### Review ### สะพายกล้องท่องไข่มุกแห่งอันดามัน ** The Vijitt Resort Phuket **

นานๆครั้งจะมีเวลาพาตัวเองไปพักร้อน วางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดียวกันของปีที่แล้วหลังกลับมาจากปายว่า ปีหน้าจะไปเที่ยวทะเลบ้าง กะว่าจะสลับเที่ยวภูเขาปี เที่ยวทะเลปี ไม่รู้หลังจากทริปนี้แล้วจะเปลี่ยนใจไปแต่ทะเลหรือเปล่า ?? ติดใจซะแล้ว ...

ปล. รีวิวนี้ดองกำลังได้ที่ ทริปนี้ไปมาตั้งแต่วันที่ 23-27 พ.ย. ที่ผ่านมาครับ ขอโทษที่ทำให้หลายๆคนต้องรอนะครับ



เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯด้วยเครื่องบิน นี่เป็นครั้งแรกที่จะได้บินกับ PG ครับ เนื่องจากปกติจะใช้บริการหางแดงทุกครั้ง

วันนี้ผู้ใช้บริการหนาตาแต่เช้าครับ



ตั้งแต่เดินเข้าไป check in ที่เคาเตอร์ของ PG ก็เจอผู้โดยสารยืนรอกันเกินร้อยคน แต่ของผมไม่มีปัญหาเพราะได้ทำการ check in ล่วงหน้าทางเวปแล้วเลยเดินไปโหลดกระเป๋าอีกช่องนึงได้เลย

บรรยากาศที่ Boutique Lounge บรรยากาศน่านั่งมากครับ



ทั้งๆที่เป็นเช้าวันจันทร์ นั่งกันเต็มทั้งคนไทย ทั้งต่างชาติครับ





อาหารว่างมีบริการหลายอย่างที่เห็นจะมีเค้กสัปปะรด ขนมปังอบกรอบโรยน้ำตาล(เรียกอะไรไม่รู้) ป๊อบคอร์น ที่เด็ดจริงๆคือข้าวต้มมัดครับ



น้ำก็มีหลายอย่างครับ ทั้งร้อน เย็น แต่ผมไม่ยักกะเห็นน้ำเปล่า



ไปขึ้นเครื่องกันดีกว่าครับ แอบคิดนิดหน่อยว่าหางแดงเค้ายังเข้างวงเลย ทำไม PG ถึงต้องโหนบัสไปขึ้นที่ลานด้านนอกด้วยหว่า

วันนี้เดินทางด้วย"กุ้ยหลิน"ไปภูเก็ตครับ ..... {{แอบเก่านะ}}





ซักพักก็มีอาหารว่างมาเสริฟ รสชาดโอเคครับ



บนเครื่องมีทีวีเปิดเรื่องตลกๆให้ดูครับ แถมมีบอกข้อมูลสารพัดเลย

เพิ่งรู้ว่าเวลาบินสูงถึง 11000 เมตรอากาศข้างนอกจะเย็นติดลบตั้ง 40กว่าองศาอ่ะครับ



ใกล้ถึงแล้วครับ



ถึงแล้วครับ เห็นเครื่อง TG ลงก่อนไม่นาน แล้วยังมีเครื่องต่างประเทศตามมาอีกครับ คนรอรับกระเป๋ากันเพียบ



จริงๆลงมาก่อนได้ซัก 15 นาทีแล้วครับ ดูนาฬิกาเหมือนสถานีรถไฟเลย



เพื่อไม่ให้เสียเวลา หลังจากที่รับกระเป๋าก็ติดต่อกับรถเช่าของ Master ที่จองไว้โดยซื้อ voucher จากงานไทยเที่ยวไทยเมื่อต้นเดือน ก.ย เปิดโทรศัพท์ปุ๊บสายเข้าปั๊บเลยครับ เร็วดีเหมือนกัน รับรถเสร็จก็เดินทางไปที่พักเลยครับ

ถึงแล้ว ... ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินประมาณ 45 นาทีครับ



เนื่องจากสนามบินอยู่ทางเหนือของเกาะ แต่วิจิตร รีสอร์ทอยู่ทางใต้ของเกาะเลยต้องใช้เวลาเดินทางพอสมควร

เอาแบบให้เห็นภาพเลยต้องขอ Google Earth ช่วยบอกตำแหน่ง

รีสอร์ทอยู่ตรงดาวที่เห็นนะครับ ถ้ากลัวหลงก็ขับตามป้ายทางมาแหลมพรหมเทพอย่างเดียวผ่านแน่ครับ



ขับเข้าไปก็จะมีที่จอดรถทางด้านขวามือ จอดได้ประมาณ 30 คันครับ ลงจากรถมองไปอีกฝั่งก็จะเห็นล็อบบี้ตั้งอยู่



