Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

ham & cheese roll : version 2

ไม่ได้อบขนมปังมาสักพักใหญ่ๆเพราะขนมปังที่นี่หาซื้อง่าย
และมีให้เลือกมากมาย
แต่วันนี้ลูกขอเป็นกรณีพิเศษ
(นานๆทีจะขอให้แม่ทำอะไรให้ เลยตื่นเต้น รีบทำให้สักหน่อย)
เพราะเขาจะไปงานเลี้ยงส่งเพื่อนสนิทชาวฮ่องกงที่จบ year 13 แล้ว
จัดงานกันที่บ้านเพื่อน แบบ Potluck party ให้แต่ละคนเอาอาหารมาแชร์ๆกัน
ลูกเลยขอให้แม่ทำ Ham & Cheese roll ให้

ปัญหามีอยู่ตรงที่แม่ไม่มีเครื่องนวดแป้งนะซิ
มีแต่ที่ตีไข่หัวตะกร้อแบบมือถืออันเล็กๆ
ปกติเอาไว้ใช้ทำมัฟฟิน หรือเค้ก
แต่รุ่นนี้แล้ว ไม่มีย่อท้อ (รุ่นบึกบึน)
เลยลุกขึ้นมานวดแป้งตั้งแต่ 9 โมงเช้า ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก :)

~ ส่วนผสม ~
(ดัดแปลงจากสูตรที่เคยทำมาก่อนนิดหน่อย)

แป้ง Hi grade flour 480 กรัม + แบบธรรมดาอีก 120 กรัม
ยีสต์แห้ง 1 ซอง 8 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง และ ไข่แดงอย่างเดียวอีก 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 150 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
เนยสด 90 กรัม
น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวงของเหลว (หากส่วนผสมแห้งไปค่อยเติมเพิ่มทีละนิด แต่ไม่เริ่มด้วยใช้เยอะๆ เพราะมันจะเหลวไป)

~ วิธีทำ ~

1 เริ่มด้วยการเทยีสต์ลงชาม ใส่น้ำอุ่นจัดๆลงไปหน่อยนึง
เติมน้ำตาลลงไป 1 ชช ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆให้ยีสต์ขึ้น
2 ร่อนแป้ง 2 ทีให้แป้งเบาๆโปร่งๆ
3 ละลายน้ำตาล เกลือ ในน้ำ แล้วใส่ไข่ลงไป คนๆให้พอเข้ากัน
4 ค่อยๆเทส่วนผสมของเหลวลงในโถแป้ง คนๆให้เข้ากัน
5 เทยีสต์ที่ขึ้นแล้วตามลงไป คนๆให้เข้ากัน
6 ตามด้วยเนยสด (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆด้วย จะได้ละลายง่ายๆ)
7 ทีนี้ก็ใช้พายคนไปเรื่อยๆ พอส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็นวดเลย
หากมีเครื่องนวดก็ง่ายหน่อย
แต่เราไม่มีก็ใช้มือแหละนวดไปเรื่อยๆ เมื่อยๆก็พักบ้าง
ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเห็นว่าแป้งเริ่มได้ดี (ยังหนืดๆอยู่บ้าง แต่ก็พอใช้ได้แล้ว)

** 2 ชั่วโมงที่ว่านี่ ก็นวดๆหยุดๆบ้าง ไม่ใช่นวดอยู่ตลอดเวลาจ๊ะ

8 เอาผ้าขาวบางชุบน้ำ คลุมชามแป้งไว้ แล้วเอาไปวางบนโต๊ะใกล้ๆหน้าต่าง
แบบให้โดนแดดหน่อยๆ เพื่อให้แป้งขึ้นฟู
9 ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง แป้งขึ้นฟูเต็มชามเลย (สัก 2-3 เท่า)
10 ก็เอามาตัดเป็นก้อนเล็กๆ ใส่ไส้แฮม และ ชีสที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
11 เอาเรียงใส่พิมพ์ แล้วเอาผ้าคลุมไว้อีก อาจไปวางไว้ในที่อบๆหน่อยก็ได้ ให้แป้งขึ้นฟูอีกหน่อย
12 ระหว่างนั้นก็เปิดเตาอบรอไว้เลย ตั้งไฟที่ 180 C
13 ราวๆครึ่งชั่วโมงตัวแป้งก็ฟูได้ที่ พร้อมจะอบได้
14 เอาเข้าเตาอบ ใช้เวลาอบอีกสัก 20 นาทีเห็นจะได้ ก็หอมตลบอบอวลไปทั้งบ้านแล้ว











กลับเมืองไทยคราวนี้ คงต้องขนอุปกรณ์ต่างๆที่ทิ้งไว้เฉยๆ มาใช้ที่นี่แล้ว
เพราะหากต้องนวดแป้งคราวละหลายๆชั่วโมงแบบนี้
คงทำบ่อยๆไม่ไหว แหะ แหะ


 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2552 15:29:37 น.  

