่มต้นที่ 500-600 บาทแล้ว ซึ่งราคาในระดับ 300 ถ้าจะให้ล้างแบบละเอียดในราคานี้ผู้ประกอบการคงจะอยู่ยาก เนื่องจากมีต้นทุนด้านต่างๆที่สูงไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงานหรือค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นในทุกๆวัน

การล้างแอร์ในราคาที่ถูกนี้ จึงมีแนวโน้มที่ว่า ถ้าไม่เป็นการล้างแบบผ่านๆ ก็อาจจะมีกลเม็ดหรือช่องทางการหารายได้เพิ่ม ซึ่งวิธีที่ช่างแอร์ที่อาจไม่ค่อยมีคุณธรรมนิยมใช้ คือการชาร์ทค่าบริการเพิ่มในรูปแบบของค่าน้ำยาโดยอ้างว่าแอร์ของลูกค้าน้ำยาขาด หรือน้ำยาไม่พอ ต้องเติมน้ำยาเพิ่ม ช่างบางรายวัดแรงดันน้ำยาและเติมให้ลูกค้าทันทีโดยที่ไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนก็มี 

โดยราคาที่ช่างแจ้งกับลูกค้า มักจะบอกออกมาว่าค่าน้ำยา คิดราคาปอนด์ละ 20-40 บาท (ขึ้นกับช่างแต่ละราย) เติม 10 ปอนด์ก็โดนไปแล้ว 200 – 400 บาท โดยในบางครั้งก็อาจจะเป็นการเล่นกลแบบไม่ซื้อต่อผู้บริโภค ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนถือว่าเป็นการเอาเปรียบสังคม และยังเป็นภาพลบแก่วงการช่างแอร์ ทำให้ช่างแอร์ดีๆต่างพลอยโดนหางเลขไปด้วย




การป้องกันเพื่อไม่ให้โดนช่างที่ไม่ดีเอาเปรียบ

เคล็ดลับเบื้องต้นในการป้องกันตัว เพื่อไม่ให้โดนช่างแอร์ที่ไม่ดีเอาเปรียบ สามารถทำได้ โดยในแต่ละครั้งที่จะเรียกใช้บริการล้างแอร์ ควรเลือกใช้บริการจากร้านประจำ หรือร้านแอร์ที่มีหน้าร้านชัดเจน น่าเชื่อถือ สามารถตามได้สะดวกในกรณีมีปัญหา และอาจจะสอบถามเพิ่มเติมจากเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งเคยใช้บริการมาก่อน

การล้างแอร์ในแต่ละครั้งก่อนการล้างทุกครั้ง หากเป็นทีมล้างแอร์มืออาชีพช่างจะทำการทดลองรันเครื่องดูก่อนเสมอ พร้อมกับสอบถามลูกค้าว่าแอร์เย็นปกติหรือไม่ และอาจจะมีการจดบันทึกแรงดันสารทำความเย็น และกระแสไฟฟ้าขณะเดินเครื่อง ไว้ก่อนที่จะลงมือถอดล้าง ซึ่งข้อมูลที่เก็บในข้างต้นนี้ก็เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในภายหลัง และภายหลังจากดำเนินการล้างเสร็จ ไปจนถึงการทดลองเดินเครื่องภายหลังที่ล้างเสร็จ ช่างที่ทำงานระดับมืออาชีพ ก็จะวัดแรงดันสารทำความเย็นกับการวัดค่ากระแสไฟฟ้าอีกครั้ง แล้วจึงแจ้งแรงดันน้ำยาที่วัดได้ให้ลูกค้าทราบเสมอ พร้อมทั้งยังมีการให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา ว่าควรจะเติมสารทำความเย็นเพิ่มไปหรือไม่

เพราะในบางครั้งถ้าแอร์สกปรกมากๆหากล้างเสร็จแล้วคอยล์ร้อนที่ถูกฉีดน้ำอย่างสะอาดจะระบายความร้อนได้ดีขึ้นมาก ทำให้ค่าแรงดันที่วัดได้ลดลงไปในระดับหนึ่งทั้งที่มันก็ไม่ได้รั่วออกจากระบบ ซึ่งจุดนี้เองที่ผู้เขียนก็เห็นสมควรให้วัดแรงดันไว้ทั้งก่อนและหลังการล้าง เพราะจะใช้อ้างอิงได้เป็นอย่างดี

ถ้าเดิมทีแอร์ของคุณยังเย็นดีอยู่แล้ว หากไปเจอช่างที่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือหรือไม่เคยใช้บริการมาก่อน ควรจะบอกช่างไว้ก่อนว่า “แอร์ยังเย็นปกติดีอยู่ ล้างเสร็จตรวจเช็คน้ำยาได้เท่าไหร่ช่วยแจ้งให้ทราบก่อน”




น้ำยาแอร์ขาด...เป็นไปได้หรือไม่?

ที่ผ่านๆมาผู้เขียนมีโอกาสได้พบเห็นการให้ข้อมูลที่ไม่ค่อยจะถูก จากสมาชิกท่านหนึ่งในบอร์ดพันทิป ที่มักจะออกมาแนะนำเสมอ เมื่อมีใครตั้งประเด็นที่เกี่ยวกับช่างมาล้างแอร์แล้วเติมน้ำยา โดยสมาชิกท่านนี้มักจะบอกเสมอว่า "ระบบแอร์เป็นระบบปิด ถ้าน้ำยารั่ว ไม่ว่ารอยรั่วจะเล็กหรือใหญ่ น้ำยาจะหายไปทันทีจนหมดทั้งระบบ" พร้อมทั้งในบางครั้งก็ได้มีการนำข้อมูล ที่เป็นราคาเฉพาะของน้ำยาแอร์ โดยเป็นราคาในตลาดซึ่งไม่รวมค่าบริการอื่นๆ มาให้ดู ทำให้หลายๆท่านที่ได้เห็น อาจพาลเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าโดนหลอก

ซึ่งสิ่งที่สมาชิกท่านนั้นแนะนำไปนั้น มันไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด และราคาในระดับนี้ คือราคาที่ลูกค้าสามรถหาซื้อได้จากร้านอะไหล่ แต่ต้องนำไปเติมด้วยตนเอง การแนะนำแบบดังกล่าวทำให้หลายๆท่านที่มาเปิดเจอ อ่านแล้วอาจจะเกิดความเข้าใจผิดและจำไปแบบผิดๆ

กรณีที่น้ำยาแอร์ขาดหายไปจากระบบแต่ไม่ได้รั่วออกหมดเช่นขาดหายไปจนแรงดันลดลงกว่าค่ามาตรฐาน 20-30 PSIG สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งจุดนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดีก่อนที่จะเชื่ออะไรไป

