กรกฏาคม 2555

1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
ขั้นตอนการขอ X- VISA เข้าประเทศจีนสำหรับศึกษาต่อ


ประกาศ! ตอนนี้โบว์ได้ทำการย้ายบล็อกไปที่www.thebeauhlinglings.wordpress.comแล้วนะคะ รายละเอียดยังคงมีเหมือนเดิมค่ะ ย้ายไปที่บล็อกใหม่แล้ว รบกวนตามไปอ่านที่บล็อกใหม่นะคะ เนื่องจากไม่มีเวลาทำหลายบล็อก เพราะฉะนั้นจะขออนุญาตปิดบล็อกนี้ แต่โบว์ยังคงอัพเดตเกีายวกับการเรียน ทุนการศึกษา การใช้ชีวิต และจะเพิ่มการทำงานในประเทศจีนเพิ่มลงไปด้วยค่ะ เนื่องจากตอนนี้ทำงานแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนค่ะ ตามไปอ่านกันที่บล็อกใหม่นะคะ ขอบคุณค่ะ 

HELLO !

เมื่อentryที่แล้วเราได้คุยถึงขั้นตอนในการดำเนินการขอทุนรัฐบาลจีน(CSC) กันไป เมื่อผลทุนได้ออกแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่เราจะต้องทำก็คือการตรวจร่างกาย สำหรับคนที่ผลตรวจร่างกายมีอายุเกิน 6เดือน นับตั้งแต่วันที่ตรวจจนถึงวันลงทะเบียน และการทำวีซ่าซึ่งในวันนี้เราจะพูดถึงเรื่องการทำวีซ่าก่อนเนื่องจากเรายังไม่มีเวลาไปตรวจร่างกายใหม่เลย ติดรับปริญญาพอดี

เผอิญว่าผลตรวจร่างกายของเราที่ทำครั้งก่อนจะครบ6 เดือนในเดือนหน้านี้เราก็เลยคิดว่าควรจะบึ่งไปทำวีซ่าก่อน แล้วเสร็จงานรับปริญญาแล้วค่อยไปตรวจร่างกาย


เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นวีซ่า;

1. Passport (Original, photocopy)

2. Visa Form (ถ้าคนที่จะไปเรียนต่อ(Visa typed "X') จะต้องกรอกแบบฟอร์มทั้ง A และB

3. Passport-sized photo (2-inchphoto with light background)

4. Admission Notice (Original,photocopy)

5. JW 201หรือ JW 202 (Original, photocopy)

6. Physical Examination Form(Original, photocopy)

ควรจัดเรียงเอกสารไว้ให้ดีนะค่ะ เช่นเอกสารที่เป็นสำเนา เอาคลิปหนีบไว้ เอกสารที่เป็นต้นฉบับ ก็แยกเอาไว้เพราะว่าคนไปยื่นเรื่องทำวีซ่าเยอะมาก และตอนเรายื่นเอกสารจะแอบวุ่นวายนิดนึงเพราะเจ้าหน้าที่จะต้องเช็กVisaform ว่าเราติ๊กถูก เขียนถูกมั้ยถ้ามีที่ผิดต้องแก้ไขตรงนั้นเลย

การจัดเรียงเอกสารให้หยิบง่ายหยิบสะดวกก็จะช่วยลดเวลาในการยื่นเอกสารลงนะค่ะ


สถานที่ในการยื่นขอวีซ่า;

ไม่ได้ไปทำเรื่องที่สถานฑูตนะค่ะแต่ไปทำที่ Visa Division ที่อยู่ตรงข้ามกับสถานฑูตจีนค่ะโดยที่ทำการจะอยู่อาคาร AA Building ซึ่งเป็นอาคารร้างอ่ะค่ะต้องเดินเข้ามาในซอยรัชดาภิเษก ซอย3ก่อนนะค่ะ เดินเข้ามานิดเดียวเท่านั้นก็จะเห็นป้ายบอกค่ะ


Chinese Embassy, VISA section openhour; 09.00 - 11.30 AM

ไปเช้านิดนึงนะค่ะเพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าคนไปทำเยอะมาก ถ้าไปเช้าๆหน่อยก็จะได้อยู่หน้าๆคิวได้บัตรคิวก่อนนะค่ะ



การเดินทาง;