++ Homemade Strawberry Ice Cream ++

ส่วนผสม Smiley

ไข่แดง 3 ฟอง Smiley
นมสด 300 ML Smiley
ครีม 200 กรัม
สตรอเบอรี่ 1 กล่องเล็กๆ (ประมาณ 10 ลูกมั๊ง)
น้ำตาลทราย 100 กรัม



วิธีทำ Smiley
1) เอานมสดไปอุ่นบนเตาใช้ไฟอ่อนๆ (ในสูตรเขาบอก simmer)
2) เอาไข่แดงไปตีกับน้ำตาลให้ข้นๆ
3) แล้วก็เอาไปตีรวมกับนมสดบนเตา
คนไปเรื่อยๆให้ข้นขึ้น
คอยระวังอย่าให้เดือด
แค่ตั้งเตาใส่ไฟอ่อนๆ



4) ดูให้ข้นพอสมควรก็เอาออกจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็น
5) แล้วใส่สตรอเบอรี่ และ ครีมลงไปคนๆให้เข้ากัน
(สตรอเบอรี่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆด้วย)



6) แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นให้เกือบแข็ง
7) พอมันแข็งหน่อยๆ ก็เอาออกมาขูดๆ แล้วไปปั่นให้ละเอียด



8) เทใส่ภาชนะ หรือ พิมพ์ไอติมแท่งๆก้อได้
9) แล้วเอาไปแช่แข็งอีกรอบ ก็เสร็จแล้ว



ตักใส่ถ้วย
ราดชอคโกแลต (พอดีหมดขวด เลยได้นิดเดียว) กะ น้ำตาลไอซิ่งสีๆ
หม่ำ หม่ำSmiley





 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 10:25:08 น.  

บราวนี่ บราวนั่น บราวโน้น





วันนี้อากาศดีมากๆ ไม่เหมือนฤดูหนาวเลย
น่าจะออกไปข้างนอกนะ
แต่กลับมาทำบราวนี่แทน...

ทำบราวนี่สูตรเดิมๆ ที่ดัดแปลงจิ๊ดนึงจากสูตรของคุณ Triny
พอดีมีวอลนัทอยู่ด้วย งั้นเอามาใส่ด้วยละกัน

ส่วนผสมเดิมๆ
- ผงโกโก้ 7 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- แป้ง 1/3 ถ้วย
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- เนยสด 50 กรัม
- ไวท์ชอคโกแลต ตามชอบ
- วอลนัท ตามชอบ
- น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย

วิธีทำ
- ละลายเนย แล้วใส่ผงโกโก้ ลงไปคนๆให้เข้ากัน
- ใส่น้ำตาลทรายลงไปคนๆ
- ตามด้วยไข่ไก่ 2 ฟอง
(อันนี้ทำสลับกันเล็กน้อย คือ ใส่ไข่ลงไปก่อน แหะ แหะ)
- ใส่ลงไปในชามแป้ง (ร่อน รวมกะเกลือไว้)
- คนๆให้เข้ากัน
- ขูดไวท์ชอคลงไป ตามด้วยวอลนัท
- คนๆให้เข้ากัน แล้วเทใส่พิมพ์
(พิมพ์รองกระดาษ baking paper ทาเนยบางๆไว้ จะได้ไม่ติดพิมพ์)
- อบไฟ 175 C ราว 15 นาที คอยดูๆหน่อย
ถ้าไฟแรงไปก็หรี่ๆลงนิดนึง
- สุกแล้ว หอมเชียว
- ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ
- เก็บใส่กล่องให้ลูกหยิบเองตามใจชอบ เป็นของว่างตอนกลับจากโรงเรียน






 

Create Date : 27 สิงหาคม 2551
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 13:19:18 น.  