เนื่องจากสารทำความเย็นหรือน้ำยาแอร์ที่อยู่ภายในระบบนั้น มีแรงดันสูงกว่าค่าแรงดันบรรยากาศหลายเท่า ทำให้มันพยายามที่จะหาทางออกเพื่อเล็ดลอดออกไปจากระบบตลอดเวลา และระบบท่อของเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน จุดต่อระหว่างท่อที่เชื่อมต่อกันระหว่างส่วน Condensing Unit ไปยังส่วน Fancoil Unit ก็ใช้การบานปลายท่อแล้วสวมด้วยข้อต่อแฟร์นัทขันเกลียว ไม่ได้เป็นการเชื่อมบัคกรีท่อโลหะให้ติดกันด้วยความร้อน เหมือนจุดต่อในส่วนอื่นๆ 




และรวมถึงจุดที่ท่อบริการ (Service Valve) ตรงบริเวณด้านท่อทางอัด(ท่อใหญ่) ก็มีการติดตั้งจุดที่เรียกว่าวาล์วบริการสำหรับใช้ต่อสายเกจ ส่วนนี้จะใช้วาล์วลูกศรใส่เข้าไป โดยที่วาล์วลูกศรก็มีลักษณะคล้ายคลึงกับจุกลมของยางล้อรถนั่นเอง ในวาล์วลูกศรนี้ก็จะมีซีลยางที่เรียกว่ายางโอริงอยู่ และเมื่อยางโอริงนี้ต้องมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบแอร์ ทำให้มันต้องพบเจอกับสภาวะที่เย็นจัดในขณะเดินเครื่อง เมื่อใช้ไปนานๆยางโอริงก็อาจจะมีการเสื่อมสภาพลงไปตามการใช้งาน 

บางครั้งที่เราไม่ได้ใช้งานแอร์นานๆด้านท่อทางดูดที่ยางโอริงอยู่จะไม่มีแรงดันต่ำเหมือนตอนเครื่องเดิน แต่แรงดันจะเท่ากันทั้งสองท่อ ซึ่งเมื่อสภาพเหมาะสมก็ทำให้แรงดันเล็ดรอดออกไปได้ รวมไปถึงในบางครั้งที่แอร์ไม่ได้ล้างมานาน แผงคอยล์ร้อนสกปรกมากแอร์ระบายความร้อนได้ไม่ดีในช่วงที่อากาศร้อนๆ ส่งผลให้แรงดันสูงเกินไป จนในบางครั้งก็อาจทำให้น้ำยาเล็ดลอดออกไปตามจุดต่อต่างๆหรือที่ยางโอริ่งก็เป็นไปได้

และยังรวมไปถึงในส่วนของรอยเชื่อมแต่ละจุดเอง ก็เป็นอีกสาเหตุของการซึมออกไปทีละน้อยๆเพราะในรอยเชื่อมบางจุด อาจจะเกิดรูพรุนหรือโพรงขนาดเล็กมากๆ ที่เรียกกันว่ารูตามด จุดนี้ก็มีส่วนที่ทำให้น้ำยาซึมหายไปจากระบบได้เอง เมื่อสภาพโดยรวมเอื้ออำนวย

ถ้าที่อธิบายมาไม่เข้าใจ หรือยังเข้าใจไม่ชัดให้ลองนึกเปรียบเทียบง่ายๆ โดยเทียบกับแรงดันลมที่เติมเข้าไปในยางล้อรถ...ยางก็ไม่รั่วแต่ทำไมผ่านไปนานๆลมถึงอ่อน ???

การรั่วกับการซึม ไม่เหมือนกันการรั่วคือรั่วออกไปอย่างต่อเนื่องจนหมด แต่การซึมคือการเล็ดลอดออกไปทีละนิดเมื่อสภาพโดยรอบนั้นเอื้ออำนวย สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายๆปัจจัย เพราะน้ำยาแอร์เองก็เป็นสสารที่อยู่ภายใต้ความกดดันสูง ย่อมที่จะหาหนทางออกมาสู่บรรยากาศได้ตลอดเวลา


แต่ก็ใช่ว่าน้ำยาแอร์จะต้องซึมหายออกจากระบบเสมอไปมีแอร์หลายๆเครื่องที่มีน้ำยาเต็มระบบ ไม่ต้องเติมเพิ่มเลยตลอดอายุการใช้งานทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและรูปแบบการติดตั้ง รวมไปถึงลักษณะการติดตั้งใช้งาน




ราคาค่าบริการเติมสารทำความเย็น

ราคาค่าบริการในการเติมสารทำความเย็น โดยทั่วไปแล้วหากเป็นการเติมสารทำความเย็นในภายหลัง มักจะคิดราคาในรูปแบบเป็น ราคา(บาท)/ปอนด์ซึ่งนี่คือรูปแบบหนึ่งของการคิดราคาค่าน้ำยาที่รวมค่าบริการแล้ว และอีกแบบหนึ่งก็อาจจะใช้รูปแบบของการเหมาจ่ายที่รวมค่าน้ำยาและค่าบริการแล้วเช่น ครั้งละ 300บาท เป็นต้น

การคิดราคาในรูปแบบ ราคา(บาท)/ปอนด์คือวิธีการที่นำยมมากที่สุดในปัจจุบันเพราะเป็นวิธีที่สะดวกและใช้เครื่องไม้เครื่องมือไม่มากทำให้ไม่ยุ่งยากหรือลำบากในการปฏิบัติงานในพื้นที่จำกัด

การคิดราคาที่ใช้คำเรียกกันว่า“ปอนด์” คำเรียกดังกล่าวมาจากคำในหน่วยวัดปอนด์ต่อตารางนิ้วเกจ PSIG ซึ่งเป็นค่าแรงดันสารทำความเย็นที่อ่านได้ จากหน้าปัดของเกจเมนิโฟลด์ และเป็นค่าที่นำมาใช้คิดค่าบริการเติมสารทำความเย็นของแอร์ จริงอยู่ที่ค่าดังกล่าวเป็นค่าของแรงดันไม่ใช่ค่าของจำนวนปริมาตร เหมือนกับที่ใช้ในการชั่งตวงวัดปริมาณของวัตถุอื่นที่ซื้อขายกันทั่วไป

แต่ค่าแรงดันนี้เองก็สามารถบอกถึงปริมาณสารทำความเย็นได้ เพราะถ้าสารทำความเย็นในระบบมีไม่เพียงพอ แรงดันที่วัดจากท่อทางดูดขณะเครื่องทำงานก็จะขึ้นมาไม่ถึงค่ามาตรฐาน