1. ขับรถ :เมื่อวันอาทิตย์ขับรถมาดูเส้นทาง เราว่าไม่ค่อยwork อ่ะค่ะขี้เกียจหาที่จอดรถ แต่ก็แล้วแต่คน แต่วันนี้ที่เรามา เรามารถไฟใต้ดินค่ะ สะดวกดี

2. MRT : สามารถลงได้2 สถานีนะค่ะ คือ สถานีพระราม 9และ สถานีศูนย์วัฒนธรรม แต่ขอแนะนำว่าลงสถานีพระราม 9จะเดินใกล้กว่าค่ะ

กรณีลงสถานีพระราม 9 : ให้เดินออกทางออกที่1 อาคารฟอร์จูนนะค่ะเดินออกมาจากตัวสถานีแล้วให้เดินไปทางซ้ายมือค่ะ

(สังเกตุ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นCentralGrand Rama IX) เดินไปเรื่อยๆ ผ่านโลตัส ผ่านธนาคารทิสโก้ ผ่านBankof China แล้วก็จะเห็นซอยรัชดาภิเษกซอย 3ให้เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ 

ที่ทำการวีซ่าจะอยู่ตรงทางเข้าซอยเลยเห็นชัดเจน อยู่ข้างๆกับสถานฑูตค่ะ

กรณีลงสถานีศูนย์วัฒนธรรม :ให้เดินออกทางออกที่ 3 อาคารทรูนะค่ะเดินออกมาจากตัวสถานีแล้วให้เลี้ยวขวา(((((((อย่าเดินไปทางซ้ายนะค่ะเพราะทางนั้นจะเป็นทางไปเอสพลานาด 

และอาคาร RS Building ค่ะ

เดินตรงมาเรื่อยๆ ค่อนข้างไกลนิดนึง แต่ก็พอเดินได้อ่ะค่ะ สังเกตุlandmark ใหญ่ๆคือตึกTrue จะอยู่ตรงข้ามกับสถานฑูตพอดี เดินตรงมาอีกนิด

จะเจอรัชดาภิเษกซอย 3ก็เลี้ยงเข้าไปในซอยเลยค่ะ


3. BTS : ถ้ามารถไฟฟ้าต้องลงสถานีที่เชื่อมกับMRT ค่ะ ได้แก่ สถานีศาลาแดง เชื่อมกับ MRTสถานีสีลม,สถานีอโศก เชื่อมกับ MRTสถานีสุขุมวิทและสถานีหมอชิต เชื่อมกับ MRTสถานีจตุจักรค่ะ


รายละเอียดของการขอวีซ่า;

ค่าใช้จ่าย :อย่างเราไปเรียนต่อใช่มั้ยค่ะ ก็ขอแค่เป็น Single entry Service type ประมาณ4 วัน ก็เสียเงิน 1,000บาท ชำระวันที่เรามาเอาวีซ่านะค่ะ



รายละเอียดการกรอกข้อมูลใน VisaForm; 

(จะprint out มาจากบ้านหรือ มารับฟอร์มที่สถานฑูตก็ได้ค่ะ)

Link Download : //www.chinaembassy.or.th/th/lsfw/bgxz/

(จริงๆแล้วก็มีแปะความหมายของแต่ละช่องไว้ที่ชั้น1 ของอาคารนะค่ะแต่เราขออธิบายอีกรอบเผื่อใครที่จะprint formเองที่บ้านค่ะ)

ปล. เพื่อไม่ให้เกิดการงง จะอ่านควบคู่ไปกับแบบฟอร์มที่โหลดมาก็ได้นะค่ะ จะได้เข้าใจมากขึ้น


FORM A ;

** เวลากรอกกรอกเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่นะค่ะ (Capital letter)

** ถ้าช่องไหนไม่มีข้อมูลให้ใส่ NOไปนะค่ะ อย่าเว้นว่าง ถ้าเว้นว่างไว้เจ้าหน้าที่ก็จะให้เราเติม NONO NO ตอนยื่นเอกสารอยู่ดีค่ะ

