Group Blog
 
All blogs
 

Christchurch Earthquake 22-2-2011

New Zealand's darkest day



วันอังคารที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 12.51 น.
เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงถึง 6.3-magnitude ที่เมือง Christchurch
ห่างจากครั้งที่ผ่านมาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้นเอง

วันเกิดเหตุเราอยู่ที่ Red Cross แล้วเพื่อนบอกว่ายูรู้เรื่องหรือยัง
มี breaking news ทางทีวีรายงานว่ามี quake ที่ ChCh
ก็เลยรีบไปเปิดวิทยุฟัง ตกใจกันมาก แต่ในใจก็คิดกันอยู่ว่าคงไม่น่าจะร้ายแรงมากนัก คล้ายกับคราวก่อน

พอกลับถึงบ้านเปิดทีวีดูเท่านั้นแหละ อึ้งสุดๆ
ทีวีรายงานข่าวกันทุกช่อง ถ่ายทอดให้เห็นเหตุการณ์ต่างๆใน CBD และชานเมืองข้างๆแถบ Lyttleton, Sumner
เห็นยอดของ Christchurch Cathedral พังเสียหาย อาคารต่างๆพังทลาย
ผู้คนวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ฯลฯ
คิดไม่ถึงจริงๆว่าเหตุการณ์จะร้ายแรงขนาดนี้
แค่เห็นรายงานข่าวจากทีวีเรายังรู้สึกตกใจกลัวมาก
แล้วคนที่อยู่ในเหตุการณ์จะผวากันขนาดไหน
ดูทีวีไปทั้งกลัว ทั้งเสียใจ ทั้งเห็นใจ ความรู้สึกสับสนบอกไม่ถูก
บางภาพข่าวเห็นแล้วร้องไห้ออกมาเลย
เห็นตึกที่พังทับลงมาเป็นชั้นๆ เรียกว่าถล่มแบบ Pancake
แล้วคนที่อยู่ชั้นล่างๆจะเป็นยังไง

เราติดตามข่าวจากสื่อต่างๆทุกวัน
เข้าไปที่ Red Cross เพื่อดูว่ามีช่องทางไหนที่พอจะช่วยเหลือได้
เราก็ทำกันเต็มที่

ปกติทุกๆีปีจะมี 1 อาทิตย์ที่ Red Cross มี See Red appeal week ให้ผู้คนบริจาคเงิน เพื่อสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลืออุบัติภัยต่างๆ
ที่ผ่านมา New Zealand Red Cross นำเงินบริจาคไปช่วยประเทศต่างๆตลอด ไม่ว่าจะเป็น Bush fire ที่ออสเตรเลีย
สึนามิที่ไทย แผ่นดินไหวที่ Samoa, เฮติ ฯลฯ
ไม่คิดเลยว่าภายในช่วง 4-5 เดือนมานี่ ต้องนำเงินนี่มาช่วยเหลือในประเทศนิวซีแลนด์เอง
จำได้เลยว่าเมื่อปีก่อน ตอนไปประชุม National conference ของ Red Cross ที่เวลลิงตัน
ประธาน ของ NZ red Cross พูดว่า พิจารณาตามสัดส่วนของจำนวนประชากร ขนาดของประเทศ ฯลฯ นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ contribute ในการช่วยเหลืออุบัติภัยทั่งโลกในอัตราสูงที่สุด
เงินได้จากการบริจาคต่างๆเราส่งออกนอกประเทศแทบทั้งหมด
เนื่องจากในนิวซีแลนด์ไม่มีอุบัติภัยเหล่านั้นเลย
แล้วดูตอนนี้ซิ.. เศร้ามากๆ

