Keep Memories Alive in my Diary
[Life&Travel #26] . . เนปาล สะท้านหัวใจ . . (Nepal Main Course 01)

....

บันทึกเสี้ยวหนึ่งของการเดินทาง
Nepal Main Course จานที่ 1
เนปาล สะท้านหัวใจ ...








01 ... เชื่อว่ามีใครหลายคนอยากไปเนปาล ...

เช่นเดียวกับผม …
ผมถามตัวเองก่อนจะปักหมุดการเดินทางครั้งนี้ว่า รู้จักเนปาลมากน้อยแค่ไหน
ตอบตัวเองแบบไม่แคร์ความรู้สึกของคนเนปาลทั้งชาติ ว่า …

ไม่รู้เลยสักนิดว่าเนปาลมีอะไรนอกจากหิมาลัย ...
เนปาลอยู่ตรงไหน ติดอินเดียรึเปล่า เที่ยวยากมั้ย ต้องลุยแค่ไหน และคำถามสำคัญคือ ไปเนปาล ทำไม ?
จนถึงตอนที่นั่งเขียนรีวิวนี่ ผมก็ลืมไปแล้วว่าตอนนั้นคิดอะไรอยู่ถึงเทวันหยุด 4-5 วันเพื่อไปสัมผัสประเทศนี้
แถมไปแบบผิดที่ผิดเวลา ผิดฤดูกาล

แต่ด้วยจริตส่วนตัวเป็นคนง่ายๆ และเปิดใจกว้าง …
5 วัน หรือร่วม 7,000 นาที ที่เปิดรับวิถีเนปาลีเข้ามาในชีวิตครั้งแรก

ทันทีที่กลับถึงบ้าน …
จึงไม่ได้ใช้หัวสมองคิด

แต่ใช้หัวใจตัดสินแทนว่า เนปาล ... ฉันจะกลับมาอีก




02 ...

คนมาเที่ยวเนปาลแบ่งได้สองเป้าหมายหลัก คือ
เที่ยววัฒนธรรมชมวิถีชีวิต และมาเดินเขา Trekking

ครั้งนี้มาทำความรู้จักเนปาลครั้งแรกด้วยเวลากำลังดี 5 วัน จึงเลือกเที่ยวแบบชมศิลปวัฒนธรรม
และตั้งใจไว้แล้วว่ารอบหน้าก็จะเป็น Trekking ขึ้น Poon Hill แบบไม่แวะเที่ยวไหนเลย

เราใช้บริการสายการบินไทย สำหรับทริปนี้ สำหรับสายการบินที่จะพานักท่องเที่ยวไปยลความงามของเนปาล
มีสองเจ้า คือ Royal Nepal กับ Thai Airways

สำหรับราคาปกตินั้นต่างกันในระดับที่เลือกไม่ยาก
แต่ผมโชคดีที่ได้ราคาพิเศษมาจากเอเจนท์ ที่ทำให้ราคาของ TG ลงไปแตะเกือบใกล้กับ Nepal ต่างกันไม่กี่พัน
ในขณะที่เวลาของไฟล์ทนั้นดีกว่ามากๆ ขาไปไปถึงนครกาฏมัณฑุเที่ยง ขากลับกลับถึงกรุงเทพตอนเย็นๆ เรียกว่าลงตัวทุกอย่างจริงๆ





03 ...

อาหารที่เสิร์ฟก็มีกลิ่นอาย ของอาหารแขกนิดๆ ตามฉบับของเส้นทางที่บินไป
ถือว่าถูกปากน่ะ ระหว่างกินไปก็ แอบเหล่ๆ.... ใบ ตรวจคนเข้าเมืองที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องแจกมาให้

ตม. เนปาล ใจดีไม่ค่อยมีข่าวเรื่องความโหดเหมือน ตม. เกาหลีเท่าไหร่
เราแค่ยิ้มหวานๆให้ไป คงเข้าประเทศได้ไม่ยาก
คิดเองเออเองทุกอย่าง พลางหันไปขอไวน์แดงเพิ่มอีกแก้ว
ก่อนที่หัวจะเริ่มมึนๆโดยที่ยังไปไม่ถึงถึงทางด้วยซ้ำ ...



04 ...

“ขาไป ... อย่าลืมนั่งฝั่งขวานะ”
ดูแล้วหลายคนจะย้ำเรื่องนี้นัก และหนังสือหลายเล่มก็บอกเอาไว้

ตลอด 3 ชั่วโมงนิดๆ จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ บินฝ่าปุยเมฆนุ่มๆ นับสิบนับร้อยสู่หุบเขากาฏมัณฑุ
สายตาพลางมองทอดออกไปนอกเครื่องยาวๆ สภาพอากาศดูจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นัก
ออนไลน์บุคกิ้งล่วงหน้าเพื่อจับจองที่นั่งเครื่องบินฝั่งขวาดูจะไม่ทำให้ความคาดหวังสำเร็จ
กลุ่มเมฆขนาดใหญ่ ทำเราและน้องฮิม (หิมาลัย) ไม่ได้ทักทายกลางอากาศ มาผิดเดือนมาผิดฤดู ยอมขาดทุนตั้งแต่ออกตัวก็ต้องรับสภาพไป

น้องฮิม คงอาจจะเขินอาย เลยเรียกเพื่อนปุยเมฆมาบังเอาไว้

ความตั้งใจแรกที่จะได้ยลก้อนยอดเขาหิมาลัย ทำเอา 3 ชั่วโมงบนเครื่องไม่ได้นอนหลับ
แม้จะเฟล แต่ก็ไม่ทำให้ความตื่นเต้นการได้มาเยือนเนปาลครั้งแรกนี้ลดลงแต่ประการใด

ยิ่งใกล้ถึงเนปาลเท่าไหร่ คำถามต่างๆก็ดูจะพรั่งพรูในหัวมากยิ่งขึ้น

คนที่นี่เค้าจะดุมั้ยหนอ ... ถ่ายรูปเค้าแล้วจะวิ่งมาเก็บเงินเรามั้ย
จะมีเป๊บซี่ให้เรากินมั้ย .... แท็กซี่จะฟันหัวเรามั้ย

สารพัน คำถาม ที่ยังไม่มีคำตอบ ...


ความนึกคิดในหัว ถูกดึงกลับสู่โลกแห่งความจริงด้วยเสียงล้อที่สัมผัสกับรันเวย์ ...


เจอกันจนได้นาธาน เอ้ย เนปาล ...



05...

สนามบินตรีภูวัน จัดเป็นสนามบินแห่งชาติไซส์มินิ น่ารักน่าหยิก
เทียบกับเครื่องโบอิ้ง 747 ที่เรานั่งมาแล้ว สนามบินยิ่งดูเล็กไปถนัดตา


เราเดินไปตามทางเรื่อยๆ

วินาทีแรกที่มาเยือนต่างถิ่น ยิ่งทำให้อะดรีนารีนสูบฉีดแรงขึ้น พร้อมๆกับ หัวใจก็เต้นแรงขึ้น
ตลอดทางเดินและสถานที่สำคัญมักจะมีทหารถือปืนคอยรักษาความปลอดภัย
ก็ไม่ค่อยคุ้นนักเลยมีตื่นเต้นบ้างเป็นธรรมดา

และหัวใจก็เต้นแรงขึ้นกว่าเดิมไปอีก เมื่อรู้ตัวว่า ลืมขาตั้งกล้องไว้บนเครื่อง !!!

ยังไม่ทันจะก้าวเข้าเนปาลเต็มตัว ก็เริ่มสนุกซะแล้ว
ถ้าเป็นสนามบินประเทศอื่น คงวุ่นวายมากกว่านี้
แต่สำหรับเนปาล ... ดูง่ายกว่าที่คิด เจ้าหน้าที่พาเดินออกประตูลงไปยังลานจอดเครื่องบินแบบง่ายๆ ไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรเลย

โชคยังดีที่รู้ตัวเร็ว ... เครื่องยังจอดเช็คระบบ ขาตั้งยังวางนิ่งๆอยู่ที่เดิม

เราเหงื่อแตกวิ่งพล่าน ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ชาวเนปาลผิวเข้ม ยิ้มหวานให้และถามว่า
Are u Happy ?

แหม ... นายจ๋า ก็ต้องมีความสุขสิจ้ะ ได้ของคืนแบบนี้
ลากันด้วยรอยยิ้ม ก็เดินมารอกระเป๋าที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าอีกครั้ง
สายพานติดๆ ดับๆ ระบบไฟฟ้าที่เนปาลเป็นแบบนี้แหละ

มาประเทศนี้ ป้อนคำสั่งใส่หัวต้องทำตัวให้ชิลลเข้าไว้ !!!



