ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Beijing International Students’ Night in my memory. Keep Thai Boxing alives
กลับมาปัดฝุ่นไดอารี่อีกครั้งหลังจากเขียนบล็อกครั้งสุดท้ายเมื่อต้นปี จริงๆแล้วมีความคิดอยากกลับมาเขียนบล็อกอยู่ทุกวันแต่ทว่าด้วยเวลาที่ไม่อำนวยเลย เพราะช่วงเทอมที่ผ่านมาต้องสอบProposalวิทยานิพนธ์ และเริ่มต้นเขียนอย่างจริงจัง จึงทำให้ไม่สามารถหาเวลามาเขียนได้เลยทั้งที่ๆมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะแชร์พอเวลาเลยผ่านมาถึงตอนนี้วันที่วิทยานิพนธ์First draftได้เสร็จสิ้นลงแล้ว วันที่พอมีเวลากลับมาเขียนบล็อกอย่างเป็นจริงเป็นจัง เรื่องราวที่อยากแชร์ในวันนั้นก็กลับไม่มีความสำคัญอีกต่อไปแล้วในวันนี้

เราเพิ่งส่งFirst Draft ให้อาจารย์ที่ปรึกษาไปเมื่อปลายเดือนที่แล้วในช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงสภาวะทิ้งตัว ฟังดูแล้วแลดูสบายดี แต่จริงๆแล้วมันคืออยู่สถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียมากกว่าเพราะอาจารย์ที่ปรึกษาก็ไม่ตอบอีเมลล์กลับมาซะที (อาจารย์ไปทำงานที่ซินเจียง)และจะต้องส่งFirst Draftให้คณะภายในสิ้นเดือนนี้ นี้แหละคือหนามตำใจที่แทงใจอยู่ทุกวัน เหนื่อยกว่าตอนเขียนวิทยานิพนธ์เสียอีก  ช่วงเวลาที่รออีเมลล์จากอาจารย์และระหว่างที่หางานทำอยู่นั้น เราก็เลยพอมีเวลากลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้ายังหางานไม่ได้ก็จะเขียนบล็อกไปเรื่อยๆฮ่าๆ

ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีกิจกรรมที่ไปร่วมทำเป็นจำนวนมากแต่เรื่องที่จะหยิบยกมาเขียนในวันนี้ขอเริ่มต้นด้วยเรื่องนี้ก่อน “Beijing International Students’ Night” หรือ 北京之夜 คือการแสดงประจำปีของนักเรียนต่างชาติในมหาวิทยาลัยจัดขึ้นช่วงปลายปี ซึ่งการแสดงนี้นอกจากจะเป็นเวทีแสดงความสามารถของนักเรียนต่างชาติแล้วยังเป็นเวทีให้เราได้เผยแพร่วัฒนธรรมของแต่ละชนชาติ แต่ละเผาพันธุ์ให้คนจีนและคนทั่วโลกได้รู้จักอีกด้วย งานอย่างนี้เรียกได้ว่าถ้าThemeของการแสดงดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ถามว่าทำไมต้องมีชัย ? แน่นอน เราทำโชว์ในทุกปีๆมีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ เราต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งปีนี้ก็เป็นปีที่4ของโบว์ แต่เป็นปีที่3ได้ทำและเข้าร่วมในกิจกรรมนี้ (เว้นว่างไปเมื่อปี2013เพราะเรียนหนักมาก)


Presentation เปิดการแสดง

โดยการแสดงหลักๆของสมาคมนักเรียนไทยของพวกเราในปีนี้จะไม่เหมือนกับสามปีที่ผ่านมา เพราะในปีนี้เรามีเพียงแค่themeเดียว คือ “มวยไทย (泰拳)” 
ในปีนี้เราได้น้องปอม นักเรียนป.โท ปี2 สาขาLanguage and Linguistic มาเป็นExecutive Producer เรียกง่ายๆว่าเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งหมด และมีสาวน้อยจากมาเลเซีย Ashleyจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกDanceโดยตรงมาเป็นที่ปรึกษาให้ โดยส่วนตัวเราค่อนข้างโอเคกับ theme Thai Boxing นี้มากเลยทีเดียว เพราะว่ามวยไทยไม่ได้เป็นเพียงกีฬาประจำชาติเท่านั้น แต่เป็นวัฒนธรรมในด้านศาสตร์ศิลปะการป้องกันตัวของชาติอีกด้วย คนต่างชาติก็รู้จักมวยไทยกันเป็นอย่างดี ในเมื่อเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ ก็ตอบโจทย์กับเป้าหมายของเราในทันที

