. . ไ ม่ มี ใ ค ร เ ข้ า ใ จ ทุ ก อ ย่ า ง . .
อรุณสวัสดิ์ : หมอกยามเช้า

หมอกจางยามเช้าห่มคลุมทั่วทั้งเมือง อำพรางแสงตะวันไว้จนหมดสิ้น
ลมหนาวพัดเพียงแผ่วเบา ทว่ายะเยียบเย็น เขายืนอยู่ตรงนั้น
สองมือประคองถาดพลาสติกรองรับอาหารถุงปรุงสำเร็จ นมกล่อง และดอกบัวสีขาวหม่น
มีหญิงชรา กลุ่มวัยรุ่นสองสามคน พ่อกับลูกคู่หนึ่ง ยืนอยู่ไม่ไกล
บางคนหันมองเขา ด้วยสาบกลิ่นคลุ้งของสุราที่ยังคั่งค้าง
เขากำลังรอใส่บาตร
ดวงตาเหม่อมองไปยังสี่แยกสุดสายถนน
สีเหลืองส้มของจีวรในม่านหมอก เคลื่อนโคจรมาตามเส้นทาง

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

สีเหลืองส้มของจีวรในม่านหมอก เคลื่อนโคจรมาตามเส้นทาง
ทุกก้าวที่เหยียบลงดูสงบ เป็นจังหวะธรรมชาติ ไม่เร็วรีบร้อน
เธอเงยหน้าขึ้นมอง สักพักก็หลบตาลงต่ำอีกครั้ง
รู้สึก มือทั้งสองอาจสกปรกเกินกว่าที่จะหยิบอาหารใดวางลงในอ้อมบาตรนั้น
ร่างกาย จิตใจอาจหยาบต่ำชั่วช้า เกินจะเอื้อมสัมผัสสู่สาวกแห่งพุทธะ
ถาดพลาสติกรองรับอาหารถุงปรุงสำเร็จ นมกล่อง และดอกบัวสีขาวหม่น สั่นเทาเล็กน้อย
หาใช่ด้วยสะท้านลมหนาว แต่เนื่องเพราะจิตใจที่ฟุ้งกระจัดกระจาย
ยังคงคิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อคืน

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

ยังคงคิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นมาเมื่อคืน
เขาจดจำได้ทุกเสียงสรรพ ทุกรสสัมผัส ทุกการเคลื่อนไหว
แม้จะผ่านสิ่งเหล่านี้มาจนเจนจัด ชินชา แต่เขากลับไม่เคยเข้าใจถึงความรู้สึกที่แท้ของมันเลยสักครั้ง
เพียงกำหนัดระโหยหา เพียงความต้องการชั่วครั้งคราว
ไม่มีความรัก ไม่มีความผูกพันใดๆทั้งสิ้น
เขาเสพมันจนอิ่มเอม แปรเปลี่ยนเป็นความพะอืดพะอม จนกลับกลายเป็นความขยะแขยง ขยาดกลัว
มันเริ่มต้นจากสุราแก้วแรก หญิงสาวโต๊ะข้างๆ การสบตา การแสร้งไม่สนใจ
สุราหลายแก้วผ่านไป การแอบมอง การลอบยิ้ม การครุ่นคิด ก้าวแรกที่เดินเข้าไปหา เขาแนะนำตัว
หน้าตาที่หล่อคมคาย บุกคลิกสุภาพ การสนทนาอย่างฉลาด สนุกสนาน หญิงสาวทึ่งและประทับใจในตัวเขา
หากมีความต้องการ เขาไม่เคยออกจากผับแห่งนั้นด้วยความเดียวดายสักครั้ง
คืนนี้ก็เช่นกัน เขามีเธอเดินประคองกันออกมานอกร้าน เธอคือหญิงแปลกหน้าของเขา
เขาคือชายแปลกหน้าของเธอ

