CotyledoN::My Little woRLd
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
3 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
กาลครั้งหนึ่ง. . . . สามสิบวัน (บทที่1)

หายไปหนึ่งเดือน
หลังจากพยายามเขียนทุกครึ่งเดือน
แต่ไม่สำเร็จ
อาจจะหายไปนาน
อาจจะเรียกว่านานมากๆในความรู้สึกก้อได้ค่ะ
คิดถึงที่นี่เหมือนกัน
อาจจะเรียกว่าเกิดความรู้สึกโหยหาชนิดอ่อน
แต่ช่วงหลังๆนี่ทำงานเยอะแยะ
จนแทบเรียกได้ว่าเป็นโรคจิตบ้างานชนิดกลาง

เรื่องนี้เคยพิมเมื่ออาทิดที่แล้ว
อยู่ดีๆก้อไม่เอาที่พิมแล้วมานั่งพิมใหม่หมดซะงั้น
เอ่อ.. งงตัวเองมากมาย 555++
ยังไงก้อขอฝากเนื้อฝากตัว
ว่าเรื่องนี้จะไม่หายไปหนึ่งเดือน(มั้ง)
เพราะเวลาอ่านแล้วไม่จบทิ้งไว้นานๆนี่อารมณ์เสียสุดๆ อิอิ




ผมเหม่อมองท้องฟ้าด้วยสีหน้าที่สิ้นหวัง
ฟ้าสีเทาดำที่มีเพียงเยื่อบางๆของหมู่เมฆพาดผ่าน
วันนี้คงเป็นอีกวันที่เหมือนเดิม
วันธรรมดาของคนธรรมดาธรรมดา
มีคนบอกว่าการเป็นสิ่งธรรมดานี่วิเศษที่สุด
แต่บางทีผมอาจจะธรรมดามากเกินไป
ธรรมดาจนรู้สึกว่าเป็นเหมือนแค่ก้อนดินหนึ่งก้อนของผืนดินที่ยิ่งใหญ่
ก้อนดินที่ไม่มีค่าอะไรและไม่น่าสนใจ

ผมกลับมายังโลกของผม
โลกสี่เหลี่ยมที่เป็นเหมือนกล่องใบเล็ก
ผมมองโปสเตอร์รูปแผนที่โลกบนผนังห้อง
โปสเตอร์ที่ผมใช้ดูที่ที่ผมเคยอยากไป
โปสเตอร์ที่บรรจุความมุ่งหวังในวัยเยาว์
ใครว่าโลกแบนหรือกลม ผมไม่เชื่อหรอก
โลกของคนแต่ละคนไม่ได้ใหญ่กว้าง
โลกของคนแต่ละคนมีขนาดไม่เท่ากัน
โลกของคนแต่ละคนมีขนาดเท่ากับพื้นที่ที่สายตาของเขาจะกวาดไปเห็น
ถ้าเทียบกันแล้ว
ตอนนี้โลกของผมมันมีขนาดแค่สิบกว่าตารางเมตรเท่านั้น


ผมดำดิ่งอยู่ในโลกแห่งความคิดที่มืดดำ
จมจ่อมอยู่กับความคิดเกี่ยวกับตัวเอง
ผมคือใคร ปรารถนาสิ่งใดในชีวิตกันแน่

ก็อก ก็อก ก็อก

ผมตื่นจากความฝัน
ผมค่อยๆลุกขึ้นไปเปิดประตู


หญิงสาวในชุดเดรสสีขาว
เธอผมยาวปรกหน้า เธอยืนก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าประตูห้องของผม
ผมสาบานได้ว่า เราไม่เคนรู้จักกันมาก่อนแน่นอน
เธอค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองผม
เธอมีดวงตาสีดำขลับแต่แฝงแววตาที่ซุกซน
เธอยิ้มที่มุมปากให้กับผม

"สวัสดีค่ะ" เธอค้อมศีรษะน้อยๆ
"อ่ะ..เอ่อ ครับ"
"ฉันมาทักทายค่ะ พอดีฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ห้องตรงข้ามคุณค่ะ"
เธอหยิบยื่นรอยยิ้มที่แสนอ่อนหวานให้กับผมก่อนที่จะเดินกลับห้องไป

ผมยืนแข็งทื่อ
อาจจะเป็นเพราะไม่รู้จะทำตัวอย่างไร
เนื่องจากสี่ห้าปีที่อยู่ที่นี่
ผมไม่เคยรู้จักใครสักคนที่นี่
คงจะเป็นข้อยกเว้นแค่ยามกับพี่หญิงคนดูแลหอ
ที่ผมมักจะไปนั่งคุยกับพี่ๆเขาตอนดึกๆอย่างออกรส

ผมเดินไปตามขั้นบันไดเก่าๆ
บันไดที่นำผมไปสู่ดาดฟ้าของตึก
ห้องเล็กๆ หรือโลกเล็กๆของผมบางครั้งก็ทำให้ผมอึดอัด
อาจจะเป็นเพราะมวลอากาศภายในห้องมันเก่าจนเกินไปก็ได้

หญิงสาวชุดกระโปรงสีขาวกำลังยืนอยู่ริมตึก
นั่นเป็นภาพแรกที่ผมเห็นเมื่อฉากดาดฟ้าของตึกเข้ามาอยู่ในสายตา
ผมแอบหยุดหายใจ

เธอค่อยๆหันหน้ามามองผม
ผมของเธอพลิ้วไปตามลม
แต่ถึงแม้เธอจะหันมา
เท้าของเธอกลับยังคงวางอยู่ที่เดิม ที่ริมดาดฟ้า
ผมไม่แน่ใจนักว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่า หากเธอคิดจะโดดลงไป
ตะแกรงที่ต่ำกว่าตำแหน่งของเท้าเธอตอนนี้ประมาณหนึ่งเมตร
คงจะรองรับร่างของเธอไว้
ผมหวังว่ามันคงจะไม่หักในตอนนี้

อย่างไรก็ดี ผมก็ยังคงกลัว


14 พฤษภาคม 2543
นักศึกษาหญิงจากสถาบันชื่อดังเครียดจัด ดิ่งร่างลงจากหอพักนักศึกษาสูงสิบสี่ชั้นเมื่อคืนวานนี้...