แม้ว่าใครหลายคนอาจจะมองว่าการคิดราคาในรูปแบบราคา(บาท)/ปอนด์ เหมือนถูกเอาเปรียบจากช่างแอร์ แต่ขอให้เข้าใจไว้ว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของหน่วยในการคิดราคาของน้ำยาแอร์ที่รวมค่าติดตั้งแล้ว ซึ่งบนโลกนี้มนุษย์ทุกคนทำงานหรือประกอบธุรกิจก็ต่างต้องการที่จะได้เงินมากๆกันทั้งนั้น ลูกค้าเองก็ควรจะเข้าใจผู้ให้บริการด้วย คุณจะเอาราคาขายที่เป็นราคา(บาท)/กิโลกรัม มาเปรียบเทียบกับราคาค่าให้บริการในการเติมน้ำยาแต่ละครั้งไม่ได้ เพราะราคาในระดับนั้นเป็นราคาที่คุณต้องซื้อน้ำยา ซื้อเกจแล้วปีนขึ้นไปเติมเอง ซึ่งในการบริการเติมน้ำยาแอร์นอกจากค่าน้ำยาแล้ว ยังต้องมีค่าแรง ค่าวิชาชีพค่าเชื้อเพลิงค่าความเสี่ยงความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ฯลฯ รวมอยู่ด้วย

แต่ทางผู้ประกอบการหรือช่างแอร์ซึ่งเป็นผู้ให้บริการก็ควรจะให้บริการโดยตั้งอยู่บนเหตุผลของความพอดีและความยุติธรรมไม่ควรที่จะตั้งราคาเติมน้ำยาแพงจนเกินความเป็นจริงและไม่ควรเติมน้ำยาโดยที่ไม่ได้แจ้งลูกค้าให้ทราบถึงรายละเอียดก่อนที่จะเติม

และที่สำคัญคือช่างที่ไม่ใช่มืออาชีพหรือช่างที่ขาดคุณธรรมที่ชอบเล่นกลกับลูกค้าด้วยการปล่อยน้ำยาทิ้งแล้วบอกว่าน้ำยาขาดการกระทำเช่นนี้จะส่งผลในระยะยาวช่างประเภทนี้จะได้งานแค่ช่วงแรกๆเท่านั้นสุดท้ายลูกค้าก็จะจำแล้วบอกต่อกันปากต่อปากจนสุดท้ายก็จะหมดทางทำมาหากิน




อัตราค่าบริการที่เหมาะสมจากร้านที่ให้บริการที่มีมาตรฐานและเป็นมืออาชีพ

ในร้านที่มีมาตรฐาน การออกให้บริการกับลูกค้าจะเลือกใช้สารทำความเย็นคุณภาพ ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่มีการบรรจุลงถังมาจากโรงงานผู้ผลิตหรือจำหน่ายมาพร้อมถังนั่นเอง และเมื่อใช้สารทำความเย็นหมดถังจะต้องนำถังที่หมดแล้วขายเพื่อรีไซเคิล หรือไม่ก็ส่งถังเปล่าขายคืนกลับไปยังบริษัทผู้ผลิตเพื่อบรรจุใหม่ เพราะวาล์วเดิมที่มากับถังประเภทนี้จะออกแบบให้ไม่สามารถนำมาเติมใหม่ด้วยตนเองได้(นอกเสียจากใช้การดัดแปลงด้วยตนเอง) ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพสารทำความเย็น ซึ่งนี่ก็เป็นผลให้สารทำความเย็นแบบนี้มีคุณภาพที่ดีป้องกันการปนเปื้อนจากสารอื่นๆ




แต่บางครั้งผู้ให้บริการที่ไม่ได้เน้นควบคุมคุณภาพ ก็อาจจะเลือกใช้สารทำความเย็นแบบแบ่งบรรจุเองหรือแบ่งบรรจุจากถังขนาด 50 กิโลกรัม ซึ่งจะแบ่งขายเป็นกิโลกรัม โดยการนำถังเปล่าไปแบ่งเติมเอาเอง หาซื้อได้ที่ร้านขายอะไหล่ในท้องถิ่น การซื้อน้ำยาแอร์ในลักษณะนี้ อาจจะทำให้น้ำยาแอร์เกิดการปนเปื้อนจากสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย และยากที่จะควบคุมคุณภาพ ในกรณีที่ซื้อจากผู้ขายที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจจะมีการนำน้ำยาแอร์คุณภาพไม่ดีมาปนขายก็เป็นได้




ราคาค่าเติมน้ำยานอกสถานที่ ในกรณีที่วัดแรงดันสารทำความเย็นแล้วพบว่าเหลืออยู่ได้ไม่ต่ำกว่าครึ่งของแรงดันปกติ (เหลือไม่น้อยกว่า 40 PSIG) ราคามาตรฐานจะใช้การคิดแบบ ราคา(บาท)/ปอนด์โดยสารทำความเย็น R-22 ราคาจะอยู่ที่ 10-20 บาท/ปอนด์

แต่ในกรณีแอร์บ้านทั่วๆไปที่ไม่เดินท่อยาวมากๆ ก็ไม่ควรคิดราคาเกิน 20 บาทต่อปอนด์ เพราะถือว่าแพงเกินไป

และในอีกกรณีที่ใช้วิธีการคิดค่าบริการแบบเหมาจ่ายถ้าแรงดันสารทำความเย็นที่วัดได้เหลืออยู่ไม่น้อยไปกว่าครึ่งของค่าปกติ(เหลือไม่น้อยกว่า 40 PSIG) อาจคิดราคาเหมาจ่ายที่ 300 - 400 บาท

แต่ถ้าสารทำความเย็นที่วัดได้ต่ำกว่าครึ่ง คือต่ำกว่า 40 PSIG หรือการเติมใหม่ทั้งระบบทางที่ดีที่สุดควรใช้การชั่งน้ำหนักถังก่อนเติมและหลังเติมแล้วนำส่วนที่ขาดหายไปมาคิดราคารวมค่าบริการ จะเป็นวิธีที่ยุติธรรมที่สุดเพราะหากจะคิดราคาตามค่าแรงดันหน้าเกจ เป็นปอนด์ต่อตารางนิ้ว PSIG จะออกมาเป็นราคาที่แพงเกินความเป็นจริงถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภคจนเกินไป


ราคาขายส่ง(โดยประมาณ) เป็นราคาเฉพาะสารทำความเย็น ไม่รวมค่าบริการ


ราคาค่าบริการที่แนะนำ ในการเติมสารทำความเย็นทั้งระบบ หากคิดราคาในอัตราราคา(บาท)/น้ำหนัก(กก.) เมื่อรวมค่าบริการแล้ว สำหรับน้ำยา R-22 ราคาที่แนะนำควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 500 - 1,000 บาทซึ่งไม่ควรมากเกินกว่ากิโลกรัมละ 1,000 บาท และสำหรับน้ำยา  R-410a ราคาที่แนะนำควรอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000 - 2,000 บาท และไม่ควรเกินกว่ากิโลกรัมละ 2,000 บาท ทั้งนี้ราคาให้บริการนั้น อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ และลักษณะของความอยากง่ายในแต่ละกรณี

ปล. นี่คือราคาแนะนำสำหรับร้านแอร์ที่มีมาตรฐานโดยรวมค่าแรง/ค่าบริการและค่าดำเนินการแล้ว ซึ่งผู้อ่านอย่าเพียงแค่เอาราคาขายส่งเฉพาะน้ำยามาเทียบ ในแอร์ขนาด 1 ตัน (12,000 BTU)จะใช้สารทำความเย็นประมาณ 1 กิโลกรัม