ที่ Red Cross เราเตรียมรับคนที่จะมาบริจาคเงินช่วยไคร้สเชิร์ต
คนที่มาซื้อของที่ร้าน และ คนที่มาบริจาคให้ See Red Appeal week
รวมไปถึงคนที่อพยพมาจากไคร้สเชิร์ต ฯลฯ
ทางสำนักใหญ่ที่แฮมิลตันแจ้งมาว่า หากมีคนมาแจ้งว่ามาจากไคร้สเชิร์ต ต้องการเสื้อผ้า ของใช้ ให้ key เข้าเครื่องเหมือนการขายตามปกติ
แต่ไม่ต้องเก็บเงิน ให้ของเขาไปเลย
แล้วเขียนโน็ตไว้หลังใบเสร็จ เก็บเข้าในเครื่องด้วย
เราก็คิดว่าจะมีหรือ?
ปรากฎว่ามีจริงๆด้วย
เป็นหญิงสาว 2 คน มาแนะนำตัว ปรากฎว่าเป็นญาติกัน หนึ่งในนั้นเป็นคนทาวรองก้าที่ให้ญาติ (คนที่มาอีกคน) มาพักด้วยชั่ซคราว
เธอบอกว่าตอนนี้ที่บ้านเธอมีญาติๆ และรวมทั้งคนในครอบครัวเธอเอง อยู่กันทั้งหมด 18 คน!!!
ตอนนี้เธอต้องการความช่วยเหลือในเรื่องเสื้อผ้า และ เตียงนอน ตลอดจนจานชามเป็นบางส่วน
เพราะที่บ้านของไม่พอ
วันนี้เธอเอาพวกจานชามไป และบอกว่าพรุ่งนี้จะพาลูกๆมาลองเสื้อผ้าจะเหมาะสมกว่า จะได้เอาไปแต่พอดี ไม่เสียของ

มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาพร้อมสมุดเช็ค เขียนเช็คไว้เรียบร้อยสั่งจ่าย
NZ Red Cross for Christchurch Earthquake จำนวน 500 NZD
จ่ายปุ๊บก็ไป ไม่เอาใบเสร็จ
เลยบอกเขาว่ากรุณารับใบเสร็จไปด้วยเถอะค่ะ
แล้วขอบพระคุณมากๆๆๆๆๆ God Bless you
ดูที่อยู่ในเช็ค ปรากฎว่า เขามาจากเมืองทาวโป ซึ่งออกจากเมืองเราไปประมาณ 2 ชั่วโมง

ทั้งวันจะมีคนเอาข้าวของเครื่องใช้ เงินมาบริจาคกันต่อเนื่อง
ช่วงบ่ายมากๆ มีคุณยายคนนึงอายุประมาณ 70-80 ได้
เดินเข้ามาเงียบๆพร้อมยื่นซองเล็กๆสีขาวจ่าหน้าซองว่า For Christchurch Quake
เธอบอกว่า May I leave this with you
เราดูก็รู้ว่าเป็นเช็คแน่นอน เลยบอกว่าคุณยายรอเดี๋ยวนึง เราจะเอาใบเสร็จให้
ก็แกะซอง ปรากฎว่า คุณยายเขียนเช็คเป็นจำนวนเงิน 1000 NZD
ประมาณ 24000 บาทเศษ
ตอนให้ใบเสร็จและขอบคุณคุณยาย รู้สึกตัวว่าน้ำตาซึมๆขึ้นมาเลย
เป็นอย่างนี้ทั้งวัน
อยากจะบอกว่า น้ำใจของคนนิวซีแลนด์นี่แหละ ที่ทำให้เราเต็มใจทำงาน Volunteer แบบไม่เคยเหน็ด ไม่เคยเหนื่อย
ไม่เคยคิดจะเลิก ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนนึงของชุมชนเล็กๆน่ารักนี้

