. . ไ ม่ มี ใ ค ร เ ข้ า ใ จ ทุ ก อ ย่ า ง . .
ไปไกล : รถไฟสายใต้

เสียงของล้อเหล็กบดเบียดรางดังอยู่เบื้องล่าง บางครั้งก็เร่งจังหวะกระชั้นขึ้นเมื่อเข้าใกล้สะพาน หวูดยาวๆดังลอยมากับลมร้อนที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง น้ำหวานหลากสีสัน ข้าวเหนียวไก่ทอด ถั่วต้ม กับเสียงเชิญชวนให้อุดหนุนด้วยประโยคซ้ำๆ ยามเมื่อจอดตามสถานีรายทาง ได้ยินคำร่ำลา ได้เห็นคราบน้ำตาความอาลัย ความปิติยินดีที่ได้พบเจอกันของญาติพี่น้อง ทุกสิ่งอย่างสลับหมุนเวียน เหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น

รถไฟสายใต้ขบวนนี้ แม้ผ่านพ้นเวลาเนิ่นนานปี ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความคุ้นเคย

เสียง แก๊ก..แก๊ก.. ขณะเจ้าหน้าที่เดินตรวจตั๋วโดยสารนั้นไม่เคยเปลี่ยน มันดังสั้นๆ สลับเป็นจังหวะตามใจนิ้ว ฉันยื่นตั๋วให้

“ ที่นั่ง ๒๓ ลงสถานียะลา ” เจ้าหน้าที่เอ่ยแทรกแข่งกับเสียงฉึกฉัก - - ฉึกฉัก - -
“ ที่นั่ง ๒๓.. ยะลา.. ” เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งทวนคำ จดบันทึกลงในใบรายการ

..............................................................................................................................

“ ที่นั่ง ๒๓ ลงสถานีเพชรบุรี ” เจ้าหน้าที่เอ่ยแทรกแข่งกับเสียงฉึกฉัก - - ฉึกฉัก - -
“ ที่นั่ง ๒๓.. เพชรบุรี.. ”

เด็กชายผมสั้นเกรียนรับตั๋วโดยสารคืนมา เขาพิจารณาทุกรายละเอียดบนกระดาษเล็กๆแผ่นนั้นซ้ำอีกครั้ง จะถึงเพชรบุรีพรุ่งนี้เช้า

นี่เป็นครั้งแรกที่ออกเดินทางไกลจากบ้าน เป็นครั้งแรกที่จะต้องไปในที่ไม่คุ้นเคยโดยลำพัง

การเดินทางจะพาเขาไปพบเพื่อนใหม่ๆแปลกหน้า ผู้คนแปลกถิ่น ภาษาแปลกสำเนียงวาจา และถึงแม้จะนึกภาพไม่ออกว่าจะเจอกับสิ่งใดบ้าง แต่เวลานี้เขาออกเดินทางแล้ว

เด็กชายมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ ต้นยางเขียวขจีถูกปลูกเป็นแถวเป็นแนว เป็นระเบียบ ชีวิตคนเราล่ะ มีสิ่งใดกำหนดให้ต้องเป็นแถวเป็นแนว เป็นระเบียบด้วยเช่นกัน

สิ่งใดที่ขึงเชือกตีกรอบ บ่มเพาะให้ยืนลำต้นตรง เติบใหญ่ แผ่กิ่งก้าน ผลิดอกออกผล ให้ร่มเงาสืบเผ่าพันธุ์

สิ่งใดที่ผลักไสให้ชีวิตต้องออกเดินทาง พรากจากแผ่นดินถิ่นฐาน พรากจากอ้อมกอดอันอบอุ่น

สิ่งใดที่นำพาให้ออกไปเรียนรู้เรื่องราวโลกภายนอก พเนจร ผจญภัยค้นหา รุ่นแล้วรุ่นเล่า

สิ่งใดนั้นคือสิ่งใด..


เสียงระฆังดังกังวานกระชากดวงใจเขาหล่นวูบขณะที่ขบวนรถค่อยๆเคลื่อนตัวออก ยังคงดังกึกก้องอยู่ในสมองน้อยๆ ภาพของพ่อกับแม่ที่ค่อยๆห่างออกไปทุกที เล็กลงเรื่อยๆจนลับสายตา แผ่นดินเกิดที่คุ้นเคย ไหลลอยผ่านกรอบหน้าต่าง ภาพแล้วภาพเล่า เด็กชายอยากรู้สึกว่านี่เป็นเพียงความฝัน ทุกๆภาพที่ปรากฏเป็นแค่ฝันของค่ำคืนหนึ่งเท่านั้น อีกสักพักเขาจะตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกของแม่

ทิวทัศน์ข้างทาง เคลื่อนผ่านกรอบหน้าต่างรถไฟไปเรื่อยๆ ทุ่งนา ลำคลองสายเล็กๆ ถนนดินลูกรัง ท้องฟ้าและเมฆ ทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนผ่านไป เช่นเดียวกับกาลเวลา..

