. . ไ ม่ มี ใ ค ร เ ข้ า ใ จ ทุ ก อ ย่ า ง . .
งานวัด : มนต์รักผ้าซิ่นลายดอก

คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด ท้องฟ้าจึงพราวพรั่งไปด้วยแสงดาวระยิบระยับ
แต่ผู้คนในบริเวณงานต่างไม่สนใจใยดี เนื่องจากบนพื้นดินของพวกเขาก็มีแสงของไฟหลากสี เชิญชวนให้เข้าไปสนุกสนาน ครื้นเครงอยู่มากมายแล้ว

ฉันเดินทอดน่องอยู่ในงานวัดบ้านเวียง วัดประจำหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่ง ไกลแสนไกลจากเมืองหลวงอันสับสนวุ่นวาย

เสียงเพลงลูกทุ่งดังกระหึ่มมาจากเวทีใหญ่ สอดแทรกกับเสียงเพลงจังหวะแดนซ์ของลานรถบั๊ม แม่ค้าปลาหมึกบดร้องเรียกลูกค้า เด็กๆวิ่งไล่จับกัน เสียงลูกโป่งแตก เสียงกระดิ่งจากบังขายโรตี ผสมปนเปฟังดูวุ่นวาย

แต่เป็นความวุ่นวายที่หฤหรรษ์อย่างยิ่ง นานๆทีจึงจะมีงานวัดครั้งใหญ่ในอำเภอเล็กๆเช่นนี้

ฉันเดินมาหยุดตรงหน้าร้านปาเป้าร้านหนึ่ง มีป้ายขนาดใหญ่เขียนด้วยลายมือหวัดๆว่า
‘ ๗ ดอก ๒๐ บาท – ปาถูกทั้งหมดเลือกรางวัลได้ทุกอย่าง ’

ห่างเข้าไปในร้านประมาณ ๓ เมตร เป็นแผงไม้อัดตีกรอบแบ่งเป็นช่องเล็กๆ ประมาณ ๓๐ ช่อง ในช่องเหล่านั้นมีลูกโป่งขนาดกำปั้นหลากหลายสีสันบรรจุอยู่ ด้านหน้ากั้นเป็นรั้วเตี้ย มีตะกร้าสำหรับใส่ลูกดอก วางเป็นแถวตลอดแนวกั้น

เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง ยืนอยู่ด้านหน้า มือน้อยๆเกาะแนวรั้วกั้น หนูน้อยยืนเขย่งเท้ามองเข้าไปข้างในร้าน มีตุ๊กตาช้างตัวใหญ่ นุ่มฟู น่ารัก วางอยู่บนโต๊ะรางวัล โดดเด่นเป็นพระเอกของร้านนี้

ฉันยืนมองอยู่นาน คงเป็นลูกหลานของชาวบ้านแถวนี้ ดูแม่หนูน้อยจดจ่อกับตุ๊กตาตัวนั้นมากเหลือเกิน ลูกค้าหลายคนที่ผลัดกันเข้ามาปาเป้า ยังไม่มีใครปาถูกครบทั้ง ๗ ดอกเลยสักคน บางคนเริ่มแรกๆก็แม่นอยู่หรอก แต่ดันแผ่วปลาย ปาสะเปะสะปะ เข้าช่องเดิมบ้าง ปาไปปักไม้อัดที่กั้นเป็นเฟรมสำหรับแบ่งช่องบ้าง บางคนพลาดไปแค่ดอกเดียว แต่ถึงจะพลาดมากหรือน้อย ก็กลับบ้านมือเปล่าเหมือนกัน

รางวัล มีสำหรับคนที่ไม่พลาดเลยเท่านั้น !

ฉันเริ่มรู้สึกสนุก อยากรู้ว่ามือลูกดอกคนใด จะปาถูกครบทั้ง ๗ ดอก พิชิตรางวัลไปได้เป็นคนแรก

หลายคนผ่านมาแล้วผ่านไป บางคนยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จนเมื่อเล่นไป ๔ - ๕ รอบแล้วนั่นล่ะ จึงรู้สึกเสียดายเงินขึ้นมา บางคนเล่นเพื่อสนุกสนานไม่ได้หวังรางวัล หนุ่มสาวบางคู่ช่วยกันปา ถูกบ้างไม่ถูกบ้างแต่ก็ยังหวานชื่น

ตุ๊กตาช้างยังอยู่ที่เดิม เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ก็ยังยืนอยู่ที่เดิม

เสียงโฆษกจากเวทีใหญ่ ประกาศว่านักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง กำลังจะขึ้นร้องเพลงในอีก ๑๐ นาทีข้างหน้านี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ จึงพากันไปจับจองที่นั่ง ปูเสื่อปูสาดด้านหน้าเวที

เมื่อผู้คนบางตา ฉันจึงเดินเข้าไปที่ร้านปาลูกดอก ย่อเข่าลงข้างๆหนูน้อยคนนั้น
“ หนูอยากได้ตุ๊กตาช้างหรือจ้ะ ? ”
“ .......... ” ไม่มีคำตอบ แต่แววตาคู่นั้นยังมองไปที่ตุ๊กตาไม่กระพริบ
“ พี่.. ผมขอลูกดอกชุดนึง.. ” ฉันบอกเจ้าของร้านหนวดครึ้ม พร้อมยื่นเงินให้ ๒๐ บาท
“ ปัง.. ” ลูกดอกลูกแรก พุ่งเข้าเป้าอย่างที่ตั้งใจ
“ ปัง.. ปัง.. ปัง.. ” ลูกดอกที่สอง.. สาม.. สี่.. ยังไม่พลาด เจ้าของร้านหนวดครึ้มเหลือบมามองฉันเล็กน้อย