ทาง Telecom NZ ประกาศขอบริจาคโทรศัพท์แบบเก่า ที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
ว่าถ้าใครมีเหลือ ไม่ใช้แล้ว ให้เอามาบริจาคที่ Telecom ซึ่งเขาจะตรวจเช็คแล้วนำไปให้คนที่ไคร้ส์เชิร์ตที่อาจมีปัญหาเรื่องไฟฟ้า
ปรากฎว่าเหลือเชื่อที่กว่าค่อนเป็นของใหม่ที่คนพากันไปหาซื้อ เพื่อนำไปบริจาค
ที่ Red Cross ก้อเช่นกัน
หลายคนเดินเข้ามา พร้อมยื่นของใหม่ๆที่เพิ่งซื้อมาให้เราทั้งถุงเลย :)

ตัวเราเองไม่ได้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว
อยู่วงนอกจริงๆ แต่เราก็สะเทือนใจ เศร้าใจไม่น้อย
ไปเที่ยวไคร้สเชิร์ตมา 3 ครั้ง ชอบมาก เป็นเมืองน่ารัก
ยังบอกลูกว่าปีหน้าให้เลือกสมัครไปที่ University of Canterberry ใน Christchurch ด้วย นอกจาก U of Auckland
แม่จะได้มาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ

เรื่องผู้รอดชีวิต คิดว่าคงยากมากๆแล้ว
มีแต่คอนเฟิร์มผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นวันละคนสองคน (หลังจากพิสูจน์ลักษณะบุคคลแล้ว)

วันอังคารที่ 1 มีนาคม ตอน 12.51 น. ทั้งประเทศพร้อมใจกันนิ่งสงบไว้อาลัยเป็นเวลา 2 นาที
ที่ Red Cross เราเปิดวิทยุไว้ พอวิทยุเงียบปุ๊บ เราก็ออกมายืนจับมือล้อมกันเป็นวง ทั้งพนักงาน และ ลูกค้า
ยืนสงบไว้อาลัยร่วมกัน น้ำตาซึมกันทั่วหน้า
รถเมล์ที่วิ่งอยู่ก็จอด
คนที่ผ่านไปมา ก็หยุดเดิน
ที่โรงเรียนลูก ก็จะมีกริ่งบอก แล้วทุกคนก็จะยืนขึ้นแล้วนิ่งไว้อาลัยกัน

ถึงเราก็ไม่ได้ช่วยเหลือเป็นตัวเงินเขามากนัก
แต่ในส่วนของแรงกาย เราให้แบบเต็มใจเต็มที่
บางคนอยากเอาพวกอาหารมาบริจาคให้เราเพื่อนำไปให้ที่ Christchurch
เราก็ต้องบอกไปตามตรงว่า จริงๆแล้วทาง Red Cross เน้นรับเป็นเงินบริจาค
(ส่งไป 100% ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น)
หากเป็นสิ่งของมาก็มีทางออกคือ เราจะนำมาขายเพื่อเป็นเงินกลับมา
แต่เราเห็นคนตั้งใจเอาของมาบริจาคแล้วไม่อยากปฎิเสธเขาจริงๆ
เลยตัดสินใจบอกเขาไปว่าเอางี้ ถ้าเขาอยากให้ของไปถึงทางนั้นจริงๆเรายินดีจะ forward ต่อไปยังหน่วยงานที่รับบริจาคสิ่งของให้
มีที่ไหนเปิด เราจะไปติดต่อเอง แล้วจะดำเนินการให้ โอเคไหม
หรือ จะให้เราแนะนำหน่วยงานอื่นๆก็ได้เช่นที่ Salvation Army เป็นต้น

Stay strong นะ Christchurch...

ยอดผู้เสียชีวิตคอนเฟิร์มแล้ว (ณ วันที่ 5 มีนาคม) 165 คน
ผู้สูญหายยังมีอีกมากมาย
นึกแล้วสงสารครอบครัวเขามากมากจริงๆ
ขอให้วิญญานทุกดวงจงไปสู่สุคติค่ะ








 

Create Date : 05 มีนาคม 2554    
Last Update : 5 มีนาคม 2554 5:54:32 น.
Counter : 417 Pageviews.  