** เอกสารมี 4หน้า


Section I : Personal Information

1.1 Full English name as inpassport : ชื่อ นามสกุลเรา ตรงตามpassport นะค่ะตรงนี้ไม่ต้องบอกมากเนอะ น่าจะเข้าใจกันอยู่แล้ว

1.2 Sex : เพศ

1.3 Name in Chinese character (ifapplicable) : ชื่อภาษาจีน ถ้ามีก็กรอกลงไปด้วยนะค่ะ

1.4 Other names you are, or havebeen known by : ชื่ออื่นๆของเราถ้ามี(น่าจะหมายถึงกรณีถ้าเรามีการเปลี่ยนชื่อนะค่ะ)

1.5 Name in ethic script : ชื่อของเราที่เขียนเป็นภาษาไทย(คิดว่าน่าจะใช่ แต่เราไม่ได้เขียนอ่ะค่ะ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ว่าอะไร)

1.6 Current Nationality : สัญชาติที่ถืออยู่ปัจจุบัน

1.7 Former Nationality : สัญชาติที่เราเคยถือ(กรณีมีการเปลี่ยนสัญชาติค่ะ)

1.8 Other Nationality(ies) : สัญชาติอื่นๆ(บางคนถือ 2 สัญชาติ)

1.9 Date Of Birth : วันเกิด

1.10 Place Of Birth : สถานที่เกิด(ให้ใส่เป็นชื่อจังหวัด และ ประเทศค่ะ โรงพยาบาลที่เกิดไม่ต้องใส่)

1.11 Local ID Card Number : หมายเลขบัตรประชาชน

1.12 Marital Statue : สถานะของเราก็จะมีให้เลือกคือ

Married (แต่งงาน),
Never Married (ไม่เคยแต่งงาน=Single),
Divorced (หย่าร้าง), Widowed (หม้าย)
Other..please specify (อื่นๆโปรดระบุ)

1.13 Current Occupation : อาชีพปัจจุบัน

1.14 Passport Type : ประเภทของpassportใครถือpassportทางการฑูตก็เลือก Diplomatic ใครถือธรรมดาทั่วไปๆก็เลือก Ordinary ค่ะ

1.15 Passport Number : หมายเลขพาสปอร์ต

1.16 Date of issue : วันที่ออก(ใส่เป็น ปี เดือน วัน

1.17 Place of issue : สถานที่ออกพาสปอร์ต(ใส่แค่จังหวัด และ ประเทศค่ะ

1.18 Expiration date : วันหมดอายุ.. ปี เดือน วัน

1.19อันนี้ใครไม่รีบก็เลือก regular for 4 working days ไปค่ะ
ใครด่วนหน่อยก็
express for 2-3 workingdays
ใครรีบมากๆๆๆๆก็ Rush for 1 working dayไปเลยค่า


Section II: Travel information

2.1 Major purpose(s) of yourvisit(s) to China : วัตถุประสงค์หลักๆที่เราจะไปเมืองจีน ก็เลือก Studyไปค่ะ

2.2 Intended number of entries : เลือกOne entry valid for 3 months from application เพราะยังไงเราก็ต้องไปเปลี่ยนเป็นTemporary Residence อยู่แล้วนะค่ะ แต่ต้องเปลี่ยนภายใน 30วันนับตั้งแต่วันที่เราเดินทาง

2.3 Date of your first entry : ให้ใส่วันที่เราจะเดินทางไปเมืองจีนค่ะ(เมื่อเราได้visaนี้แล้ว เราต้องเดินทางออกนอกประเทศภายใน 90วันค่ะ)

2.4 Your longest intened stayamong all entries of your intended visits in China : สำหรับคนไปเรียนต่อระยะเวลานานเกิน 1 ปี ให้ใส่ 360หรือ 000 ค่ะ

(เจ้าหน้าที่บอกมานะค่ะ เราใส่ 000ไปค่ะ)

2.5 Residence and phone numberduring your stay in China : ตรงนี้เราใส่แต่ชื่อมหาลัย และ เบอร์โทรศัพท์ค่ะ

2.6 Who will pay for your cost oftravelling and living during your stay in China : ตรงนี้เราติ๊กOther และระบุไปว่า CSC ค่ะ

2.7 Do you have medical insurancecovering your visit in China : ประกันสุขภาพ ถ้ามี ใส่ YES พร้อมระบุชื่อบริษัทที่ทำประกันสุขภาพและ account ของเราค่ะ