ผมหลับตา กำมือแน่น
แม้ว่าผมเองจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น
แต่ภาพของเธอที่กำลังลอยละลิ่วสู่พื้นดินกลับปรากฏให้เห็นอย่างแจ่มชัด

"ขอโทษค่ะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เหงื่อออกเต็มเลย"
เธอเดินมายืนหยุดตรงหน้าผม ผมเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก ไม่สิ อันที่จริงเมื่อสักครู่นี้ผมลืมหายใจไปเลยต่างหาก
"อ่อ เอ่อ.. ไม่เป็นไรครับ" ผมส่งยิ้มแหยๆให้กับเธอ
"วันนี้ฟ้าสวยจังนะคะ คุณชื่ออะไรหรือคะ"
"ผมชื่อ เอ่อ .. ผมชื่อเมฆครับ"
"ฉันชื่อดาวค่ะ"
เธอพูดพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า
"บังเอิญจังเลยนะคะ ชื่อของเราสองคนน่ะ"



“ฝากหัวใจให้กันเอาไว้ก่อนที่เราจะต้องห่างเหินไป
เผื่อว่าเราลำบากอยู่หนใดหัวใจก็ยังมีคนดูแล...”
เสียงเพลงที่เธอชอบฟังดังขึ้น
อันที่จริงผมเปิดวิทยุทิ้งไว้อย่างนั้น
ไม่ได้ตั้งใจจะรับรู้เสียงใดๆที่ออกจากวิทยุเครื่องนั้นเลย
แต่เสียงอินโทรเพลงนี้ เพลงผมไม่ได้ยินมันนานแล้ว
กลับปลุกโสตประสาทของผมให้นึกถึงเธอ


“จะไปเหลือดวงใจที่คิดเผื่อใคร..
สิ่งที่ฉันต้องการก็คือ ให้เราคอยดูเสมอ
หากเราเผลอลืมไป แล้วดวงใจจะหาย
หมั่นคอยดูแล และรักษาดวงใจ
เก็บเอาไว้จนวันที่ฉันเคียงคู่เธอ...”
ผมเดินไปปิดวิทยุ
แต่อันที่จริงแล้วเสียงเพลงยังคงก้องอยู่ในหัว
“เมฆรู้ไหม เอ็มชอบเพลงนี้ที่สุดเลยนะ”
ผมพยายามสะบัดหัวไปมา
เผื่อเพลงนี้จะถูกสลัดออกไปจากความทรงจำของผมบ้าง
“หมั่นคอยดูแล และรักษาดวงใจ
เก็บเอาไว้จนวันที่ฉันเคียงคู่เธอ”
เราคงไม่มีวันที่จะได้คู่กันอีกแล้วล่ะครับ
ผมเอนตัวลงและจ้องมองเพดาน
เสียงนาฬิกาเดินต่อกแต่กบนฝาผนัง
เสียงของมันบ่งบอกถึงการเดินไปของกาลเวลา
แต่เวลาของผมกลับหยุดนิ่งไปนานแล้ว
หยุดตั้งแต่เธอเดินจากผมไป
แม้ผมพยายามร้องเรียกให้เธอกลับมาจนสุดเสียง
แต่เธอคงไม่ได้ยิน


“เมฆเคยได้ยินเรื่องรถไฟแห่งการเวลาไหม”
“ไม่เคยครับ”
“แน่สิ เพราะเรื่องนี้เอ็มแต่งขึ้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า ตั้งใจฟังนะ”
ผมจำเสียงหัวเราะเธอได้ดี
เธอมักยิ้มให้ผมเสมอ
แต่เอ็มทำไมคุณรีบลงจากรถไฟขบวนนี้
แล้วทิ้งผมไว้คนเดียวล่ะ
ถึงแม้รถไฟขบวนนี้จะแล่นต่อไปตามเส้นทางของกาลเวลา
แม้ว่าคุณจะลงจากรถไฟไปแล้ว
แต่หัวใจของผมมันยังเชื่อถึงการมีอยู่ของคุณเสมอ
บางทีผมยังแอบคิดว่าเราคงอาจจะได้พบกัน
ในที่ที่ไม่ใช่ในความฝันของผม
แม่เคยบอกผมว่า
บางทีแม่ก็คิดว่า พ่ออาจจะแค่หายไปพักร้อน
หรือไปสงคราม แล้ววันนึงเขาก็จะกลับมา
อันที่จริงแม่ก็รู้ว่าพ่อจากไปแล้วจริงๆ
แต่บางทีก็รู้สึกหวัง
หวังว่าวันหนึ่ง เขาจะมายืนที่ประตู
แล้วทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิม
เหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น
ผมมองไปที่ประตู
บางทีเธออาจจะกำลังตามหาผม
หลังจากการไปเที่ยวที่ที่ไกลแสนไกลของเธอ
แล้วก็อาจจะรู้ว่าผมอยู่ที่นี่
แล้วเธอก็อาจจะมาหาผมที่ห้อง


ก็อก ก็อก ก็อก



ผมตาสว่างเต็มที่วิ่งกระโดดตัวลอยไปเปิดประตู

ไม่มีใคร

ไม่มีใครที่หน้าห้อง

ผมรู้สึกหลอนนิดหน่อย
อาจจะเป็นแค่จินตนาการในของสมองของผม
ตอนที่มันกำลังอยู่ในสภาวะครี่งหลับครึ่งตื่น

แล้วผมก็ค่อยๆปิดประตู

เฮ่อ..ไม่มีใครซักหน่อย
สงสัยจะอยู่คนเดียวมากเกินไป


ก็อก ก็อก ก็อก

ผมสะดุ้งเฮือก
ผมค่อยๆแง้มประตูออก

"สวัสดีค่ะ เอ่อ ฉันรบกวนหรือเปล่าคะ"
"อ้อ คุณดาว สวัสดีครับ" ผมส่งยิ้มที่มุมปากให้เธอ
"คือ คุณเมฆทานข้าวเย็นหรือยังคะ"
ผมหันไปมองกองมาม่าในห้อง
อย่างน้อยเย็นนี้ได้กินอะไรที่ดีกว่ามาม่า
"อ่อ ยังครับ งั้นขอเปลี่ยนเสื้อแป๊ปนึงนะครับ"



"คุณเมฆทำงานอะไรหรือคะ" เธอถามผมขณะที่เราออกมากินข้าวต้มโต้รุ่งกัน
"เป็นวิศวกรครับ"
"ทำงานแถวนี้เหรอคะ"
"เปล่าครับเปล่า ทำงานในเมืองครับ"
"แปลกนะคะ ทำงานในเมืองแต่ว่ามาพักอยู่แถวๆชานเมือง"
"แถวนี้ค่าครองชีพมันถูกครับ แถมผมก็อยู่มานานตั้งแต่จบมหาลัยนู่น เอ๊ะ แล้วคุณดาวทำงานอะไรครับเนี่ย"
"ว่างงานค่ะ" เธอส่งยิ้มจ๋อยๆให้กับผม
"ขอโทษทีครับ เอ่อ ร้านนี้อร่อยมากเลยนะครับ ปกติคนนี่แน่นเลย"
"แสดงว่ากินที่นี่บ่อยนะคะ"
"ป่าวหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็มาม่า บางทีกินคนเดียวก็ขี้เกียจลงมากินครับ"


"คุณเมฆ คุณอยากรู้ไหมว่าฉันมีอาชีพอะไร"
เธอถามขึ้นขณะที่เรายืนรอกันอยู่หน้าลิฟต์
"เอ่อ แล้วอาชีพอะไรเหรอครับ"
เธอเดินก้าวเข้าไปในลิฟต์
"ฉันเป็นนักพยากรณ์ค่ะ อืม เรียกง่ายๆว่าหมอดูมั้งคะ"
เธอกดไปที่ชั้นบนสุด
"วันนี้ว่างใช่ไหมคะ ยังไงก็ขอดูดวงเป็นการตอบแทนที่เลี้ยงข้าวแล้วกันค่ะ"