06... Money Money Dollar

เราจองที่พักในคืนแรกมาจากเมืองไทย ... อีกสามคืนที่เหลือกะว่าเดี๋ยว Walk In ดูสถานที่จริงๆ กันอีกที
บอกคนอื่นแบบนี้ มีแต่คนตกใจ จริงๆทำได้สบายสำหรับเมืองท่องเที่ยวที่มีที่พักในระดับกลางๆ เยอะแบบนี้

Tibet Guesthouse คือที่พักที่ต้องขอแนะนำเลย …
ราคาถูก ทำเลดี ห้องพักพอได้ ที่เลิศสุดคือ มีบริการรถรับจากสนามบิน
พูดแล้ว คุ้มด้วยประการทั้งปวง เพราะปกติ ถ้าเรียกรถแท็กซี่จากสนามบินเข้าเมืองย่านดังๆ อย่างทาเมล
(ห่างจากสนามบินราว 7 กิโลเมตร)

แขกเนปาลจะยิ้มกรุ้มกริ่มโชว์ฟันขาว รอฟันนักท่องเที่ยวที่ 500 RPN ซึ่งแท็กซี่นับสิบคันพร้อมใจกันยึดเป็นราคามาตรฐานเปิดมาเลย ต่อเก่ง ต่อลงไปกว่านี้ ผมลองแล้วได้แค่ 350 RPN ซึ่งต้องพ่วงด้วยต้องไปพักโรงแรมที่คนขับเป็นนายหน้าด้วย …

พูดถึงเงินเนปาลขึ้นมา ที่นี่สกุลเงินเป็น รูปีเนปาล คิดง่ายๆ 70 RPN = 1 USD = 30 บาท

ให้ทาย Tibet Guesthouse ให้ราคามาเท่าไหร่
เฉลยเลยละกัน 10 USD ครับ จองทางอีเมลก่อนไป 1 อาทิตย์
เจ้าหน้าที่ตอบเมลกลับมารวดเร็วมาก ราคาแบบนี้รวมรถรับส่ง ยังไงก็ขอจองไว้ก่อนละ


เดินลากกระเป๋าออกมา เห็นป้ายชื่อของเราแว้บๆ
หนุ่มไทยส่งสายตา พร้อมขยิบตาให้แขกแปลกหน้าหมายเลขหนึ่ง
เป็นอันรู้กันว่า ป้ายที่นายถือนั่นชื่อชั้นเองน่ะ ... เรารู้จักกันละน่ะนายจ๋า

มีแขกแปลกหน้าหมายเลขสองเดินแนบมาใกล้ๆ รีบมายกกระเป๋าให้
เราก็นึกว่าเป็นเบลบอยจากโรงแรมมาช่วย

นึกในใจ ... ให้ตายสิ Tibet Guesthouse บริการขั้นเทพ ในราคาแบกแพ็กชัดๆ
พ่อกลับมาถึงไทยจะรีบโพสเชียร์ในบอร์ด …
ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงเบาะได้ถนัดนัก แขกแปลกหน้าหมายเลขสอง
เอานิ้วชี้ถูกับนิ้วโป้งไปมา .... ปากบอกว่า มันนี่ๆๆ …

นั่นไง ....
แขกแปลกหน้าหมายเลขสอง ทำให้เราต้องเริ่มจดรายจ่ายของทริปนี้เป็นรายการแรกเสียแล้ว




07...

นครกาฏมัณฑุ คือ เมืองหลวงของเนปาล
นักท่องเที่ยวหลายคนบอกต่อกันมาเป็นทอดๆ ว่า กาฏมัณฑุ ..... ดุที่สุดคือฝุ่น
หลายคนการันตีเรื่องระดับของฝุ่นที่ตลบอบอวลมากอยู่ในระดับเดียวกับโรงโม่หินที่สระบุรีมิปาน


บ้างบอกให้เอาผ้าปิดปากไปด้วย
บ้างบอกให้เตรียมหน้ากากออกซิเจน ด้วย (ต้องขนาดนั้นเลยรึเนี่ย)

.
.

ผมไม่เตรียมไปเลย

คิดว่าผมเป็น เด็กต่างจังหวัด เกิดมากับถนนดินลูกรัง
คุ้นเคยกับฝุ่นละสิ


เปล่า ... ผม ลืมน่ะ !!!

รถเลี้ยวออกจากสนามบิน ผ่านถนนยางอย่างดี
เห็นรูปแบบนี้แล้ว ต้องขอค้านคำกล่าวข้างบนเลยว่าไม่จริง ...

ผมยืนหน้า ออกไปนอกหน้าต่างพลางพูดอย่างดีใจ .... ฝุ่นอยู่ไหนครับพี่น้อง อากาศสดชื่นสุดๆ
แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ…

ก้อนฝุ่นขนาดใหญ่ลอยเข้าปาก สำลักไป สองค่อกแค่ก
ในขณะที่ รถเริ่มโยกเยกไปมา เพราะถนนกลายเป็นหลุมเป็นบ่อ

อ้อ ... มันราดยางแค่ถนนหน้าสนามบินนี่นา ....




08... Nepal First touch


คนขับรถที่ไม่รู้จักชื่อ ไม่มีอะไรหลุดออกมาจากปากตลอดการเดินทาง
คนสองเผ่าพันธุ์นั่งอยู่บนพื้นที่แคบๆ
แต่ก็ไม่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดเกิดขึนบนรถแต่อย่างใด

เราเลือกจะมองออกไปนอกหน้าต่าง ชิลๆ
รถคันเล็กค่อยลัดเลาะไปตามทางลัด เข้าตรอกนู้น ทะลุซอยนี้
บางช่วงถนนแทบจะพอดีกับตัวรถเลยด้วยซ้ำ

ถ้าปล่อยเราลงกลางทาง มั่นใจในความจำของตัวเองเลยว่า
จำทางกลับไม่ได้แน่ๆ ...




09... I Don’t think so นะ นายจ๋า
จากสนามบินไม่เกิน 20 นาทีดีนัก
แขกแปลกหน้าหมายเลข 1 ค่อยๆ เหยียบเบรกรถจอดหน้าโรงแรม
ซึ่งเป็นตึกสูงร่วมๆ 6 ชั้นขนาดไม่ใหญ่โตนักในย่านนักท่องเที่ยวอย่าง ทาเมล (Thamel)

ใช้เวลาเช็คอินไม่นาน ...

เบลบอยขนกระเป๋าเราขึ้นมาที่ห้อง ผมกวาดสายตาดู อาจจะไม่กว้างมากนักแต่ห้องพักก็ขนาดกำลังดี
แม้มีอะไรบางอย่างในห้องที่เริ่มจะสงสัยแต่ก็ยังไม่อยากถามอะไรมาก …
กะว่าจะรอสำรวจด้วยตัวเองจะดีกว่า

ยืนรออยู่พักนึง

เบลบอยแขก .... ยังไม่ยอมออกจากห้อง
เดินวนไปมารอบๆ ห้อง ตัวเกือบจะชนแลกเปลี่ยนลมปราณอยู่หลายที
เบลบอยแขกเดินไปมาพลางบรรยายถึงสรรพคุณในห้อง
ก้าวเดินไปเข้าห้องน้ำ .... เปิดปิดน้ำที่อ้างล้างหน้า ผมแอบเหล่เห็นน้ำไหลแรงดี

ยังไม่สะใจ... เบลบอยแขก หันไปกดชักโครกหนึ่งครั้ง

ซู้ ........ โคร๊กกกกกก ... ซ่า ...
(นึกถึงเสียงชักโครงตามห้าง ที่เน้นๆ ดังๆ สายน้ำพุ่งหนักแน่น)


เงียบไปประมาณ 3 วินาที ผมนึกในใจ ...
อา..... พนักงานที่นี่ใส่ใจกับแขกที่มาพักจริงๆ มีการตรวจสอบระบบน้ำในห้องด้วย
เผื่อแขกมาถึงแล้วจะจัดหนัก จะได้ไม่มีปัญหาน้ำไม่ไหล …
(เซอวิชระดับ 7 ดาว โรงแรมเบิร์จ ดูไบชัดๆ ผมนึกในใจเบาๆ ไม่อยากให้แขกได้ยิน )

บทสนทนาประโยคแรกตรงไปตรงมา ออกจากปากหนุ่มไทย
“Everything’s ok ?” (ทุกอย่างโอเคมั้ย)

เบลบอยแขก ยิ้มมุมปากเล็กๆ ตอบอย่างตรงไปตรงมาแต่แฝงมีเลศนัย
I think so (คิดว่าน่ะ .... )

.
.
แท้จริงแล้ว เบลบอยรอจะเอาทิปน่ะครับ ….
แต่ผมยังไม่ได้แลกเงินรูปีเนปาลเลยยังไม่อยากให้ทิป

เจอมุขกดชักโครกต้อนรับไป.... เลยต้องจำใจให้ไป 1USD

เอากับมันสิ !!




10 ... Thamel we r here

เปรียบเทียบง่ายๆ ย่านทาเมล เหมือน ถนนข้าวสารของไทย นักท่องเที่ยวมาฝังตัวกันอยู่ที่นี่
โรงแรมเยอะ ร้านอาหารเยอะ ร้านขายของฝากเยอะ เยอะไปหมดทุกอย่าง

เลือกพักที่นี่ไม่มีอดตาย ...

สำหรับนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ ที่ไม่ได้ไปกับทัวร์ ไม่มีอะไรจะดีไปกว่า
การเริ่มต้นท่องเที่ยวด้วยการ ออกสำรวจพื้นที่รอบๆ โรงแรมที่พัก

โปรแกรมที่วางเอาไว้เหมือนจะแน่นๆ แต่ก็เว้นพื้นที่ไว้ให้ได้เดินเล่น

ชอบเดินเล่น ชอบเดินดูผู้คน ยิ่งต่างแดนแบบนี้ เหมือนสวรรค์สำหรับคนรักวิถีชีวิตชุมชน


เย็นนี้มีเป้าหมาย เบาๆ อยู่ที่ Katmandu Durbar Square หรือจัตุรัสกาฏมัณฑุ
เปิดแผนที่ที่หยิบมาจากสนามบินในมือดู ค่อนข้างงง นิดหน่อย

ผมใช้วิธีที่เบสิคที่สุดคือ ถามตรงๆกับ คนเนปาล
ซึ่งได้คำร่ำลือมาเช่นกัน ถึง ไมตรีจิตที่ดีมากๆของคนเนปาล
กับนักท่องเที่ยว ถามอะไรก็จะพยายามช่วยเหลือครับ
แต่ก็ต้องระวังพวกที่แฝงมาในคราบของไกด์ผีท้องถิ่นเหมือนกันน่ะ
ซึ่งตลอดการท่องเที่ยวก็เจอกับตัวอยู่หลายครั้ง
บอกปฏิเสธดีๆ เค้าก็จะจากเราไปโดยดีครับ ไม่มีอะไรต้องกลัว