แต่ในกรณีนักเรียนทุน เราไม่ได้ใส่อะไรเลยช่องนี้ไม่ได้เขียน NO ด้วย เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้เราเขียนอ่ะค่ะเราคิดว่าเจ้าหน้าที่รู้อยู่แล้วว่า CSC เป็นคนดำเนินการเรื่องนี้

2.8 Name, address, and phonenumber of your inviter or contact unit in China : ตรงนี้เจ้าหน้าที่ให้เราใส่ชื่อมหาลัยที่อยู่ และ เบอร์โทรศัพท์ค่ะ

2.9 Name, address, and phonenumber of your relative, friend, or contact person in China : ใครมีญาติมีเพื่อน ที่อยู่เมืองจีน และสามารถติดต่อหากันได้ก็ใส่ไปค่ะ


Section III : Information aboutyour family, work, or study

3.1 Detailed home mailing address: ที่อยู่ปัจจุบัน

3.2 Home phone number : เบอร์โทรศัพท์บ้าน 

3.3 Mobile phone number : เบอร์มือถือ(((

3.4 Email address : อีเมลล์

3.5 Current employer or school : ตรงนี้จะมีช่องให้ใส่ชื่อโรงเรียน/ ที่ทำงาน, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์

3.6 Major Family Member : กรอกข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวได้แก่ ชื่อ สัญชาติ อาชีพ ความสัมพันธ์

3.7 Contact person in caseemergency : ที่คนที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

3.8 Contact person's phone number: เบอร์โทรศัพท์ของคนที่จะต้องติดต่อในยามฉุกเฉิน


Section IV : Other information

4.1 Have you ever visited Chinabefore : ถ้าไม่ให้เขียน NO ถ้าเคยให้ตอบYES และระบุวัน เวลา วัตถุประสงค์

4.2 Have you ever visited othercountries or territories in the last 12 months : ในช่วง1 ปีที่ผ่านได้ไปต่างประเทศบ้างมั้ยถ้าไม่ได้ไปไหนเลยใส่ NO ถ้าไปใส่ YES พร้อมระบุวัน ชื่อประเทศ และวัตถุประสงค์

4.3 Have you ever overstayed yourvisa or residence permit in China : ความหมายคือเคยเป็นโรบินฮู้ดอยู่เมืองจีนมั้ยติ๊ก NO ไปเลยค่ะ แต่ต้องอย่าโกหกนะ ถ้าเคยติ๊ก YES

4.4 Have you ever been resfused avisa for China, or been refused entry into China : เคยถูกปฏิเสธการขอวีซ่าหรือ ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมืองจีนหรือไม่

4.5 Do you have any criminalrecord in China or any other country : เคยมีประวัติอาญชกรรมในเมืองจีน หรือประเทศอื่นๆหรือไม่

4.6 Are you affiliated with any ofthe following diseases : ป่วยเป็นโรคเหล่านี้อยู่หรือไม่ ได้แก่

Serious Mental Disorder : มีอาการป่วยทางจิตรุนแรง

Infectious Pulmonary Tubercosis : วัณโรค

(ให้ความรู้ศัพท์ไว้นิดนึงค่ะเผื่อใครต้องไปตรวจร่างกายเจอแล้วจะได้ไม่ งง ) Infectious คืออาการติดเชื้อ Tubercosis คือ เกี่ยวกับวัณโรคค่ะ ส่วน Pulmonaryคือเกี่ยวกับปอด

4.7 Other infectious disease ofpublic health hazards : เป็นโรคติดต่อที่เป็นอันตรายต่อสาธารณสุขหรือไม่

4.8 If you selected YES to anyquestions form 4.3 to 4.7, please give detail below : ถ้าระบุYES ในข้อ 4.3 - 4.7ให้ใส่รายละเอียดในข้อ4.8 ด้วยค่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็ตอบ NO หมด แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะถ้าเป็นมันก็จะไปโชว์ในผลตรวจร่างกายแน่นอน


Section V : Relevant Declaration

เราปล่อยผ่านค่ะ เพราะข้อที่ 5.2 เค้าจะถามว่ามีรายละเอียดอะไรที่สถานฑูตควรจะรับรู้เกี่ยวกับตัวเราอีกมั้ย ใครมีก็ใส่ได้ค่ะ