ซึ่งกว่าจะเอามวยไทยมาทำเป็นperformanceได้ ก็ไม่ใช่งานง่าย ก็ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายความสามารถของน้องปอมมาก โดยเราต้องเริ่มจากการหาคลิปการเต้น คลิปมวยไทย แกะท่า หาเพลง ตัดต่อ ทำpresentationต่างๆ รวมไปถึงหานักแสดง และจัดตางรางในการซ้อม งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แน่นอนของดีมักไม่ได้มาโดยง่าย เช่นเดียวกัน เราเองก็มองเห็นความสามารถที่ซ้อนเร้นอยู่ข้างในของใครต่อใครได้จากงานนี้


น้องปอม ผู้รับผิดชอบโครงการนี้

เดิมทีเราคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดของงานนี้คือการเฟ้นหานักแสดง ไม่ใช่เพราะนักแสดงมีให้เลือกเยอะจนถึงขั้นต้องcasting แต่เป็นเพราะปีที่ผ่านมาเราประสบปัญหานักแสดงขาดแคลนมาโดยตลอดต่างหาก งานนี้พวกเราเหล่าofficer ของสมาคมนักเรียนไทยถึงกับต้องนัดประชุมเรื่องนี้กันเป็นการด่วนโดยมีไก่ทอดเกาหลีเป็นพยาน

แต่สิ่งที่เราคิดว่ายากที่สุด กลับกลายเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด ปีนี้เราโชคดีที่มีน้องๆคนไทยให้ความสนใจกันค่อนข้างเยอะ คนที่ไม่คิดว่าจะเต้นได้ ก็กลับเต้นได้ คนที่ดูแบดบอยแต่กลับยอมเต้นให้ พูดตามตรงเลยว่านับถือใจน้องๆมากจริงๆ นอกจากน้องๆคนไทยในมอแล้ว เรายังได้น้องๆคนไทยจากมหาลัยอื่นๆในกรุงปักกิ่งมาร่วมแสดงและมาเป็นทีมงานด้วย เช่นน้องๆจาก Beijing Union University และ Beijing University of Posts and Telecommunications นอกจากนี้ ในกลุ่มนักแสดง เรายังได้เพื่อนต่างชาติอย่างเกาหลี และ พม่า มาร่วมแสดงอีกด้วย นับว่าเวทีประเทศไทยในปีนี้เป็นเวทีนานาชาติจริงๆ


ภาพตอนฝึกซ้อนด้วยกันครั้งแรก ก่อนซ้อมมีกิจกรรมIce Breaking นิดหน่อยเนื่องจากมีชาวต่างร่วมแสดงด้วย


โอปป้าเกาหลี (ยังโสด) กับ สาวน้อยจากพม่า จริงๆมีพม่าสองคน

จริงๆก่อนหน้านี้โบว์ก็ส่วนหนึ่งของทีมนักแสดงด้วยเหมือนกัน แต่ภายหลังก็ลาออกจากทีมนักแสดงไปเนื่องจากติดภาระที่ต้องเข้าฟังสัมมนาของที่คณะ ทำให้ไม่มีเวลามาซ้อมกับน้องๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะตั้งใจไว้ว่าจะแสดงงานนี้สองครั้งคือปีแรกและปีสุดท้าย แต่ในเมื่อทำไม่สำเร็จก็กลับมาทำเป็นเบื้องหลังงานถนัดเหมือนเดิม


อาจารย์ที่เป็นDirector จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ก็เข้ามาเช็คการแสดงและคอยแก้ไขส่วนบกพร่องเพื่อให้โชว์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด


แม้กระทั่งวันแสดงจริงทีมงานยังคงset up เวทีอยู่ สไตล์พี่จีนแหละ 


น้องโบว์สาวน้อยMake Up Artist ของเรา นอกจากเป็นMake up Artist แล้วยังเป็นนักแสดงหลักของโชว์ด้วย