~ A bit of Kiwi ~

ตอนมาอยู่แรกๆ คุยกับคนกีวีแล้วจะงงกับศัพท์บางตัวมาก
ต้องให้เขาอธิบายว่ามันคืออะไร เพราะบางคำเราจะเข้าใจความหมายผิดออกไป
บางคำก็จะรู้จักในชื่ออื่น
บางคำนี่ เกิดมาไม่เคยได้ยินเลยก็มี
แต่พออยู่ไปนานๆ ได้ยินบ่อยๆ มันจะซึมซับเข้าไปเอง :)

ตัวอย่าง

She'll be right = ไม่มีปัญหา
Ta = ขอบคุณ
Tata = บ๋ายบาย
Ya reckon? = เธอคิดว่างั้นเหรอ เธอแนะนำอย่างนั้นเหรอ
Sweet as = เจ๋งอะ
For real? = จริงดิ
For real = ตัวจริง เสียงจริง
No worry = ไม่เป็นไร ยินดี
Good on you = เก่งมาก ยินดีด้วย

nibble = พวก finger food ต่างๆ
sausage sizzle = ไส้กรอกย่างใส่ในขนมปัง+หอมใหญ่
fizzy = น้ำอัดลม
bring a plate = เอาอาหารมาแชร์กัน (potluck)
tea = อาหารเย็น ไม่ใช่น้ำชา
morning tea = เบรคกินของว่างช่วงสายๆ
afternoon tea = เบรคกินของว่างช่วงบ่ายๆ
chilly bin = กล่อง cooler
cuppa = ดื่มชา กาแฟ
Avo = อโวคาโด
veggi, veges = ผัก
lollies = ลูกอม ท้อฟฟี่ ขนมหวาน

haven't seen you in ages = ไม่เจอกันนานเลยนะ

college = โรงเรียนมัธยม
uni = มหาวิทยาลัย
polytech, tertiary = พวกวิทยาลัยอาชีวะ

dear = แพง
heap = เยอะ
thank heaps = ขอบคุณมาก

till = เครื่องคิดเงินของแคชเชียร์
slip slap slop = ใส่เสื้อยืด ทาซันบล็อค สวมหมวก เวลาออกกลางแจ้ง(ช่วงหน้าร้อน)
gumboot = รองเท้าบู๊ตยาง
(football/rugby) boots = รองเท้าสตั๊ด
car boot sale = เปิดท้าย(รถ)ขายของ
bum = ก้น
Jersey = เสื้อ sweater
Jandals = รองเท้าฟองน้ำ
Push chair = รถเข็นเด็ก
tog = ชุดว่ายน้ำ
cardi = เสื้อคาร์ดิแกน

chemist = ร้านขายยา
loo = ห้องส้วม
super loo = ห้องส้วมสาธารณะ

bach = บ้านพักริมชาด
brooch = เข็มกลัดติดเสื้อ
nighty = ชุดนอน
braces = suspender สายรั้งกางเกงของผู้ชาย
suspender = สายรั้งถุงน่อง
bed = mattress ที่นอน
base = ฐานเตียง

garage = ปั๊มน้ำมัน

Telly = TV








 

Create Date : 05 ธันวาคม 2552    
Last Update : 26 ธันวาคม 2552 7:21:52 น.
Counter : 266 Pageviews.  

เล่าเรื่องเวลลิงตัน : ไปประชุมกับ Red Cross

เย็นวันศุกร์ขับรถส่งลูกให้ไปเป็นเด็กวัดที่วัดปากน้ำ
เพราะแม่จะออกเดินทางไปเวลลิงตันเช้าตรู่วันเสาร์
ขนเสบียง เครื่องนอน คอมพิวเตอร์ เกมส์ ให้ลูกไปเพียบ
(เพื่อจะขนกลับบ้าน เพราะที่วัดมีทุกอย่างให้อุดมสมบูรณ์มาก)

..........