ฟ้ามืดแล้ว เด็กชายรู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก น้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้ตอนที่ก้มไหว้ลาพ่อกับแม่กำลังจะเอ่อท้นออกมา เขากัดฟันแน่น

ทั้งหมดของแรงพลังที่มี เขาใช้ไปกับการสะกดกลั้นน้ำตา

เด็กชายหลับไปแล้ว คราบน้ำตาที่แก้มถูกลมแรงจากภายนอกพัดจนแห้ง เหลือเพียงรอยจางๆ..

..............................................................................................................................

ฉันรวบผมที่ยาวประบ่ารัดด้วยหนังยาง หลังจากปล่อยให้มันปลิวสยายไปตามแรงลมที่ปะทะเข้ามาจนฟูไปทั้งหัว ต้นยางเขียวขจีภายนอก ยังคงถูกปลูกเป็นแถวเป็นแนว เป็นระเบียบ ดังเช่นเมื่อวันวาน

ฉันคิดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง เรื่องราวดีร้ายที่ผ่านพบมา เรียนรู้ถูกผิดจากการกระทำ จากอารมณ์และสัญชาติญาณ การเดินทางช่วงสั้นๆของชีวิตสั้นๆชีวิตหนึ่ง ในท้องธรรมชาติกว้างใหญ่ไพศาล คุณค่าที่รู้สึกสัมผัสอาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทางแห่งนั้น หากแต่กระจัดกระจายตามริมทาง คำตอบหรือเหตุผลเล็กๆน้อยๆของชีวิต อยู่ที่การก้มเก็บเกี่ยวรายละเอียด สะสมบ่มเพาะเป็นประสบการณ์ เติบโตและใช้ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่ายเท่านั้น

บางครั้งฉันเคยคิดว่า ชีวิตของคนเราไม่ได้เดินทางไปไกลเกินกว่าบ้านของเราเองสักเท่าไร

เด็กชายคนหนึ่งที่นั่งตรงกันข้ามกับฉันเริ่มร้องไห้ สะอึกสะอื้น เขาเพิ่งขึ้นมาจากสถานีที่แล้วนี้เอง รอสักพักก็คงจะดีขึ้น ฉันพอจะเข้าใจความรู้สึกของการเดินทางออกจากบ้านโดยลำพังอยู่บ้าง คิดกลับไปถึงคืนที่ฉันเคยแอบร้องไห้คนเดียวบนรถไฟ

“ ไปไหนหรือครับ พ่อรูปหล่อ ” ฉันยื่นหน้าเข้าไปถาม แข่งกับเสียงดังฉึกฉัก - - ฉึกฉัก - - จากภายนอกขบวนรถ
“ หาดใหญ่ ” เขาตอบ เสียงยังเจือสะอื้นอยู่
“ ไปทำไม เรียนหนังสือเหรอ ? ” ฉันคิดถึงวันแรกที่ออกจากบ้าน
“ ครับ ”
“ แล้วร้องไห้ทำไม ? คิดถึงบ้านล่ะสิ ไม่ต้องกลัวหรอกนะ ไปเรียนหนังสือที่ไกลๆน่ะสนุกจะตาย ได้เจอเพื่อนใหม่ๆด้วย ” ฉันนึกถึงเพื่อนหลายคนที่เพชรบุรี รวมทั้งวันเวลาที่ดีในช่วงชีวิตตอนนั้น
“ ไม่ได้กลัว หาดใหญ่น่ะไปมาบ่อยแล้ว ” น้ำเสียงเด็กชายเริ่มดีขึ้น
“ แล้วร้องไห้ทำไม ? ”
“ ก็เห็นพี่หน้าตาน่ากลัวเหมือนโจร แล้วแถมเป็นคนยะลาอีกด้วย นี่ผมต้องนั่งไปกับพี่อีกตั้งหลายชั่วโมง ผมกลัวพี่ง่ะ.. ”

ฉันเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่สองแก้มน้อยๆนั่นแล้วล่ะ..



“ ... เส้นทางซับซ้อน ตรงโค้งขอบฟ้า
หมื่นแสนตะโกน ไม่หันกลับมา
ฝากหยดน้ำตา แทนค่าหัวใจ ... “


เพลง ไปไกล แต่งโดย สมพงค์ ศิวิโรจน์
อยู่ในอัลบัม บุปผาชน ของ วงมาลีฮวนน่า พ.ศ. ๒๕๓๗




Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 22 กันยายน 2549 19:33:45 น. 1 comments
Counter : 212 Pageviews.

 
อัพเดทอัลบั้มล่าสุดของ มาโนช พุฒตาล ชุด อยู่อยุธยา ติดต่อสั่งซื็อได้ที่ มาโนช พุฒตาล 4/26 สุขุมวิท 8 กทม 10110 โทร 081-4800977 ราคา 50 บาท (รวมค่าจัดส่ง 10 บาทเป็น 60 บาท)หรือหาซื้อได้ที่ ร้านน้อง ท่าพระจันทร์


โดย: y IP: 124.121.65.31 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:13:55:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeeraa's
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jeeraa's's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.