สำหรับเครื่องปรับอากาศที่ใช้ R-410a ในบ้านเราส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเครื่องปรับอากาศในกลุ่มระบบ Inverter การเติมสารทำความเย็นจะต้องใช้วิธีการเติมโดยชั่งน้ำหนักตามข้อมูลที่ผู้ผลิตได้กำหนดไว้เท่านั้นไม่สามารถมาเติมเพิ่มเองได้ทีละนิดโดยอิงตามแรงดันที่วัดได้ในภายหลังที่ติดตั้งไปแล้ว เหมือนที่ทำใน R-22 เพราะระบบการทำงานของแอร์ Inverter มีรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ไม่คงที่และแรงดันน้ำยาก็จะแปรผันอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงคุณสมบัติของน้ำยา R-410a ซึ่งเป็นสารผสมที่ผสมมาจากน้ำยาแอร์สองชนิด(R32 กับ R125 ในอัตราส่วน 50:50) การเติมน้ำยา R-410a จึงต้องเติมเข้าไปในระบบโดยใช้การชั่งน้ำหนัก และต้องเติมเข้าไปทีเดียว ไม่ควรมาเติมเพิ่มในภายหลัง ซึ่งกาจะเติมน้ำยา R-410a เพิ่มเข้าไปในระบบภายหลัง จะต้องทำการถ่ายน้ำยาของเดิมที่เหลือในระบบทิ้งเสียก่อนแล้วจึงจะเติมเข้าไปได้ 

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเติมน้ำยา R-410a ได้ที่ลิงค์นี้ : //www.bloggang.com/viewblog.php?id=kanichikoong&date=17-07-2015&group=27&gblog=15





และก่อนที่จะจบบทความขอทิ้งท้ายเล็กน้อย เกี่ยวกับการให้บริการเติมน้ำยาแอร์รวมทั้งบริการอื่นๆที่เกี่ยวกับแอร์

ในปัจจุบันผู้ประกอบการในตลาดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์บ้านมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีทั้งที่ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน และไม่ค่อยจะมีมาตรฐาน และช่างแอร์เองก็มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป ซึ่งมันก็เป็นสัจธรรมของทุกสาขาวิชาชีพที่ต้องมีดีมีมีเลวปนกันไป แต่ที่ผ่านมา ช่างแอร์ที่ไม่ดีก็มักจะสร้างชื่อเสียสร้างความเสียหายให้วงการช่างแอร์มาโดยตลอด


ช่างแอร์ที่ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด หากท่านทำดีอยู่แล้วก็ขอให้ความดีที่ทำมานั้น ช่วยหนุนส่งให้ชีวิตและการงานรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป เพราะการให้บริการอย่างสุจริตถูกต้องตามมาตรฐานนั้น เป็นการให้เกียรติแก่ตนเอง ให้เกียรติแก่วิชาชีพของตน  

ส่วนช่างแอร์ที่ไม่ซื่อสัตย์ก็รีบปรับตัวในวันนี้ก็ยังไม่สาย อย่าปล่อยให้ความโลภมาบังตาจนทำให้วิชาชีพช่างแอร์ต้องมัวหมองด้อยค่าลง 


ผู้เขียนเองก็อยู่ในวงการแอร์มายาวนานพอสมควรรวมทั้งยังประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับแอร์ และมีทีมงานช่างแอร์อยู่ภายใต้ความดูแล ที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้รับฟังปัญหามากมายจากหลายๆท่านมาบอกกล่าวให้ฟัง รวมถึงมาขอคำแนะนำ ผู้เขียนเองเข้าใจว่าผู้บริโภคทุกคนอยากได้การบริการที่ดี ในราคาที่สมเหตุสมผล ใจเขาใจเราคือสิ่งที่ผู้เขียนให้ความสำคัญมาโดยตลอด

แต่ในบางรายก็ต้องการราคาถูกๆ กับการบริการที่ดีๆ ก็ต้องเข้าใจว่าสองสิ่งนี้มันสวนทางกันโดยสิ้นเชิง ก่อนที่จะตัดสินหรือบอกว่าราคาค่าบริการนี้แพงหรือไม่ ควรพิจารณาให้ละเอียดก่อน อย่าเอาเพียงราคาค่าอะไหล่ที่คุณไปหาพบในอินเตอร์เน็ตมาเทียบ เพราะการออกให้บริการแต่ละครั้งล้วนมีค่าดำเนินการในหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง, ค่าเชื้อเพลิง, ค่าวิชาชีพหรือค่าประสบการณ์ความรู้, ค่าความเสียงในการปฏิบัติงาน, และภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภาระที่ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ และเราต่างก็เข้าใจกันดีว่าการประกอบกิจการไม่ว่ากิจการไหนๆต่างต้องการกำไร ทุกคนที่ทำงานไม่ว่าอาชีพไหนๆต่างก็อยากมีรายได้ที่น่าพอใจ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องตั้งอยู่บนความพอดีทั้งสองฝ่ายด้วย




Create Date : 02 ตุลาคม 2556
Last Update : 6 ธันวาคม 2559 8:30:31 น. 47 comments
Counter : 141987 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับสาระประโยชน์ครับ ...ผมเคยเห็น ช่างแอร์ล้าง 500-600 บาท ที่ล้างแย่ กว่าช่างล้าง 300 บาทก็มี ... สรุปว่า ช่างที่ถูกและดี ก็มี ... แต่หายากสุดๆ อ่อ แต่ช่างคนนั้นบอกว่า เป็นราคาโปรโมชั่น เพิ่งเปิดร้านใหม่ แต่ถ้าลูกค้าติดเยอะ อาจเพิ่มราคา เพราะต้องจ้างคนช่วยเพิ่ม(ต้นทุนสูงขึ้น) หุหุ ก็ยังดี ...


โดย: ตั้ม IP: 171.100.27.128 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2556 เวลา:17:13:20 น.  

 
ต้องการซื้อน้ำยาเติมความเย็นR22 ขอเบอร์ติดต่อด้วยครับ
เบอร์ผม0895402486


โดย: วิวัฒน์ IP: 203.130.137.128 วันที่: 12 มกราคม 2557 เวลา:9:22:58 น.  