เมื่อถึงวันเสาร์ ก็เลยค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องพะวักพะวงเรื่องเด็กๆ
ขับรถออกจากบ้านไปจอดทิ้งไว้ที่สนามบินเลย
ขึ้นเครื่องบินลำเล็กๆนี้ไปเวลลิงตัน Smiley



ใช้เวลาบินราว 1 ชั่วโมงก็ถึง เวลลิงตัน
ทาง Red Cross จัดการเรื่องรถรับส่งให้เรียบร้อย
เช็คอินเข้าห้องพักที่ Copthorn hotel, Oriental Bay
ห้องพักกระทัดรัด ไม่เล็กไม่ใหญ่



แล้วก็ออกไปเดินชมเมืองดีกว่า
ตอนนั้นเพิ่งจะ 10 โมงเอง
เขานัดทานข้าวเที่ยงที่ห้องอาหารในโรงแรม ยังมีเวลาอีกเยอะ
ออกมาจากโรงแรมก็เจออันนี้เลย
ถ้าลูกมาด้วย ก็ให้ขี่เล่นรอบชายหาดแล้ว
(เขามี boardwalk รอบ harbour ไกลทีเดียว ขี่จักรยานได้สบาย)



เวลลิงตันในวันที่อากาศดีเยี่ยมอย่างนี้ น่าอยู่จริงๆ
เป็นหนึ่งในเมืองของนิวซีแลนด์ที่ชอบมาก
แบบถ้าจะต้องมาอยู่ก็โอเคน่ะ :)
เหมือนมาเก็บตกจากคราวก่อนที่โชคไม่ดี เจออากาศแย่ ฝนตก ลมแรง หนาวมาก
คราวนี้เจอแดดอุ่นๆ อากาศสบายๆ
มีความสุขมาก ^.^
คิดถึงลูก อยากให้มาด้วย





เดินเล่นจนพอใจก็เดินกลับโรงแรม เพราะมีนัดทานอาหารกลางวัน
อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ในโรงแรม เฉพาะกลุ่ม Red Cross
เป็นอะไรง่ายๆ แต่รสชาติชนะเลิศ
ตอนไปตักยังรู้สึกเฉยๆ (แบบชินกับไลน์บุฟเฟ่ต์หลากหลายในบ้านเรา)
พอตักเข้าปาก โอ้โฮ แม้แต่น้ำสลัดยังอร่อยเลย
ถูกปากทุกอย่างจริงๆ

Smiley




การประชุมคราวนี้ เพิ่งมารู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
ผู้ร่วมประชุมเป็นผู้บริหารทั้งหมดของกาชาดนิวซีแลนด์
สาระสำคัญคือ เป็นการลงมติเปลี่ยนแปลงกฎเก่าๆของเขาทั้งหมด
ค่อนข้างซีเรียส
เราเข้าใจว่าเขาเชิญไปเป็นผู้สังเกตุการณ์ในฐานะ Volunteer
แต่กลับเจอเรื่องคาดไม่ถึง (ซึ่งเขาก็ไม่ได้บอกละเอียดล่วงหน้า)
คือเรากลายเป็นหนึ่งใน Board ของ Midland Region ได้ไงไม่รู้
(กาชาดที่นี่เขาแบ่งเขตดูแลเป็น Regional ต่างๆ เช่น Northland, Midland,Southland, National อะไรประมาณนี้)
เราเป็น Deligate มีสิทธิมีเสียงในการ โหวตทุกอย่าง
จากจำนวนคนที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ล้วนแต่เป็นรุ่นเดอะ
ทำงานกับกาชาดมากันเป็นสิบปี
หรือเป็น board มาหลายปีทั้งนั้น

สักพักถึงเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของกาชาดนิวซีแลนด์ในครั้งนี้
เขาต้องการทำให้องค์กรทันสมัยขึ้น ทันต่อโลกในยุคปััจจุบัน
ต้องการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น
มีประธานในสวนของ Youth Red Cross ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาโทของ Auckland University มาร่วมประชุมด้วย
และเขาจัดให้นั่งอยู่ใกล้ๆเรา
ในสายตาของเขา เราเป็นคนรุ่นใหม่
(แอบดีใจนิดนึง)



