CotyledoN::My Little woRLd
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
3 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 

กาลครั้งหนึ่ง. . . . สามสิบวัน(ตอนจบ)

“มีคนเคยบอกผมว่าโลกนี้เป็นเหมือนรถไฟสายหนึ่ง
ซึ่งกำลังเดินไปตามรางที่ชื่อว่าเวลา”
“แล้วยังไงต่อเหรอคะ”
“เธอบอกว่าชีวิตคือการเดินทาง
เราทุกคนกำลังเดินทางไปยังที่ใดที่หนึ่ง
การที่เราได้บังเอิญมาพบกันก็เหมือนกับที่เราได้มานั่งที่โบกี้เดียวกัน
อย่างที่ผมได้พบกับคุณดาวไงล่ะครับ”
“แหม แต่ก็ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องอยู่โบกี้เดียวกันตลอดนี่คะ
เพราะวันหนึ่ง ถ้าจุดหมายปลายทางของเราเริ่มแตกต่างกันออกไป
เราก็อาจจะต้องเปลี่ยนขบวนและลาจากกับเพื่อนร่วมทาง
และบางทีคนที่เราไม่คิดว่าจะได้เจอ ก็อาจจะได้เจอกันอีก”
“นั่นสินะครับ วันนึง เราก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง
แม้แต่คนที่เราอยากจะอยู่ด้วยมากที่สุด
ก็อาจจะไม่ได้มาอยู่ด้วยกันก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ
แต่ความทรงจำดีๆ ก็งดงามเพียงพอแล้วล่ะ”
คุณดาวมองหน้าของผมและยิ้มน้อยๆ
ผมคิดว่านั่นคือการปลอบโยนแบบที่ไม่ต้องอาศัยคำพูดใดๆ
แค่รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก แต่สามารถแทนถ้อยคำมากมาย
“วันนี้ผมตั้งใจจะมาขึ้นชิงช้าสวรรค์ล่ะ มาขึ้นด้วยกันไหมครับ”
เธอยิ้ม และลุกขึ้นออกเดินนำผมไปยังชิงช้าสวรรค์


“ถ้าชาติหน้ามีจริง คุณเมฆอยากเกิดเป็นอะไรหรือคะ”
คุณดาวถามผมขณะที่ชิงช้าสวรรค์กำลังลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
“เอ่อ.. ไม่รู้สิครับ เป็นคนเหมือนเดิมมั้งครับ”
“ดาวอยากเกิดเป็นนกนะ ดาวว่ามุมมองของนกคงเป็นมุมมองที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู”
“นั่งเครื่องบินเอาก็ได้นี่ครับ ถ้าอยากดูที่สูง” ผมแอบล้อเธอ
“ไม่เหมือนกันหรอกค่ะ” เธอตอบผมเสียงเบาและเนิบนาบ สายตาของเธอคงกำลังจ้องมองไปที่เส้นขอบฟ้า
“ดาวว่าไม่เหมือนกันหรอกค่ะ อยากมีโอกาสสักครั้งที่แขนทั้งสองข้างจะโบยบิน และหน้าของเราจะปะทะกับสายลมและหมู่เมฆ ส่วนตาของเราก็ได้มองลงไปยังโลกเบื้องล่าง”
“คุณเมฆคะ อย่าโกรธกันนะคะที่ฉันพูดเรื่องส่วนตัว แต่ฉันว่าป่านนี้เธอคนนั้นอาจจะกำลังเดินเล่นในสวนสนุกนี่อยู่ก็ได้ เธออาจจะไม่ได้อยู่รอดูดอกไม้สีเหลืองที่วันนี้คุณเมฆเอาไปฝาก อืม.. ในชีวิตคนเรามีหลายเรื่องที่น่าเศร้า และหลายเรื่องที่เราทำผิดพลาดไป แต่ถึงอย่างไร มันก็ได้ผ่านไปแล้ว”
สายตาคุณดาวตอนนี้กำลังจ้องมองไปไกลแสนไกล
“ขอโทษนะคะที่พูดเรื่องนี้ ฉันแค่รู้สึกว่า คุณมีโอกาสอะไรมากมายที่รอคุณอยู่เบื้องหน้า มันไม่ผิดหรอกค่ะ ที่เราจะเดินออกจากความรู้สึกผิดในอดีต ไม่มีใครโทษหรือว่ากล่าวหาคุณหรอกค่ะ”
เธอหันมามองหน้าผม ผมได้แต่หันมองไปทางอื่น



“ขอบคุณมากๆเลยนะคะ วันนี้สนุกมากๆ”
เธอยิ้มแย้มบอกขอบคุณผมตอนที่เราแยกย้ายกันเข้าห้องพัก
“ต้องขอบคุณคุณดาวมากกว่า ที่อุตส่าห์ไปเที่ยวเป็นเพื่อน
ไว้เจอกันนะครับ”
ผมปิดห้อง ล็อกกลอนประตูและเดินไปหยิบกล่องกระดาษบนตู้เสื้อผ้า