ขนมปังแฮมชีสไข่ กะ ขนมปังชอคโกแลตกล้วย

ดูรายการของเจมี่ โอลิเวอร์ ทีไร อดลุกขึ้นมาทำตามไม่ได้ทุกที

เพราะวิธีที่เจมี่ ทำ มันดูง่ายๆไม่ซับซ้อน (แต่ทำแล้วรสชาด อร่อยหรือเปล่าเป็นอีกเรื่องนะ)
คราวนี้เป็นเมนูขนมปังไส้พาร์มาแฮม ไข่ต้ม พาร์มีซานกะมอสซาเรลล่าชีส และ เบซิล
ที่บ้านไม่มีพาร์มาแฮม มีแต่ Shave leg ham
ส่วนชีส ก็มี Colby กะ Edam Cheese
เบซิล ก็ไม่มี
แต่คิดว่า ทำได้ ไม่มีปัญหา
ทีนี้ที่ดูรายการ เจมี่ ผสมแป้งขนมปังไปแล้ว กำลังนวดแป้งอยู่
เลยไม่มีสูตรขนมปัง งั้นเอาสูตรเดิมที่เคยทำละกัน

ส่วนผสมขนมปัง
1. แป้งขนมปัง 3 ถ้วยตวง (ใช้แป้ง High grade flour ของ Pam's)
2. ยีสต์ 2 ซอง (14 กรัม)
3. น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำอุ่น (ค่อนข้างร้อน) 1 ถ้วยตวงของเหลว
5. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
6. เกลือ 2 ช้อนชา

ไส้แฮม
1. ต้มไข่ 4 ฟอง (ต้ม 10 นาที ตั้งแต่น้ำเย็นเลย)/
2. แฮม บางๆ ประมาณ 5-7 แผ่น
3. เนยแข็งขูดๆ มากเท่าที่ชอบ คราวนี้ใช้ Colby cheese รสชาดกลมกล่อม

ไส้หวาน
1. กล้วยหอม 2 ลูก
2. ชอคโกแลตสเปรด

วิธีทำ
1. เอายีสต์เทใส่ในชามน้ำอุ่น แล้วเทน้ำตาลทรายลงไปด้วย
ทิ้งไว้เฉยๆประมาณ 10 นาที
2. ร่อนแป้ง เกลือ เข้าด้วยกัน (ถ้าอยากให้ขนมปังมีรสหวานบ้างหวาน ก็เติมน้ำตาลทรายลงไปอีกสัก 1/3 ถ้วย แต่คราวนี้ไม่ต้องการ เลยไม่ใส่)



3. ทำหลุมไว้ตรงกลางแป้ง แล้วค่อยๆเทยีสต์ (ที่ผสมน้ำไว้ ครบ 10 นาทีแล้ว) ลงไป ตามด้วยน้ำมันมะกอก (ถ้าไม่มีใช้น้ำมันพืชก็ได้)
4. คนให้เข้ากัน แล้วนวดเรื่อยๆจนเป็น Dough
ถ้านวดนานหน่อย ขนมปังก็จะนุ่มขึ้น
เมื่อก่อนเวลาทำขนมปังอบต่างๆจะใช้เครื่องนวด
แต่ดูเจมี่ทำด้วยมือแล้วง่ายเชียว
คิดว่าอาจไม่ต้องการให้ขนมปัง นุ่มมากนักก็ได้
งั้นทำตามเลย
ใช้เวลานวดไม่นาน ก็ออกมาเป็นแบบนี้



5. แบ่งแป้งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกเอามานวดๆอีกหน่อยแล้วใช้ไม้นวดแป้งคลึงออกเป็นแผ่นๆกว้างๆ



6. แล้วเอาแฮมวางลงไป เต็มๆ



7. ตามด้วยไข่ต้มทั้งฟอง



8. โรยชีสอย่างเมามัน



9. ม้วนแล้วก็จับขดเป็นวงกลม เก็บปลายข้างนึงสอดเข้าไปในปลายอีกข้างนึงให้เรียบร้อย





10. dough ก้อนที่ 2 เอามาคลึงแผ่เป็นแผ่นเหมือนกัน แต่ทาด้วยชอคโกแลตสเปรดและก็กล้วยหอมที่ตัดเป็นแว่นๆ