ประชุม 2 วัน
วันแรกก็อธิบายเรื่อง กฎใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด
ให้พวก board ทั้งหลายออกความเห็นได้เต็มที่ ว่าจะแก้ไขอะไรอย่างไรหรือเปล่า (ดุเดือดทีเดียว เขาจริงจังมาก)
แล้วก็มีสลับกับ guest speaker ในเรื่องราวต่างๆของ Red Cross
โอ้โห ประทับใจ น้ำตาซึม
เพิ่งรู้ว่ากาชาดเขาทำอะไรมากกว่า บ่องู บริจาคโลหิต แบบบ้านเรา

ตอนเย็นมีงานเลี้ยงจัดที่ Te Pa Pa Museum และ พิธีมอบรางวัลให้สมาชิกที่ร่วมงานมานานด้วย
แบบทำกันเกือบ 20 ปีน่ะ
คุณลุงท่านนึง ทำงานให้กาชาดมาเกือบ 20 ปี
ออกต่างประเทศ ช่วยอุบัติภัยมาโดยตลอด
ตอนสึนามิ 2004 ก็ไป
ไม่ว่าจะเป็นสงคราม โรคระบาด ภัยธรรมชาติ เหตุการณ์ร้ายแรงอะไร ที่กาชาดนิวซีแลนด์เข้าไป
คุณลุงก็จะเป็นหนึ่งในทีมงานที่ไปปฎิบัติงานตลอด
ได้รู้จักกาชาดเยอะขึ้นมาก จนรู้สึกประทับใจจริงๆ

มีคุณน้าผู้หญิงอีกคนได้รับรางวัลเหมือนกัน
เธอประจำอยูที่หน่วยกาชาดในอาบูดาบี
เอาเรื่องราว วีดีโอของโรงพยาบาลที่กาชาดไปจัดตั้งขึ้นให้ดู
แล้วเล่าว่าชีวิตที่นั่นเป็นไง เด็กๆที่ป่วยเจ็บ (อย่างร้ายแรง) ต้องเจออย่างไร
กาชาดช่วยเหลืออะไรบ้าง
ชีวิตของทีมงานต้องเสี่ยงกับผู้ก่อการร้ายยังไง
การไปอยู่ในประเทศมุสลิมก็ลำบาก ต้องปิดหน้าปิดตา ต้องมีล่าม ฯลฯ

แต่ละเรื่องราว น่าทึ่งมากๆ
เรียกว่าฟังไปน้ำตาซึมไปก็มี

เมนูอาหารมื้อนี้
ขอชมอีกว่า อาหารรสชาติดีเยี่ยม (คิดไม่ถึงจริงๆ)
ปกติพอเจออาหารงานเลี้ยงแบบ set menu ทีไร
ก็เป็นรสชาติงั้นๆทุกที

มื้อนี้เมนคอร์สมีให้เลือระหว่างแกะ กับไก่
เนืองจากเป็นคนไม่ชอบเนื้อแกะ เลยเลือกไก่แทนค่ะ
เนื้อไก่นุ่มกำลังดี ซอสรสชาติกลมกล่อม ถูกปากจริงๆ



เมนูแกะ หน้าตาดี จนแอบเสียดายไม่ได้ :P
เพื่อนร่วมโต๊ะสั่งกันทุกคนเลย
เขาบอกว่าอร่อยมากๆเช่นกัน



เช้าวันรุ่งขึ้น ทานข้าวเช้าแล้วออกไปเดินเล่นหน่อย
มีตลาดนัดพอดี
ใกล้ๆโรงแรม กับ Te Papa Museum
หากใครผ่านไปเวลลิงตันในวันอาทิตย์ อย่าลืมไปเดินเล่นกัน ^.^
ผักผลไม้เยอะมาก
มาตั้งกันเป็นหลายสิบร้านเลย ชอบมาก
เห็นแล้วอยากซื้อกลับบ้าน
แต่ลำบากขนหน่อย เพราะกว่าจะขึ้นเครื่องกลับอีกตั้งนาน
เลยอด
มีร้านขายเส้นบะหมี่แบบอูด้ง
ขายเต้าหู้สดด้วย
อยากซื้อมากๆเลย :)
แต่ไม่สะดวกขนจริงๆ เสียดาย