 
ผมว่าราคาเติมน้ำยาแอร์ก็คิดไปเลยไม่ได้เหรอครับ เป็นครั้งล่ะ 500-700 รวมค่าล้างแอร์ คิดตามความยาวของท่อ ไม่ควรคิดเป็นปอนด์เพราะดูยังไงก็หลอกลวง เพราะน้ำยาแอร์ที่เติมเข้าไปคงไม่มากน้อยต่างกันเท่าไหร่ ถึงขนาดน้ำยาแอร์หมดเลยก็ตาม เพราะผมโดนช่างวางยามาแล้วโดยการขันฝาปิดช่องเติมน้ำยาแอร์ไม่แน่น ทำให้แอร์รั่วซึมเร็วกว่าปกติ ผมต้องเติมน้ำยาแอร์เดือนล่ะ 1 ครั้ง/ครั้งล่ะ 1400 บาท เป็นจำนวน 2 ครั้ง ซึ่งทำให้ผมเปลี่ยนช่างคนใหม่มาเติมน้ำยาให้ อาการน้ำยาแอร์รั่วซึมก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลยครับ
*****ช่างแอร์ที่มีจิตสำนึกดีก็ยังมีอยู่นะครับ****


โดย: วิทยา IP: 58.181.223.136 วันที่: 14 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:56:02 น.  

 
ผมเรียกช่างมาดูแอร์ เขาบอกว่านํายาแอร์หมด ต้อง ผมถามว่าไหร่ เขาบอว่า 2,600 บาท เติมนํายาใหม่ 80 ป 1,200 บาท ทำการแวคนํายาใหม่ 900 บาท เปลี่ยนใส่วาวล์ใหม่ 900 บาท รวม 2,600 บาท ผมเห็นว่ามันไม่เป็นธรรม นํายา แวค เปลี่ยนวาวล์ ราคาเกินจริง ซึ่งการเติมนํ้ายาเราก็ไม่รู้ว่า มันขาดหรือมันเติมเท่าไหร่ และทำไมต้องแวคด้วย ตรงนี้ที่มันกินฟรีๆ ส่วนวาวล์ก็แพงเกินความจริง เงืินไม่เท้่าไหร่ แต่เจ็บใจมากๆ


โดย: pk IP: 27.55.3.120 วันที่: 30 พฤษภาคม 2557 เวลา:12:54:48 น.  

 
ล้างกับเติมน้ำยาแอร์ช่างบอก1650บาทซึ้งดิฉันคิดว่ามันแพงเกินราคาจริงช่างบอกว่าราคาน้ำยาแอร์อินเวอร์เตอร์มันแพงปอนด์ละ120บาทแต่ที่อยู่ในคอมแอร์มีอยู่100ปอนด์บอกว่าต้องเติมถ้าไม่เต็มเครื่องจะน๊อกไปเลยดิฉันเลยบอกว่างั้นหนูไม่เต็มเพราะคิดว่ายังไงเราต้องโดนหลอกแน่ๆเจ็บใจมากล้างใก้ก็ไม่ดีเลยผ่านไปหนึ่งวันน้ำก็หยดล้างไม่ถึง5นาทีเลยห่วยแตกมากๆเลยคะ


โดย: สอง IP: 1.46.134.84 วันที่: 3 มิถุนายน 2557 เวลา:23:22:11 น.  

 
ผมก็เป็นช่างแอร์ คนหนึ่งคับ ผมก้อขอขอบคุณมากๆ ทุกคอมเม้น มันมีประโยชน์กับตัวผมมากๆ ผมเองทำงานมาปะมาน 16 ปีแล้วคับ อยากเปิดร้านเองคับ ช่วยลูกพี่ รวยมานานแล้ว อยากขอโอกาส ให้ตัวเองบ้ง ผมอยู่บางแสนคับ


โดย: jakja newtown IP: 171.101.189.121 วันที่: 4 มิถุนายน 2557 เวลา:20:35:40 น.  

 
ขอขอบคุณสำหรับความรู้ความเข้าใจเรื่องแอร์ เขียนได้ละเอียดอ่านเข้าใจง่ายดี แม้ไม่มีความรู้เรื่องแอร์มาก่อน


โดย: ประเสริฐ จารุวัฒนธรรม IP: 171.7.199.163 วันที่: 26 มิถุนายน 2557 เวลา:20:13:23 น.  

 
ผมเป็นช่างแอร์คนหนึ่ง..ข้อมูลทั้งหมดข้างบนนี้ดีมากๆ..และผมก็ต้องอธิบายให้ลูกค้าผมฟังทุกๆหลังฟังตลอดเลยเพราะส่วนมากลูกค้าเกิบร้อยละห้าสิบโดยจริงๆ...ตอนนี้ลูกค้าเพิ่มขึ้นจนต้องรอคิว..(ทำดีไม่โกงไม่เอาเปรียบซักวันนึงต้องได้ดี..ผมเชื่ออย่างนั้น)


โดย: ครรชิต IP: 171.4.77.111 วันที่: 15 กรกฎาคม 2557 เวลา:21:58:05 น.  

 
ผมเป็นช่างแอร์คับ ทางร้านคิดราคาล้างตาม btu คับ เริ่มต้นที่ 400 ส่วนน้ำยาปอนด์ละ20 บาทคับ ช่างจะวัดให้ลูกค้าดู ถ้าไม่ขาดก็ไม่ต้องเติมคับได้คับ หรือว่าต้องการข้อมูลสอบถามได้คับ 081-8426011


โดย: เอสพี แอร์ IP: 49.230.130.246 วันที่: 5 สิงหาคม 2557 เวลา:16:15:16 น.  

 
แอร์เป็นวุ้น ทำงัยดีคับ


โดย: ธนา IP: 117.121.216.148 วันที่: 21 สิงหาคม 2557 เวลา:23:58:20 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีดีครับ "_"


โดย: หนุ่ย IP: 171.6.187.97 วันที่: 1 กันยายน 2557 เวลา:15:50:17 น.  

 
สอบถามเรื่องคอยเย็นรั่ว ช่างบอกว่าควรเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากซึม ผมใช้แอร์มา5 ปีเอง ยังใหม่แต่คอยด์เย็นรั่วเสียแล้ว ราคาเปลี่ยนประมาณ 8000 บาท ราคานี้เหมาะสมหรือไม่ หรือมีวิธีจ่ายถูกกว่านี้ไหม

ปล. เคยโดนช่างแอร์แกล้งปล่อยสารทำความเย็น อาทิตย์เดียวหลังจากล้าง ก็ไม่เย็นแล้ว เรียกช่างคนเดิมมาดู บอกว่า ค่าน้ำยาแอร์ 2800 บาท แพงมากครับ


โดย: สุชาติ IP: 171.100.55.6 วันที่: 2 กันยายน 2557 เวลา:7:22:21 น.  

 
ราคาเติมนำ้ยาแอร์ ราคาเท่าไรช่างแอร์บอกแอร์รั่วซึหมดราคา450 แพงเปล่าครับ เคยเติมแค่300บาทเองคับ


โดย: ริมคลอง3 IP: 49.230.183.188 วันที่: 21 กันยายน 2557 เวลา:17:07:48 น.  

 
เติมนำ้วาแอร์50ปอน700บาทแพงไหมและจะเย็นได้ประมาน2ดือนเพาะแอร์รั่วซึมช่างหารอยซึมไม่เจอ


โดย: นิด IP: 171.6.208.24 วันที่: 26 กันยายน 2557 เวลา:10:46:10 น.  