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

เขาคือชายแปลกหน้าของเธอ
แม้ว่าเกือบทุกค่ำคืน เขาจะมาหาเธอด้วยรอยยิ้มที่คุ้นตา
แต่เธอกลับไม่รู้สึกคุ้นเคย เขาคล้ายจะเปลี่ยนแปลงไปในทุกครั้งที่กลับมา
บางครั้งช่างอ่อนโยน ทะนุถนอม บางครั้งกลับกลายเป็นความรุนแรง ฉุดกระชาก
เธอไม่เคยปัดป้อง กลับโอนอ่อนตามแต่ละจังหวะนั้น
กลิ่นเหงื่อจางๆ ลมหายใจหอบถี่กระชั้น เธอละลายไปกับอารมณ์ระเริงนั้นแล้ว
ปลายนิ้วเรียวงาม กดจิกลงบนฟูกหนา
ดั่งจะคลายความบีบคั้นจากร่างที่โถมทับ
ทั้งเจ็บปวดปลาบทรมาน ทั้งเสพสำราญในทุกรสสัมผัส
หากแต่อารมณ์ที่ยังไม่อิ่มเอม ทุกสัมผัสกระแทกกระทั้นพลันแปรเปลี่ยนเป็นความรุ่มร้อนหฤหรรษ์
จวบจนจางคลาย แผ่วเบาคล้ายล่องลอยเนิ่นนาน
เธอสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันนั้น หยดน้ำเล็กๆเกาะพราวสองแก้ม
อาจเป็นเหงื่อหรือน้ำตา

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

อาจเป็นเหงื่อหรือน้ำตา
เขายกมือป้ายมันออกจากแก้ม หอบหายใจถี่
สาวน้อยเอียงหน้าซบกับหมอนนุ่ม ที่มุมปากปรากฏรอยยิ้ม
เป็นรอยยิ้มของความพึงใจ สองปรารถนาพบกันที่จุดสุดท้าย
เขาก้มลงจูบที่หน้าผาก หากแต่ความรู้สึกภายในกลับปฏิเสธ
มันตรงข้ามกับอารมณ์เมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง บางสิ่งบางอย่างกลับมาหาเขาอีกแล้ว
ความสะอิดสะเอียนในรูปกายเนื้อหนัง ขยะแขยงกับทุกสัมผัส
สิ่งเปรมปรีด์เมื่อครู่กลับกลายเป็นกองอาจมถมทับเขาจนแทบสำลัก
เขาผละออกจากร่างของเธอ หลบไปนั่งอยู่ปลายเตียง
มองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้าของวันใหม่เริ่มสางแล้ว

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

มองออกไปนอกหน้าต่าง ฟ้าของวันใหม่เริ่มสางแล้ว
เธอยังคงนอนจมอยู่ในฟูกหนา หัวใจที่เต้นโครมครามเมื่อครู่เริ่มสงบลง
มันเป็นเพียงฝันไป
ความฝันที่เขาคนนั้นกลับเข้ามาหาเธอ คืนแล้วคืนเล่า
เขาเป็นคนแปลกหน้า หยิบยื่นในสิ่งที่เธอปรารถนา ตอบสนองอารมณ์ระโหยหา
แต่เธอยังครุ่นคิด สิ่งสกปรกใดที่ฝังลึกอยู่ในมโนสำนึก
อำนาจใดที่แต้มตัณหากามรส ติดตามตัวตนของเธอมาตลอด
เธอผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ดั่งหวังจะให้มันเป็นห้วงสุดท้าย
เสียงนกร้องแว่วผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง
คล้ายเตือนให้เธอตระหนัก ถึงการเริ่มต้นของวันใหม่
หากฝันนั้นเป็นฝันร้าย
จะอย่างไร มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

จะอย่างไร มันก็ผ่านพ้นไปแล้ว
เขาหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ เขียนข้อความสั้นๆลงบนกระดาษวางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้ง
เขาแอบออกมาจากโรงแรมแห่งนั้นเงียบๆ
ตัดสินใจหมุนพวงมาลัยไปตามถนนเส้นที่คุ้นเคย
เปิดกระจกหน้าต่าง ลมหนาวภายนอกพัดผ่านเข้ามา
เขาสูดลมหายใจลึก ยังคงไร้คำตอบสำหรับความหมายที่ใคร่ค้นหา
อาจบางที คำตอบนั้นไม่เคยมี
และสูญสลายไปแล้ว เมื่อเขาไม่ตั้งคำถามขึ้นมาอีก
เขาเอนหลังพิงพนัก เสียงนกร้องดังแว่วเข้ามา
มองเห็นผู้คนยืนถือสำรับอาหารอยู่ข้างทาง รอใส่บาตร
เขาจอดรถ เปิดประตูและเดินก้าวเข้าไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น
แม้ว่าจะไม่ใช่การทดแทนใดๆทั้งสิ้น แต่ตอนนี้เขารู้สึกอยากทำบางสิ่ง
โต๊ะพับขนาดปานกลาง มีชุดอาหารสำหรับใส่บาตรวางขายอยู่บนนั้น