11... Road to Kathmandu Durbar Square


ค่อยๆย่างก้าว เดินจากย่านทาเมลไปยังจตุรัสกาฏมัณฑุ สภาพแวดล้อม ทั้งบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ต่างๆ แปลกตา
และไม่คุ้นตาอย่างยิ่ง เราค่อยๆ ซึมซับและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เห็นและเข้าใจในความต่างของวิถีชีวิตของผู้คน

สิ่งปลูกสร้างในเนปาลมักจะใช้อิฐบล็อกเล็กๆแบบในภาพสร้างกัน
รวมทั้งบ้านเรือมักจะมีหน้าต่างบานเล็กๆ และประตูที่ไม่ใหญ่มาก
เหตุผลหลักๆเห็นจะเป็นเรื่องของการเพิ่มความอบอุ่นในตัวบ้าน ในยามหน้าหนาว
ซึ่งอุณหภูมิจะลดต่ำลงไปมากๆ

ในย่านเมืองเก่านั้น จะไม่มีการเว้นพื้นที่ทางเท้าหน้าบ้านด้วย
จากประตูหน้าบ้านก็จะเป็นถนนเลย

วิถีเนปาลอีกอย่างที่พอจะเห็นได้จนชินตาคือ การออกมารวมกลุ่มกันหน้าบ้าน
และการยื่นหน้ามาจากหน้าต่าง … ที่เป็นเหมือนช่องเล็กๆ ที่ทำให้คนในบ้านได้ออกมาเจอโลกกว้างข้างนอก



12... Blue is Best

สีฟ้าดูจะเป็นสีที่ชาวเนปาลนิยมมากที่สุด ประตูบ้านเกือบจะทุกซอย ต้องมีสักหลัง
ที่จะได้เห็นทาสีฟ้าสดใสแบบในภาพ

อย่างที่บอกไปว่า อาคารบ้านเรือนในย่านเมืองเก่าจะค่อนข้างแออัดมากๆ

รูปนี้คนถ่ายเองต้องย่อตัวลงไปถ่ายด้วยซ้ำ ถึงจะมองเห็นคนขายข้างใน

เพดานในรูปน่าจะไม่ถึง 150 เซนติเมตรด้วย
ห้องแถวที่ปลูกเรียงติดกันในชุมชนมักจะถูกดัดแปลงเป็นร้านขายของในพื้นที่ราวๆ 2 x 2 เมตรเล็กๆ
เล็กจนยังรู้สึกอึดอัดแทนมากๆ




13...

เดินเล่น เก็บคำถามและความสงสัยไว้มากขึ้น
ก็มาถึง Kathmandu Durbar Square

จริงๆแล้วสามารถเดินเข้าได้หลายทางเหมือนกัน
แต่ทุกทางก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยเมียงมองนักท่องเที่ยว และคอยเรียกให้จ่ายค่าเข้าชม
สำหรับคนเนปาลนั้น ทุกสถานที่มักจะไม่มีค่าใช้จ่าย และประเทศในกลุ่ม SAARC (South Asian Association for Regional Cooperation) เช่น อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา ก็จะมีค่าตั๋วถูกกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่นๆมาก

ผมลองเดินๆ เนียนๆ ปะปนกับชาวเนปาลดู ... กำลังจะก้าวผ่านทางเข้า
ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเรียกครับ สงสัยดูขาวตี๋แบบหนุ่มเกาหลี จนเห็นความแตกต่างจากคนเนปาลเยอะ
จริงๆ ก็ไม่ได้มีเจตนาจะโกงหรอกครับ แค่ทดสอบว่าเค้าจะมองนักท่องเที่ยวได้ถี่ถ้วนได้อย่างไร
เพราะสถานที่ท่องเที่ยวพวกจัตุรัสในหลายๆ เมืองของเนปาล มัน จะเป็นแบบโล่งๆ ไม่ได้มีรั้วกั้นชัดเจน
จนนึกแล้วก็คิดว่าถ้าเดินตามซอยเล็กๆ เข้าไปก็คิดว่าคงไม่ต้องเสียค่าเข้าชมได้

ยิ่งในช่วงตอนเย็นๆ เหมือนตลาดนัดครับ คนจะเยอะมาก
ในนึกถึง ตลาดนัดสวนจตุจักร หรืองานสวนอัมพร คนเยอะอย่างนั้นเลย
แต่มองแล้ว นักท่องเที่ยวก็โดนเรียกกันทุกรายน่ะ เลยสงสัยตรงนี้แหละ ตาไวมากๆ

เดินมาเหนื่อย วันนี้แดดค่อนข้างดี
เราจึงขอเดินขึ้นไปนั่งเล่นชมวิวมุมสูงกัน

ตอนแรกก็ไม่กล้าขึ้นไปนั่ง แต่รู้สึกว่าการขึ้นนั่งชมวิวเล่น เป็นสิ่งที่ชาวเนปาลนิยมทำกันมากๆ
เราก็เลยเนียนทำตามกันบ้าง




14...

สถาปัตยกรรรมของเนปาลหลักๆ จะมีอยู่สามประภทคือ Pagoda , Stupa และ Shikhara
ส่วนใหญ่ที่อยู่ตาม จัตุรัสในเมืองอย่างกาฏมัณฑุ ในปาตัน หรือใน นครบักตะปูร์จะเป็นแบบ Pagoda
ซึ่งเป็นอาคารที่แกะสลักด้วยไม้เป็นหลัก มีลักษณะเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส มีหลังคาที่เป็นกระเบื้อง เป็นชั้นๆขึ้นไป

ต้องบอกว่าการนั่งเฉยๆ ในย่านจัตุรัสในเนปาล …
เหมือนการนั่งดื่มด่ำไปกับงานศิลปะชั้นครู แม้ว่าจัตุรัสอย่างกาฏมัณฑุจะเป็นทั้งตลาด
เป็นถนนที่รถผ่าน เป็นเหมือนสวนสาธารณะของคนเนปาลเอง ไม่เหมือนมรดกโลกอื่นๆที่มีแต่นักท่องเที่ยว

แต่ทั้งหมดทำให้ที่นี่เป็นเหมือน พิพิธภัณฑ์ที่ไม่มีวันตาย ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆน่ะ

แต่ในขณะที่ค่อยๆมอง ค่อยๆ ซึบซับกับมรดกโลกแห่งนี้

สายตาก็เหลือบมาเห็นอาคารสีขาวหลังนี้ที่ดูจะไม่เข้าพวกกับสถาปัตยกรรมอื่นๆเลยแม้แต่นิด
อาคารนี้มีชื่อว่า Gaddi Baithak เป็นพระราชวังเก่าสไตล์นีโอคลาสสิคที่สร้างต่อเติมมาจากพระราชวังเดิมที่อยู่ติดกัน ตั้งแต่ปีราวๆ 1908



15... ดูความงาม ดูอย่างศิลป์

คำว่าวัด ของคนเนปาล จะไม่ค่อยเหมือนกันเป๊ะๆ กับคนไทยเราเท่าไหร่
ถ้าพูดว่าวัด เราก็จะนึกถึงโบสถ์ มีศาลา มีกุฏิพระ .... สำหรับวัดในเนปาล
ก็จะหมายถึงตัวเจดีย์หนึ่งหลังหรือ Pagoda 1 อัน แบบในรูปด้านบนนั้นแหละครับ

หันไปอีกด้านเราก็จะเจอกับ วัดพระศิวะ-พระนางปารวดี (Shiva-Parrvati Temple House)
โดยมีรูปไม้แกะสลักของสองพระองค์อยู่ริมหน้าต่างที่กำลังทอดพระเนตรลงมา

แลดูแล้วเป็นงานศิลปะที่ไม่ได้มีพิธีรีตองและความละเอียดลออเยอะมากนัก
แต่ให้ความรู้สึกถึงพลังที่สื่ออกมาเยอะพอควรครับ

สังเกตพระหัตถ์ซ้ายของหุ่นไม้พระศิวะ
กำลังทำบางสิ่งบางอย่างอยู่ ....



ผมยิ้มให้กับมุมเล็กๆของมรดกโลกแห่งนี้
และหันตัวเองเดินไปชมวังกุมารีต่อ ...




16 ....

การสักการะกุมารี หรือที่คนเนปาลเชื่อกันว่าเป็นร่างจุติของเทวี ทเลจู (Taleju) ซึ่งเป็นเทพฮินดูที่มีอำนาจมากที่สุด ยังคงเป็นความเชื่อที่ไม่มีวันตายครับ และยังคงสืบทอดต่อกันมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

นักท่องเที่ยวจึงอยากจะมาเที่ยววังกุมารี ได้มาเห็นกุมารีตัวจริงสักครั้ง
กุมารีคัดเลือกจากเด็กตัวน้อยๆในตระกูลศากยวงศ์ ซึ่งเป็นตระกูลของพุทธเจ้า โดยคนคัดเลือกจะเป็นสังฆราชและโหรหลวง มีการทดสอบและลักษณะของเด็กที่จะมาเป็นตามตำราโบราณ

โดยวาระของกุมารีจะสิ้นสุดลงเมื่อมีประจำเดือนครั้งแรก หรือมีการเสียเลือดจากอุบัติเหตุต่างๆ
จึงจะมีการคัดเลือกกุมารีคนใหม่ขึ้นมา



17 ...