จะมีรถบักกี้หรือรถกอล์ฟนั่นละครับมารับกระเป๋าและพาเราไป check in ระหว่างนั้นจะมี welcome drink เป็นน้ำตะไคร้ พร้อมผ้าเย็นและมาลัยต้อนรับ

เนื่องจากอากาศร้อนมาก น้ำและผ้าเย็นจึงไม่อยู่ในสภาพที่ถ่ายรูปได้แล้วอ่ะครับ



ช่วงวันที่ไปอากาศตอนเช้าที่กรุงเทพฯเริ่มเย็นจนบางคนต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้ว (ร่วมถึงหวานใจผู้ร่วมทริปของผมด้วย) แต่พอไปถึงเจออากาศร้อนเข้าไปปรับตัวเกือบไม่ทันเหมือนกัน



บรรยากาศของล็อบบี้เป็น Open Air ครับถ้าลมพัดก็เย็นสบาย แต่ถ้าไม่มีลมก็ร้อนกระจายเหมือนกัน



มองออกไปจากล็อบบี้ จะเห็นส่วนที่เป็นสปาครับ แต่ไปคราวนี้ไม่ได้ใช้บริการเลยครับ

ด้านล่างลงไปอีกก็จะเป็นส่วนของวิลล่าครับ



เซ็นเอกสารเรียบร้อย พนักงานก็จะพาไปห้องพักครับ เราจะใช้บริการของเจ้าบั๊กกี๊อีกครั้ง ในส่วนของวิลล่าไม่สามารถนำรถส่วนตัวเข้าได้ จะไปไหนสามารถเรียกใช้บริการบั๊กกี๊ได้ตลอดเวลาครับ



ระหว่างทางไปวิลล่าพนักงานก็จะอธิบายส่วนต่างๆของรีสอร์ทให้เราฟัง รวมถึงที่ทานอาหารเช้าด้วยครับ(อันนี้สำคัญ)



บรรยากาศทั่วไปของรีสอร์ท ส่วนของล็อบบี้อยู่สูงที่สุด วิลล่าแต่ละหลังจะอยู่ลดลั่นตามเนินเขาลงไปครับ



ถ้าใช้การเดินไปยังส่วนต่างๆคงเหนื่อยน่าดูครับ



การจัดวางรูปแบบของวิลล่าแต่ละหลังสวยงามครับ มีต้นไม้เล็กใหญ่มองแล้วสบายตา



ความคิดเห็นที่ 32

วิลล่าของที่นี่ทั้งหมดมี 92 หลังครับแบ่งเป็น 6 แบบคือ
Deluxe Villas
Deluxe Sea View Villa
Deluxe Beach Front Villa
Prime Pool Villa
Two-Bedroom Pool Villa
Vijitt Pool Villa




นี่น่าจะเป็นแบบที่ผมพักคือ Deluxe Villas ครับ



ห้องแบบ Prime Pool Villa ครับ



วิลล่าเล่นระดับไล่ลงตามเนินเขา มองแล้วสวยดีครับ



ตรงกลางเป็นห้อง Two-Bedroom Pool Villa ครับ



มุมสวยๆของรีสอร์ท เดินลงบันไดไปที่เห็น 2 ฝั่งเป็นเป็นส่วนขายของที่ระลึก ด้านล่างลงไปที่เห็นเป็นบ้านจะเป็นส่วนของห้องอาหารบ้านวิจิตร เปิดเฉพาะมื้อค่ำครับ



เที่ยวเพลินแล้ว เข้าวิลล่าดีกว่าครับ วิลล่าที่เข้าพักเป็นวิลล่าหมายเลย 63อยู่ด้านบนสุดของรีสอร์ททางฝั่งทิศเหนือครับ



เปิดเข้าไปก็จะเจอแบบนี้ครับ



มีผลไม้ต้อนรับด้วยครับ



เตียงนอน King Size นุ่มน่านอน



โลมา .. เอาไว้แขวนหน้าบ้านครับ ถ้าต้องการพักผ่อนก็หันด้านหลับตาออก ถ้าต้องการให้ทำความสะอาดก็หันด้านลืมตาขึ้นครับ



แอร์ในห้องเย็นดีลมแรงครับ ผมอยู่ 3 วันแทบไม่ได้ปิดเลยมีปิดตอนเช้าวันที่สองวันเดียว เพราะลมไม่ค่อยออกคาดว่าน้ำแข็งคงจับอ่ะครับ



เปิดม่านออกก็จะเห็นแต่วิลล่าหลังอื่นๆครับ มองแทบไม่เห็นทะเล แต่อย่างว่าเราอยู่บนสุดด้วย วิลล่าอื่นๆเลยบังเกือบจะหมด