เราสองคนมายืนที่ดาดฟ้าของตึก
"ช่วยยื่นมือมาข้างหน้า แล้วหลับตาค่ะ ทำใจให้สบายนะคะ"
ผมรู้สึกถึงสัมผัสอันแผ่วเบาของมืออุ่นๆ
"เอ่อ.. คุณแม่ของคุณสบายดีค่ะ แต่ไปเยี่ยมท่านบ่อยๆก็ดีนะคะ
ช่วงนี้ท่านกำลังคิดถึงคุณ
ช่วงนี้ลองโทรหาพี่สาวดู เธออาจจะกำลังต้องการเงินค่ะ
แล้วก็.. การงานไม่มีปัญหาอะไรค่ะ อันที่จริงมีงานมาให้คุณเลือกเยอะ
แต่เจ้านายคนปัจจุบันของคุณเป็นคนดีค่ะ แม้ว่าท่านจะดูดุๆก็ตาม

เอ่อ.. คุณมีปมในใจ
เกี่ยวกับ ใครบางคนที่จากไป
ฉันเห็นไม่ชัดนักค่ะ
คุณปิดใจเอาไว้
คำมั่นสัญญา
เอ่อ ..
อีกไม่นานสายลมจะพัดผ่านมา"

เธอปล่อยมือจากมือผม
ผมค่อยๆลืมตาขึ้น
ผมเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเหงื่อแตกพลั่กๆ
ทั้งที่บนดาดฟ้ามีลมแรงพัดมาตลอด
ผมจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าแทบไม่เชื่อสายตา

เธอดูแม่น แทบจะเรียกได้ว่า เหมือนตาเห็นเลย

"เอ่อ รบกวนคุณเมฆช่วยลงไปก่อนนะคะ
คือ ดิฉันขอทำสมาธิคนเดียวตรงนี้สักครู่
อ้อ ไม่ได้ทำไสยศาสตร์แน่นอนค่ะ"

ผมค่อยๆเดินลงบันได
และคิดทบทวนคำพูดของเธอ
การเดินแล้วฟังเสียงฝีเท้าของตัวเอง
ถือเป็นการทบทวนความคิดของผมอีกอย่างหนึ่ง
ผมมักจะเดินทอดน่องขึ้นบันไดขณะที่ผมกำลังคิด

ทำไมเธอรู้นะว่าผมมีพี่สาว
แม่อยู่คนเดียว
เจ้านายปากร้ายใจดี
ปมในใจ
ปมในใจอย่างนั้นหรือ

ผมรู้สึกโหวงๆในท้อง
เหมือนใครซักคนสูบเอาตับไตไส้พุงออกไปจากผมจนหมด
ผมเปิดประตูห้อง
แล้วล้มตัวนอนบนเตียง

ทำไมช่วงนี้คิดถึงเธอบ่อยจังนะ

ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง
และจ้องมองที่ดาดฟ้าของตึกหนึ่งซึ่งอยู่ไกลลิบๆ

ผมนอนหลับตา
"เมฆ.. รู้ใช่ไหมคะว่าอีกไม่นานเอ็มก็จะไม่อยู่แล้ว"

"..."

"เอ็มอาจจะไปก่อนเวลาก็ได้นะ เมฆ.. ห้ามร้องไห้เด็ดขาดนะ"

"..." ผมตาแดง เงยหน้าและพยายามกลั้นหยดน้ำตาที่ถูกกักเก็บอยู่ที่เบ้าตา

"สัญญาสิ เวลาคิดถึงเอ็มจะต้องยิ้ม เข้าใจไหม สัญญาสิ สัญญา" ผมเห็นดวงตาของเธอที่มีเส้นเลือดมากมายมาหล่อเลี้ยง ผมไม่อยากให้เธอร้องได้

"ครับ" ผมพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด ถึงกระนั้น มันก็ยังสั่นอยู่ดี

น้ำตาของผมค่อยๆไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก
ไหลผ่านจมูกไปรวมกับน้ำตาจากดวงตาอีกข้างหนึ่งของผม
และค่อยๆซึมลงไปในหมอน

วันนี้เป็นวันครบรอบเจ็ดปีที่เธอจากผมไป
เธอไม่แม้กระทั่งบอกลากับผม
เอ็ม คุณใจร้ายเหลือเกิน
ถ้าผมพูดอย่างนี้เธอจะบอกว่ายังไงนะ
ในมือของผมมีช่อดอกกุหลาบสีเหลือง
เธอมักจะชอบให้ผมเอามาปักแจกันให้ที่โรงพยาบาล
กุหลาบสีเหลือง ดอกไม้แห่งความหวัง


“สวัสดีค่ะคุณเมฆ หอบหิ้วดอกไม้ไปไหนคะนั่น”
“อ้อ สวัสดีครับคุณหมอดู”
“แหม อย่าเรียกอย่างนั้นเลยค่ะ เรียกเหมือนเดิมนี่แหล่ะ
เอ๊ะ นี่จะไปไหนเหรอคะ”
“ไปเยี่ยมเพื่อนน่ะครับ”
“เพื่อนป่วยหรือคะ”
“อ่อ ป่าวครับ เอ่อ ไปเคารพศพน่ะครับ”
“เอ่อ จะเป็นไรไหมคะถ้าจะขอไปด้วย
คือฉันไม่มีอะไรทำน่ะค่ะ”
“ได้ครับได้ แต่คุณดาวอาจจะเบื่อก็ได้นะครับ”
“ไม่หรอกค่ะ บางทีมันอาจจะทำให้ฉันนึกถึงคนที่ฉันเคยรู้จัก
ไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเขาสักที เพื่อนคุณชอบดอกไม้สีเหลืองหรือคะ”
“ไม่เชิงครับ ผมมักจะเอาดอกไม้สีเหลืองไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล
เพราะเธอบอกว่ามันเป็นดอกไม้แห่งความหวัง
ผมก็หวังว่าวันหนึ่งเราจะได้เจอกันอีก
ถึงมันจะเป็นหวังลมๆแล้งๆก็ตาม”