Section VI : Signature

กรอกข้อมูลเสร็จหมดแล้ว ก็เซ็นชื่อให้ตรงกับพาสปอร์ตด้วยนะค่ะพร้อมลงวันที่

Section VII : If the applicationform is completed by another person on the applicant's behalf, please fill outthe following :

ใครที่ให้คนอื่นทำแทน เช่นagency ต้องกรอกข้อมูลช่องนี้ด้วยค่ะ

เป็นอันจบ VISA Form A 


FORM B ;

** เวลากรอกกรอกเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่นะค่ะ (Capital letter)

** เอกสารมี 2หน้า

Name in English: ชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษ

Passport Number : หมายเลขพาสปอร์ต

Date of birth : วันเกิด (ปี เดือน วัน)


A : สำหรับคนที่ขอVISA Z (เข้าไปทำงาน เราไปเรียนก็ปล่อยผ่านได้เลยค่ะ)


B : Applying to study in China (X- Visa)

1. Education : การศึกษาสูงสุดมีให้ติ๊ก Bachelor, Master's, Doctorate or higher, และอื่นๆโปรดระบุ

2. Name of your last school,college, university, or other institutes : ชื่อมหาวิทยาลัยที่เราจบการศึกษามาค่ะใครไปต่อป.ตรีก็ใส่ชื่อโรงเรียน

3. Your major or focused in study: ใส่คณะ หรือ major ที่เราจบการศึกษามา

4. Your professional or technicalqualification : หากใครสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพ อะไรมาก็ระบุด้วยนะค่ะ

5. Name, address, and phone numberof your school in China : ใส่ชื่อมหาลัยที่เราได้ทุน หรือกำลังจะไปศึกษาต่อ พร้อม ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์

6. Your major or course in China :คณะ หรือ major ที่จะไปศึกษาต่อ


C : หัวข้อนี้สำหรับคนที่ไปท่องเที่ยวโดยใช้พาสปอร์ตเดียวกับเรา...อันนี้ดูงงๆ ไม่เกี่ยวกับเราปล่อยผ่านค่ะ

D : หัวข้อนี้สำหรับคนที่ขอVISA ในประเทศที่ไม่ใช่ประเทศของตน (เราพูด งงๆมั้ยค่ะ) อันนี้ใครที่ถือพาสปอร์ตไทยก็ข้ามเลยค่ะ

หลังจากนั้นก็เซ็นชื่อ ลงวันที่เป็นอันเรียบร้อย 




จบแล้วการขอวีซ่ามีเท่านี้จริงๆข้อควรระวังคือ ควรเตรียมเอกสารไปให้พร้อม เพราะเวลายื่นเอกสาร ยื่นทีเดียวค่ะแล้วก็ควรกรอกข้อมูลต่างๆให้ครบ

รูปถ่ายแปะกาวมาเลยหรือจะมาแปะที่สำนักงานก็ได้ แต่มันจะเสียเวลาค่ะส่วนค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าให้นำเงินมาชำระวันรับวีซ่านะค่ะ

วันไปขอวีซ่ายังไม่ต้องชำระเงินค่ะ



ปล 1. ใครมีข้อสงสัยอะไรทิ้งคอมเม้นท์ไว้เฉกเช่นเดิมนะค่ะ หรือจะทิ้งอีเมลล์ไว้ก็ได้ เด่วจะกลับมาตอบนะค่ะ

ปล 2. พอดีหลังจากทำวีซ่าเสร็จก็เดินไปขอความรู้เกี่ยวกับการเปิดบัญชีของ Bank of China พอดีในhandbookที่มหาลัยส่งมาบอกว่า Bank of China อยู่ใกล้ๆมหาลัย ก็ว่าจะเปิดบัญชีที่แบงค์นี้ด้วยอ่ะค่ะ ถ้าใครสนใจอยากได้ข้อมูลก็บอกได้นะค่ะ เด่วจะเอามาลงในครั้งหน้าให้ค่ะ

ปล 3. อ่านไม่รู้เรื่อง หรือข้อมูลตรงไหนผิดพลาด ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ


Beauhlinglings                
White-Square-House     
17 July, 2012                  
06.47 PM                         
Sunny                              
Mama get well soon <3  






Create Date : 17 กรกฎาคม 2555
Last Update : 24 มิถุนายน 2560 9:54:12 น.
Counter : 264 Pageviews.