เราได้ทราบถึงที่มาของกุมารี แล้วก็มีคำถามลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง

บางทีคนเราก็เลือกจะเกิดไม่ได้ เลือกจะเป็นตัวของตัวเองไม่ได้
อิสระในการใช้ชีวิตสำหรับบางคนอาจจะมีค่ามากกว่าแก้วแหวนเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์ก็เป็นไปได้

กุมารีจะให้เวลาอยู่ในวังนี้ทั้งวันกับคนเลี้ยง อาจจะออกมาเจอกับผู้คนบ้างในวันเทศกาลสำคัญต่างๆ
หรือถ้าวันไหนโชคดี เราอาจจะได้เห็นเธอปรากฏโฉมจากระเบียงในช่วงเย็นๆ



18 ... Hello Holy Man …

เรายังคงเดินเล่นไปมาอยู่รอบๆ Kathmundu Durbar Square
ยิ่งเวลาหมุนไปเรื่อยๆจนใกล้จะพลบค่ำ ผู้คนก็ยิ่งหลั่งไหลมาพื้นที่แถวนี้มากขึ้นไปอีกเท่าตัว
ทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งคนเนปาลเอง รวมทั้งเหล่าสาธุชน ด้วย

Holy Man หรือใครจะเรียก โยคี ก็ไม่ว่ากัน เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองเหมือนกัน
ใครมาถึง อินเดีย เนปาล แล้วไม่ได้เจอ โยคี ท่านว่ามาไม่ถึง ....

แต่กระนั้น เมื่อมูลค่าทางการตลาดสูงขนาดนี้
ก็เลยมีโรงงานผลิตของก็อบมาขาย ….

โดยปกติ โยคีจะมีสองฝ่ายหลักๆ คือที่นับถือพระนารายณ์ และนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด
สังเกตง่ายๆ ถ้าตรงหน้าผากมีแถบ 3 แถบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตรีศูล อาวุธของพระศิวะ นั่นคือฝ่ายหลัง
โยคีของแท้จะร่อนเรไปตามศาสนสถาน แสวงบุญ ทำสมาธิเพื่อหาทางหลุดพ้น
พวกที่เสื้อผ้าใหม่ๆ ของประดับเยอะๆ ประเคนมาเต็ม สู้กล้องทั้งหลาย นั่นของเทียมทั้งนั้น ให้ลองสังเกตกันดู

.
.
.

แต่จะเทียมหรือแท้ เราก็ขอเก็บภาพไว้ก่อน
กลัวจะไม่ได้เจอกันอีก ฮา ...



19 ...

ในพื้นที่ของจัตุรัสกาฎมัณฑุนั้น มีวัดที่รายล้อมอยู่มากมาย
ให้ใช้เวลาละเมียดละไมไปกับแต่มุม แต่ละเสา แต่ละวัดทั้งวันก็อาจจะไม่พอ
พื้นที่ไม่กว้างมาก แต่เชื่อว่าถ้าคนที่พินิจพิเคราะห์จริงๆมีอะไรให้ฉงน และดูเยอะ

วัด Jagannath ซึ่งถือว่าเก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ตรงนี้ ว่ากันว่าสร้างมาตั้งแต่ ช่วง ศตวรรษที่ 15
เวลาไปชมสถานที่เก่าแก่ อยากให้ลองยืนนิ่งๆ แล้วนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปยุคก่อน

ลองใช้จินตนาการที่มีมากน้อยแต่ละคนนั่นแหละ วาดเรื่องราว ทำตัวเองให้เป็นผู้กำกับหนังฮอลลิวู้ด

ย้อนอดีตตัวเองกลับไปยืน อาจจะไม่ถูกต้องตามประวัติศาตร์จริงๆ
แต่ผมว่าเป็นอะไรที่สนุก กับจินตนาการตัวเองน่ะ

ไฮไลท์ของวัดนี้อยู่ที่ลวดลายการแกะสลักภาพแนวอีโรติคบนคันทวยและเสาของวัด
แค่วัดนี้วัดเดียวก็ทำเอาเราเมื่อยคอกันร่วมชั่วโมงได้เลย
เดี๋ยวตอนหน้าจะหยิบรูปมาฝากแบบชัดๆ ...

มีลานกว้างที่อยู่ใกล้ๆกับจัตุรัสด้วย ...
ในยามเย็นก็จะเริ่มมีพ่อค้าแม่ขายมาจับจองพื้นที่ขายของที่ระลึกแก่ลูกค้า
สินค้าที่น่าสนใจก็เป็นพวกเครื่องเงิน ไม้แกะสลัก เห็นที่คนชอบกันก็จะเป็นกงล้อภาวนาขนาดพกพา





20 ...

สำหรับท่านที่จะไปเนปาลก็อยากจะให้พกรูปถ่าย 1-2 นิ้วติดตัวไปด้วยสัก 3-4 ใบครับ
เพราะเราสามารถทำบัตรของนักท่องเที่ยวพิเศษ
จ่ายครั้งเดียวมาเข้าชมจัตุรัสแห่งนี้ได้เรื่อยๆ ในช่วงที่เราเที่ยวในเนปาล

ออฟฟิศของการท่องเที่ยวจะอยู่แถวๆ ลานขายของที่ระลึกนี่แหละครับ
เดินเข้าไปทำใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที ทีนี้จ่ายค่าเข้าครั้งเดียว วันอื่นเราก็ไม่ต้องจ่ายแล้วมาเดินเล่นได้เรื่อยๆ
สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเนปาลจะเก็บค่าเข้าอย่างเดียว ไม่เหมือนที่อินเดียที่มักจะมีบวกค่าถ่ายภาพไปด้วย




21 ...

มีจตุรัสนครโบราณอยู่ 3 แห่ง ที่นักท่องเที่ยวเดินทางไกลมาเผื่อจะสัมผัส
ประกอบด้วย จัตุรัสกาฎมัณฑุ ... เมืองปาตัน และเมืองบักตะปูร์
ที่บอกว่าเป็นนครโบราณ

ก็เพราะว่า บรรยากาศและความขลังของสามนครนี้
เพียงได้ไปยืนอยู่เฉยๆ หยุดเวลาตัวเอง สวมใส่เวลาอดีต

เราก็จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเมื่อหลายร้อยปีก่อนได้ไม่ยาก
โดยเฉพาะที่ปาตันนั้นส่วนตัวแล้วเป็นจัตุรัสที่เข้มข้นไปด้วยพลังชีวิต
จิตวิญญาณของศรัทธา และความงดงามของศิลปะ


ไม่เกินจริงสักนิดถ้าจะบอกว่า

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยังมีชีวิตและอยู่เหนือกาลเวลา



22 ...

วันแรกของการมาถึงเนปาล วันแรกของการได้มาสัมผัสวิถีของเนปาลี
วันแรกของการได้เจอ ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ต้องบอกว่าเพลิดเพลินตาและสมองมากๆ

ระหว่างเดินเล่นช่วงเย็นแถวย่านทาเมล
ก็ได้เจอหนุ่มน้อยที่เดินมาขายของ เป็นงานไม้สานเป็นตุ๊กตา
สำหรับคนท้องถิ่นแล้ว นักท่องเที่ยวอย่างเราดูจะเป็นบ่อเงินบ่อทองของเขา


ซื้อดีมั้ย ... จะได้ใช้รึเปล่า ?

คำถามแบบนี้จะยิ่งทำให้คำตอบแคบลงและเหมือนจะตั้งคำถามเพื่อรอคำตอบที่มีในใจแต่แรก
เงินเพียงน้อยนิดของเรา กำลังอาจจะเลี้ยงปากท้องพี่น้องอีก 5 -6 คนที่บ้านเขาก็ได้



23 ... On the maze way

บวกลบคูณหารเองในใจว่าแค่วันแรกนี้

ผมเดินป่วนเปียนไปมาอยู่แถวๆ จัตุรัสกาฏมัณฑุ ร่วมๆ 3 ชั่วโมง
เดินเล่นน่าจะไม่ต่ำกว่า 3-4 กิโลเมตร ....

ถามมว่าชอบเดินเล่นเหรอ ...

เปล่าครับ ....
หลงทาง I’m Lost !!!! 555+

แผนที่ในมือมีน่ะครับ .... แต่จงใจไม่เปิดดู

ตั้งใจเดินไปเรื่อยๆ ให้คุ้นกลิ่น ให้คุ้นตา ให้รู้สึกตัวเองเป็นคนเนปาล
ไม่อยากให้คนเนปาลมองเราเป็นนักท่องเที่ยวแม้จะแบกกล้องตัวโต แต่งกายแปลกแยกไปจากคนเปาลี
เมื่อวิถีเนปาล คือ วิถีแห่งความชิลล์
นักท่องเที่ยวก็ควรจะชิลล์ ลืมเวลาในมือไปซะ

การเดินเล่นตามตรอกซอกซอยจึงเป็นเหมือน การเล่นบันไดงู
เจอแยกนี้ฉันจะเลือกไปซ้ายหรือขวามีให้เลือกเยอะ

อยากสัมผัสอะไรก่อนหลัง ไม่ต้องคิดมาก เดินมันไปเรื่อย
แต่อันนี้เราก็ต้องดูความปลอดภัยด้วยน่ะ ถ้าฟ้าเริ่มมืดก็ต้องเตรียมกลับห้อง ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดี



24 …

เพราะของบางอย่างมันก็ไม่ได้มีเขียนไว้ในไกด์บุ๊ค
มันอาจจะรอเราเป็น มาโคโปโล เป็นผู้ค้นพบ
ร้านอาหารในตำนาน ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลับ เป็น แรร์ไอเท็ม
เราอาจจะเจอโดยบังเอิญ พร้อมสิทธิพิเศษกลับบ้านไปอวดคนอื่นก็ได้


ในพื้นที่ของย่านจัตุรัสเชื่อมกับย่านทาเมล …

ตรงนี้ถือว่าเป็นพื้นที่เมืองเก่าที่ยังคงความเป็นเนปาลไว้ได้ดี
แม้จะถูกยกให้เป็นมรดกโลก แต่เหมือนรัฐบาลก็ยินดีที่จะเก็บความเป็นเมืองโบราณเอาไว้
ดังนั้นถนนหนทางก็ยังเป็นซอยเล็กๆ เป็นดิน เป็นหลุมเป็นบ่อ
บนถนนเล็กๆกว้าง 4 -5 เมตร ทุกชีวิตก็ใช้ร่วมกันหมด



25 ... Buenos Ires , I’m here !!!