“ไม่หรอกค่ะ ไม่แปลกหรอกค่ะที่คุณจะรอ
บางทีความหวังและการรอคอยอาจจะดีก็ได้
อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณไม่มองโลกนี้อย่างอ้างว้างจนเกินไป
มันก็ไม่แย่นี่คะ ที่เราจะมีใครซักคนให้คิดถึง
มีอะไรสักอย่างให้เรายึดเหนี่ยว
มันดูเหมือนเพ้อๆนะคะ
แต่ชีวิตมนุษย์ก็แค่ต้องการอะไรซักอย่างให้ใจของเรายึดเหนี่ยวเอาไว้”
เธอหันหน้ามามองผม เป็นเชิงถามความคิดเห็น
“ก็อาจจะจริงนะครับ”ผมยิ้มแห้งๆ
“เธอเป็นอะไรถึงเสียชีวิตหรือคะ”
“กระโดดตึกครับ” ผมหันมามองเธอ”มันฟังดูโง่ใช่ไหมครับ การฆ่าตัวตายเนี่ย”
“ไม่หรอกค่ะ คนเรามักมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเสมอ
แม้ว่าคนอื่นจะรู้สึกว่ามันดูโง่ก็ตาม
แต่เชื่อเถอะค่ะ คนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุดคือตัวเอง
ไม่มีการตัดสินใจใดที่ดูแล้วโง่เง่าในโลกนี้หรอกค่ะ
บางทีฉันเป็นเธอ อาจจะตัดสินใจอย่างนั้นก็ได้”
“ที่จริงเธอป่วยครับ จนถึงวันหนึ่งเธอบอกผมว่า
เธออาจจะจากผมไปก่อน ตอนแรกผมไม่เข้าใจ
เธอคงจะเจ็บปวดตอนที่ทำการรักษาก็ได้
อันที่จริงเธอกำลังเรียนหมอครับตอนนั้น
เธอคงรู้ตัวเองดี...” ผมเบือนหน้าหนีจากถนนที่อยู่ตรงหน้าและหันไปมองดูต้นไม้ข้างทาง
“คุณเมฆคะ ถ้าสมมติว่า เรามีเวลาแค่สามสิบวัน ที่จะได้อยู่กับคนที่เรารัก คุณเมฆอยากทำอะไรคะ”

---------------------------------------------------------------------------

ต่อบทที่2







Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 17 ธันวาคม 2550 15:29:02 น. 54 comments
Counter : 272 Pageviews.

 
emoคุณหายไปนาน รู้ไหมผมคิดถึง
คุณมักจะเจอเรื่องราวดีๆในโลกนี้มามาก เเล้วผมก็ชอบมันซ่ะด้วย


โดย: มหาสำลี วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:35:32 น.  

 
อ๊ะ....!!!!
จะมีเรื่องราวตอนต่อไปไหมคะ

^ ^


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:27:42 น.  

 
ขอบคุณที่ไปเยี่ยม blog เรามานะคะ

แหะ ๆ จะบอกว่า สิ่งที่เราเขียน ก็แค่ได้ fw mail มาหน่ะค่ะ มันไม่ได้เป็นเรื่องของเราเองหรอกจ้ะ


โดย: ไม่รู้จะชื่ออะไรดี วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:52:52 น.  

 
ยังจำกันได้มั้ยคะ กลับมาอับเดตข่าวคราวๆบ่อยๆๆนะคะ คิดถึงจัง

ps. take care na ja


โดย: pasuta วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:13:03 น.  

 
--ต่อ--

เธอค่อยๆหันหน้ามามองผม
ผมของเธอพลิ้วไปตามลม
แต่ถึงแม้เธอจะหันมา
เท้าของเธอกลับยังคงวางอยู่ที่เดิม ที่ริมดาดฟ้า
ผมไม่แน่ใจนักว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่า หากเธอคิดจะโดดลงไป
ตะแกรงที่ต่ำกว่าตำแหน่งของเท้าเธอตอนนี้ประมาณหนึ่งเมตร
คงจะรองรับร่างของเธอไว้
ผมหวังว่ามันคงจะไม่หักในตอนนี้

อย่างไรก็ดี ผมก็ยังคงกลัว


14 พฤษภาคม 2543
นักศึกษาหญิงจากสถาบันชื่อดังเครียดจัด ดิ่งร่างลงจากหอพักนักศึกษาสูงสิบสี่ชั้นเมื่อคืนวานนี้...

ผมหลับตา กำมือแน่น
แม้ว่าผมเองจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น
แต่ภาพของเธอที่กำลังลอยละลิ่วสู่พื้นดินกลับปรากฏให้เห็นอย่างแจ่มชัด

"ขอโทษค่ะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เหงื่อออกเต็มเลย"
เธอเดินมายืนหยุดตรงหน้าผม ผมเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก ไม่สิ อันที่จริงเมื่อสักครู่นี้ผมลืมหายใจไปเลยต่างหาก
"อ่อ เอ่อ.. ไม่เป็นไรครับ" ผมส่งยิ้มแหยๆให้กับเธอ
"วันนี้ฟ้าสวยจังนะคะ คุณชื่ออะไรหรือคะ"
"ผมชื่อ เอ่อ .. ผมชื่อเมฆครับ"
"ฉันชื่อดาวค่ะ"
เธอพูดพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า
"บังเอิญจังเลยนะคะ ชื่อของเราสองคนน่ะ"

--ต่อ--


โดย: cotyledon067 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:03:46 น.  

 
รออ่านอยู่นะครับ ผมก็บางทีก็เขียนนิยาย เรื่องสั้น
พวกนี้เหมือนกัน เคยเอาลงด้วยนะ แต่ใช้ชื่ออื่น
แนวหักมุม สยองขวัญอ่ะครับ
(ขอบคุณที่แวะไปทักทาย)


โดย: คุณลุงแก้มยุ้ย วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:31:48 น.  

 
ดีใจด้วยจ้าที่มีเพื่อนบ้านมาทักทายคุณ และคุณมาทักทายผม แล้วผมก็มาทักทายคุณ แด่ใจดีดีทุกดวง


โดย: ตาพรานบุญ IP: 124.157.176.244 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:54:57 น.  

 
สวัสดีจ๊ะหนู cotyledon067

ขอบคุณหนูมากที่ไป HBD. หม่าม้า ที่บล็อก the kookkom
บังเอิญหลังจาก up blog แล้ว กุ๊กก๋อมติดงานต่างจังหวัด
แล้วก็บังเอิญอีกแหละมีปัญหาเรื่องตา หมอยื่นโนติสให้พักตา 1 สัปดาห์
เสาร์ที่ 10 ถ้าเช็คแล้วผ่านค่อยไปทำงานต่อ
หม้าม้าเลยถือโอกาสมาเยี่ยมบ้านหนูแทน

หนูเขียนเรื่องเก่งนะ อ่านแล้วเพลิน หม่าม้าเลยอ่านย้อนหลังหลายเรื่อง
แล้วจะแวะมาอ่านอีกจ๊ะ

มีความสุขมากๆนะจ๊ะ


โดย: หม่าม้า IP: 124.121.55.99 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:08:59 น.  

 
แหม...ชื่ออยู่บนฟ้าเหมือนกันเลยน้า...

แล้วจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามอยู่ฮะ ^ ^


โดย: ยางมะตอยสีชมพู (ยางมะตอยสีชมพู ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:13:59 น.  

 
Photo Sharing and File Hosting at Badongo.com


โดย: มหาสำลี วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:6:00:00 น.  