12 comments
  
กำลังจะไปทำวีซ่าอยู่เหมือนกันคับ แต่สงสัยนิดนึงว่าใบตรวจร่างกายที่ทางมหาลัยแนบมา เอาไว้ทำวีซ่าหรือต้องส่งให้มหาลัยคับ ถ้าต้องส่งให้มหาลัย ใบตรวจร่างกายสำหรับทำวีซ่าใช้ฟอร์มของโรงพยาบาลก็ได้อย่างนั้นรึป่าวคับ
โดย: dee IP: 202.12.73.65 วันที่: 20 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:41:42 น.
  
ใช่ฟอร์มเดียวกันค่ะ
โดย: beauhlinglings วันที่: 21 กรกฎาคม 2555 เวลา:18:58:00 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ ช่วยได้มากๆเลย กำลังจะไปขอวีซ่าพรุ่งนี้แล้วค่ะ =^^=
โดย: pum mushroom IP: 58.9.45.203 วันที่: 23 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:21:13 น.
  
เราติดทุนจีนเหมือนกัน แต่ยังงงกับขั้นตอนอยู่ ทั้งวีซ่า การเปิดบัญชี และอีกหลายๆเรื่อง ติดต่อเราหน่อยนะที่เมลล์ qian_belinda&msn.com
ขอบใจมากจร้า
โดย: STSN IP: 115.87.246.66 วันที่: 24 กรกฎาคม 2555 เวลา:19:44:04 น.
  
รบกวนขออีเมลล์ด้วยคับ ruchy.tts@gmail.com
โดย: dee IP: 180.183.171.233 วันที่: 25 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:30:36 น.
  
ขอ email ได้ไหมคะ
- อยากสอบถามเรื่องใบตรวจสุขภาพค่ะ ในวันรายงานตัวต้องใช้ไหมคะ
- แล้วถ้าใบตรวจสุขภาพเกินกำหนด 6 เดือน ในวันที่รายงานตัวต้องทำใหม่หรือเปล่า
- แล้วถ้าต้องทำใหม่ต้องทำที่ประเทศไทย หรือทำที่จีนคะ
-แล้วมีอีกหลายเรื่องที่สงสัย ขอemail คุยกันได้ไหมคะ
โดย: 2WEN IP: 122.154.94.10 วันที่: 31 กรกฎาคม 2555 เวลา:17:09:23 น.
  
รบกวนขอคำปรึกษา เรื่องการเปิดบัญชีธนาคารและการโอนเงินทางเมล์ค่ะ frame_flammable @hotmail.com
โดย: sirithorn IP: 110.49.242.211 วันที่: 15 สิงหาคม 2555 เวลา:10:01:35 น.
  
อยากขอคำปรึกษามากค่ะ
nampailin@yahoo.com
โดย: หลิน IP: 115.67.1.23 วันที่: 23 สิงหาคม 2555 เวลา:14:54:38 น.
  
พี่คะตอนตรวจสุขภาพ ทางสถานทูตกำหนดโรงพยาบาลมั้ยคะ ว่ารับรองโรงพยาบาลไหนไว้บ้าง
โดย: นานะ IP: 223.207.207.243 วันที่: 28 มิถุนายน 2556 เวลา:22:07:52 น.
  
แล้วแต่มหาลัยค่ะ แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลจุฬาฯก็จะชัวร์สุดค่ะ บางมหาลัยก็ไม่รับรองผลของศิริราชค่ะ
โดย: beauhlinglings วันที่: 4 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:34:58 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลน่ะค่ะ ดีมากๆ เลย
โดย: smile IP: 58.8.174.63 วันที่: 5 สิงหาคม 2556 เวลา:13:47:38 น.
  
ใบตรวจร่างกายจากรพ.จุฬาต้องนำไปรับรองเอกสารที่กงสุลไทยก่อนไปยื่นขอวีซ่าจีนมั้ยคะ
โดย: June IP: 124.121.121.213 วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:48:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

beauhlinglings
Location :
Beijing  China

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



PHOEBE HUNG
Based in +852|+86|+66
Coffee|Lifestyle|Gastronomy
|Diary|Travel

Instagram: thephoebediary
Tumblr: Beauhlinglings

"Spinning Laughing Dancing
to her favourite song"



New Comments