11. จัดการม้วนเหมือนกัน



12. เอาทั้ง 2 วง ไปอบ เจมี่บอกใช้ไฟ 180-200 ราว 20 นาที (แต่เตาอบเราพบว่ามันแรงไป ด้านนอกเกรียมมากเกือบไหม้แต่ข้างในไม่ได้ที่
คิดว่า น่าจะสัก 160 ก็พอ คงแล้วแต่เตาอบของแต่ละคน)

ผลงาน...และ ให้คะแนนตัวเอง

รูปร่างหน้าตา เอาไป 7 ละกัน
ส่วนรสชาด เอาไป 8.5 คราวหน้าจะใส่ เบซิลสด ลงไปด้วย และ ใช้พาร์มิซานชีส เปรียบเทียบกันดู






ไส้กล้วยนี่คิดว่าถ้าตัวขนมปัง หวานกว่านี้อีกหน่อยก็ได้
และรสชาดกล้วยกับชอคโกแลตเข้ากันได้ดีมากๆ







 

Create Date : 18 มิถุนายน 2551
Last Update : 18 มิถุนายน 2551 8:56:25 น.  

สตรอเบอรี่ช็อตเค้ก

ตั้งใจทำเค้กวันเกิดให้สามี...เป็นครั้งแรกเลย
ลองทำดู เป็นสตรอเบอรี่ช๊อตเค้ก
.................

ซื้อสตรอเบอรี่ลูกโตมาจากเซ็นทรัล 1 กล่อง แช่ตู้เย็นไว้
ปรากฎว่าเด็กๆจัดการซะเรียบ
พอถึงเวลาจะทำ เลยต้องไปซื้อใหม่
ไปได้สตรอเบอรี่หน้า TESCO LOTUS ลูกกระเปี๊ยกเดียวเอง

เตรียมของก่อน



1. แป้งเค้ก
2. ไข่ไก่
3. ผงฟู
4. น้ำตาลทรายป่น
5. เนยสด
6. เกลือป่น
7. นมข้นจืด
8. SP
9. สตรอเบอรี่
10. วิปปิ้งครีม

ตีไข่ + เกลือ + SP (ปาดไว้ที่หัวตะกร้อ) พอเข้ากัน
แล้ว เติมแป้ง + น้ำตาลทราย ตีให้ฟู







เอาเนยไปละลายให้ร้อนๆ แล้วเทใส่ส่วนผสมคนให้เข้ากัน แล้วเติมกลิ่นวานิลลา ใช้พายยางคนให้ทั่วๆ เทลงพิมพ์ที่ทาเนยขาวไว้



เข้าอบไฟ 180 C ประมาณ 20 นาที

ระหว่างรอก็เตรียมสตรอเบอรี่ เอามาผ่าลูกละ 3 ส่วน
แล้วเทน้ำตาลทรายลงไป วางทิ้งไว้ จนน้ำตาลละลายเป็นน้ำเชื่อม



เอาวิปปิ้งครีมมาตีกับน้ำตาลไอซิ่ง + เกลือป่นเล็กน้อย จนฟู
(ก่อนตีแช่อ่าง + หัวตี จนเย็นจัดด้วย)



ตัวเค้กสุก + ทิ้งไว้จนเย็น แกะออกจากพิมพ์แล้ว หั่นแบ่งเป็น 2 ส่วน
ปาดครีมลงบนหน้า
แล้วเอาสตรอเบอรี่ไปเรียงๆไว้ (วิปปิ้งครีมน้อยมาก เพราะซื้อกล่องเล็กมา)







เอาเค้กอีกชิ้นนึงประกบปิด แล้วทาวิปปิ้งครีมที่เหลือให้ทั่ว ตกแต่งด้วยสตรอเบอรี่
เสร็จเรียบร้อย
เพราะวิปปิ้งครีมน้อยไปเลยทาไม่ทั่วเท่าไหร่ ไม่สวยเลย
คนชิมบอกว่า...ไม่เป็นไรเลย เค้กโฮมเมด หน้าตาไม่ดี แต่รสชาดชนะเลิศ...
....สงสัยปลอบใจคนทำ :)








 

Create Date : 06 มีนาคม 2551
Last Update : 6 มีนาคม 2551 10:27:32 น.  

1  2  3  4  

parachute

Location :
Tauranga New Zealand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]




home is where the heart is
cute garden in NZ








Google




 
Friends' blogs
[Add parachute's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.