หลังจากเต็มอิ่มกับนครกาฎมัณฑุ ในเนปาลแล้ว …
ผมบินลัดฟ้าจากเอเชียไปอาเจนติน่า ใช้เวลาบินร่วม 20 ชั่วโมง ไปยังเมือง บัวโนส ไอเรส
เมืองที่ถือว่าเป็น ปารีสแห่งอเมริกาใต้ ….

โดยมีนัดกับ “เมสซี่” นักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์คนล่าสุด

เราอาจจะได้ยินกันมานานว่า นักเตะระดับโลก เติบโตมากับฟุตบอลข้างถนนนี้แหละ
บนถนนแห่งความแร้นแค้นนี้ ได้ขัดเกลานักเตะระดับโลกมานักต่อนัก
ความยากจน ความกดดัน เป็นแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่

.
.
.
.
.

ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าผมจะได้ใกล้ชิดกับเมสซี่ขนาดนี้ ….
เขาไม่ถือตัวเลยสักนิดครับ
แม้จะเดินขวางทางวิ่งของริกซอว์ (สามล้อถีบ) ที่ผมจ้างให้ขับกลับไปยังโรงแรม

ดีน่ะเริ่มจะหิว เลยรีบไปหาอะไรกิน …
ไม่งั้นจะกระโดดลงไปขวางหน้าแล้วเปิดพุงให้เซ็นลายเซ็นสักหน่อย ...





26 ...
สายฝนที่โปรยปรายลงมาต้อนรับผมในวันแรก ช่วยลดฝุ่นบนท้องถนนไปได้เยอะ
ฝุ่นน้อยลงแต่เฉอะแฉะมากขึ้น ริกซอว์ที่เรานั่งมาค่อยๆ ปั่นผ่านตรอกซอกซอย
เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศสนุกบนเบาะที่นั่ง ที่โยกเยกไปมา เด้งซ้ายเด้งขวา
สนนราคาไม่แพง ขึ้นกับระยะทาง และต่อรองได้ ความเพลิดเพลินอยู่ที่การค่อยๆ
เห็นบ้านเรือนและผู้คนอย่างช้าๆ ไปตามทางนี่แหละ

ประโยชน์อีกอย่างนึงของการนั่งริกซอว์ คือการลดอัตราเสี่ยงการโดน ขากถุย จากแขกเนปาล
มีหลายคนเตือนเรื่องการไม่สนใจเพื่อนร่วมทางของคนที่นี่ พี่ท่านนึกจะ ขากกกกกกก แล้วก็ถุด
โดยไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่

มีเพียงเสียง ขากกกก ช่วงสั้นๆ 2-3 วินาทีให้เราได้เตรียมตัว
และหาที่มาของเสียงก่อนจะเอี้ยวตัวหลบ

วันแรกในเนปาลของผม ได้เห็นเพียง 2-3 ครั้งต่อหน้าเท่านั้น ... และก็อยู่ในระยะปลอดภัยไกลๆ
หรือเค้ารณรงค์ให้เห็นใจเพื่อนรอบข้างกันมากขึ้น …


ผมมองโลกแง่ดีไปหน่อย …
ในขณะที่แหงนหน้ามองตึกรามสีฟ้าสวยงาม

.... ถุด ... !!!

อ้าวเฮ้ย ไม่มีเสียงขากกก เตือนก่อน

แขกเนปาลไม่ปรากฏชื่อแซ่ และไม่เห็นหน้าตา... พ่นมันลงมาจากหน้าต่างห้องชั้นสาม
ผมคิดว่าต้องเป็น ช่างถุด ที่ชำนาญมากๆ กับการคอนโทรล น้ำลายตัวเองให้เป็นก้อน แล้วพุ่งโค้งข้ามหน้าต่างมาลงเป็นถนนอย่างแม่นยำ

เฉี่ยวไหล่ผมไปไม่เกิน 2 นิ้ว


ขออภัย ลืมเตือนว่าห้ามนึกภาพตาม 5555+





27 ...

เราเดินทางกลับมาถึงโรงแรมของเรา ทิเบตเกสเฮาส์อีกครั้ง ...
จ่ายเงินค่าริกซอว์ไป สายตาก็เหลือบไปเห็นธงมนตร์ขึงอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรม

รีบตาลีตาเหลือกวิ่งขึ้นไป ....

โรงแรมไม่มีลิฟท์น่ะครับ ราวๆ 6 ชั้นได้
จริงๆก็ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้ แต่กลัวแสงจะหมด กลัวไม่มีรูปธงมนตร์ไปประดับฮาร์ดดิส

ธงมนตร์ หรือธงภาวนา ...
มีอยู่ทั้งหมด 5 สี ได้แก่สีแดง แทนไฟ เขียว แทนป่า เหลือง แทนโลก สีน้ำเงินแทนน้ำ และสีขาวแทนอากาศ
เราจะเห็นได้เยอะในประเทศแถบนี้ เพราะมีชาวทิเบตอาศัยอยู่ อาจจะขึงจากสถูปเจดีย์ หรือตามบ้านเรือนทั่วไป การผูกในที่สูงๆแบบนี้ เพราะเชื่อกันว่า สายลมจะพัดพาเอาบทสวด คำภาวนาอันศักดิ์สิทธิ์ลอยไปถึงทวยเทพบนสวรรค์นั่นเอง

นอกจากเป็นสิ่งที่สะท้อนศรัทธาอันเข้มแข็งดั่งหินผา
ผมถือว่าเป็นงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ชิ้นนึงบนโลก ไม่ได้ยิ่งใหญ่ในแง่ของขนาด แต่เป็นเรื่องของความหมาย





28 ..
เราปีนป่ายขึ้นไปยังดาดฟ้าของ ทิเบต เกสเฮาส์
มองจากสายตาตอนอยู่ด้านล่าง ว่าที่นี่สูงพอตัว ข้างบนน่าจะวิวสวยไม่น้อย

และก็คิดไม่ผิด ...

ข้างบนเปิดเป็นร้านอาหารแบบ Roof-Top ด้วย
คำว่า Roof-Top ดูจะเป็นอะไรที่ขายได้ และมูลค่าทางการตลาดสูงพอๆกับ โยคี

เราจะเจอ จะเห็น บาร์เล็กๆ ห้องอาหารแนวดาดฟ้าเยอะมาก
เยอะจริงๆ ยิ่งอยู่รอบๆสถานที่สำคัญรอบๆจัตุรัส รอบๆเจดีย์ใหญ่ๆ

ต้องมีห้องอาหารดาดฟ้าให้ได้ขึ้นไป และแน่นอนราคาอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ได้เพื่อคนเนปาล

มีฝนตกโปรยนิดหน่อย ...
มุมข้างบนนี่ชิลจริงๆ มองไปไกลๆขวามือ เราจะเห็นเจดีย์สวยัมภูนาถ อยู่ไกลๆ
ยิ้มให้ไปก่อนหนึ่งที ... เรามีนัดกันในวันสุดท้ายของทริป




29 ..

อาบน้ำอาบท่า ปะแป้งเย็นมองเล่ยะ แล้ว
ก็ได้เวลามื้อค่ำของเรา ... ย่านทาเมลเป็นเหมือนศูนย์กลางของจักรวาล เป็นเหมือนคลังเสบียงของกองทัพ
เราสามารถหาร้านอาหารอร่อย รสชาติเยี่ยม
หาร้านแลกเงิน ซุปเปอร์มาเก็ต ผับ บาร์ บริษัททัวร์
ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายอุปกรณ์เดินเขา ทั้งหมดนี้หาได้บนย่านทาเมลนี่เอง

แนะนำว่าในคืนแรกนี้ให้เดินสำรวจสักหนึ่งรอบ
แล้วจำร้านรวงต่างๆไว้ ลองเดินดูก่อนว่าชอบบรรยากาศร้านไหน
โซนนี้เดินตอนกลางคืนปลอดภัยดี เพราะแสงสีเยอะและมีแต่นักท่องเที่ยว



30 ...

ดินเนอร์มื้อแรกในเนปาล ที่ร้าน Everest Steakhouse อ่านชื่อร้านแล้ว
ให้ความรู้สึกว่าเรากำลังนั่งแล่เนื้อสเต็กจิบไวน์อยู่เบสแคมป์ เบื้องหลังเป็นภูเขาหิมะ


ผมทำการบ้านมาอย่างดี (มั้ง) เดินดูร้านรวงต่างในทาเมล มาหนึ่งรอบ
แต่สุดท้ายต้องยอมรับแต่โดยดีว่า สิ้นคิด ครับ 555+


ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินเล่น จากการเดินทาง จึงฝากท้องไว้กับร้าน อาหารตรงปากซอยที่โรงแรมตั้งอยู่
เอามันง่ายๆ อย่างนี้เลย หน้าตาร้านดูดี คงขายนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

มองดูภายนอกคิดว่าน่าจะติดแอร์ พนักงานเปิดประตูปั้บ
ลมจากพัดลมพัดมาจนแทบผมจะเสียทรงกันเลยทีเดียว

ร้านตกแต่งได้พื้นๆ เหมือนคาเฟ่บ้านเรา รสชาติอาหารเลยพื้นๆตาม 555+
ขายพวกเสต็ก พวก ข้าว และก็พวกหมี่ผัด ... ไม่ต้องเรียกหาพวกซีฟู้ดน่ะครับ
ประเทศนี้หากินยากมาก และถึงมีก็จะไม่สดเอาเลย อดกลั้นไว้กลับมากินที่บ้านเราดีกว่า
ถ้าเป็นคนกินยาก แนะนำพวกพิซซ่าก็ได้ครับ หรือไม่ก็หมี่ผัดแบบจีน ใส่ไก่ ใส่ผักเยอะหน่อย




31 ...
หลังจากอิ่มท้องแล้ว เราก็เดินเล่นกันอยู่ในย่านทาเมลนั่นแหละครับ
เดินถามเช็คราคาของที่ระลึกต่างๆ ด้วย ... ราคาของที่ระลึกโซนทาเมลต้องถือว่าสูงกว่าโซนอื่นน่ะครับ
เอาเป็นราคาตั้งต้นก็ได้ เวลาไปเที่ยวเมืองอื่นๆ เจอคล้ายๆกันก็ต่อราคาให้ถูกกว่าได้เลย




32 ...
ของที่ระลึกยั่วตายั่วใจเยอะมากกกกกก ครับ
ได้กลับบ้านมาเยอะเหมือนกัน ลวดลายบางอย่างก็สะท้อนความเป็นเนปาลเท่านั้น
จะไปหาซื้อที่อื่นก็ไม่มีซะด้วย ถ้าชอบอกชอบใจก็ซื้อไปเลยครับ




33 ...