 

ปูหายไปนานกว่าคุณ cotyledon067 อีกค่ะ
ขอบคุณนะคะที่แวะไปทักทายอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ค่อยได้ up blog เท่าไหร่



โดย: i_LittleBear วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:22:16 น.  

 




สวัสดีตอนสี่ทุ่มของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


จอมแก่น เอา อาหารเช้า
มาเสริฟให้จ้า
ทานแล้วจะได้มีแรงทำงานตอนเช้านะจ้า



** ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะจ้า **



จะรออ่านต่อนะจ้า


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:4:20:04 น.  

 
อะฮะ คนหนึ่งชื่อดาว อีกคนหนึ่งชื่อเมฆ น่าสนใจว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไปนะ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:17:38 น.  

 
Photo Sharing and File Hosting at Badongo.com
<
<


โดย: มหาสำลี วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:6:11:03 น.  

 




จอมแก่น มาส่งเข้านอนจ้า
... นอนหลับฝันดี น๊า ..


ตื่นขึ้นมาก็ขอให้มีแต่ความสุขตลอดทั้งวันนะจ้า



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:4:05:00 น.  

 
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์นะคะ
ช่วงนี้งานยุ่ง
แถมป่วยอีกตะหาก
แง่ม แง่ม
แถมเจอปัญหาชีวิตรุมเร้า
แต่ก้อไม่เป็นไรหรอกค่ะ

นัทเคยบ่นๆไว้ในสเปซตัวเองว่า
วันที่เรารู้สึกโชคร้าย
เป็นเพราะว่า
ตัวเราเองนั่นแหล่ะที่ลืมไปว่าเราโชคดีแค่ไหน


โดย: cotyledon067 IP: 202.28.179.3 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:39:16 น.  

 
แล้วจะเป็นยังไงต่อค่ะ
อยากรู้ต่อ


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:35:17 น.  

 
Photo Sharing and File Hosting at Badongo.com
<
<
มีเรื่องมา บอกด้วยล่ะกันนะ....ผมชอบสไตย์การเขียนเเบบ O HENRY อยากให้คุณลองดู


โดย: มหาสำลี วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:6:09:47 น.  

 
Photo Sharing and File Hosting at Badongo.com
<
<
emo


โดย: มหาสำลี วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:5:56:08 น.  

 
แอบขนลุกค่ะ แต่ก็อยากอ่านต่อ หุหุ


โดย: Aiko (Yushi ) วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:34:44 น.  

 
----------ต่อ---------------------
“ฝากหัวใจให้กันเอาไว้ก่อนที่เราจะต้องห่างเหินไป
เผื่อว่าเราลำบากอยู่หนใดหัวใจก็ยังมีคนดูแล...”
เสียงเพลงที่เธอชอบฟังดังขึ้น
อันที่จริงผมเปิดวิทยุทิ้งไว้อย่างนั้น
ไม่ได้ตั้งใจจะรับรู้เสียงใดๆที่ออกจากวิทยุเครื่องนั้นเลย
แต่เสียงอินโทรเพลงนี้ เพลงผมไม่ได้ยินมันนานแล้ว
กลับปลุกโสตประสาทของผมให้นึกถึงเธอ


“จะไปเหลือดวงใจที่คิดเผื่อใคร..
สิ่งที่ฉันต้องการก็คือ ให้เราคอยดูเสมอ
หากเราเผลอลืมไป แล้วดวงใจจะหาย
หมั่นคอยดูแล และรักษาดวงใจ
เก็บเอาไว้จนวันที่ฉันเคียงคู่เธอ...”
ผมเดินไปปิดวิทยุ
แต่อันที่จริงแล้วเสียงเพลงยังคงก้องอยู่ในหัว
“เมฆรู้ไหม เอ็มชอบเพลงนี้ที่สุดเลยนะ”
ผมพยายามสะบัดหัวไปมา
เผื่อเพลงนี้จะถูกสลัดออกไปจากความทรงจำของผมบ้าง
“หมั่นคอยดูแล และรักษาดวงใจ
เก็บเอาไว้จนวันที่ฉันเคียงคู่เธอ”
เราคงไม่มีวันที่จะได้คู่กันอีกแล้วล่ะครับ
ผมเอนตัวลงและจ้องมองเพดาน
เสียงนาฬิกาเดินต่อกแต่กบนฝาผนัง
เสียงของมันบ่งบอกถึงการเดินไปของกาลเวลา
แต่เวลาของผมกลับหยุดนิ่งไปนานแล้ว
หยุดตั้งแต่เธอเดินจากผมไป
แม้ผมพยายามร้องเรียกให้เธอกลับมาจนสุดเสียง
แต่เธอคงไม่ได้ยิน


“เมฆเคยได้ยินเรื่องรถไฟแห่งการเวลาไหม”
“ไม่เคยครับ”
“แน่สิ เพราะเรื่องนี้เอ็มแต่งขึ้นเอง ฮ่าฮ่าฮ่า ตั้งใจฟังนะ”
ผมจำเสียงหัวเราะเธอได้ดี
เธอมักยิ้มให้ผมเสมอ
แต่เอ็มทำไมคุณรีบลงจากรถไฟขบวนนี้
แล้วทิ้งผมไว้คนเดียวล่ะ
ถึงแม้รถไฟขบวนนี้จะแล่นต่อไปตามเส้นทางของกาลเวลา
แม้ว่าคุณจะลงจากรถไฟไปแล้ว
แต่หัวใจของผมมันยังเชื่อถึงการมีอยู่ของคุณเสมอ
บางทีผมยังแอบคิดว่าเราคงอาจจะได้พบกัน
ในที่ที่ไม่ใช่ในความฝันของผม
แม่เคยบอกผมว่า
บางทีแม่ก็คิดว่า พ่ออาจจะแค่หายไปพักร้อน
หรือไปสงคราม แล้ววันนึงเขาก็จะกลับมา
อันที่จริงแม่ก็รู้ว่าพ่อจากไปแล้วจริงๆ
แต่บางทีก็รู้สึกหวัง
หวังว่าวันหนึ่ง เขาจะมายืนที่ประตู
แล้วทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิม
เหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น
ผมมองไปที่ประตู
บางทีเธออาจจะกำลังตามหาผม
หลังจากการไปเที่ยวที่ที่ไกลแสนไกลของเธอ
แล้วก็อาจจะรู้ว่าผมอยู่ที่นี่
แล้วเธอก็อาจจะมาหาผมที่ห้อง


ก็อก ก็อก ก็อก

-----------ต่อ --------------------------------------------

ขอโทดนะคะที่คราวนี้อัพช้า
เนื่องจากเปื่อยคร่า
ไอมันทั้งวันเลย เหอๆๆๆๆ
คราวนี้อ่านแล้วดูสยองๆเนอะ
อืม สยองจิงๆดัวย แหะๆๆ


โดย: cotyledon067 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:30:43 น.  