 
เปนช่างครับ วันนี้ก็เพิ่งเจอปัญหากับคำว่า ปอนด์ ระหว่างผมกับลูกค้า อยากให้ลูกค้าทุกท่าน เข้าใจความหมายของคำว่าปอนด์ ที่เป็นน้ำหนัก กับ ปอนด์ที่เป็นแรงดันก่อนนะครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีปัญหาในการเติมน้ำยาครับ 0844993995 ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องปรับอากาศครับ อยู่ เสนา-วังหิน ลาดพร้าว ช่างบอลครับ


โดย: สินเจริญแอร์ IP: 171.100.205.251 วันที่: 11 ตุลาคม 2557 เวลา:21:20:39 น.  

 
เปิดแอร์ในขณะน้ำยาแอร์หมดทำให้เครื่งเสียมั่ยครับ


โดย: ต่าย IP: 27.55.76.165 วันที่: 25 เมษายน 2558 เวลา:18:46:55 น.  

 
ตอบคุณต่าย ความคิดเห็นที่16

ถ้าน้ำยาแอร์หมดเกลี้ยง ซึ่งก็น่าจะมาจากเกิดรอยรั่วในระบบท่อ หากปล่อยให้แอร์ทำงาน คอมเพรสเซอร์ก็จะเดินต่อเนื่องไม่ตัด เพราะห้องไม่เย็นจนถึงจุดตัดเนื่องจากน้ำยาไม่มีให้ทำความเย็น แต่การปล่อยให้เครื่องเดินโดยไม่มีน้ำยาในระบบเลย น้ำมันหล่อลื่นจะไม่สามารถไหลเวียนระบายความร้อนได้เต็มที คอมเพรสเซอร์จะร้อนจัดและพัง หรือที่ภาษาช่างเรียกว่า "อาการคอมน็อก" นั่นเองครับ


โดย: KanichiKoong วันที่: 25 มิถุนายน 2558 เวลา:7:03:59 น.  

 
ผมเติมน้ำยาแอร์ R 410 A ช่างเขาบอกเติม 140 ปอน แต่คิด 70 ปอน ราคา 2400 บาท ผมว่าแพงไปนะ


โดย: ตะหานน้ำ IP: 49.231.239.99 วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 เวลา:14:28:34 น.  

 
ใครพอมีความรู้ขอความคิดเห็นหน่อยนะครับ ว่าแพงหรือไม่แพงครับ แอร็มิตซู 12000 ติดตั้งมาประมาณ 1 ปี 6 เดือน


โดย: ตะหานน้ำ IP: 49.231.239.99 วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 เวลา:14:32:21 น.  

 
บทความนี้ดีมากครับ ถ้าจะขอให้ช่วยแนะนำช่างแอร์ในกรุงเทพจะได้ไหมครับ ขอบคุณ


โดย: สุพัฒน์ IP: 14.207.194.48 วันที่: 21 สิงหาคม 2558 เวลา:19:06:27 น.  

 
พี่สุดยอดคับ


โดย: ช่างบอย IP: 58.8.152.40 วันที่: 22 สิงหาคม 2558 เวลา:1:49:41 น.  

 
การเติมนำ้ยาแอร์ถ้าไม่เควำ่ถังมันก้อมีแต่ลมเข้าไปในระบบไม่มีเนื้อ


โดย: ชัชวาลล IP: 49.230.194.178 วันที่: 31 ตุลาคม 2558 เวลา:20:42:58 น.  

 
เรียนคุณชัชวาลล ความคิดเห็นที่_22

การเติมน้ำยาแอร์บ้านโดยการคว่ำถัง ใช้เฉพาะกับน้ำยา R410a นะครับ

ส่วน R22 วิธีการเติมที่ถูกต้องคือ เติมแบบวางถังตั้งขึ้นไม่คว่ำครับ เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์ที่ใช้ R22 มันออกแบบมาให้ดูดน้ำยาที่มีสถานะเป็นแก๊สเข้าไปในระบบ แต่หากคุณคว่ำถังขณะเติม น้ำยาที่ถูกดูดเข้าไปมันจะเป็นของเหลว ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้ลิ้นคอมเพรสเซอร์แตกเสียหายได้


โดย: KanichiKoong วันที่: 31 ตุลาคม 2558 เวลา:22:55:55 น.  

 
ดูราคาทั้งถัง และราคาที่ช่างคิด เติมครั้งนึงนี่แทบจะได้ค่าถัง กะ น้ำยาละนะเนี่ย
ช่างเก่าเติมที่ละ 400 เดิมทุกเดือนก้อไม่เปนไร ... ยอม เพราะยังไม่มีค่าซ่อม
ปต่เจ้าใหม่ คิด 1400 ไม่ไหวนะ ถ้าต้องจ่ายทุกๆ เดือนๆ ละ 1400

พรุ่งนี้จะรีบติดต่อช่างเจ้าเก่า ให้มาเติมน้ำยาอย่างเดียวดีกว่า
เพราะล้างสะอาดแลัวววว

มีใครอยู่ใกล้ ๆ แถวเซนลาด มาเติมทุกเดือนๆ ละ 400 บ้างไหมน๊าาา


โดย: แพร IP: 110.168.232.85 วันที่: 28 มีนาคม 2559 เวลา:1:37:48 น.  

 
พี่น่าจะแนบชื่อร้านมาด้วยนะ. ผมจะได้ติดต่อใช้บริการร้านที่น่าเชื่อถือได้บ้าง. โดนเติมน้ำยาไปทีละ1000 2 รอบละอะ


โดย: Prac IP: 58.8.150.236 วันที่: 3 เมษายน 2559 เวลา:9:06:20 น.  

 
พี่น่าจะแนบชื่อร้านมาด้วยนะ. ผมจะได้ติดต่อใช้บริการร้านที่น่าเชื่อถือได้บ้าง. โดนเติมน้ำยาไปทีละ1000 2 รอบละอะ


โดย: Prac IP: 58.8.150.236 วันที่: 3 เมษายน 2559 เวลา:9:10:25 น.  

 
วันนี้เรียกช่างมาล้างแอร์มิตซู คิดค่าแรง 500 บาทค่าน้ำยาแอร์. 1500บาท. ช่างแจ้งว่าเติมไป. 60 ปอนด์ R-22. คิดปอนด์ละ 25 บาทรวมจ่ายทั้งสิ้น 2000 บาท ช่างแจ้งว่าน้ำยาเหลือ 20 กว่าปอนด์ เลยให้ช่างเติม โดยไม่ได้ถามราคา. เพราะเคยอ่านเจอมันมีหลายราคามาก ตั้งแต่ 10-30 ต่อปอนด์. เลยไม่รู้ว่าราคามาตราฐานอยู่ที่เท่าไรแน่ครับผม


โดย: พลวัฒน์ IP: 171.96.172.141 วันที่: 17 เมษายน 2559 เวลา:18:32:21 น.  