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

โต๊ะพับขนาดปานกลาง มีชุดอาหารสำหรับใส่บาตรวางขายอยู่บนนั้น
อาหารถุงปรุงสำเร็จ นมกล่อง ดอกบัว รองด้วยถาดพลาสติกจัดวางไว้เป็นชุดๆ
แม่ค้าแต่งกายสะอาดสะอ้านยิ้มให้เธอ เอ่ยทักทายอย่างเป็นมิตร
เธอเลือกถาดอาหารชุดหนึ่ง ยืนรอ สายตามองออกไปยังสี่แยกสุดสายถนน
แม้ว่าความสกปรกภายในจิตใจไม่อาจล้างออกได้ด้วยการกระทำภายนอกใดๆทั้งสิ้น
แต่เช้าวันนี้ เธอรู้สึกอยากออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก ใส่บาตรสักสำรับ
มองรอบข้าง มีหญิงชรา กลุ่มวัยรุ่นสองสามคน พ่อกับลูกคู่หนึ่ง
ถัดไปเป็นชายหนุ่มหน้าตาคมคาย สูงโปร่ง สง่าผ่าเผย
ทว่าแววตาเลื่อนลอยคู่นั้น คล้ายมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
กลิ่นสาบสุราลอยคลุ้ง เหมือนยังคั่งค้างมาจากเมื่อคืน
ลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง คล้ายสะกิดเตือนให้หลุดจากภวังค์

. . . . . . . . . . . . . . . . . .

ลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง คล้ายสะกิดเตือนให้หลุดจากภวังค์
สีเหลืองส้มของจีวรในม่านหมอก เคลื่อนโคจรมาตามเส้นทาง
ท่วงท่าที่สงบงดงาม เรียบง่าย ประดุจดั่งล่องลอยมาจากเบื้องสูง
เขายืนนิ่ง สองสายตาถูกตรึงอยู่กับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
อุปทานคล้ายสัมผัสได้ถึงความเย็นฉ่ำ เบาสบาย หยุดทุกการเสาะแสวงหาความหมาย
คำถามคำตอบสับสน ไม่เคยมีตัวตน ไม่เคยมีการเริ่มต้นสิ้นสุด
เขาหลับตาลง รับฟังเสียงหมอกยามเช้าที่พรมตัวอยู่โดยรอบ
สัมผัสความละเอียดอ่อนของอณูอากาศ รู้สึกร่างกายแผ่วเบา ค่อยๆสูญสลาย
กลายเป็นละอองไอเย็นฉ่ำ สดชื่น ปลดปล่อย เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง
สีเหลืองส้มนั้น ได้ลงมาหยุดยืนเบื้องหน้าแล้ว

. . . . . . . . . . . . . . . . . .


สีเหลืองส้มนั้น ได้ลงมาหยุดยืนเบื้องหน้าแล้ว
เธอหยิบถุงอาหาร นมกล่อง ใส่ลงในอ้อมบาตรจนครบ วางดอกบัว
ย่อเข่านั่งลง ประนมมือ
เธอหลับตาลง ไม่มีคำอธิษฐานขอพรใดๆ..


. . . . . . . . . . . . . . . . . .


“...หลงทางล้มลง บาดเจ็บบางที
ขอเพียงให้มีกำลังแรงใจ
พลั้งผิดเป็นครู เรียนรู้เริ่มใหม่
ก้าวเดินไป พาใจไปสู่จุดหมาย...”



. . . . . . . . . . . . . . . . . .

เพลงอรุณสวัสดิ์ของ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร อยู่ในอัลบัม อาบ ลม ห่ม ฟ้า พ.ศ. ๒๕๓๕


Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 22 กันยายน 2549 19:34:32 น. 0 comments
Counter : 225 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeeraa's
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jeeraa's's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.