มีรองเท้าแตะพร้อมร่มให้เผื่อจะเดินไปชายทะเลครับ



โซฟาตัวเล็กๆไว้นั่งดู tv ได้ครับ ส่วน tv ก็เป็นจอแบนสามารถดูช่องดาวเทียมได้ชัดดีครับ แล้วยังมีเครื่องเล่น DVD ให้ด้วยแต่ไม่แน่ใจว่าทางรีสอร์ทจะมีแผ่นให้ยืมหรือเปล่านะครับ



เดินเข้าไปดูฝั่งของมินิบาร์บ้าง

ส่วนนี้จะอยู่ห้องข้างๆห้องนอนแต่จะไม่มีประตูปิดนะครับ จะมีแอร์แยกตรงส่วนนี้อีกเครื่องนึงแยกเปิดกันได้

ห้องนี้อยู่ร่วมกับตู้เสื้อผ้าและโต๊ะแต่งหน้าครับ



มินิบาร์ราคาโรงแรมทั่วไปครับ ไม่ได้แพงมากเกินไป แอบเห็นแม่โขงคิดว่าคงเก่าเพราะสีจางมากๆ หยิบมาดู โห.... ใครกินไปหัวทิ่มแน่ ผลิตปี 2535 ครับกี่ปีแล้วเอ่ย



ตอนแรกหวานใจผมเค้าหากระจกแต่งหน้าไม่เจอ มันทำซ่อนไว้อ่ะครับ ต้องเปิดออกมาแบบนี้



มะพร้าวน้ำหอม อ๊ะไม่ช่ายยย ... จริงๆเป็นกระติกน้ำแข็งครับ ถ้าทานน้ำในตู้ไม่ชื่นใจหรืออยากได้ mixer โทรขอน้ำแข็งได้เลยครับบริการฟรี



ตู้เสื้อผ้าอุปกรณ์ครบครันครับ



อีกตู้ครับ เสื้อคลุม 2 ตัว รองเท้าโดนคุณหวานใจฉกไปคู่นึงแล้วครับ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไม ..



ทีนี้ไปดูห้องข้างๆกันอีกห้อง ต้องเลื่อนบานเลื่อนออกถึงจะเห็นห้องน้ำครับ

มีหมอนให้ด้วยสงสัยเอาไว้เผื่อทะเลาะกับคนที่มาด้วยจะไดมีที่นอนพิเศษ ... ผมก็เกือบได้นอนตรงนี้ เหอๆ



อ่างล้างหน้ามีให้ 2 ชุดครับ ตื่นมาจะได้ไม่ต้องแย่งกัน



ผ้าเล็ก กลาง ใหญ่มีให้คนละชุดครบครับ อ้าว ... คนในห้องมาหยิบไปอีกแล้วอ่ะครับ



อีกส่วนจะเป็นอ่างอาบน้ำครับ เปิดน้ำเตรียมลองของเรียบร้อย

แต่ขอติหน่อยครับ น้ำที่นี่ไหลเบามากครับ ประมาณอาบ Rain Showerก็ไม่สนุกอ่ะครับ ทั้งๆที่วิลล่าก็อยู่ด้านบน แถมใกล้แทงค์น้ำด้วยตะหาก



เสียตรงน้ำมันเบาไปหน่อยนี่ละครับ



มองจากอ่างอาบน้ำไปก็จะเห็นเป็น Rain Shower ห่างกันแค่กระจกกัน ถ้าอาบพร้อมกัน 2 คนก็อื้มมมมม



เปิดประตูกลอนสลักไม้ออกไป



อาบน้ำทามกลางแมกไม้ บางทีมีเสียงนกร้องได้บรรยากาศธรรมชาติด้วยครับ



เปิดหน้าต่างชมวิวไปด้วย .. แต่เอาเข้าจริงไม่กล้าเปิดหรอกครับ
สังเกตดีๆจะเห็นไม้ไผ่เป็นช่องห่างเหมือนกัน ลองเดินออกไปดูด้านนอกก็มองไม่เห็นนะครับ เพราะต้นไม้บังแต่บางวิลล่าที่ไม่มีต้นไม้เยอะแบบห้องผมก็อาจจะเห็นได้ แต่ถ้ากลางคืนผมว่าจะยังไงก็อาจจะเห็นครับ

ตรงนี้ผมถือเป็นข้อด้อยของรีสอร์ท เพราะผมว่าน่าจะเป็นเกือบทุกวิลล่าครับ



สบู่เหลวกับแชมพูผสมครีมนวด ผมลองใช้ทำไมมันเหมือนกันไม่รู้ สรุปตรงนี้อาจจะเป็นความผิดพลาดของแม่บ้านหรือเปล่าไม่แน่ใจครับ