 

ได้ความรู้เยอะเรยคับ ขอบคุณจิงๆ






โดย: นิวน่าน IP: 1.47.74.41 วันที่: 18 เมษายน 2559 เวลา:22:49:53 น.  

 
สุดยอดได้ความรู้เยอะมากครับกำลังศึกษาวิธีการเติมน้ำยาแอร์ และการอ่านค่าแรงดันจากเกจ


โดย: วินัย IP: 171.6.82.141 วันที่: 21 เมษายน 2559 เวลา:21:10:31 น.  

 
ตามที่บอกว่าล้างแอร์ราคา 300 อยู่ยากนั้นก็จริง หรือล้างแค่ผ่านๆ หรือมีกลลวงเรื่องเติมน้ำยาแอร์นั้น มันก็ไม่เสมอไป อันนี้มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของช่างแต่ละคน ผมก็เป็นช่างแอร์คนหนึ่ง และผมก็ไม่เคยที่จะไปโกงลูกค้า ส่วนช่าง(มันเถอะ)ก็มีอยู่เยอะ บางทีคำพูดและการกระทำของคนบางกลุ่มทำให้คนที่ทำงานหมดกำลังใจ ผมล้างแอร์ตัวละ 400 อยู่ ตจว. ส่วนการเติมน้ำยานั้น ส่วนใหญ่จะไม่ได้เติมให้ลค นอกจากมันไม่เย็นหรือมันรั่ว โดยคิดราคา ขีดละ 35 บาท (ใช้กิโลชั่งกันเห็นๆ)เนื่องจากแอร์แต่ละตัวกินน้ำยาไม่เท่ากัน และขอรับรองด้วยเกียรติแห่งช่าง ว่าไม่ได้โกง กก. ขอฝากไว้อย่าทำให้คนที่ทำดีในสังคม และพวกที่ชอบเอาเปรียบสังคมก็กรุณามีจิตสำนึกบ้างนะค๊าบ


โดย: ch IP: 118.172.157.93 วันที่: 7 พฤษภาคม 2559 เวลา:17:29:13 น.  

 
ให้ช่างมาล้างแอร์แร้วแต่ยางม่เยนอะคะ ล้าง400 เปิด16 17c ยางม่เยน ปกติเปิดแค่24 25cก่หนาวแร้ว เปิด 16cยังเยนม่ทั่วห้อง อยากเติมน้ำยาแอร์ดีหรือไม่ะ มีเบอร์ช่างเติมน้ำยาแอร์ดีๆมั้ยคะแบบม่โกง


โดย: nice IP: 1.47.138.65 วันที่: 11 พฤษภาคม 2559 เวลา:22:11:17 น.  

 
ดี
ครับ
55


โดย: เพชร IP: 49.229.126.238 วันที่: 11 พฤษภาคม 2559 เวลา:23:58:52 น.  

 
ดี
ครับ
55


โดย: เพชร IP: 49.229.126.238 วันที่: 11 พฤษภาคม 2559 เวลา:23:59:03 น.  

 
ของผมเวลาเปิดแอร์นานๆแล้วน้ำแอร์ไหลออกมาที่คอยเย็นครับ เลยจ้างช่างมาล้างคิดว่าคงหาย ช่างบอกอาการเเบบนี้ต้องเเวคคั่มระบบใหม่ นึกในใจเอาก็เอาวะจำเป็นต้องใช้ร้อนนี่หว่า **ถามราคาถ้าต้องแวคคั่มเท่าไหร่ ตอบ 4000 บาท โหวพี่เเพงกว่าช่างอีกคนมาติดตั้งเครื่องให้อีก สรุปไม่ได้ทำครับเพราะไม่มีเงินถ้าสักพันห้าคงยอม

วันรุ่งขึ้นไปดูท่อน้ำทิ้งด้านหลังเครื่องที่มันงอ แก้ไขซะอาการหายเลยครับไม่ต้องเสีย4000 บาท
อ่อช่างร้านไหนหรือครับ ช่างไม่มีหน้าร้านเเปะสติคเกอร์ตามเสาเอาแถวคลอง3 ครับช่างตาเหล่ๆพูดจาไม่ดีเข็ดละช่างตามเสาไปร้านดีกว่า
**


โดย: จุ้น IP: 115.87.245.247 วันที่: 14 พฤษภาคม 2559 เวลา:20:57:34 น.  

 
รับซ่อมตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ซ่อมตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ตู้คาราโอเกะ ตู้เติมเงินมือถือ เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หรือไฟฟ้า อิเลคทรอนิค โทรสอบถามก่อนได้ ปรึกษาได้ ระยอง
080-0999808 ธนกร บ้านค่ายระยอง


โดย: ธนกร ศรีจันทร์ (สมาชิกหมายเลข 3258344 ) วันที่: 25 มิถุนายน 2559 เวลา:9:26:02 น.  

 
รับซ่อมตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ซ่อมตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ตู้คาราโอเกะ ตู้เติมเงินมือถือ เครื่องซักผ้า เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หยอดเหรียญ ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ฯลฯ หรือไฟฟ้า อิเลคทรอนิค ระบบประปา แอร์บ้าน จานดาวเทียม โทรสอบถามก่อนได้ ปรึกษาได้ ระยอง ID LINE =hacker52 080-0999808 ธนกร บ้านค่ายระยอง


โดย: นาจ IP: 223.204.243.70 วันที่: 23 กรกฎาคม 2559 เวลา:8:40:12 น.  

 
แอร์ที่บ้าน ติดกับช่างที่ติดกันมาร่วม10ปี แต่ ช่วงหลังไม่มีการซ่อมจะเปลี่ยนเครื่องอย่างเดียว (แอร์ 11 ตัว) บางตัวติดมา 3 ปี มิตซู บอกพังซ่อมไม่ได้ ถ้าซ่อมแพงกว่าซื้อใหม่ แผงรั่ว เลยต้องเปลี่ยน ล่าสุด เพิ่งห้องผมเอง พานา ติดมา 2 ปี เย็นแต่ไม่ฉ่ำ บอก น้ำยาขาด เติมน้ำยาบวกค่าล้าง 2 พัน มารู้ที่หลัง ว่าน่าจะโกง เจ็บใจ ห้องแต่ละห้อง 20 ตร.ม.มันบอก 12000 บีทียูพอ ติดไป 3 ตัว เย็นแต่ไม่ฉ่ำ (มิตซู) ล่าสุด ปี 58 คงพอกันที่ หาร้านใหม่ เจ็บใจไอ้ช่างแอร์ ทรยศวิชาชีพ คุยกับน้องที่เป็นช่างแอร์ เพิ่งรู้ว่าโดนวางยามานาน แย่จริง ๆ


โดย: พิธาน IP: 118.175.44.34 วันที่: 6 กันยายน 2559 เวลา:12:25:54 น.  