Good day , Good night !!

หันมองดูนาฬิกาบอกเวลาเกือบๆเที่ยงคืนได้แล้ว ...
มองออกไปนอกหน้าต่างบ้านเรือนส่วนใหญ่ต่างปิดไฟ
มีเพียงแสงไฟจากหลอดไฟดวงเล็กในห้องพัก ช่วยทำให้เราจัดกระเป๋าได้ถนัด
พรุ่งนี้เราต้องเช็คเอ้าท์จากโรงแรมแต่เช้าตรู่เพราะจองรถบัสที่จะเดินทางไปเมืองโพคาราเอาไว้

หยิบกล้องขึ้นมาปัดฝุ่นเล็กน้อย ... ใครบางคนอาจจะไม่อยากให้ฝุ่นเข้ากล้อง
แต่ผมอยากได้สักเม็ด อย่างน้อยจะได้เอาไปคุยได้ว่า นี่ฝุ่นจากเนปาลเชียวน่ะ


จำนวนชัตเตอร์ที่เพิ่มขึ้นเวลาเดินทาง ก็ไล่เลี่ยไปกับประสบการณ์ใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นด้วย
แบทเตอรี่ของกล้องก็กำลังชาร์จไฟทีละเล็กทีละน้อย เราก็คงต้องนอนเพื่อชาร์จตัวเองด้วยเช่นกัน


เป็นการประเดิมวันแรกที่เกินคาด สนุกและเพลิดเพลินมากกว่าที่คิด
แม้เราจะมาผิดฤดูกาล มาผิดเดือน ท้องฟ้าไม่สดใส แต่กลับรู้สึกว่าแค่นี้ก็กำไรชีวิตมากแล้ว

ยังไม่ทันจะได้จินตนาการถึงเรื่องราวใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามาในวันพรุ่งนี้ …
สติสัมปชัญญะก็หลุดลอยล่องไปพร้อมกับราตรีที่เงียบสงบ

ในนครโบราณ .... กาฏมัณฑุ






34...
Road to Pohkara

ตื่นเช้ามากินอาหารเช้า เป็นแขกคนแรกเลย
อาหารเช้าเป็นชาและขนมปังปิ้งพร้อมกับแยม ไม่มีเวลามาละเมียดละไมกับเช้านี้
เพราะรถบัสที่จะไปโพคาราออกราวๆ 7 โมงเช้า ... เราเรียกแท็กซี่หน้าโรงแรมไปส่ง (150 NRP)
จริงๆสามารถเดินไปเองได้ ประมาณ 15-20 นาที แต่แลกกับเหนื่อยแบกของแต่เช้า เรายอมเสียเงินดีกว่า

มาถึงท่ารถ ... จริงๆแล้วก็เป็นการจอดกันริมถนนนี่แหละครับ ถ้าจำไม่ผิดเค้าเรียกกันว่า Kanti Path
มีรถบัสนับสิบคันจอดเรียงรายอยู่ริมถนน
ให้สังเกตชื่อบริษัททัวร์ที่เราซื้อไว้ครับ หรือจะถามเด็กรถก็ได้ ทุกคนยินดีบอกให้ เค้าก็เกื้อกูลด้วยกันหมด
ริมทางเดินก็มีของขายอย่าง นมร้อนๆ ขนมปัง จะมาฝากท้องกันแบบได้บรรยากาศเนปาลแท้ๆตรงนี้ก็ได้น่ะ

แดดเริ่มออก ก็พร้อมๆกับวงจรชีวิตหลายคนได้เริ่มต้นขึ้น ท้องถนนก็กลับมาเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง
แท็กซี่ที่พูดถึง หน้าตาแบบในรูป ไซส์มินิ นั่งได้ สามคนกำลังเหมาะ เปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ
ถ้าช่วงไหนวิ่งผ่านฝุ่นเยอะๆก็หมุนกระจกปิดกันเอง เหมือนๆจะมีมิเตอร์แต่ไม่เปิด ต่อรองราคากันเอง
ไปได้ก็ไป ราคาไหนพี่แขกไม่ไหวก็จะปฏิเสธเราเอง



35 ...

รถบัสแบบที่เราโดยสารเค้าเรียกว่า Tourist Bus เป็นของเอกชน
คนท้องถื่นจะไม่ค่อยนั่งเพราะราคาจะสูงกว่าแบบของรัฐ
แต่คันที่เรานั่งวันนี้ก็มีคนท้องถิ่นบ้างประปราย ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติรวมทั้ง คนไทยอย่างผมปะปนมากะเค้าด้วย

รถบัสของนักท่องเที่ยวแบบนี้มีแอร์น่ะครับ
แต่จะไม่เปิดในช่วงเช้าที่ออกเดินทาง กว่าจะไปเปิดแอร์ก็นู้นแหละจุดแวะพักกินข้าวจุดแรก
ราวๆ 1 ชั่วโมงนิดๆหลังจากที่ล้อหมุน




36 ...

แฟนคลับของลิเวอร์พูลมีอยู่ทุกที่จริงๆ
สมกับเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในอดีตมายาวนานฮะ




37 ...

รถค่อยๆ วิ่งไปตามทางเรื่อยๆ

ถนนหนทางถือว่าดีน่ะครับ …
ทำความเร็วได้ระดับนึง จะมีบางช่วงที่เป็นทางขึ้นลงหุบเขา
มีบางช่วงทางขาดจากฝนตก ก็วิ่งสวนกันหวาดเสียว แต่พอออกจากหุบเขากาฏมัณฑุไปเรื่อยๆ
รถก็น้อยลงๆ พลอยจะได้กลิ่นของใบไม้ต้นหญ้าที่ลอยมาแตะจมูกมากขึ้น



38 …

วิวข้างเท่าที่มองเห็นจะเป็นภูเขาสลับกับนาขั้นบันได
ความรู้สึกส่วนตัวคิดว่านั่งฝั่งขวา วิวจะสวยกว่าฝั่งซ้าย

อากาศในตอนเช้าถือว่าดีไม่น้อยใครไปเที่ยวเนปาลในช่วงไฮซีซั่น คือตั้งแต่ เดือน ตุลาคม ไปจนถึง เมษายน
อากาศก็จะดีหน่อย โดยเฉพาะช่วงปลายปีผมว่าอากาศจะดีมาก เย็นกำลังดีเที่ยวแล้วสนุก ที่สำคัญฟ้าเปิดทำให้เราได้สัมผัสน้องหิมาลัยใกล้ชิดกว่าใครบนโลก




39 ...

ตอนที่เราซื้อตั๋วรถนั้นจะมีแบบค่าตั๋วอย่างเดียว และแบบรวมอาหารกลางวันไว้ด้วย
โดยจะเป็นคูปองให้เราลงไปแลกข้าวได้หนึ่งจานตอนรถแวะพัก (รถจะแวะพักสองจุด)
ดังนั้นลองชั่งใจดูว่าจะเอาแบบรวมอาหารด้วยหรือไม่ หรือจะลองมาซื้อกินเอง ราคาก็จะสูงหน่อยครับ
เพราะร้านจะไปตั้งโดดๆ อยู่ระหว่างทาง




40 ... Lalla … Pokhara

ข้อมูลจากคนขายตั๋วบอกไว้ว่า 5 ชั่วโมงถึง แต่เอาเข้าจริงๆ
เราใช้เวลาเดินทางจากกาฏมัณฑุถึงโพคารา 6 ชั่วโมงเต็มๆ ...

จากผู้โดยสารที่เต็มทุกที่นั่งเมื่อตอนเช้า
นาทีนี้ เหลือผู้โดยสารเพียงราว 10 คนบนรถ ...


รถค่อยๆ ลดความเร็วลง จนจอดสนิทในลานกว้างๆแห่งหนึ่ง มีกอหญ้าประปราย
สมองน้อยๆอนุมานเอาเองว่านี่คงจะเป็นท่ารถบัสของโพคารา
เรามองออกไปนอกกระจก .... มีน้องวัว 2-3 ตัว ยืนเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกล

เอ ...ใช่เหรอเนี่ย ...

นักท่องเที่ยวเก้าอี้ข้างหน้าไม่ปรากฏสัญชาติต่างทยอยหยิบกระเป๋าลงจากรถ
เราเลือกจะลงรถเป็นคนสุดท้ายเพื่อดูท่าทีของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

และดูจะเป็นความคิดที่ผิดไปพอสมควร.. !!

เพราะทันทีที่ก้าวลงจากประตู สายตานับยี่พี่แขกนับสิบคน
วิ่งกรูเข้ามาหา พร้อมสารพัดภาษาสารพัดสำเนียงส่งเสียงแซซ้องจนแทบจะจับความไม่ได้


แย่ละ !!!