 
แล้วมาต่ออีกนะคะ
อยากรู้อีกแล้วว่าจะเป็นยังไงต่อไป


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:45:06 น.  

 
กำลังสนุกเชียว

หนูจ๋าถ้ามีไอนี่ ตำรา(ของใครก็ไม่รู้) บอกว่าต้องห่างของทอด ห่างน้ำเย็น เวลานอนก็หาผ้าปิดอกให้อุ่นๆเอาไว้นะ

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนดูแลสุขภาพมากๆนะ
ละอองฝนนั่นละตัวดีนักเชียว

เป็นห่วงไปเรื่อยแหละก็ประสาคนแก่นะหนูเอ้ยยยยย

แล้วจะแวะมาอ่านต่อจ๊ะ


โดย: หม่าม้า IP: 124.121.61.168 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:22:12 น.  

 
เรื่องสั้นสามตอนจบ "กังหันลม"
สุดยอดจ๊ะ.....หม่าม้าขอบอก

มือประมาณนี้ไม่ใช่ มือใหม่หัดขับ แล้วนะ
อนาคตหากรักจะเขียนก็....เขียนได้

ฟันธง ฟันธง ฟันธง


โดย: หม่าม้า IP: 124.121.61.168 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:58:54 น.  

 
คิดว่าน่าจะหายเเละสบายดีเเล้วนะครับ ดีใจที่คุณกลับมา


โดย: มหาสำลี วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:58:09 น.  

 
ยินดีที่รู้จักค่ะ
ผมพยามจะอัพบล็อกเช่นกัน แต่ดันลืมบทกวีไว้ที่เกาะพีพี อาจจะเป็นพรุ่งนี้ที่ได้อัพอะเกน


โดย: ตาพรานบุญ IP: 117.47.202.58 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:17:03 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่ง
ไม่รู้จะหาคำซึ้งจากไหน
มีให้ได้แค่ความห่วงใย
และความจริงใจให้กับเธอ



** ขอให้มีความสุขกับคนที่คุณรักนะจ้า **


มานั่งอ่านตอนต่อจากคราวที่แล้ว


โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:22:22 น.  

 
รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะครับ จะได้มีแรงเขียนเรื่องสนุกๆให้อ่าน ^ ^

แต่ล่าสุดนี้อ่านแล้ว ทำไมขนมันลุกๆไม่รู้แฮะ...อิอิ


โดย: ยางมะตอยสีชมพู IP: 124.121.128.111 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:56:11 น.  

 
emoฝันดีนะครับ


โดย: มหาสำลี วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:04:11 น.  

 
หายไปเหมือนกันค่ะ ก็เลยเข้าใจอารมณ์เลย

คนงานเยอะเนี่ย เข้าใจเลยค่ะ แต่ไงก็ต้องไปปลดปล่อยบ้างนะคะ


โดย: i_LittleBear วันที่: 23 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:41:49 น.  

 
รีบแวะมาต่อนะคะ จะแวะมาอ่านค่ะ
กะลังลุ้น


โดย: ดอกหญ้าสีน้ำเงิน วันที่: 23 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:12:36 น.  

 
แวะมาอ่าน ขอบคุณครับที่ไปเยี่ยมเยียนกัน สุขสันต์วันลอยกระทงครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 23 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:34:43 น.  

 
ไปลอยกระทงที่ไหนป๊ะค๊า happy happy นะคะ

เราอยู่เวรทั้งวัน ทั้งคืน แต่แอบมาเล่น อิอิอิ


โดย: jengiskan วันที่: 24 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:03:13 น.  

 
ก๊อกๆๆ นอนดีกว่า กลัวปี๋ ฝันดีจ๊า


โดย: Aiko (Yushi ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:59:03 น.  

 




สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


เพียงแค่เราคิดถึงกันห่างๆ
มิตรภาพของเราจะไม่จางห่าง
ถึงแม้เราจะอยู่ในที่แสนไกล
แต่หัวใจจะสื่อถึงกันนิรันดร



** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:39:58 น.  

 
แวะมาเยี่ยมนะครับ


โดย: tan172525 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:32:19 น.  

 
----------ต่อ-----------

ผมตาสว่างเต็มที่วิ่งกระโดดตัวลอยไปเปิดประตู

ไม่มีใคร

ไม่มีใครที่หน้าห้อง

ผมรู้สึกหลอนนิดหน่อย
อาจจะเป็นแค่จินตนาการในของสมองของผม
ตอนที่มันกำลังอยู่ในสภาวะครี่งหลับครึ่งตื่น

แล้วผมก็ค่อยๆปิดประตู

เฮ่อ..ไม่มีใครซักหน่อย
สงสัยจะอยู่คนเดียวมากเกินไป


ก็อก ก็อก ก็อก

ผมสะดุ้งเฮือก
ผมค่อยๆแง้มประตูออก

"สวัสดีค่ะ เอ่อ ฉันรบกวนหรือเปล่าคะ"
"อ้อ คุณดาว สวัสดีครับ" ผมส่งยิ้มที่มุมปากให้เธอ
"คือ คุณเมฆทานข้าวเย็นหรือยังคะ"
ผมหันไปมองกองมาม่าในห้อง
อย่างน้อยเย็นนี้ได้กินอะไรที่ดีกว่ามาม่า
"อ่อ ยังครับ งั้นขอเปลี่ยนเสื้อแป๊ปนึงนะครับ"



"คุณเมฆทำงานอะไรหรือคะ" เธอถามผมขณะที่เราออกมากินข้าวต้มโต้รุ่งกัน
"เป็นวิศวกรครับ"
"ทำงานแถวนี้เหรอคะ"
"เปล่าครับเปล่า ทำงานในเมืองครับ"
"แปลกนะคะ ทำงานในเมืองแต่ว่ามาพักอยู่แถวๆชานเมือง"
"แถวนี้ค่าครองชีพมันถูกครับ แถมผมก็อยู่มานานตั้งแต่จบมหาลัยนู่น เอ๊ะ แล้วคุณดาวทำงานอะไรครับเนี่ย"
"ว่างงานค่ะ" เธอส่งยิ้มจ๋อยๆให้กับผม
"ขอโทษทีครับ เอ่อ ร้านนี้อร่อยมากเลยนะครับ ปกติคนนี่แน่นเลย"
"แสดงว่ากินที่นี่บ่อยนะคะ"
"ป่าวหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็มาม่า บางทีกินคนเดียวก็ขี้เกียจลงมากินครับ"

"คุณเมฆ คุณอยากรู้ไหมว่าฉันมีอาชีพอะไร"
เธอถามขึ้นขณะที่เรายืนรอกันอยู่หน้าลิฟต์
"เอ่อ แล้วอาชีพอะไรเหรอครับ"
เธอเดินก้าวเข้าไปในลิฟต์
"ฉันเป็นนักพยากรณ์ค่ะ อืม เรียกง่ายๆว่าหมอดูมั้งคะ"
เธอกดไปที่ชั้นบนสุด
"วันนี้ว่างใช่ไหมคะ ยังไงก็ขอดูดวงเป็นการตอบแทนที่เลี้ยงข้าวแล้วกันค่ะ"