 
ขอบคุณครับสำหรับสาระความรู้ดีๆๆ เป็นประโยชน์มาก อยากเป็นช่างบ้าง


โดย: พินิจศักดิ์ IP: 1.47.99.211 วันที่: 28 ตุลาคม 2559 เวลา:16:11:23 น.  

 
ขอบคุณมากๆครับ


โดย: M IP: 182.232.1.236 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:14:16:35 น.  

 
แอร์เอลจีขึ้นโคตสอง(ไฟกระพริบสองครั้งหยุด แต่แอร์ไม่ทำงานเลย)


โดย: พิเชษฐ สังข์แก้วพูลผล IP: 49.229.40.26 วันที่: 16 มีนาคม 2560 เวลา:0:10:21 น.  

 
ขอบคุณมากๆสำหรับข้อมูลนะคะ พึ่งโดนหลอก ช่างบอกนำ้ยาไม่เหลือเลยรั่วตรงศร ต้องเติม150ปอน รีบเติมโดยไม่บอกราคาเสร็จแล้วคิดเงิน6, 000บาทมารู้ทีหลังว่าโดนหลอกค่ะ


โดย: ภิสรา IP: 101.108.247.144 วันที่: 3 มิถุนายน 2560 เวลา:16:38:50 น.  

 
แอร์ที่บ้านผมไม่ค่อยเย็น เรียกช่างมาล้างแอร์ก็พอเย็น แต่ก็เย็นบางไม่เย็นบาง ก็เรียกช่างมาดูอีกบอกว่ารั่วนํ้ายาขาดเหลือแค่10ปอน พอเช็คอีกที่ก็บอกมาเป็น40ปอน บอกรั่วต้องเปลี่ยนรังผึ้งคอยเย็นตัวใน ค่าบริการอีก2000 รอขอเช็คราคาคอยเย็นตัวใน ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าคอยรั่วเสียจริงมั้ย แล้วก็บอกท่อก็อาจรั่ว ผมก็หาแต่ข้อมูล อ่านมากก็รู้มากแต่เราก็ไม่ใช่ช่างก็แก้ไขไม่ได้ ตอนนี้ก็หาข้อมูลว่าจะหาช่างที่ไหนดี ช่างที่มีคุณธรรมก็หายาก ทุกอย่างก็เป็นธุรกิจ ช่างก็อยากได้กําไร ลูกค้าก็อยากได้งานดีที่สบายใจราคาก็พอสมควร สัจธรรมเข้าทํานอง อาชีพใครอาจชีพมัน ☝🔐🤑👎


โดย: ยุทธ IP: 125.25.81.55 วันที่: 1 สิงหาคม 2560 เวลา:10:41:27 น.  

 
ที่บ้านมีแอร์ 6 ตัว จ้างล้างปีละ 2 ครั้ง เลยไปอบรมช่างแอร์ ที่ศุนย์ฝึกอาชีพ กทม. เรียน 3เดือน หลังเลิกงาน เดี๋ยวนี้ ล้างเองซ่อมเอง สบายๆ โดนช่างแอร์ที่เป็นเพื่อนกันหลอก มาหลายสิบปี คิดแล้วยัง เจ็บใจไม่หาย ติดแอร์ใหม่ได้ 3เดือน มีน้ำหยด(วางตำแหน่งคอยล์เย็นไม่เอียง) มาเป่าๆ อีก 7 วัน ไม่เย็น มีแต่ลม แล้วมาถอดคอมแอร์เอาคอมแอร์มือ2มาใส่ให้ สุดๆเลยเพื่อนคนนี้ นี่แค่เรื่องเดียว มีอีกหลายเรื่อง ใช้บริการมา20ปี คิดดู เดี๋ยวนี้ชีวิตคนนี้ย่ำแย่หนี้สินรุงรัง เวรกรรมมีจริงตามทันในชาติเดียว


โดย: เดโช IP: 1.4.197.92 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา:13:14:11 น.  

 
...คุณเดโชนี่ใจเย็นดีจัง ขนาดเพื่อนทำอย่างนี้แล้วยังเฉย เป็นเรานะป่านนี้เพื่อนกลายเป็นผีช่องแอร์ไปแล้ว...ล้อเล่นนะ


โดย: คงเดช IP: 110.169.202.214 วันที่: 14 เมษายน 2563 เวลา:15:44:32 น.  

 
แอร์1 เครื่อง ใช้น้ำยาประมาณ 1-1.7Kg หรือ ต้นทุน 80-250บาทต่อเครื่องแล้วแต่เบอร์น้ำยา
+ ค่าแรงช่าง300
+ ค่ารถ ค่าอุปกรณ์ 100 ไม่เกิน10Km
ราคาควรจะอยู่ที่ 500-700บาท ต่อเครื่อง หรืออย่างดีไม่ควรเกิน1000บาท

เวคคัม + เตรียมน้ำยา เช็คดูว่าระบบรั่วไหม
ถ้ารั่วก็ตามอาการ



โดย: siman25 IP: 180.183.99.185 วันที่: 22 สิงหาคม 2563 เวลา:15:42:43 น.  

 
ช่างเทพ บอกเป็นช่าง รร. ดาราสมุทร บริษัทใหญ่ ฟันหริหน้า เติม น้ำยา แอร์ อย่างเดียว ไม่ได้ล้าง 20ปอนด์ 1000บาท ปอนด์ 50บาท ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำนา R22 ถังละ 1360บาท มี13.4กิโลกรัม ช่างถือ ถังที่เติมที่อื่นมา ด้วย แล้วเติม ไปบอกว่า 20ปอนด์ พันนึงครับ ตลกสิ้นดี ถัง 13.4 กก. มีน้ำยาที่เติมได้ 28.9ปอนด์ ช่างเดินถือถังเติมบ้านนั้นี้ หลายบ้าน ไม่ยักจะหมด มาเติมที่บ้าน 20ปอนด์ ก้อยังเหลือ เติมอีก สุดยอด ยังไง ช่วยสนับสนุน ช่างชื่อเทพด้วยนะครับ ปอนด์ ละ 50บาท ช่าง รน. ดาราสมุทร ศรีราชา รวยล่ะครับ กับการหากินแบบนี้


โดย: พี IP: 223.204.250.130 วันที่: 3 เมษายน 2564 เวลา:12:50:43 น.  

 
ถ้าน้ำยา
หมดเกี้ยงเลยต้องเเว็คคัมคอมพิวเซอไหมครับ


โดย: ปรีชา IP: 49.230.142.158 วันที่: 24 พฤษภาคม 2564 เวลา:20:14:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

KanichiKoong
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 275 คน [?]




ช่องทางการติดต่อผู้จัดทำ

- หลังไมค์
- E-mail : aum_tawatchai@hotmail.com
- ID Line : atb1992
-------------------------------------
-------------------------------------
New Comments
Friends' blogs
[Add KanichiKoong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.