นั่นเป็นคำอุทานสุดท้ายก่อนที่ผมจะไม่มีโอกาสได้โต้เถียงสักคำ



41 …

Hey You !!
Come Here !!
Best Hotel go with me !!
/-# & @>+@& #$$%!
$%^ #$6 $5


มันเป็นอะไรที่รวดเร็วและยากจะต้านทานไหวสำหรับหนุ่มน้อยตัวเล็กๆจากเมืองไทยเช่นผม
ในการจะต่อกรกับเหล่าโชเฟอร์เนปาลทั้งหลาย โดนล้อมหน้าล้อมหลังแบบไม่มีทางหนี

.
.
.

ใช้การตัดสินเพียงเสี้ยวพริบตา เลือกโชเฟอรร์ที่ยิ้มหวานที่สุด
เดินตามไปเพื่อหนีจากกลุ่มคนฝูงใหญ่

โชเฟอร์เหล่านี้จะมีโรงแรมที่ตัวเองเห็นนายหน้าไว้อยู่แล้ว

สำหรับครั้งนี้ Hotel View Point เป็นห้องนอนที่เรามาดูเป็นที่แรก
โชเฟอร์จะบอกกะเราตลอดทางว่า แค่ดูห้องก็พอ ไม่พอใจก็ไม่ต้องพัก

โชคค่อนข้างดี เพราะโรงแรมนี้ถือว่าสะอาดสะอ้านดีในระดับนึง มีแอร์ มีน้ำอุ่น
ห้อง Standard 10USD (พัดลม) สำหรับห้องในรูปที่เราพักวันนี้คือ Deluxe 20 USD (มีแอร์ มีน้ำอุ่น)
ราคาเปิดมาไม่รวมอาหารเช้า ... แต่จะยอมได้ไง ยืนต่อรองกับพี่แขกเนปาลอยู่พักนึง ได้อาหารเช้ามาเพิ่มด้วย

ที่เนปาล ก่อนจะซื้อจะจ่ายอะไรก็ลองต่อรองไว้ก่อนครับ ถ้าได้ก็ได้
เราพอใจในราคาตรงไหนก็จ่ายไป แต่อย่าไปต่อแบบน่าเกลียดมาก หลายคนชอบฟังมาลอยๆ ว่าต่อไปเลยครึ่งนึง
อันนั้นมันก็เกินไปครับ ของทุกอย่างมันมีต้นทุนของมัน




42 ...
เมืองโพคารา เป็นเมืองตากอากาศเมืองหนึ่งของเนปาล
เป็นจุดเริ่มต้นของเมืองที่นักท่องเที่ยวมาแวะก่อนจะไปเดินเทร็คกิ้งขึ้น Pool Hill
ถ้าให้นึกง่ายๆผมว่าอารมณ์เมืองเชียงใหม่ของบ้านเราน่ะ
ที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายจุด อ้อลืมบอกไปว่าห้องพักโซนที่นักท่องเที่ยวนิยมคือโซน Fewa Lake
มีที่พักหลากหลายตลอดริมถนนเลียบทะเลสาบ เราสามารถมาเดินดูห้องก่อนตัดสินใจได้นะครับ
อย่างที่เกริ่นไปตอนแรกทริปนี้ผมจองห้องพักมาแค่คืนแรก ที่เหลือมาดูของจริงก่อนจะเข้าพักกันเลย

ในช่วงเย็นของวัน ... จึงไม่อาจจะมีทางเลือกอะไรมาก
นอกจากการค่อยๆเดินช้าๆ ไปพร้อมกับสายน้ำที่ไหลอย่างอ้อยอิ่ง

วิถีเนปาลลี คือ Slow more, Chill more
ถ้าเรายิ่งเดินให้ช้ากว่าคนเนปาล เราก็จะยิ่งได้เห็นอะไรชัดมากขึ้น

หรือใครที่ผมเผ้ารุงรัง ลองมาใช้บริการบาเบอร์ที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับทวยเทพ
และผมคิดว่าน่าจะขลังที่สุดในโลกแล้วกระมัง



43 ...
เดือนนี้นักท่องเที่ยวยังค่อนข้างบางตา ...
ทำอะไรก็ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่พลุกพล่านมากนัก

ร้านรวงต่างๆเลยมีแต่เจ้าของร้านที่นั่งคุยกันอย่างถูกคอ




44 ...

ขณะที่กำลังเดินๆ เล่นไปเรื่อย ก็เดินผ่านร้านขายผ้าคลุมไหล่ (Shawl –ชอว์ )
เจ้าของร้านเป็นหญิงสาวกลางคนที่ร่ำรวยไมตรี ยิ้มทักทายผม

ก่อนจะถามผมว่า เป็นคนไทยใช่มั้ย ? …

.
.
.

เอ ... สงสัยจะได้ยินผมพูดคุยเป็นภาษาไทยมาระหว่างทาง
เพราะโดยปกติเวลาไปต่างเมือง คนมักจะทายว่ามาจาก เกาหลี ซะมากกว่า


คุณนายเจ้าของร้านเชื้อเชิญให้เข้าไปในร้าน พลางแนะนำตัว
แกบอกว่าแกคุ้นเคยกับคนไทย ร้านแกไปอยู่ในไกด์บุ๊คเล่มนึง
แล้วคนก็ชอบมาซื้อผ้าคลุมไหล่กัน ...

มีขายหลายแบบเลยพวกผ้าพัชมีน่า ทั้งแบบแท้ 100% หรือแบบผสมผ้าไหม
ผสมผ้าใยสังเคราะห์ราคาก็เริ่มต้นไม่แพง ต่อรองได้ครับ คุยง่าย ง่ายจริงๆ
น่ารักจนต้องซื้อกลับบ้านมา ครึ่งโหล รวมทั้งผืนรักที่เดี่ยวจะได้เห็นผมพาดไปมาโชว์ในรีวิวนี้แหละ




45 ...

อยู่ในร้านอยู่ร่วมๆครึ่งชั่วโมง …

ก็ต้องขอลาออกจากร้าน เกรงว่าอยู่นานกว่านี้จะหมดตัว เพราะคุณนายหยิบผ้าออกมาให้เราไม่หยุด
ต้องยอมรับว่าลายผ้าสวยมากๆ และราคาไม่แพง ใครแปลนไว้จะมาโพคาราอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อที่อื่นเลย
ลองแวะมาร้านนี้ ร้านเดียวพอ

เอ ... ร้านชื่ออะไรละเนี่ย …

เข้ามายังไม่รู้ เลยชะเง้อหน้าออกไป อ้อ ... ร้าน Love Love Pashmina
เหลือบไปดูไกด์บุ้ค .. อ้าวนี่มันร้านที่แนะนำให้มาซื้อนี่ เออ... ดีแฮะ เจอแบบฟลุ้คๆซะงั้น






46 ...

กิจกรรมในช่วงเย็นนี้
นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างพร้อมใจกันเลือกไปล่องเรือเล่นกันในทะเลสาบฟีว่า ครับ
เราก็ไม่อยากจะอินดี้มาก ก็ตามกระแสของคนอื่นนี่แหละ ...

เดินไปจนถึงท่าน้ำ ก็จัดการซื้อตั๋วข้ามฟากไปชมบรรยากาศเกาะกลางน้ำซึ่งมีวัดฮินดูตั้งอยู่
ค่าเรือข้ามฟากไปกลับคนละ 50 รูปี ... เรือมีออกตลาด ก็จะเป็นเรือสองฝีพาย
ใครอยากชิลล์จะพายเรือเองก็คิด ชม ละ 300 รูปี ถ้าจ้างคนพายให้ก็บวกไปอีก 150 รูปี/ ชั่วโมง





47 ...

บรรยากาศรอบๆทะเลสาบเป็นไปด้วยความชิลล์
หลายคนเลือกจะมานั่งเล่นกินลมชมวิว ...

หากมาในช่วงที่อากาศดี ฤดูท่องเที่ยว ตรงนี้จะเป็นมุมที่งดงามดั่งภาพวาด
เพราะจะได้เห็นฉากหลังเป็นกลุ่มเทือกเขาอันนาปูระ ที่สวยงามมากๆ ด้วย

จริงๆไม่อยากคิดเท่าไหร่ เพราะจะเสียดายมากๆ
เห็นโปสเตอร์ที่วางขายอยู่รอบทะเลสาบแล้วเคลิ้มเลย
สวยแบบสะท้านหัวใจ สงสัยต้องกลับไปซ่อมในเร็ววัน





48 …

ขากลับจากเกาะกลางน้ำค่อนข้างหวาดเสียวนิดหน่อย
เพราะจะเป็นเรือเกือบๆจะรอบสุดท้ายแล้ว

ชาวเนปาลทั้งหลายพร้อมใจกันกลับรอบนี้ …
10 กว่าคน อัดกันอยู่ในเรือพายแบบเต็มอัตรา ในระดับที่ขอบเรือกับระดับน้ำต่างกันไม่น่าจะเกิน 15 เช็นติเมตรได้


สารภาพว่าลุ้นมาก .. ลุ้นว่าอย่ามีเด็กพิเรน หรือ พี่แขก ชี้นู้นนี่ แกล้งกัน ให้เรือเอียง

มั่นใจว่า ล่มลอยอืด กันทั้งลำแน่ๆ ....

เรือค่อยๆเื่อื่อยจากท่าไม่ทันจะไปได้ไกล
ฝีพายใจดี บอกว่ารอบเย็นนี้ เดี๋ยวพายวนรอบเกาะแถมพิเศษให้

ว่าแล้วก็หันหัวเรืออ้อมไปด้านหลังเกาะ


เฮ้่ย ... แถมทำไม !!!!

เรานึกในใจ ...ไม่เป็นไร ไม่เอาเฟ้ย ... แต่พูดไม่ได้
กลัวพูดแล้วแขกโวยวาย พลอยจะจมเอาจริงๆ


ขากลับเลยต้องนั่งตัวแข็งๆ นิ่งๆ กอดเข่าตัวเองอยู่ในมุมเล็กๆบนเรือ

.
.