เจ็ดปีนั้น จะว่านานก็นาน แต่จะว่าสั้นก็สั้น
ขึ้นอยู่กับว่าระหว่างนั้นได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายแค่ไหน
ผมเชื่อว่าเจ็ดปีที่ผ่านมาตั้งแต่เอ็มจากผมไปเป็นเวลาสั้นเพียงนิดเดียว
อาจเป็นเพราะสิ่งที่หล่อเลี้ยงเจ็ดปีที่ผ่านมานี้มีเพียงความทรงจำที่ยังคงค้างคาอยู่
ผมหยิบรูปของเราสองคนขึ้นมาดูใกล้ๆ
เมื่อมองรอยยิ้มของเราสองคนในตอนนั้น ช่างดูเหมือนฝันที่ลางเลือน
ป่านนี้ถ้าเอ็มได้ไปเกิดใหม่ คงจะเป็นสาวน้อยอายุซักหกเจ็ดขวบได้มั้ง
จะจำกันได้ไหม แต่ผมคงแก่เกินไปสำหรับเธอเหมือนกันสินะ


“ทำไมถึงรีบย้ายออกนักล่ะครับ”
ผมถามอย่างประหลาดใจขณะที่คุณดาวมาขอให้จะย้ายออกจากห้องในอีกไม่กี่วันถัดมา
“ฉันมันพวกชีพจรลงเท้าค่ะ ชอบเดินทางไปเรื่อยๆ เจอผู้คนไปเรื่อยๆ”
“งั้นจะออกวันไหนครับ”
“พรุ่งนี้ค่ะ คิดถึงกันบ้างนะคะ ถ้าไม่ได้เจอกันแล้วน่ะ”



“พี่หญิงครับ ห้องตรงข้ามผมย้ายไปแล้วเหรอ”
“อ้อ ออกไปตั้งแต่เช้ามืดเลยล่ะ พอเจ็ดโมงพี่เข้ามานี่ก็คืนกุญแจไว้กับพี่ยามแล้ว”
“อ้าว ไปแล้วเหรอ ไวจังแฮะ นี่ยังเช้าอยู่เลย ว่าจะลาเธอสักหน่อย”
“เมฆๆ อย่าเพิ่งไป นี่ๆ เค้าฝากจดหมายถึงเธอด้วย”


ผมหยิบซองมาจากพี่หญิง คงเป็นจดหมายขอโทษผมที่เธอแอบหนีกันไปก่อน
ผมเอาใส่กระเป๋าเสื้อแล้วเดินขึ้นไปบนห้อง
กะว่าเดี๋ยวอาบน้ำอาบท่าแล้วค่อยอ่าน

ผมล้วงซองจดหมายออกจากกระเป๋าและวางบนโต๊ะ
แล้วหันไปหยิบที่ทับกระดาษมาทับมันเอาไว้
แต่จู่ๆ ลมจากข้างนอกก็พัดเข้ามาในห้องพาเอากระดาษบนโต๊ะปลิวไปเสียหมด
“เอาให้มันได้อย่างนี้สิ”
ผมก้มลงเก็บกระดาษเอกสารแล้ววางกองไว้อย่างลวกๆ
“แล้วจดหมายหายไปไหนละเนี่ย..”
ผมค้นทั่วกองเอกสาร แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ไม่รู้ป่านนี้จดหมายปลิวไปไหนแล้ว
หลังจากค้นทั่วห้อง ทั้งใต้เตียง บนโต๊ะ แต่ก็ไม่เจอ
จนเริ่มก้มมองออกไปที่นอกระเบียงเผื่อว่ามันจะร่วงออกไปข้างล่าง
แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักที







ถึง เมฆ

ดีใจนะที่ได้เจอ แม้จะแค่สามสิบวันก็เถอะ อุตส่าห์แวะไปเที่ยวมาตั้งหลายที่แน่ะ อยากจะโกงอยู่ต่อด้วยอีกซักหน่อย แต่คงจะไ่ม่ได้แล้ว นี่ไม่รู้ว่าข้อความในจดหมายจะโดนลบทิ้งหรือเปล่านะ เอาเป็นว่าขอบคุณนะสำหรับดอกกุหลาบเหลืองที่มาให้เราทุกปี แล้วก็พาเราไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ตามที่ได้เคยสัญญาเอาไว้ เราสนุกมากๆเลย เราหายกันแล้วนะ ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว อ้อ กุหลาบปีหน้าก็ไม่เอาแล้วนะ เพราะเราจะไม่อยู่แล้่วล่ะ เราคงเขียนอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว และก็คิดถึงเสมอ ไม่ต้องคิดถึงเรามากนะ เอาเป็นนานๆครั้งก็พอ

เราเอง




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2552
1 comments
Last Update : 3 มิถุนายน 2552 12:13:28 น.
Counter : 3508 Pageviews.

 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


monocotyledon
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add monocotyledon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.