น้องเมย์ จากมหาลัยเพื่อนบ้าน 北京邮电大学 ก็มาช่วยแต่งหน้าในงานนี้เหมือนกัน 

งานBeijing International Students’ Nightในปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5ธันวาคม ที่ผ่านมา ตรงกับวันพ่อและวันชาติของเราพอดี ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นน้องๆก็ต้องไปซ้อมเต้นกันตลอด ทางมหาลัยก็มีอาจารย์ หรือ ผู้กำกับจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มาช่วยดู ช่วยติวท่าและ Choreography น้องๆอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะฝนตก ฟ้าร้อง หิมะถล่มน้องๆก็ยังต้องฝ่าลมหนาว ฝ่าหิมะออกมาซ้อมกัน ช่างเป็นภาพที่น่าจดจำ และเมื่อวันงานมาถึง ทุกคนทำกันอย่างเต็มที่ การแสดงภาพ แสง สี เสียง แม้กระทั่ง presentation ทุกอย่างล้วนดูลงตัว และสมบูรณ์แบบที่สุดบนพื้นฐานของBudgetที่เรามี

งานนี้เราได้รับเสียงปรบมือ และเสียงชื่นชมจากอาจารย์ และผู้ชมไม่น้อย ตัวเราเองถึงจะไม่ได้ร่วมแสดง ก็ยังอดภูมิใจกับความสำเร็จของน้องๆไม่ได้ อย่างที่บอกไปเห็นแววความสามารถของหลายคนจากงานนี้





นี้คือท่าจบของโชว์นี้ สวยงามมาก ทุกคนตะลึง !

หลังจากการแสดงและงานจบลง ก็ถึงเวลาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันซะหน่อย… สำหรับคนที่ผ่านงานBeijing International Students’ Night มาถึง 4ครั้ง อย่างเรา ต้องบอกเลยว่าตลอดเวลา4ปีที่ผ่านมา โชว์ในปีนี้เป็นหนึ่งในโชว์ที่ดีที่สุด เราได้กลับมาเห็นความสามัคคีของคนไทยในมออีกครั้งหนึ่ง นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดทีเกิดขึ้น บอกตามตรงว่าแค่คิดว่าปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วก็ใจหายไม่น้อยสำหรับเด็กชอบทำกิจกรรมอย่างเรา


นักมวยเราแบ๊วมาก 5555


ดูแมนขึ้นมาทันทีเมื่อถ่ายกับสาวญี่ปุ่น --"





ถ่ายรวมกับนักแสดงจากมาเลเซีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม 


ความรัก ความผูกพันกับมหาลัยที่ค่อยๆบ่มเพาะมาตลอด4ปี กลายเป็นความทรงจำดีๆที่ยิ้มได้เมื่อนึกถึง เมื่อเช่นครั้งที่ยังเรียนอยู่ที่จุฬาฯ ทุกวันนี้ยังยิ้มทุกครั้งที่ดูรูปถ่ายเก่าๆมันเป็นความทรงจำที่ดี



การแสดงเมื่อปี2012 ชุด Amazing Thailand ตอนนั้นหน้าละอ่อนมาก


การแสดงปี 2013 ตอนนั้นถอยมาทำเบื้องหลังอย่างเดียวกับการแสดงร้องเพลง "อยากจะร้องดังๆ" เวอร์ชั่นไทย-จีน 

ความทรงจำเหล่านี้ คือความทรงจำที่มีคุณค่า เมื่อวันหนึ่งเวลาผ่านเลยไป ความทรงจำบางอย่างอาจจะลืมหายไป หรือ เราอาจจะหลงลืมใครไปบ้าง เมื่อได้กลับมาดูรูปถ่ายเหล่านี้อีกครั้ง ก็จะได้เตือนตัวเองว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้ทำอะไรร่วมกัน เรา เคยรู้จักใครบ้าง ฯลฯ การแสดงจบไป แต่ความทรงจำยังอยู่…


Beau Hung
Beijing




Create Date : 09 ธันวาคม 2558
Last Update : 23 ธันวาคม 2558 8:28:56 น.
Counter : 167 Pageviews.

0 comments

beauhlinglings
Location :
Beijing  China

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



PHOEBE HUNG
Based in +852|+86|+66
Coffee|Lifestyle|Gastronomy
|Diary|Travel

Instagram: thephoebediary
Tumblr: Beauhlinglings

"Spinning Laughing Dancing
to her favourite song"



New Comments