เราสองคนมายืนที่ดาดฟ้าของตึก
"ช่วยยื่นมือมาข้างหน้า แล้วหลับตาค่ะ ทำใจให้สบายนะคะ"
ผมรู้สึกถึงสัมผัสอันแผ่วเบาของมืออุ่นๆ
"เอ่อ.. คุณแม่ของคุณสบายดีค่ะ แต่ไปเยี่ยมท่านบ่อยๆก็ดีนะคะ
ช่วงนี้ท่านกำลังคิดถึงคุณ
ช่วงนี้ลองโทรหาพี่สาวดู เธออาจจะกำลังต้องการเงินค่ะ
แล้วก็.. การงานไม่มีปัญหาอะไรค่ะ อันที่จริงมีงานมาให้คุณเลือกเยอะ
แต่เจ้านายคนปัจจุบันของคุณเป็นคนดีค่ะ แม้ว่าท่านจะดูดุๆก็ตาม

เอ่อ.. คุณมีปมในใจ
เกี่ยวกับ ใครบางคนที่จากไป
ฉันเห็นไม่ชัดนักค่ะ
คุณปิดใจเอาไว้
คำมั่นสัญญา
เอ่อ ..
อีกไม่นานสายลมจะพัดผ่านมา"

เธอปล่อยมือจากมือผม
ผมค่อยๆลืมตาขึ้น
ผมเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมเหงื่อแตกพลั่กๆ
ทั้งที่บนดาดฟ้ามีลมแรงพัดมาตลอด
ผมจ้องหน้าเธอด้วยสีหน้าแทบไม่เชื่อสายตา

เธอดูแม่น แทบจะเรียกได้ว่า เหมือนตาเห็นเลย

"เอ่อ รบกวนคุณเมฆช่วยลงไปก่อนนะคะ
คือ ดิฉันขอทำสมาธิคนเดียวตรงนี้สักครู่
อ้อ ไม่ได้ทำไสยศาสตร์แน่นอนค่ะ"

ผมค่อยๆเดินลงบันได
และคิดทบทวนคำพูดของเธอ
การเดินแล้วฟังเสียงฝีเท้าของตัวเอง
ถือเป็นการทบทวนความคิดของผมอีกอย่างหนึ่ง
ผมมักจะเดินทอดน่องขึ้นบันไดขณะที่ผมกำลังคิด

ทำไมเธอรู้นะว่าผมมีพี่สาว
แม่อยู่คนเดียว
เจ้านายปากร้ายใจดี
ปมในใจ
ปมในใจอย่างนั้นหรือ

ผมรู้สึกโหวงๆในท้อง
เหมือนใครซักคนสูบเอาตับไตไส้พุงออกไปจากผมจนหมด
ผมเปิดประตูห้อง
แล้วล้มตัวนอนบนเตียง

ทำไมช่วงนี้คิดถึงเธอบ่อยจังนะ

ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง
และจ้องมองที่ดาดฟ้าของตึกหนึ่งซึ่งอยู่ไกลลิบๆ

-----------------------------ต่อ--------------

เหอๆๆ หลอนไหมคะ
ช่วงนี้คนเขียนก็หลอนค่ะ

ขอโทดที่ดองบลอกคร่า
เนื่องจากกำลังทำงานนู่นนี่
เดี๋ยวงานก้อจะเสดสิ้นสัปดาห์แล้วค่ะ(หนึ่งเปลาะ)แอบดีใจ
เลยอัพก่อน เดี๊ยวบลอกราขึ้น แหะๆ

ยังไงช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง เจอแต่คนทำท่าจะป่วย
ระวังรักษาสุขภาพและพกเสื้ออุ่นๆไว้ก้อดีนะคะ
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ


โดย: ณัฐ (cotyledon067 ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:16:41 น.  

 
ช่วยสนับสนุนร้านชำนะครับ อาจจะแพงกว่าแต่ก็ถือซะว่าช่วยคนบ้านเรา


โดย: พรานเอย...เจ้าเคยอยู่บนกอไผ่ IP: 222.123.139.23 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:13:43 น.  

 
ขอบคุณคะ แวะมาทักทาย


โดย: เซกิ (เซกิ ) วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:8:38:22 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียนครับ


โดย: คนขับช้า IP: 203.130.145.68 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:18:27 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะ
ขอบคุณที่แวะเยี่ยบ้านฟายหม้าย ของแม่อ้วนนะคะ


โดย: แม่อ้วนคนสวย วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:37:21 น.  

 
อู้ว.ว.ว.ว.. นางเอกลึกลับขึ้นอีก 1 อย่าง
รออ่านต่อค่ะ


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:00:44 น.  

 
หายป่วยเเล้วหรือยัง เป็นห่วงนะครับ...


โดย: มหาสำลี วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:8:10:41 น.  

 
ขบคุณสำหรับการไปเยี่ยม bog เรามานะคะ


โดย: ไม่รู้จะชื่ออะไรดี วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:52:41 น.  

 
-------------ต่อ------------------
ผมนอนหลับตา
"เมฆ.. รู้ใช่ไหมคะว่าอีกไม่นานเอ็มก็จะไม่อยู่แล้ว"

"..."

"เอ็มอาจจะไปก่อนเวลาก็ได้นะ เมฆ.. ห้ามร้องไห้เด็ดขาดนะ"

"..." ผมตาแดง เงยหน้าและพยายามกลั้นหยดน้ำตาที่ถูกกักเก็บอยู่ที่เบ้าตา

"สัญญาสิ เวลาคิดถึงเอ็มจะต้องยิ้ม เข้าใจไหม สัญญาสิ สัญญา" ผมเห็นดวงตาของเธอที่มีเส้นเลือดมากมายมาหล่อเลี้ยง ผมไม่อยากให้เธอร้องได้

"ครับ" ผมพยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด ถึงกระนั้น มันก็ยังสั่นอยู่ดี

น้ำตาของผมค่อยๆไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก
ไหลผ่านจมูกไปรวมกับน้ำตาจากดวงตาอีกข้างหนึ่งของผม
และค่อยๆซึมลงไปในหมอน

วันนี้เป็นวันครบรอบเจ็ดปีที่เธอจากผมไป
เธอไม่แม้กระทั่งบอกลากับผม
เอ็ม คุณใจร้ายเหลือเกิน
ถ้าผมพูดอย่างนี้เธอจะบอกว่ายังไงนะ
ในมือของผมมีช่อดอกกุหลาบสีเหลือง
เธอมักจะชอบให้ผมเอามาปักแจกันให้ในโรงพยาบาล
กุหลาบสีเหลือง ดอกไม้แห่งความหวัง