ระหว่างเดินกลับที่พักก็เหลือบไปเห็นสนามฟุตบอลริมทะเลสาบ
เค้ามีการแข่งฟุตบอลกันด้วย อารมณ์ท้องถิ่นนี่แหละ
ไม่มีอัฒจรรย์ นักบอล กรรมการใกล้ชิดกับผู้ชมกันแบบนี้






49 ...

เย็นนี้เราฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารของ Lake View Resort ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเรามากนัก
ต้องถือว่าเป็นร้านอาหารที่หรูระดับนึงเลย ราคาค่อนข้างสุงกว่าร้านทั่วๆไป
อาจจะบวกค่าชมการแสดงไปแล้วด้วย




และเพราะการแสดงโชว์ท้องถิ่นนี่แหละถึงเลือกมากินร้านนี้
เป็นการเต้นพร้อมกับเพลงที่มีกลิ่นอายของหิมาลายันอย่างเต็มเปี่ยมครับ
ดูแล้วเพลินมากๆ …




50 ...

หลังจากอิ่มทั้งท้องและอิ่มทั้งการชมโชว์ ฝนก็เริ่มโปรยปรายมาอีกครั้งแล้ว
เรากลับไปจองทัวร์กับโรงแรมที่เราพัก

มีบริการ One Day Trip พาเที่ยวสถานที่ต่างๆในโพคารานี่เอง
เป้าหมายที่แปลนไว้ อันดับหนึ่งคือ การขึ้นไปชมกลุ่มเทือกเขาอันนปูระ Annapurna และยอดเขาหางปลามัจฉาปูระ ที่หมู่บ้านสรังก็อตตั้งแต่เช้าตรู่
หลังจากนั้นในช่วงสายๆ ก็จะเป็นการเที่ยวชมจุดท่องเที่ยวในเมืองโพคาราต่างๆ
เช่นแม่น้ำ Seti ที่น้ำในแม่น้ำข้นขาวเหมือนน้ำนม , น้ำตก Devi’s และชมบรรยากาศผู้คนในเมืองเก่า

ถามใจตัวเองไว้ก่อนแล้วว่าสภาพอากาศแบบนี้คงต้องทำใจ …
แต่มาถึงนี่แล้วจะไม่ยอมเสี่ยงไปชม ก็อาจจะเสียเที่ยว …
อย่างน้อยก็ถือว่า เราได้มามัดจำความทรงจำไว้ก่อน


ค่อยๆ ทิ้งตัวลงบนที่นอน ...

คืนที่สองในห้องนอนที่ห่างจากบ้านเกิดนับพันกิโลเมตร
น่าจะเป็นเพราะการเหนื่อยล้าจากการนั่งรถมาเป็นเวลานาน


หลับฝันดีในต่างแดนอีกครั้ง …


โปรดติดตามตอนต่อไป ...



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2555 7:32:29 น. 9 comments
Counter : 7133 Pageviews.

 
สนุกดีค่ะ ตามมาเที่ยวด้วยซะเพลินเลย


โดย: Paulo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:11:24 น.  

 
เขียนได้สนุกน่าติดตามมากๆเลยค่ะ :)


โดย: Nepster วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:10:35:27 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนได้ไปด้วยเลยอ่ะ
ขอบคุณมาก ๆ สำหรับข้อมูลค่ะ


โดย: มิลเม วันที่: 22 เมษายน 2555 เวลา:16:58:36 น.  

 
ตอนนี้ 1USD = 85 RPN แล้ว ...


โดย: jiji IP: 125.24.45.153 วันที่: 3 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:20:52 น.  

 
ไม่ทราบว่ามีผับ หรือเปล่าครับ ตอนกลางคืนใน Kathamandu นะครับ


โดย: สมพงษ์ IP: 202.14.117.16 วันที่: 17 ตุลาคม 2555 เวลา:12:41:30 น.  

 
มีครับเพื่อนชาวเนปาลพาไป บรรยากาศดีกว่าไทย ตรงเรียบง่าย มีทั้งแบบนั่งบนพื้นที่ยกสูง นั่งเป็นโต๊ะ ผมเพิ่งไปมาเมื่อ24-28 ธค.55 ครับ


โดย: โชคชัย IP: 171.7.182.31 วันที่: 2 มกราคม 2556 เวลา:12:39:13 น.  

 
ตอนนี้อยู่เนปาลครับ กำลังจะไปโพขรา อ๋านแล้วอินมากเลยครับ


โดย: โตโน่ IP: 120.89.115.90 วันที่: 13 มิถุนายน 2556 เวลา:23:14:10 น.  

 
อ่านแล้วสนุกสนาน มากมาย รูปภาพก็สวยงามม๊วกๆ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหลาย ถ้าจะมาเที่ยวเนปาลเมื่อไหร่ ก็มาใช้บริการของมาดามหนึ่งได้นะคร้า คนไทยด้วยกัน ไปที่ไหนก็ช่วยอุดหนุนกันหน่อยค่ะ อยู่มานานจนเป็นปู่โสมเฝ้าเนปาลแล้วค่ะ ยังไงก็ติดต่อกันมาได้ที่ leesaw_007@yahoo.com รออยู่เด้อค่ะเด้อ


โดย: หนึ่ง IP: 113.199.128.184 วันที่: 11 มกราคม 2557 เวลา:17:27:52 น.  

 
^^ จะไปเนปาลพรุ่งนี้
เพิ่งได้หาอ่าน สนุกมากเลย...


โดย: pui IP: 171.7.134.112 วันที่: 19 มิถุนายน 2559 เวลา:8:39:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

the Sixth Floor
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่ theSixthfloor Studio ครับ

บทความและภาพถ่ายทั้งหมดในบล็อคนี้
สงวนลิขสิทธิ์หากถ้าต้องการนำไปใช้หรือ
เผยแพร่เพื่อการศึกษาหรือการกุศล
ก็ยินดีครับแต่ก็ขอความกรุณาติดต่อผม
เพื่อให้ทราบรายละเอียด

สำหรับท่านที่ต้องการติดต่อเรื่องบริการ
ด้านการถ่ายภาพสามารถติดต่อโดยตรง
ได้ด้วยเช่นกันครับ

ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านแวะมาเยี่ยมชม
บล็อคของผมครับ
q( ^o^ )p
Click to





count web site traffic
Visitor


■ L&T 01 .. รอยยิ้มปนคราบน้ำตา บนท้องนาแห่งชีวิต ..
■ L&T 02 .."เชียงคาน" เวลายังคงเท่าเดิม ที่เพิ่มเติมคือความสุข ..
■ L&T 03 .. ผืนน้ำจรดขอบฟ้า ตะวันลับตาที่ Hilton Pattaya Hotel ..
■ L&T 04 .. นอนฟังเสียงสายน้ำคลอเคลียที่ Bamboo Hut Resort@ทองผาภูมิ ..
■ L&T 06 .. สโลโมชั่นชีวิตในวันที่เร่งรีบ ณ Anantara Bangkok Sathorn ..
■ L&T 07 .. ความสุขในมุมเล็กๆที่ Mimosa Resort & Spa @ Koh Samui ..
■ L&T 08 .. ออกไปลอยคอกลางทะเล ที่ มก.สุรินทร์ และ เกาะตาชัย ..
■ L&T 09 .. ความอบอุ่นถักทอบนความทรงจำสีจางที่ Villa Nalinnadda เกาะสมุย ..
■ L&T 10 .. บรรยากาศสบายๆที่ the Baths Medi Cottage Resort @ Cha-Am ..
■ L&T 11 .. สูดหายใจพร้อมรับ"ดับเบิ้ล"ประสบการณ์ที่ W Retreat @ Koh Samui . .
■ L&T 12 .. เหยียบไปบนพื้นทรายคลอเสียงคลื่นที่ Rasananda Resort เกาะพะงัน ..
■ L&T 13 ..ปัดฝุ่นความทรงจำที่ Cape Panwa Hotel ภูเก็ต#Day 1 ..
■ L&T 14 .. เก็บรอยยิ้มจากเกาะปันหยี เติมเต็มความสุขที่ Le Meridien เขาหลัก ..
■ L&T 15 .. สะกดทุกสายตา เวลาหมุนช้าที่ Villa Maroc @ Pranburi ..
■ L&T 16 .. จินตนาการแห่งที่สุดของการสร้างสรรค์ ณ Casa de La Flora Resort ..
■ L&T 17 .. ลำปาง ปลายทางแห่งความสุข ..
■ L&T 18 .. สัมผัสมะลิงามที่เบ่งบานในวันหยุด Malisa Villa Suite @ Phuket ..
■ L&T 19 .. " เชียงใหม่ " . . . พอดีคำ กำลังดี . . . . .
■ L&T 20 .. มิอาจคลาดสายตาจากความงามของ the Baray Villa @ Phuket ..
■ L&T 21 .. Siam Kempinski Hotel เพชรเม็ดงามใจกลางมหานคร ..
■ L&T 23 .. เกาะตาชัย . . . จะไปด้วยกันรึเปล่า ?..
■ L&T 24 .. Ramada Resort Khaolak กับวันสบายริมหาดเขาหลัก ...
■ L&T 28 .. สงขลา ... เวลาใหม่ในขวดโหลใบเดิม ...
■ L&T 29 ... เนปาล Endless Journey ตอนจบ
■ L&T 31 ... ซีอาน กองทัพทหารดินเผาแห่งจิ๋นซีฮ่องเต้
■ L&T 32 ... เดินเล่นใน "สุโขทัย" เนิบช้าและทรงคุณค่า
■ L&T 33 ... ยุโรปครั้งแรก "เนเธอร์แลนด์ และอัมสเตอร์ดัม
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
27 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add the Sixth Floor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.