โถชักโครกจะอยู่คนละฝั่งกับอ่างอาบน้ำ ถ้าจะปลดหนักอาจจะต้องเปิดประตูกระจกช่วยเพราะว่าหลังคามันไม่มีฝ้า กลิ่นไม่พึงประสงค์อาจจะเล็ดลอดได้ครับ อีกอย่าง .. สำคัญสำหรับผมด้วยคือตรงโถไม่มีสายชำระให้นะครับ ผมมันพวกต้องใช้ด้วยเลยติดลบด้านนี้นิดหน่อยครับ



นี่เป็นอีกหนึ่งความพิเศษของที่นี่ครับ ถ้าอยากแช่น้ำชมวิวก็สามารถทำได้ แต่ผมขอบายเพราะมองออกไปก็เห็นวิลล่าอื่นอย่างในรูปอ่ะครับ



ถ้าไม่กล้าที่จะอาบน้ำกลางแจ้ง หรือว่าไม่อยากแช่น้ำนานก็สามารถอาบที่อ่างนี้ได้ครับโดยใช้ฝักบัว (ที่เป็นแท่งๆข้างก๊อกน้ำ) อาบเอา แต่อาจต้องระวังตอนลงจากอ่างครับ เพราะว่าอาจลื่นได้เนื่องจากน้ำกระเด็นครับ

อีกอย่างที่อยากให้มีนอกจากสายชำระแล้วก็คือ ติดม่านที่สามารถพับขึ้นลงได้ตรงกระจกครับ เพราะว่าบางท่านอาจจะไม่ชอบและรู้สึกระแวงเวลาอาบน้ำครับ



ทีนี้ออกมาด้านนอกอีกครั้ง

เนี่ยครับจะเห็นทะเลอยู่นิดนึงตรงนี้



เริ่มเย็นแล้ว ..

จริงๆข้างนอกที่เห็นหลังคานั่นคือตู้ยามครับ แต่ไม่เห็นมียามเฝ้านะครับ



แอบกลิ้งบนที่นอนไปแล้วเลยต้องจัดการเตียงใหม่ ถ้สังเกตจะรู้ว่ามันไม่เหมือนตอนมา 555



ไม่เคยถ่ายรูปประเภทนี้ รอแสงแบบนี้ กว่าจะปรับนั่นนี่ได้เหลือเวลาถ่ายภาพกับแสงแบบนี้ไม่นาน



ลืมบอกเรื่องอินเตอร์เน็ตครับ ... เน็ตที่นี่เป็นแบบสายLanนะครับ ไม่มี Wifi แต่ความเร็วถือว่าใช้ได้โหลดเดี๋ยวเดียวก็ได้ดูครูกุ๊กแล้วครับ



หลังจากออกไปทานมื้อเย็น (มาตั้งภูเก็ตแต่ขับไปกินSizzlerที่เซ้นทรัลเฟสฯ) ก็กลับมาถ่ายกลางคืนอีกซักหน่อย



ล็อบบี้ตอนกลางคืนนี่ก็สวยดีเหมือนกันครับ



พนักงานยังคงนั่งทำงานกันอยู่แม้จะเป็นเวลาร่วมๆ 5ทุ่มแล้วก็ตาม



คงเนื่องจากเพราะที่นี่จะมีลูกค้าเข้ามา check in อยู่แทบจะตลอด



ตอนผมยืนถ่ายรูปอยู่ใช้เวลาซักครึ่งชั่วโมง เห็นมีรถตู้มาส่งนักท่องเที่ยวหลายกรุ๊ปเหมือนกัน มีแบบหิ้วกระเป๋ามาพักใหม่ก็มี



แต่ที่สังเกตส่วนใหญ่จะเป็นพวกเอเชียซะมากกว่า

ถามพนักงานว่าช่วงนี้ห้องพักเต็มมั๊ย พนักงานบอกว่ายังไม่เต็ม และส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นต่างชาติ



เท่าที่ผมดู ช่วงที่พักผมไม่เจอลูกค้าคนไทยเลยครับ เห็นแต่ฝรั่งกับพวกญี่ปุ่น เกาหลี

ผมว่า วิจิตร รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทราคาไม่แพงไปนักสำหรับผู้ที่อยากได้ห้องพักส่วนตัวแบบวิลล่า

วันนี้ขอจบรีวิวตอนแรกไว้ก่อนเท่านี้ครับ แล้วเดี๋ยวจะมารีวิว เดอะ วิจิตรรีสอร์ท ตอนต่อไปครับ

ขอบคุณที่เข้ามาชมรีวิวครั้งแรกของผมนะครับ



ฝากติดตามแฟนเพจผมได้ที่ https://www.facebook.com/travelholicbigboy นะครับ


Create Date : 05 สิงหาคม 2554
Last Update : 9 มิถุนายน 2557 18:32:32 น. 0 comments
Counter : 1544 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

biGbOySalaDbAr
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




Group Blog
 
 
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add biGbOySalaDbAr's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.