เดินเล่นนิดหน่อย ก็กลับโรงแรมเพื่อประชุมต่อ
วันนี้เป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันโหวตกฎใหม่ของเขาแล้ว
ก็ผ่านไปตามระเบียบ
มีการเลือก president วาระใหม่ ผลคือ คนเก่าได้เป็นต่ออีกสมัย
มีการนำเสนออีกหลายเรื่อง น่าสนใจทั้งนั้นเลย
เป็นหนึ่งในสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราที่นิวซีแลนด์นี่
ประทับใจมาก
เลิกประชุมเที่ยง ก็ทานอาหารอร่อยๆที่โรงแรมอีกมื้อ
แล้วก็เดินทางไปสนามบิน กลับบ้านแล้ว







 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2552 11:02:07 น.
Counter : 625 Pageviews.  

~ Cherry Blossom 2009 ~

เผลอแป๊บเดียวมาถึงหน้า Cherry Blossom อีกแล้ว
ปีนี้อากาศอุ่นเร็ว ทำให้ดอกไม้ฤดูสปริงมาเร็วกว่าปีก่อน
ขับรถไปรับลูกที่โรงเรียนก็เลยได้เห็นดอกไม้สีสวยๆบานต้อนรับฤดูใบไม้ผลิเต็มไปหมดเลย :)
ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ก็เริ่มเห็นซากุระชมพูสว่างไสวเป็นหย่อมๆตรงโน้นตรงนี้
อย่างในโรงเรียนก็เหมือนกัน
จำได้ว่าปีที่แล้ว ว่าจะ..ว่าจะ..
พอได้ฤกษ์จะไปถ่ายรูปก็เจอฝนตกบ้าง ติดธุระบ้างกว่าจะตัดสินใจได้ ใบเขียวๆก็ผลิออกมา ส่วนดอกก็ร่วงไปซะหมดแล้ว :(
(เลยไม่ได้ถ่ายรูปในโรงเรียน ไปถ่ายแถว Greerton แทน ซึ่งก็สวยเหมือนกัน)

ปีนี้เราทันได้ถ่ายรูปในช่วง peak พอดี
เรียกว่าพอเห็นสวยได้ที่ก็ไปถ่ายเลย ไม่ผลัดวันประกันพรุ่งอีกแล้ว ^.^
ทั้งหมดเป็นรูปที่ถ่ายในโรงเรียน และ บริเวณใกล้เคียง (แถบ Bethlehem Heights)



เป็นสีชมพูที่สวยจริงๆ .... เห็นแล้วสบายตามาก





หลายๆบ้านก็นิยมปลูกต้นซากุระกัน ในบ้านบ้าง หน้าบ้านบ้าง
สดชื่นไปหมดทั้งเมือง





แล้วก็ถือโอกาสถ่ายรูปเด็กๆด้วยเลย :)



ทัฬห์ แมท เฟิร์น จ้ำ



และเพื่อนๆ







เฟิร์น โจโจ และ ลีน่า



Spring has sprung ดีใจจังเลย... เย้...










 

Create Date : 23 กันยายน 2552    
Last Update : 23 กันยายน 2552 10:11:54 น.
Counter : 435 Pageviews.  