“ ได้ฮักกับอ้าย.. เหมือนใจได้ปริญญา.. ชีวิตผู้สาวบ้านนา.. วุฒิการศึกษามีน้อยยยย.. ” เสียงเพลงจากเวทีใหญ่ดังแทรกเข้ามาในสมาธิ ฉันหยุดมือลงเล็กน้อย เริ่มรู้สึกเกร็งๆ

“ ปัง.. ” ดอกที่ห้าฉันเกือบพลาด โชคยังดีที่ลูกดอกเฉไปถูกลูกโป่งอีกช่องหนึ่งข้างๆกัน

“ขาดโอกาสเรียน.. เพราะจนเป็นคนเลื่อนลอย.. โชคดีมีอ้ายเฝ้าคอย.. หยัดยืนให้โอกาสใจ.. ” ฉันหยุดพัก พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นหอมของข้าวโพดปิ้งจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก เจ้าของร้านหนวดครึ้มเหลือบมองฉันอีกครั้ง กระดิกหนวดเล็กน้อย เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า
‘ ไอ้หนุ่ม เอ็งอย่าลีลามากนัก.. รีบปาซะที! ’

“ ปัง.. ” ดอกที่หก ฉันเล็งถูกลูกด้านขวา โซนนี้ลูกโป่งยังมีอยู่ค่อนข้างเยอะ เป็นการลดความกดดัน มือของฉันชุ่มเหงื่อเสียแล้ว ฉันมองไปที่หนูน้อยคนนั้น ดวงตาของเธอยังคงจ้องอยู่กับตุ๊กตาช้างตัวใหญ่

“ ลูกสุดท้ายแล้ว นิ่งหน่อย.. นิ่งหน่อย.. ” ฉันพยายามเตือนสติตัวเอง รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น แรงขึ้น เสียงตึก.. ตึก.. ดังกลบทุกสรรพเสียงรอบกาย

ลูกดอกที่ ๗ หลุดออกจากมือไปแล้ว

“ จึก !! ” มันปักเข้าตรงสันไม้อัดที่กั้นเป็นเฟรม และหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น ห่างจากลูกโป่งเป้าหมายไม่ถึงนิ้ว

ฉันใจหายวูบ รู้สึกตัวเบาโหวง รู้สึกเหมือนหล่นจากที่สูง รู้สึกคอแห้ง รู้สึก..

“ จับมือประคอง.. ขอร้องอย่าได้เปลี่ยนไป.. อ้ายคือปริญญาใจ.. น้องจึงยิ้มได้วันนี้.. ”
เพลงปริญญาใจของศิริพร อำไพพงษ์ จบลงแล้ว ฉันยังยืนนิ่งอยู่ที่ตรงนั้น เจ้าของร้านหนวดครึ้มลุกขึ้นไปเก็บลูกดอกที่ปักอยู่ หันมองมาทางฉัน แล้วยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ

“ พี่ๆ เดี๋ยวก่อน ผมขอลูกดอกอีกชุด ” ฉันยังไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ
“ เอ้อพ่อหนุ่ม น้าว่าจะเก็บร้านแล้วล่ะ ” เจ้าของร้านพูดเรียบเฉย เหมือนจงใจกลั่นแกล้ง

“ โหพี่.. นะนะ ขออีกแค่ชุดเดียว แล้วเลิกเลย ” ฉันยังอ้อนวอนอยู่
“ พอเถอะ มันดึกแล้วน่ะ เนี่ย.. ลูกสาวน้ามันยืนรอจนตัวแข็งแล้ว ” เจ้าของร้านมองไปยังหนูน้อยคนนั้น
“ ลูกสาว ? ” ฉันมองตามไป หนูน้อยยังคงจ้องมองตุ๊กตาช้าง
“ อืมใช่ อีนังหนูมันคงลุ้นอยู่น่ะ ว่าใครจะชนะรางวัล แล้วเอาตุ๊กตาของมันไป ฮา ฮา.. ” เจ้าของร้านมองดูลูกสาวด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับไปเก็บของต่อ
“ ตุ๊กตา.. ของลูกพี่เหรอครับ ” ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว ที่แม่หนูน้อยเอาแต่จ้องไม่กระพริบตา
“ ฮา ฮา.. ” เจ้าของร้านหันมายิ้มให้ฉัน
“ ฮา ฮา.. ” ฉันเองก็ยิ้มให้เจ้าของร้านหนวดครึ้มเช่นกัน

หนูน้อยเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเก็บของใกล้จะเสร็จ จึงลอดแนวกั้นด้านหน้า วิ่งเข้าไปกอดตุ๊กตาตัวใหญ่ ยิ้มละไมแต้มที่แก้มน้อยๆคู่นั้น ตุ๊กตาช้างตัวใหญ่สีชมพู กับหนูน้อยในเสื้อคอกระเช้าและผ้าซิ่นลายดอกไม้ ดูช่างเหมาะสมกันจริงๆ



“ ... เพลิดเพลินเคยเดินด้วยกัน
แทะไหมฝัน ดูรถไต่ถัง
หยอกเย้าบนชิงช้าสวรรค์
ถ่ายรูปคู่กัน กินขนมจีนข้างทาง
เจาะรั้ว ปีนต้นไม้แอบฟัง
ลูกทุ่งวงดัง ดูหนังขายยา ... ”



เพลงงานวัด อยู่ในอัลบัม จากดวงใจ ซึ่งเป็นอัลบัมชุดที่ ๒ ของวงเพื่อน


Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 22 กันยายน 2549 19:32:23 น. 0 comments
Counter : 311 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeeraa's
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jeeraa's's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.