“สวัสดีค่ะคุณเมฆ หอบหิ้วดอกไม้ไปไหนคะนั่น”
“อ้อ สวัสดีครับคุณหมอดู”
“แหม อย่าเรียกอย่างนั้นเลยค่ะ เรียกเหมือนเดิมนี่แหล่ะ
เอ๊ะ นี่จะไปไหนเหรอคะ”
“ไปเยี่ยมเพื่อนน่ะครับ”
“เพื่อนป่วยหรือคะ”
“อ่อ ป่าวครับ เอ่อ ไปเคารพศพน่ะครับ”
“เอ่อ จะเป็นไรไหมคะถ้าจะขอไปด้วย
คือฉันไม่มีอะไรทำน่ะค่ะ”
“ได้ครับได้ แต่คุณดาวอาจจะเบื่อก็ได้นะครับ”
“ไม่หรอกค่ะ บางทีมันอาจจะทำให้ฉันนึกถึงคนที่ฉันเคยรู้จัก
ไม่มีโอกาสไปเยี่ยมเขาสักที เพื่อนคุณชอบดอกไม้สีเหลืองหรือคะ”
“ไม่เชิงครับ ผมมักจะเอาดอกไม้สีเหลืองไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล
เพราะเธอบอกว่ามันเป็นดอกไม้แห่งความหวัง
ผมก็หวังว่าวันหนึ่งเราจะได้เจอกันอีก
ถึงมันจะเป็นหวังลมๆแล้งๆก็ตาม”

“ไม่หรอกค่ะ ไม่แปลกหรอกค่ะที่คุณจะรอ
บางทีความหวังและการรอคอยอาจจะดีก็ได้
อย่างน้อยมันก็ทำให้คุณไม่มองโลกนี้อย่างอ้างว้างจนเกินไป
มันก็ไม่แย่นี่คะ ที่เราจะมีใครซักคนให้คิดถึง
มีอะไรสักอย่างให้เรายึดเหนี่ยว
มันดูเหมือนเพ้อๆนะคะ
แต่ชีวิตมนุษย์ก็แค่ต้องการอะไรซักอย่างให้ใจของเรายึดเหนี่ยวเอาไว้”
เธอหันหน้ามามองผม เป็นเชิงถามความคิดเห็น
“ก็อาจจะจริงนะครับ”ผมยิ้มแห้งๆ
“เธอเป็นอะไรถึงเสียชีวิตหรือคะ”
“กระโดดตึกครับ” ผมหันมามองเธอ”มันฟังดูโง่ใช่ไหมครับ การฆ่าตัวตายเนี่ย”
“ไม่หรอกค่ะ คนเรามักมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจเสมอ
แม้ว่าคนอื่นจะรู้สึกว่ามันดูโง่ก็ตาม
แต่เชื่อเถอะค่ะ คนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุดคือตัวเอง
ไม่มีการตัดสินใจใดที่ดูแล้วโง่เง่าในโลกนี้หรอกค่ะ
บางทีฉันเป็นเธอ อาจจะตัดสินใจอย่างนั้นก็ได้”
“ที่จริงเธอป่วยครับ จนถึงวันหนึ่งเธอบอกผมว่า
เธออาจจะจากผมไปก่อน ตอนแรกผมไม่เข้าใจ
เธอคงจะเจ็บปวดตอนที่ทำการรักษาก็ได้
อันที่จริงเธอกำลังเรียนหมอครับตอนนั้น
เธอคงรู้ตัวเองดี...” ผมเบือนหน้าหนีจากถนนที่อยู่ตรงหน้าและหันไปมองดูต้นไม้ข้างทาง
“คุณเมฆคะ ถ้าสมมติว่า เรามีเวลาแค่สามสิบวัน ที่จะได้อยู่กับคนที่เรารัก คุณเมฆอยากทำอะไรคะ”

---------------ต่อ-----------------------

แล้วคุณผู้อ่านอยากทำอะไรเหรอคะ
บอกหน่อยจิ

อากาศหนาวแล้ว
รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ
ต้องนอนห่มผ้าหนาๆ
และนอนแต่หัวค่ำนะคะ


โดย: cotyledon067 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:11:48:26 น.  

 
นัทเอ๊ยยย ยืมไปทำหนังได้ม๊ายยยย ชอบ ชอบ


โดย: sailormay IP: 202.28.179.13 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:16:43:30 น.  

 
ขอบคุณครับคุณ cotyledon ที่โหวตให้ ยังไม่ประกาศหรอกครับ นั้นมันครั้งที่สาม ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ ไม่ทราบว่าวันพ่อได้พาคุณพ่อไปเที่ยวไหนบ้างครับ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:7:05:20 น.  

 
อยากรู้ตอนต่อไปอีกแล้ววววว

อยากทำอะไรหรือ
อยากดูแลเอาใจใส่ทำเหมือนปกติทุกวัน
และจะเก็บช่วงเวลาเหล่านั้นในหัวใจ


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 6 ธันวาคม 2550 เวลา:12:21:47 น.  

 
มาเยี่ยมค่ะ

ต้องจำกัดความก่อนว่าคนรักหมายถึงใคร หมายถึงพ่อแม่พี่น้อง หรือแฟนคะ คิดว่าในที่นี่คงหมายถึงแฟนใช่ไหมคะ

อืม... คงอยากนั่งดูทีวีบนโซฟาด้วยกันและห่มผ้าอุ่นๆ จิบชาร้อนๆ ด้วยกันทุกวันค่ะ


โดย: the Vicky วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:0:20:10 น.  

 




สวัสดีตอนค่ำของ เนเธอร์แลนด์ นะจ้า


ดอกไม้ดอกนี้
มีไว้ให้เธอ
คิดถึงเสมอ
จากคนห่างไกล




** ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:2:44:18 น.  

 
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนบล้อกเรื่องสั้นของผมครับ
นึกว่าจะไม่มีใครเข้ามาซะแล้ว



โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:16:14:33 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม blog ของเรานะคะ

เรายังไม่หายจากหวัดเลย -*- แย่จัง....


โดย: ไม่รู้จะชื่ออะไรดี วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:22:56:35 น.  

 
รีบมาต่อไวๆเด้อ


โดย: ชี่ IP: 202.28.179.13 วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:11:19:46 น.  

 
คุณ cotyledon067 คิดถึงต่ายมั้ยคะ...
กลับมาแล้นนน...น้าาาา...


ขออนุญาติก้อปเรื่องลง word แล้วปริ้นออกมาอ่านได้มั้ยคะ
พอดีว่าจะเอาไปแอบอ่านในที่ทำงานอ่ะค่ะ

ไม่มีเวลาใช้เน็ตนานเหมือนเดิมแล้วอ่ะค่ะ
แอบใช้ในออฟฟิสก็ไม่ได้...กลัวนายจะว่าเอา

รักษาสุขภาพนะคะ แล้วจะหาเวลามาเยี่ยมใหม่
บายค่ะ



โดย: Rabbit Sunflower วันที่: 14 ธันวาคม 2550 เวลา:1:09:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

monocotyledon
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add monocotyledon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.