Window display @ Redcross Shop

การได้ทำงานที่ Red cross นอกจากจะเป็นการฆ่าเวลา แก้เบื่อ
แล้วยังทำให้รู้สึกว่าตัวเรา(พอ)มีประโยชน์ต่อสังคมบ้าง
ทุกเช้าวันจันทร์และอังคาร เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกดีใจที่ได้ออกไปทำงาน
ถึงแม้จะเป็นงานอาสาสมัคร ไม่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน
แต่สิ่งที่ได้กลับมา มันมีค่ามากกว่าจำนวนเงินอีก

งานที่ Red cross ของเรา ทำในส่วน Retail shop
เมื่อมีคนบริจาคสิ่งของไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หนังสือ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องไฟฟ้า
เราจะมีแผนกที่เรียกว่า Processing center
เป็นศูนย์รวมของเพื่อจัดการ

1. sorting คือแยกแยะ คัดเลือกของที่มีคุณภาพ
เนื่องจากของในร้านกาชาดมีหลักการอยู่ว่าต้องเป็นของดี มีคุณภาพ
ไม่ใช่ เสื้อผ้าขาดๆ กระดุมหลุด ซิปแตก
(ซึ่งของที่ไม่มีคุณภาพจะแยกต่างหาก เพื่อนำไปจัดเป็นผ้าขี้ริ้วต่างๆได้)

2. Electrical check คือหากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า จะมีอาสาสมัครช่างไฟฟ้า
เข้ามาเช็คให้ว่าใช้งานได้หรือเปล่า ปลอดภัยมั๊ย
ถ้าผ่าน ก็จะติดสติ๊กเกอร์พร้อมลงชื่อกับกับ เพื่อให้คนซื้อมั่นใจว่าได้ของมีคุณภาพไป

3. Pricing เมื่อคัดเลือกของเรียบร้อย ก็จะทำการติดป้ายราคา โดยจะมีคู่มือบอกว่าสินค้าควรจะมีราคาเท่าไหร่

4. Packing เมื่อกำหนดราคาแล้วก็จะบรรจุลงกล่องกระดาษ ติดป้ายไว้ที่กล่อง เรียงๆไว้
แล้วก็นำขึ้นไป unpack ในร้านแต่ละร้านอีกที

หน้าที่ที่ชอบทำมากคือ การจัดหน้าร้าน หรือ ทำ Window display
สนุกมากๆ เหมือนแต่งตัวตุ๊กตาเลย



เพราะกำลังจะมีประชุมใหญ่ จัดที่ทาวรองก้า
โดย shop co-ordinator และ supervisor ประจำร้านต่างๆ ใน Bay Of Plenty และ Waikato region
เช่น Rotorua, Whakatane, Hamilton, Taupo เป็นต้น
จะเข้าร่วมประชุมด้วย
Bronwyn ซึ่งเป็น Director ของภูมิภาคจึงถามว่าเราจะช่วยพูดแนะนำเรื่องการจัดหน้าร้านให้กับที่ประชุมด้วยได้ไหม
อืมม... ก็ได้ค่ะ
งั้นเดี๋ยวทำเป็น presentation เลยดีกว่าจะได้ดูง่ายๆ ไม่น่าเบื่อ
ว่าแล้วก็ทำเป็น Power point 40 slide
มีหัวข้อ เนื้อหา และ รูปประกอบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

~Some “tips” for the window display~

# 1 Create “THEME” before starting to do the window display.
# 2 Imagine what the people will be wearing before dressing the manniquins.
# 3 Complete the dressing (botton, zip etc.)
# 4 Accessorized the dress with jewelly, hat, scarf, shoes, handbag, etc.
# 5 Avoid using patterned outfits on top and bottom at the same time.
# 6 Dress in layers.
# 7 Some unusaul (or special) cloths always catch attention.
# 8 “Retro” look is considered “Trendy”
# 9 Nice men cloths are worth putting on the window.
# 10 Enhancing the window displays with “Props”
# 11 Be a quick change
It's a good idea to change our windows once a week or every 2 weeks to have “Fresh” feeling.









 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552    
Last Update : 1 มิถุนายน 2552 15:23:04 น.
Counter : 432 Pageviews.  

1  2  

parachute
Location :
Tauranga New Zealand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




Friends' blogs
[Add parachute's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.