. . ไ ม่ มี ใ ค ร เ ข้ า ใ จ ทุ ก อ ย่ า ง . .
นักเดินทาง : ชายชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวนั้น

สุดขอบท้องฟ้าด้านทิศตะวันออก แสงอ่อนๆของดวงตะวันเพิ่งจะเริ่มระบายสีของวันใหม่
แสงแรกของยามเช้านั้นนุ่มนวล ละเอียดละมุน สดชื่น
ไกลออกไปเป็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับลดหลั่นกันลงมาจนเป็นพื้นที่ราบ
ทุ่งดอกหญ้ากำลังไหวไปมาตามแรงลมที่พัดเอื่อยๆ
ใกล้เข้ามามองเห็นทางดินเล็กๆทอดผ่านรั้วไม้เตี้ยมาในบริเวณบ้าน
เสียงนกกระจิบกระจาบ แว่วอยู่ใกล้ๆ ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงระเบียง
ทอดสายตาสงบ เรียบเฉยไปยังภาพเบื้องหน้า..

เขามองเห็นเด็กชายคนหนึ่ง
กำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวนดอกหญ้ากว้างใหญ่ที่สูงจนเกือบจะท่วมหัว สุนัขพันธุ์ไทยตัวหนึ่งวิ่งตามหลัง เป็นทั้งผู้คุ้มครองดูแลและเพื่อนสนิทคุ้นเคย
เสียงหัวเราะสดใส สลับกับเสียงเห่าดังเป็นระยะๆ
ค่อยๆไกลออกไป ไกลออกไป..

มีรอยยิ้มเล็กน้อย ปรากฏที่มุมปากของชายชราผู้นั้น


เขามองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง
ที่เพิ่งจะเดินออกมาจากที่ไหนสักแห่งในทุ่งดอกหญ้ากว้างใหญ่ ไหล่ข้างหนึ่งของเขาสะพายเป้ เดินผ่านแนวรั้วไม้เข้ามาในตัวบ้านช้าๆ
เขาก้มหน้าต่ำ และถึงแม้จะไม่มีใครเห็น แต่ชายชรารู้ดีว่าชายหนุ่มผู้นั้นกำลังร้องไห้
เขาผิดหวังในตัวเอง เขาล้มเหลวกับการศึกษาและการใช้ชีวิตในสังคมเมือง
เขากลับมาบ้าน เขาก้มกราบแม่
มีเพียงแม่เท่านั้น ที่รอคอยและให้อภัยเขาเสมอมา..

ชายชราหลับตาลง หยดน้ำเล็กๆปรากฏที่หางตาคู่นั้น


เขามองเห็นชายกลางคนหอบหิ้วกล้วยเครือใหญ่เดินผ่านรั้วไม้เตี้ยๆเข้ามา
เด็กหญิงน่ารัก วิ่งลงมาจากบ้านด้วยความดีใจ
ชายผู้นั้นนั่งย่อเข่า ผายมือโอบกอดเด็กน้อย
เด็กหญิงหอมแก้มผู้เป็นพ่อฟอดใหญ่ จากนั้นก็เจื้อยแจ้วให้ฟังว่าวันนี้ไปทำวีรกรรมเล่นซนที่ไหนมาบ้าง
ชายผู้นั้นยิ้มละมุนละไม เขาลูบหัวลูกสาวสุดที่รักก่อนจะเดินขึ้นบ้านไปด้วยกัน

ชายชราเอนหลังพิงเก้าอี้ไม้ ลอบถอนหายใจเบาๆ


เขามองเห็นหญิงสาวดวงตาสดใส ก้มกราบลงบนตักพ่อ
เป็นการกราบลา
เธอกำลังจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเธอเองภายนอกรั้วบ้าน ออกไปจากอ้อมอกของพ่อผู้เป็นที่รักยิ่ง
ชายสูงวัยผู้นั้นเอื้อมมือที่หยาบกร้านลูบผมของเธอด้วยความเอ็นดู
เขายังรู้สึกเหมือนว่า หญิงสาวตรงหน้ายังคงเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆของเขาอยู่เสมอ
แม้ที่บ้านจะเหลือกันเพียงสองพ่อลูก แต่เขาเข้าใจ
ถึงเวลาที่ลูกสาวคนเดียวจะต้องออกไปเรียนรู้และใช้ชีวิตที่เป็นของเธอ ด้วยตัวเธอเอง
หญิงสาวก้าวลงจากระเบียงบ้าน เดินไปตามทางดินเล็กๆนั้น
เธอหันมาสบตาพ่ออีกครั้ง แต่เธออาจไม่รู้..

ชายชรารู้ว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นหน้าลูกสาว


สุดขอบท้องฟ้าด้านทิศตะวันตก แสงอ่อนๆของดวงตะวันระบายสีส้ม กล่าวคำอำลา
แสงสุดท้ายยามเย็นนั้นยังคงนุ่มนวล ละเอียดละมุน
ไกลออกไปเป็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับลดหลั่นกันลงมาจนเป็นพื้นที่ราบ
ทุ่งดอกหญ้ากำลังไหวไปมาตามแรงลมที่พัดเอื่อยๆ
ใกล้เข้ามามองเห็นทางดินเล็กๆทอดผ่านรั้วไม้เตี้ยมาในบริเวณบ้าน
เสียงนกกระจิบกระจาบ แว่วอยู่ใกล้ๆ ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงระเบียง
ทอดสายตาสงบ เรียบเฉยไปยังภาพเบื้องหน้า..

เขามองเห็นภาพอดีตอีกมากมาย ที่ยังคงเดินทางไปบนเส้นทางของมัน..



“ ...ล่วงเลยผ่านไป กลบกลืนกับกาลเวลา
ไม่พบอะไรยั่งยืน
ดุจกระแสน้ำ ที่ไม่คืนกลับมา
หันมองกลับไป ก็มีแต่ความทรงจำ
ชีวิตที่เคยผ่านมา
เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและน้ำตา เก็บไว้... “



เพลงนักเดินทาง อยู่ในอัลบัม กัมปะนีไม่มีจำกัด ของวงกัมปะนี พ.ศ. ๒๕๓๔



Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 22 กันยายน 2549 19:31:43 น. 0 comments
Counter : 212 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jeeraa's
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
5 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jeeraa's's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.